- หน้าแรก
- ระบบจับคู่รัก เป็นทนายหย่าแท้ ๆ ทำไมเอาแต่จับคู่ให้ชาวบ้าน
- บทที่ 175 หย่าได้ แต่ต้องจ่ายเงิน
บทที่ 175 หย่าได้ แต่ต้องจ่ายเงิน
บทที่ 175 หย่าได้ แต่ต้องจ่ายเงิน
บทที่ 175 หย่าได้ แต่ต้องจ่ายเงิน
เวลานี้ หัวหน้าคณะผู้พิพากษากล่าวว่า
“จำเลยที่หนึ่งให้การเสร็จสิ้นแล้ว ต่อไปให้จำเลยที่สอง เหลียวซินหัว แถลงต่อศาล”
เหลียวซินหัวไม่ได้ว่าจ้างทนายมาช่วยแก้ต่างให้ตัวเอง
อย่างแรกคือเขาเสียดายเงิน อย่างที่สองคือเขาคิดว่าไม่มีความจำเป็นต้องเสียเงินเปล่าแบบนั้นเลย
ดังนั้นเขาจึงมาคนเดียว เตรียมจะแก้ต่างให้ตัวเองด้วยตัวเอง
“ท่านหัวหน้าคณะผู้พิพากษา ผมเองก็ไม่เห็นด้วยกับความเห็นในการฟ้องร้องของโจทก์ครับ ก่อนอื่น ผมกับมี่รุ่ยรู้จักกันจากการนัดดูตัวตามปกติ ไม่ได้รู้จักกันผ่านเฝิงหลินฮ่าว และยิ่งไม่ใช่เพราะต้องการย้ายทะเบียนถึงแต่งงานกัน”
“ก่อนแต่งงาน พวกเราต่างยืนยันแล้วว่ามีความรู้สึกดีต่อกัน และยังเห็นพ้องกันเรื่องการแต่งงาน มี่รุ่ยเองก็เป็นผู้ใหญ่ที่มีความสามารถในการทำนิติกรรมทางแพ่งโดยสมบูรณ์ ขั้นตอนการแต่งงานทั้งหมดถูกต้องตามกฎหมาย”
“แต่บางทีอาจเป็นเพราะวาสนาของพวกเราตื้นเกินไป ผมคิดว่าหลังแต่งงาน ความสัมพันธ์ของพวกเราจะพัฒนาขึ้นอีกขั้น แต่มี่รุ่ยกลับเย็นชากับผมมากหลังแต่งงาน”
“ผมรู้ว่า มี่รุ่ยเป็นสตรีมเมอร์ใหญ่ที่มีแฟนคลับเป็นสิบล้าน แฟนคลับผู้ชายที่ชอบเธอมีมากมาย ส่วนผมเป็นเพียงผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง ผมเข้าใจลักษณะงานของเธอ ดังนั้นที่ผ่านมาผมไม่เคยเรียกร้องให้เธอเปิดเผยความสัมพันธ์สมรสของเราต่อสาธารณะเลย”
“คิดไม่ถึงว่าพอถูกปาปารัสซีเปิดโปง เธอก็เสนอจะหย่ากับผมทันที ราวกับว่าความสัมพันธ์ระหว่างเราสองคนเป็นเรื่องที่น่าอับอายอย่างนั้นแหละ”
“ถึงผมจะผิดหวังมาก แต่ถ้ามี่รุ่ยยืนกรานจะหย่า ผมก็ไม่อยากทำให้เธอลำบาก ผมก็คงได้แต่ยอมตกลง ขอเพียงแบ่งทรัพย์สินร่วมของสามีภรรยาตามกฎหมายก็พอ”
“ส่วนเด็กนั้น ไม่ใช่ลูกของผมจริง ๆ ผมเองก็ไม่รู้ว่าเป็นลูกของใคร ถ้าเธอต้องการ ก็ให้เธอเลี้ยงเองได้ เรื่องนี้ผมไม่มีความเห็นต่าง”
“ท่านหัวหน้าคณะผู้พิพากษา ท่านผู้พิพากษา ความเห็นในการให้การของผมมีเพียงเท่านี้ครับ”
เป้าหมายของเหลียวซินหัวแท้จริงแล้วชัดเจนมาก
เขาต้องการแบ่งทรัพย์สินของมี่รุ่ย
สาเหตุที่ตอนแรกเขาเสนอให้มี่รุ่ยจ่ายหนึ่งร้อยล้านถึงจะยอมหย่า ก็เพราะเขารู้ว่ามี่รุ่ยมีเงิน
สตรีมเมอร์ระดับหัวแถว รายได้ย่อมไม่เลวแน่นอน
ดังนั้นแนวทางการแก้ต่างให้ตัวเองในวันนี้ของเขา ก็คือการแบ่งทรัพย์สินตามกฎหมาย
อย่างไรทะเบียนสมรสก็เป็นของจริง ไม่ว่ามี่รุ่ยจะพูดอย่างไร ก็เปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงนี้ไม่ได้
พวกเขาเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ในเมื่อเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ว่าจะหย่าเพราะความสัมพันธ์ไม่ลงรอย หรือเพราะเหตุผลอื่น
เขาไม่ได้มีชู้ และไม่ได้สมรสซ้อน
การแบ่งทรัพย์สินร่วมของสามีภรรยาจึงเป็นเรื่องสมควรอยู่แล้ว
หัวหน้าคณะผู้พิพากษากล่าวต่อว่า
“จากคำแถลงของทั้งสองฝ่าย องค์คณะผู้พิพากษาขอสรุปประเด็นพิจารณาในคดีนี้ดังนี้”
หนึ่ง ข้อเท็จจริงและเหตุผลตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์รับฟังได้หรือไม่ และคำขอดังกล่าวควรได้รับการสนับสนุนหรือไม่
สอง การที่โจทก์และจำเลยดำเนินการจดทะเบียนสมรสกันนั้น จำเลยทั้งสองมีพฤติการณ์อันเป็นการฉ้อฉลหรือไม่
สาม ข้อเท็จจริงและเหตุผลที่จำเลยที่หนึ่งยกขึ้นเป็นฐานในการฟ้องแย้งรับฟังได้หรือไม่ และคำฟ้องแย้งดังกล่าวควรรับไว้พิจารณาหรือไม่
“ต่อไปเข้าสู่ขั้นตอนการนำพยานหลักฐานและซักค้านพยานหลักฐาน” หัวหน้าคณะผู้พิพากษากล่าว “เริ่มจากฝ่ายโจทก์นำพยานหลักฐานก่อน”
สายตาของทุกคนในห้องพิจารณาคดีต่างจับจ้องไปที่หลี่หางซึ่งนั่งอยู่ฝั่งโจทก์
ก่อนเปิดศาล มี่รุ่ยไม่เคยชี้แจงหรืออธิบายเรื่องนี้บนอินเทอร์เน็ตเลยตั้งแต่ต้นจนจบ
ในสายตาชาวเน็ต แม้มี่รุ่ยจะอ้างว่าตัวเองถูกหลอก แต่ทั้งหมดก็เป็นเพียงคำบอกเล่าปากเปล่า
ไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือใด ๆ
ดังนั้นคนที่กำลังรับชมการพิจารณาคดีครั้งนี้ในตอนนี้ จึงล้วนอยากรู้มาก
หลี่หางจะนำหลักฐานอะไรออกมาพิสูจน์ให้มี่รุ่ยกันแน่?
ภายใต้สายตาของผู้คนมากมาย หลี่หางลุกขึ้นยืนแล้วกล่าวว่า
“ระหว่างที่เฝิงหลินฮ่าวคบหากับมี่รุ่ย เขาระมัดระวังมากจริง ๆ ไม่ทิ้งภาพถ่ายคู่ใด ๆ ไว้ และเวลาแชตกับมี่รุ่ย เขาก็ใช้บัญชีวีแชตสำรองของตนเอง”
“แต่ถึงอย่างไร ช่วงเวลาหลายเดือนที่ทั้งสองคบหากันก็เกิดขึ้นจริง เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ทิ้งร่องรอยใด ๆ ไว้เลย”
“ท่านหัวหน้าคณะผู้พิพากษา หลักฐานชิ้นที่หนึ่งที่ฝ่ายเราขอนำเสนอ คือวิดีโอเต้นหนึ่งคลิปที่เฝิงหลินฮ่าวโพสต์บนแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นแห่งหนึ่ง ความยาวสิบสี่วินาที หลักฐานชิ้นนี้สามารถพิสูจน์ได้ว่า เฝิงหลินฮ่าวกับมี่รุ่ยมีข้อเท็จจริงเรื่องการอยู่ร่วมกันจริง”
“ฝ่ายเราขอให้เปิดวิดีโอนี้ในศาลครับ” หลี่หางกล่าว
“อนุญาต” หัวหน้าคณะผู้พิพากษาพยักหน้า แล้วส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ศาลเปิดวิดีโอนี้
เจ้าหน้าที่ศาลจัดการอุปกรณ์ หน้าจอเริ่มแสดงวิดีโอเต้นของเฝิงหลินฮ่าว
วิดีโอสั้นที่มีความยาวเพียงสิบสี่วินาที แทบจะเล่นจบลงก่อนที่ชาวเน็ตจะทันตั้งตัวเสียอีก
[นี่ไม่ใช่วิดีโอชาเลนจ์เต้นที่เฝิงหลินฮ่าวลงในโต่วอินเหรอ? ตอนนั้นขึ้นชาร์ตยอดนิยมด้วย ฉันไม่ใช่แฟนคลับเขา ยังเคยไถเจอคลิปนี้เลย]
[ฉันจำได้ว่ายอดกดถูกใจน่าจะทะลุล้านใช่ไหม ยังไงตั้งแต่เขาถ่ายคลิปสั้นนี้จบ วงการบันเทิงก็เริ่มมีกระแสชาเลนจ์เต้นท่านี้ ช่วงนั้นฉันไถเจอคลิปแบบนี้ทีไร กดรายงานทันทีทุกครั้ง]
[ฉันดูจบแล้ว แล้วยังไงต่อ? งงเป็นไก่ตาแตกเลย คลิปนี้มันพิสูจน์ได้ยังไงว่าพวกเขาอยู่ด้วยกัน? มโนกันไปเองหรือเปล่า]
[ยอดดูคลิปนี้ทะลุร้อยล้านแล้วนะ ถ้ามีอะไรผิดปกติ แฟนคลับคงเห็นตั้งนานแล้วไหม จะเป็นไปได้ยังไงที่ไม่มีใครเจอ]
[เชื่อทนายหลี่ เขาไม่เคยยื่นหลักฐานไร้ประโยชน์]
ในห้องไลฟ์ถ่ายทอดสดการพิจารณาคดี ท่าทีต่อหลักฐานชิ้นนี้แทบทั้งหมดล้วนเป็นความสงสัย
ในวิดีโอ เฝิงหลินฮ่าวสวมชุดลำลอง ยืนอยู่หน้ากำแพงสีขาวล้วน และเต้นตามจังหวะดนตรี
บนพื้นปูพรมขนฟูสีขาวผืนหนึ่ง
ในฉากหลังไม่เห็นของใช้ในชีวิตประจำวันหรือเฟอร์นิเจอร์ใด ๆ เลย
ดังนั้นเวลาคนทั่วไปดูวิดีโอนี้ ความสนใจจึงมักไปอยู่ที่ตัวเฝิงหลินฮ่าวเท่านั้น
เพราะฉากหลังของวิดีโอทั้งคลิปไม่มีอะไรให้น่าจับตามองจริง ๆ
ต่อให้มีคนเปิดวิดีโอนี้ดูซ้ำไปซ้ำมา ตรวจทีละเฟรม
ก็ยากมากที่จะมองออกว่ามันเกี่ยวข้องกับมี่รุ่ยตรงไหน
……
หลี่หางกล่าวต่อว่า
“ขอให้ทุกท่านสังเกตพรมสีขาวผืนนี้ในวิดีโอครับ”
หลี่หางชี้ไปยังรายละเอียดบนหน้าจอ แล้วแถลงต่อศาล
“สถานที่ที่เฝิงหลินฮ่าวถ่ายวิดีโอ แท้จริงแล้วคือมุมหนึ่งภายในอะพาร์ตเมนต์ของมี่รุ่ย เฝิงหลินฮ่าวจงใจเลือกสถานที่นี้ เพราะผนังสีขาวและพรมสีขาวดูเรียบง่ายมาก ไม่ทำให้ใครสงสัย”
“ขอให้ดูภาพถัดไป นี่คือรูปถ่ายหนึ่งรูปที่มี่รุ่ยโพสต์ในโมเมนต์ส่วนตัว สถานที่ทั้งสองแห่งเหมือนกันทุกประการ อีกทั้ง…”
หลิวเฟิงพูดขัดหลี่หางขึ้นมา
“ผมขอคัดค้านครับ”
“ทนายหลี่ เรื่องเสื้อผ้า นาฬิกา หรือของใช้ในชีวิตประจำวันที่เป็นรุ่นเดียวกันของเฝิงหลินฮ่าวกับมี่รุ่ย สิ่งเหล่านี้เคยถูกพูดคุยบนอินเทอร์เน็ตมารอบหนึ่งแล้ว”
“เฝิงหลินฮ่าวในฐานะดาราที่มีแฟนคลับเป็นสิบล้าน ตัวเขาเองมีอิทธิพลของคนดังติดตัวอยู่แล้ว หนึ่งในพฤติกรรมของแฟนคลับที่ติดตามเขา ก็คือการซื้อของรุ่นเดียวกับเขาจำนวนมาก แม้แต่เครื่องดื่มที่เขาดื่มเป็นประจำก็ยังมีคนซื้อตาม ของเหมือนกันจึงไม่สามารถพิสูจน์ได้เลยว่าเฝิงหลินฮ่าวกับมี่รุ่ยมีความสัมพันธ์กัน”
“ส่วนพรมผืนนี้ในวิดีโอ ผมเชื่อว่าแฟนคลับของเฝิงหลินฮ่าว น่าจะมีกันคนละผืนแล้วใช่ไหมครับ”
คำพูดของหลิวเฟิงได้รับการยอมรับจากผู้คนในที่นั่งผู้ฟัง
จริงอยู่ หากหลักฐานชิ้นนี้นำไปใช้กับคนทั่วไป อาจยังพอมีน้ำหนักโน้มน้าวอยู่บ้าง
แต่เฝิงหลินฮ่าวเป็นดารา
และยังเป็นดาราดังมากอีกด้วย
ของรุ่นเดียวกับดาราไม่อาจใช้คำว่าพบเห็นได้บ่อยมาอธิบายได้แล้ว
เรียกได้ว่าระบาดเต็มไปหมดด้วยซ้ำ