เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 50: มานี่ นอนได้แล้ว! (ฟรี)

บทที่ 50: มานี่ นอนได้แล้ว! (ฟรี)

บทที่ 50: มานี่ นอนได้แล้ว! (ฟรี)


หลังจากกลับถึงบ้าน จางหยางก็ยิ่งตื่นเต้นเข้าไปอีก เพราะตอนนี้ฟรายเดย์เข้าควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดภายในบ้านแล้ว นั่นหมายความว่าถ้าเขาอยากดูทีวี ทีวีก็จะเปิดขึ้นมาเอง อยากปิดไฟก็ไม่ต้องเดินไปกดสวิตช์ แค่สั่งด้วยเสียงก็พอ สะดวกสบายจนแทบลอยได้เลย

อลิซ่าเองก็ตื่นตาตื่นใจไม่แพ้กัน ฟรายเดย์ได้บันทึกข้อมูลม่านตาของเธอเอาไว้เรียบร้อย เพื่อใช้สำหรับเปิดประตูบ้าน

แน่นอนว่าจางหยางก็ไม่ได้ลืมเรื่องที่ตั้งใจไว้แต่แรก

หลังจากอลิซ่าอาบน้ำเสร็จ กำลังเช็ดผมอยู่ จางหยางก็เอ่ยขึ้นว่า

“ฉันรู้สึกว่าเธอกำลังปิดบังอะไรฉันอยู่”

“จะมีได้ยังไง...นายคิดมากไปเอง ไปอาบน้ำแล้วก็นอนเถอะ พรุ่งนี้ก็วันแรกที่นายต้องเข้าเรียนแล้วนะ”

อลิซ่าชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหันหลังให้จางหยาง แล้วเช็ดผมต่อ

“ฉันรู้แล้วนะ”

“รู้เรื่องอะไร?”

“ทำไมเธอไม่บอกฉัน?”

“หลอกให้ฉันพูดเหรอ?”

อลิซ่าหัวเราะเบา ๆ

“ลูกไม้แบบนี้ ฉันเลิกใช้ตั้งแต่สิบขวบแล้ว แล้วก็...ยินดีด้วยนะที่วันนี้ได้ขึ้นพาดหัวข่าว ดูเหมือนจะไม่ได้มีแค่ฉันคนเดียวที่ตกใจว่านายสอบติด MIT ได้”

เสียงของเธอลอยมาอย่างเรียบเฉย จางหยางมองแผ่นหลังของเธอ ไม่รู้เลยว่าในหัวเธอกำลังคิดอะไรอยู่

“ฉันไปถามมาแล้ว เธอกำลังเปิดร้านสตรีทแฟชั่นอยู่ ทำไมถึงไม่บอกฉัน? ฉันคิดว่าฉันช่วยเธอได้”

จางหยางลุกขึ้นยืน

เขารู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับความไว้วางใจ

เรื่องเปิดร้านแบบนี้ อลิซ่าไม่เคยบอกเขาเลย

แถมยังเหมือนจงใจปิดบังด้วยซ้ำ

มือที่กำลังเช็ดผมของอลิซ่าหยุดลงเล็กน้อย

จากนั้นเธอก็หยิบไดร์เป่าผมขึ้นมาแล้วเปิดใช้งาน

“วันนี้ฉันไม่อยากคุยเรื่องนี้”

“จริง ๆ ฉันก็ไม่อยากคุยหรอก แต่เธอทำให้ฉันรู้สึกว่า...เธอไม่เคารพฉัน แล้วก็ไม่ไว้ใจฉัน มีเรื่องอะไรเธอก็ไม่เคยบอกเลย ตอนนี้ร้านกำลังขาดทุนอยู่ไม่ใช่เหรอ? ถ้าเธอบอกฉัน ฉันแค่โพสต์ IG สักโพสต์ก็จบแล้ว ฉันอาจจะให้โทนี่”

“พอได้แล้ว!”

ปัง!

อลิซ่าฟาดไดร์เป่าผมลงกับพื้นอย่างแรง ก่อนจะหันกลับมาในที่สุด

ใบหน้าของเธอซีดเขียวด้วยความโกรธ

“นายกำลังสืบเรื่องของฉัน!”

