- หน้าแรก
- ระบบจับคู่รัก เป็นทนายหย่าแท้ ๆ ทำไมเอาแต่จับคู่ให้ชาวบ้าน
- บทที่ 75 ส่งสายตาให้ ไปตีความเอาเอง
บทที่ 75 ส่งสายตาให้ ไปตีความเอาเอง
บทที่ 75 ส่งสายตาให้ ไปตีความเอาเอง
บทที่ 75 ส่งสายตาให้ ไปตีความเอาเอง
“เนื่องจากจำเลย จ้าวชิวลู่ ได้หลอกลวงให้คู่กรณีฝ่ายเราไปจดทะเบียนหย่า ดังนั้น ฝ่ายเราจึงมีคำร้องดังต่อไปนี้”
“ขอให้ศาลเพิกถอน ‘ข้อตกลงหย่า’ ของทั้งสองฝ่าย วินิจฉัยว่าข้อตกลงเกี่ยวกับการแบ่งทรัพย์สินในข้อตกลงดังกล่าวเป็นโมฆะ และให้แบ่งทรัพย์สินสมรสร่วมกันใหม่อีกครั้ง พร้อมทั้งมีคำพิพากษาให้จ้าวชิวลู่คืนเงินจำนวนสี่ล้านหยวนแก่ตู้จื่อเถิง!”
ประธานองค์คณะกระแอมเบา ๆ แล้วถามว่า
“ฝ่ายโจทก์ มีอะไรจะเพิ่มเติมจากคำฟ้องหรือไม่”
ตู้จื่อเถิงส่ายหน้า ตอบว่า
“ไม่มีอะไรเพิ่มเติมครับ”
ประธานองค์คณะกล่าวเสียงขรึมว่า
“ต่อไป ให้ฝ่ายจำเลยแถลงคำให้การ”
หงเชินลี่จัดเสื้อผ้าและเส้นผมของตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะลุกขึ้นยืน
“ท่านประธานองค์คณะ ท่านผู้พิพากษา ดิฉันคือหงเชินลี่ ทนายความตัวแทนของจำเลย จ้าวชิวลู่”
“สำหรับคำฟ้องของทนายฝ่ายโจทก์ ฝ่ายเราขอยื่นคำให้การดังนี้”
“คำฟ้องของฝ่ายโจทก์ เป็นเรื่องเหลวไหลที่บิดเบือนความจริงโดยสิ้นเชิง!”
“ฝ่ายเรามีความจำเป็นต้องชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดต่อท่านประธานองค์คณะ ท่านผู้พิพากษา ผู้เข้าฟังการพิจารณาคดี รวมถึงชาวเน็ตจำนวนมากที่กำลังรับชมการถ่ายทอดสดการพิจารณาคดีอยู่ในขณะนี้!”
หงเชินลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นทุกถ้อยคำ
ถ้าหลี่หางไม่รู้ความจริงมาก่อน เพียงแค่ฟังน้ำเสียงและท่าทางของหงเชินลี่ในตอนนี้ เขาอาจถูกอีกฝ่ายข่มจนเผลอเชื่อไปแล้วจริง ๆ
หงเชินลี่กล่าวต่อไปว่า
“โจทก์และจำเลยรู้จักกันผ่านการแนะนำของผู้อื่น ก่อนแต่งงาน ทั้งสองฝ่ายไม่ได้มีการทำความรู้จักหรือสานสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งนัก ไม่นานก็จดทะเบียนสมรสกัน พื้นฐานความรักจึงค่อนข้างเปราะบาง”
“แต่ถึงอย่างนั้น หลังแต่งงาน จำเลยจ้าวชิวลู่ก็ยังทำหน้าที่ดูแลครอบครัวอย่างเต็มความสามารถ อดทนทำงานหนักโดยไม่ปริปากบ่น ไม่เคยละเลยแม้แต่น้อย”
“เธอตั้งครรภ์ด้วยความยากลำบากนานเก้าเดือน และให้กำเนิดบุตรสาวแก่โจทก์ ตู้จื่อเถิง”
“ไม่ว่าจะในฐานะภรรยา หรือในฐานะแม่ จำเลยก็พยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเท่าที่ตัวเองจะทำได้”
“ทว่า ความอดทนอดกลั้นของจ้าวชิวลู่ สิ่งที่ได้รับกลับมาไม่ใช่ความเข้าใจจากตู้จื่อเถิง แต่เป็นการทะเลาะที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ”
“ตู้จื่อเถิงมักมีปากเสียงกับจ้าวชิวลู่เพราะเรื่องเล็กน้อยในชีวิตประจำวันอยู่เสมอ ทุกครั้งจ้าวชิวลู่เป็นฝ่ายอดทนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยอมให้ตัวเองเสียเปรียบ ยอมประนีประนอมถอยให้ เพียงเพราะหวังให้บรรยากาศในครอบครัวสงบสุข”
“แต่ตู้จื่อเถิงไม่เคยควบคุมอารมณ์ของตัวเอง มักหาเรื่องทะเลาะฝ่ายเดียวโดยไร้เหตุผลอยู่บ่อยครั้ง”
“จ้าวชิวลู่คำนึงถึงการเติบโตของลูกสาว หวังให้ลูกสาวได้เติบโตในครอบครัวที่สมบูรณ์ จึงไม่เคยเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอหย่ามาโดยตลอด”
“เมื่อปีที่แล้ว หลังจากทั้งสองทะเลาะกันอย่างรุนแรงครั้งหนึ่ง จ้าวชิวลู่ก็สิ้นหวังอย่างแท้จริง และตัดสินใจยื่นเรื่องหย่า”
“เพื่อให้ลูกสาวได้รับการศึกษาที่ดีกว่าเดิม จ้าวชิวลู่จึงหวังว่าจะหย่าให้เร็วที่สุด ส่วนเรื่องที่เธอพูดคุยกับตู้จื่อเถิงเกี่ยวกับการซื้อบ้านในเขตโรงเรียนนั้น ก็เป็นการคิดเผื่อชีวิตหลังหย่า”
“ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันเรื่องสิทธิเลี้ยงดูบุตรหลังหย่าและการแบ่งทรัพย์สิน จากนั้นจึงลงนามใน ‘ข้อตกลงหย่า’”
“ดังนั้น ข้อตกลงหย่าฉบับนี้จึงลงนามขึ้นภายใต้เจตนาหย่าที่แท้จริงโดยสมบูรณ์! ตู้จื่อเถิงเองก็สมัครใจมอบเงินสี่ล้านหยวนให้ เพื่อเป็นหลักประกันการใช้ชีวิตในอนาคตของภรรยาและลูกสาว!”
“หาใช่เป็นไปตามที่ทนายฝ่ายโจทก์หลี่หางกล่าวอ้าง ว่าจำเลยจ้าวชิวลู่หลอกลวงให้ตู้จื่อเถิงลงนามแต่อย่างใด!”
“ดังนั้น ฝ่ายเราจึงเห็นว่า ข้อตกลงหย่าฉบับนี้มีผลโดยชอบและแท้จริง!”