“นายบอกว่าฉันไม่เคารพนาย แต่การที่นายไปสืบเรื่องฉันแบบนี้ มันเรียกว่าเคารพฉันแล้วเหรอ?”

“ฉันก็แค่เป็นห่วงเธอ!”

“เป็นห่วงฉัน?”

อลิซ่าหัวเราะเยาะ

“ฟังดูดีจังเลยนะ พอชูธงคำว่า ‘เป็นห่วง’ ขึ้นมา การสืบเรื่องของฉันก็กลายเป็นเรื่องถูกต้องขึ้นมาทันที ยืนอยู่บนจุดสูงสุดทางศีลธรรมเลยสินะ”

เธอสูดหายใจแรง ก่อนพูดต่อ

“แล้วอีกอย่าง นายเลิกเรียกเพื่อนมหาเศรษฐีคนนั้นทุกครั้งที่มีปัญหาได้ไหม? เขาไม่ใช่พ่อนายนะ! อะไรก็พึ่งเขาไปหมด จางหยาง นายกลายเป็นลูกบุญธรรมของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่?”

ใบหน้าของจางหยางแดงก่ำทันที

“ฉันเป็นลูกบุญธรรมเขาเนี่ยนะ!?”

“ไม่ใช่เหรอ?”

อลิซ่าเถียงกลับทันควัน

“พอได้ยินว่าเขาจะให้ของขวัญ นายก็รีบรับทันที เรื่องร้านของฉันมันเกี่ยวอะไรกับเขา? เขามีหน้าที่ต้องมาช่วยฉันตรงไหน? ทุกอย่างก็เอาแต่พึ่งเขา จะยังไงล่ะ? อนาคตคิดจะรับมรดกตระกูลสตาร์คด้วยหรือไง?”

เส้นเลือดบนคอของจางหยางปูดขึ้นมา

“เธอพูดบ้าอะไรอยู่เนี่ย! หุบปากได้ไหม!?”

“ไม่ได้!”

อลิซ่าเชิดหน้าขึ้น ดูโกรธยิ่งกว่าเขาเสียอีก

“แล้วอีกอย่าง ไม่ต้องพูดถึงเขาเลย พูดถึงนายก็พอ ร้านนี้ฉันใช้เงินที่พ่อให้มาเปิดเอง แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนาย? ทำไมฉันต้องรายงานทุกอย่างให้นายรู้ด้วย?”

“แล้วถ้าฉันบอกนายล่ะ?”

“นายก็จะโพสต์ IG ให้ทุกคนรู้ว่าร้านนี้เกี่ยวข้องกับเดอะแฟลชใช่ไหม?”

“นายรู้ไหมว่าคนอื่นเขาพูดถึงฉันลับหลังยังไง?”

“พวกเขาบอกว่าฉันเป็นแค่เมียน้อยของนาย บอกว่าฉันเป็นแค่ของตกแต่งในบ้าน แล้วนายก็ออกไปหาผู้หญิงคนอื่นทุกวัน”

“นายไม่รู้หรอกว่ามีผู้หญิงตั้งกี่คนส่งรูปคู่กับนายมาให้ฉันทางข้อความส่วนตัว”

“บางคนถึงขั้นส่งรูปบนเตียงมาด้วยซ้ำ!”

“ยังไงล่ะ?”

“ตอนนี้แม้แต่ร้านของฉัน นายก็ยังอยากตีตราว่าเป็นของนายอีกเหรอ?”

“อยากให้ทุกคนรู้ว่าร้านนี้เป็นร้านที่เมียน้อยของเดอะแฟลชเปิดหรือไง?”

จางหยางที่ก่อนหน้านี้โกรธจนดูเหมือนจะเส้นเลือดในสมองแตกได้ทุกเมื่อ กลับเงียบลงทันที

ไม่ใช่เพราะเถียงไม่ออก

แต่เพราะเขาไม่รู้จริง ๆ ว่าควรพูดอะไร

เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามีคนส่งรูปพวกนั้นให้อลิซ่า

ไม่เคยรู้เลยว่าการคบกับตัวเอง จะทำให้อลิซ่าต้องแบกรับคำวิจารณ์มากมายขนาดนี้

คำพูดของเธอทำให้เขาเริ่มทบทวนตัวเอง

บางที...