หลังหงเชินลี่กล่าวจบ เธอก็สูดลมหายใจลึก ก่อนจะนั่งลง
คำให้การเมื่อครู่ เธอคิดว่าตัวเองทำได้ไม่เลว
อารมณ์เต็มเปี่ยม ความหมายชัดเจน
น่าจะช่วยให้จ้าวชิวลู่ได้รับความเห็นใจและความรู้สึกดีจากผู้พิพากษาได้บ้าง
และภายนอกห้องพิจารณาคดี คอมเมนต์ในห้องไลฟ์ก็ถกเถียงกันอย่างดุเดือดเช่นกัน
[คำพูดของสองคนนี้มันคนละเวอร์ชันกันเลยนะ คนหนึ่งบอกว่าเป็นการหย่าหลอก ๆ ข้อตกลงกับเงินที่ให้ไปก็เป็นของปลอม อีกคนบอกว่าข้อตกลงเป็นเรื่องจริง สรุปควรเชื่อใครดี]
[ถ้าตามคำพูดของฝ่ายหญิง ก็คือฝ่ายชายเซ็นข้อตกลงหย่าไปแล้วมาเสียใจทีหลังสินะ คงรู้สึกว่าให้เงินเยอะไปละมั้ง ไม่มีรสนิยมเลยจริง ๆ]
[ต้องเชื่อฝ่ายหญิงอยู่แล้ว เธอจะมีเหตุผลอะไรต้องหย่าหลอก ๆ แล้วเลี้ยงลูกคนเดียวล่ะ ก็คงอยู่ด้วยกันต่อไม่ไหวจริง ๆ นั่นแหละ]
[ดูผู้ชายฝ่ายโจทก์คนนั้นสิ สายตาน่ากลัวมาก เหมือนจะจ้องผู้หญิงให้ตายคาที่เลย ยังกล้าบอกอีกว่าก่อนหย่าความสัมพันธ์สามีภรรยายังปรองดองกัน ใครจะเชื่อ]
[พูดจริงนะ ทนายหลี่หางคราวนี้น่าจะสะดุดจริง ๆ แล้ว เมื่อกี้ฉันลองไปค้นคดีหย่าที่ประธานองค์คณะคนนี้เคยพิจารณามา สิบคดีมีเก้าคดีที่ตัดสินให้ฝ่ายหญิงชนะ แนวโน้มชัดเจนเกินไปแล้ว ส่งสายตาให้ ไปตีความกันเอาเอง]
[หลี่หางชอบรับว่าความให้ฝ่ายที่ดูไม่มีทางชนะอยู่เรื่อย ชอบท้าทายความยากก็ต้องเตรียมใจแพ้ไว้ด้วย ฮ่า ๆๆๆ]
……
เวลานี้ สีหน้าของหลี่หางยังคงสงบนิ่ง
ประเด็นหลักในคำให้การของหงเชินลี่ แทบไม่ต่างจากที่เขาคาดการณ์ไว้
พวกเธอจะต้องหยิบ “หลักฐาน” บางอย่างออกมา เพื่อพิสูจน์ว่าความสัมพันธ์สมรสของทั้งสองฝ่ายไม่ลงรอยกัน ความรักแตกหัก จึงนำไปสู่การหย่า
ประธานองค์คณะกล่าวว่า
“ต่อไป เข้าสู่ขั้นตอนตรวจสอบพยานหลักฐานเกี่ยวกับข้อเท็จจริงของคดี”
“ก่อนการพิจารณาคดีครั้งนี้ คู่ความทั้งสองฝ่ายได้ดำเนินการแลกเปลี่ยนพยานหลักฐานตามขั้นตอน และได้ส่งมอบบัญชีพยานหลักฐานเรียบร้อยแล้ว”
“เริ่มจากฝ่ายโจทก์ ให้ชี้แจงพยานหลักฐานตามลำดับหมายเลขที่ระบุไว้ในบัญชีพยานหลักฐานซึ่งยื่นไว้ก่อนการพิจารณาคดี”
ประธานองค์คณะใช้สายตาส่งสัญญาณให้หลี่หางเริ่มยื่นพยานหลักฐาน
หลี่หางกล่าวเสียงขรึมว่า
“ฝ่ายเราขอยื่นพยานหลักฐานต่อศาลดังต่อไปนี้”
“พยานหลักฐานรายการแรก คือบันทึกการสนทนาระหว่างโจทก์และจำเลย เพื่อพิสูจน์ว่าทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยเรื่องการซื้อบ้านในเขตโรงเรียนและการลงนามในข้อตกลงหย่า ภายใต้เงื่อนไขของการหย่าหลอก ๆ จริง”
หลักฐานที่หลี่หางนำออกมา ก็คือบันทึกแชตชุดที่ตู้จื่อเถิงเคยให้เขาดูมาก่อนหน้านี้
……
“ผมขอให้ท่านประธานองค์คณะและท่านผู้พิพากษา โปรดให้ความสนใจกับประโยคสำคัญบางประโยคในนั้น”
“ประโยคแรก คือจ้าวชิวลู่เป็นฝ่ายเอ่ยถึงการหย่าเพื่อรับสิทธิพิเศษในการซื้อบ้านก่อน โดยเธอกล่าวว่า ‘เรื่องนโยบายซื้อบ้าน ฉันไปถามมาแล้ว... ขอแค่เราหย่ากันหลังจากนั้น... เงินดาวน์ก็ใช้แค่สามสิบเปอร์เซ็นต์’”
“ต่อมา ขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังปรึกษากันว่าจะซื้อบ้านในเขตโรงเรียนหลังไหน จ้าวชิวลู่กล่าวว่า ‘ต่อไปยังต้องอยู่ด้วยกันอีกหลายปี จ่ายเพิ่มอีกหลายล้านก็ไม่ขาดทุนหรอก’”
“ประโยคที่ว่า ต่อไปยังต้องอยู่ด้วยกัน แสดงให้เห็นว่าทั้งสองฝ่ายยังมีแผนจะอยู่อาศัยร่วมกันหลังจากนั้น การหย่าจึงเป็นเพียงการหย่าหลอก ๆ”
“นอกจากนี้ ตู้จื่อเถิงยังกล่าวว่า ‘ฉันยังไม่ได้บอกพ่อแม่ว่าเราจะหย่าหลอก ๆ เพื่อซื้อบ้านเขตโรงเรียน’ สำหรับประโยคนี้ จ้าวชิวลู่ไม่ได้โต้แย้งเลยแม้แต่น้อย แต่กลับชี้แนะตู้จื่อเถิงว่าควรปกปิดเรื่องการหย่าหลอก ๆ กับพ่อแม่อย่างไร”
ประธานองค์คณะถามว่า
“ให้เจ้าพนักงานศาลนำพยานหลักฐานที่ฝ่ายโจทก์ยื่นส่งให้ฝ่ายจำเลย ฝ่ายจำเลยมีข้อโต้แย้งต่อพยานหลักฐานที่ฝ่ายโจทก์ยื่นหรือไม่”
“ท่านประธานองค์คณะ ดิฉันมีข้อโต้แย้งค่ะ”
จ้าวชิวลู่เอ่ยปาก
เธอกับหงเชินลี่สบตากันด้วยสายตาเปี่ยมความมั่นใจ
ทั้งสองคนรู้อยู่ก่อนแล้วว่าตู้จื่อเถิงจะต้องนำบันทึกแชตวีแชตออกมาเป็นหลักฐาน
และพวกเธอก็คิดคำอธิบายรับมือเรื่องนี้เอาไว้แล้วเช่นกัน
จ้าวชิวลู่กล่าวอย่างเจ้าเล่ห์ว่า
“ดิฉันไม่มีข้อโต้แย้งต่อความจริงแท้ของบันทึกแชตฉบับนี้ ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ปี 2023 พวกเราเคยพิจารณาเรื่องการหย่าหลอก ๆ เพื่อซื้อบ้านจริง”
“แต่บันทึกแชตชุดนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนการหย่าถึงครึ่งเดือน! มันไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า ตอนที่พวกเราไปจดทะเบียนหย่า พวกเรายังคงมีความคิดแบบนั้นอยู่!”
“ระหว่างที่ปรึกษาเรื่องนี้ ตู้จื่อเถิงทะเลาะกับดิฉันอีกครั้งเพราะปัญหาเรื่องเงินดาวน์บ้าน!”
“การทะเลาะครั้งนั้น ทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเราที่เดิมทีก็ใกล้พังทลายอยู่แล้ว แตกหักลงอย่างสมบูรณ์!”
“ดังนั้น สุดท้ายพวกเราจึงตัดสินใจปล่อยกันและกันไป และไม่คิดจะทำเรื่องหย่าหลอก ๆ อะไรอีกแล้ว พวกเราตกลงกันว่า จะหย่ากันจริง ๆ!”