เขาอาจทำเกินไปจริง ๆ

ร้านนั้นไม่ใช่เรื่องของเขา

มันคือร้านของอลิซ่า

ส่วนเงินหนึ่งพันดอลลาร์ที่เขาเคยให้ จากที่เขารู้จักอลิซ่ามา เธอต้องคืนแน่นอน อย่างมากก็แค่ยืมชั่วคราวเท่านั้น

และตัวเขาเอง...

ก็ดูเหมือนจะเริ่มพึ่งพาโทนี่มากเกินไปจริง ๆ

ก่อนหน้านี้ยังคิดถึงบ้าน คิดถึงรถที่โทนี่อาจให้

พอวันนี้โทนี่มอบเกราะที่มีมูลค่าสูงกว่าสิ่งเหล่านั้นหลายสิบเท่าให้ เขาก็รับทันทีโดยไม่ลังเล

ตัวเขาในอดีตที่ยอมทำงานพิเศษ แต่ไม่ยอมใช้พลังพิเศษไปทำเรื่องไม่ดี...

ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปมากแล้ว

ท่ามกลางเสียงเชียร์และการยกย่องจากผู้คน เขาคิดว่าตัวเองยังรักษาหัวใจดวงเดิมเอาไว้ได้

แต่ความจริงแล้ว

มันเริ่มพองโตขึ้นตั้งนานแล้ว

แม้เขาจะยังไม่เคยใช้พลังไปทำเรื่องเลวร้าย

แต่ลึก ๆ แล้ว เขากลับเริ่มมองตัวเองว่าสูงกว่าคนอื่นโดยไม่รู้ตัว

ทัศนคติแบบนี้ไม่ใช่เรื่องดีเลย

ถ้าไม่รีบหยุดเอาไว้

สักวันหนึ่ง เขาอาจกลายเป็นซาวิทาร์คนต่อไป ที่คิดจะยกระดับตัวเองขึ้นเป็นพระเจ้าก็ได้

เวลาผ่านไปนานพอสมควร

อลิซ่าเองก็เริ่มกังวลว่าคำพูดของตัวเองอาจรุนแรงเกินไป

พอนึกย้อนกลับไป เธอก็รู้ว่าหลายประโยคมันเกินเลยจริง ๆ

แต่เวลาโกรธจัด คนเรามักพูดทุกอย่างที่คิดออก

บางครั้งคำพูดเหล่านั้นก็ไม่ใช่ความรู้สึกที่แท้จริง

แค่ต้องการให้อีกฝ่ายเจ็บเหมือนที่ตัวเองเจ็บเท่านั้น

หลังจากต่างฝ่ายต่างสงบสติอารมณ์ลง

ทั้งคู่ก็เริ่มตระหนักถึงความผิดพลาดของตัวเอง

ผ่านไปอีกพักหนึ่ง

จางหยางเป็นฝ่ายเอ่ยขอโทษก่อน

“เรื่องเมื่อกี้...ฉันไม่ควรสืบเรื่องของเธอจริง ๆ”

“แล้วฉันก็ไม่รู้เลยว่าเธอต้องเจอกับคำพูดแย่ ๆ มากขนาดนั้น”

“ฉันขอโทษ”

อลิซ่าเงยหน้ามองเขาแวบหนึ่ง

แต่ไม่ได้พูดอะไร

เธอมุดเข้าไปในผ้าห่มเงียบ ๆ

จางหยางเองก็ไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ จึงได้แต่มองอย่างกังวล

ทันใดนั้นอลิซ่าก็ตบที่ว่างข้างหมอนเบา ๆ

“มานี่”

“นอนได้แล้ว”

“โอเค นอนกัน”

จางหยางยิ้มออกมา

เขารู้แล้วว่าเรื่องนี้ถือว่าผ่านไปแล้ว

ไม่พูดอะไรให้มากความ เขารีบมุดเข้าไปในผ้าห่มทันที ก่อนจะกอดอลิซ่าเอาไว้แน่น

โดยไม่รู้ตัว

ทั้งสองคนก็ขยับเข้าใกล้กันมากขึ้นเรื่อย ๆ

ใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ...

FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ]

……………

จบบทที่ บทที่ 50: มานี่ นอนได้แล้ว! (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว