- หน้าแรก
- ระบบจับคู่รัก เป็นทนายหย่าแท้ ๆ ทำไมเอาแต่จับคู่ให้ชาวบ้าน
- บทที่ 29 ก็แค่ดวงธรรมดา ๆ เท่านั้นเอง
บทที่ 29 ก็แค่ดวงธรรมดา ๆ เท่านั้นเอง
บทที่ 29 ก็แค่ดวงธรรมดา ๆ เท่านั้นเอง
บทที่ 29 ก็แค่ดวงธรรมดา ๆ เท่านั้นเอง
น้ำเสียงของชายคนนั้นฟังดูคับข้องใจมาก
“ไม่มีนะครับ! พวกเราก็แค่ปล่อยให้เรื่องมันเป็นไปตามบรรยากาศ ทุกอย่างเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ใครจะไปรู้ว่าเธอจะหันกลับมาใส่ร้ายผมแบบนั้น”
“ถ้าเธอไม่มีหลักฐาน คุณก็สามารถฟ้องกลับในข้อหาแจ้งความเท็จหรือใส่ร้ายป้ายสีได้ครับ”
[ฟ้องเธอเลย! ให้เธอได้ลิ้มรสความร้ายกาจบ้าง]
[ถ้าเป็นฉัน ฟ้องให้ตายกันไปข้าง ต้องเอาคืนให้หายแค้น]
[ฟ้องได้ก็จริง แต่อย่าฟ้องไปฟ้องมาแล้วกลายเป็นส่งตัวเองเข้าไปแทนนะ]
...
ก่อนจะจบไลฟ์ หลี่หางเหลือบดูข้อมูลการไลฟ์ของวันนี้
ผู้ติดตามเพิ่มขึ้นหนึ่งแสนคน ยอดกดถูกใจเกินห้าสิบล้าน
ความนิยมแบบเรียลไทม์บนแพลตฟอร์มโต่วหยาอยู่อันดับหนึ่ง
อาจเป็นเพราะเคสที่เข้ามาปรึกษาในห้องไลฟ์วันนี้แต่ละเคสแปลกประหลาดเกินไป
คนที่เข้ามาดูความสนุกในห้องไลฟ์จึงยิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ
[สตรีมเมอร์ เมื่อไหร่จะไปทอดแพนเค้กที่มุมหาคู่อีก]
[ทำไมสตรีมเมอร์แนะนำคู่ให้ใคร ก็สำเร็จเป็นคู่ ๆ ไปหมดเลยล่ะ?]
[หรือเขาจะเป็นอัจฉริยะจริง ๆ]
[คนที่ยังไม่เคยแต่งงาน ช่วยแนะนำคู่ให้ได้ไหม?]
[ไม่ได้ นายต้องไปหย่ามาก่อน ถึงจะกลายเป็นลูกค้าเป้าหมายของทนายหลี่]
“ไม่มีอะไรมากหรอกครับ ก็แค่ดวงธรรมดา ๆ เท่านั้นเอง เจอกันไลฟ์หน้าครับ บ๊ายบาย!”
หลี่หางกล่าวลาผู้ชมในห้องไลฟ์ แล้วปิดไลฟ์ลง
พอพูดถึงเรื่องนี้
หลี่หางเองก็เคยใช้ระบบคำนวณวาสนาคู่ครองของตัวเองลองคำนวณดัชนีความสุขของคนอื่นมาแล้วจริง ๆ
จากประสบการณ์ก่อนหน้านี้ของเขา
แค่กรอกชื่อของคนสองคนลงไป
ก็สามารถรู้ดัชนีความสุขของทั้งคู่ได้
ยกตัวอย่างเช่น คู่สามีภรรยาดาราที่กำลังโด่งดังอยู่ในตอนนี้
ตอนว่าง ๆ เขาก็เคยลองคำนวณเล่น ๆ
ผลออกมาว่าดัชนีความสุขมีแค่สี่สิบกว่าคะแนนเท่านั้น
แต่ต่อหน้าผู้คนกลับทำเหมือนครอบครัวอบอุ่น ชีวิตแต่งงานมีความสุข
ไม่แน่ว่าวันไหนสักวัน อาจถูกปาปารัสซีแฉออกมาก็ได้ว่าสองคนนี้หย่ากันไปแล้ว
วันรุ่งขึ้น ตอนหลี่หางมาถึงสำนักงานกฎหมาย
เขาบังเอิญได้ยินทนายใหม่คนหนึ่งกำลังคุยกับลู่จี้หมิงพอดี
เมื่อเห็นหลี่หางมา ลู่จี้หมิงก็โบกมือเรียก
“เซียวจวิน นายลองถามทนายหลี่ดูดีกว่า เรื่องนี้เขามีประสบการณ์มากกว่าฉัน”
“พวกคุณคุยเรื่องอะไรกันอยู่ครับ?” หลี่หางถาม
“อ้อ คือเซียวจวินเองก็อยากแนะนำคู่ให้ลูกค้าเก่าของเขาน่ะ” ลู่จี้หมิงตอบ
“มีข้อมูลไหมครับ ขอดูหน่อยได้ไหม”
หลี่หางหันไปถามเซียวจวิน
เซียวจวินดูเหมือนไม่ค่อยเต็มใจนัก เขาเม้มปากเล็กน้อย
แต่สุดท้ายก็ยังยื่นเอกสารข้อมูลสองชุดให้หลี่หาง
“นี่ครับ สองคนนี้แหละ ผมอยากแนะนำให้พวกเขารู้จักกัน ดูแล้วรู้สึกว่าน่าจะเหมาะกันดี”
หลี่หางรับมา แล้วเปิดดูข้อมูลทั้งสองชุด
คนหนึ่งชื่อเสิ่นคุน เป็นพนักงานบริษัทธรรมดาคนหนึ่ง
อดีตภรรยาเคยกล่าวหาว่าเขาใช้ความรุนแรงในครอบครัวและต้องการหย่า แต่สุดท้ายเพราะหลักฐานไม่เพียงพอ ศาลจึงไม่ได้พิพากษาให้หย่า
ภายหลังทั้งสองคนจึงหย่ากันด้วยข้อตกลง
อดีตภรรยาไม่เรียกร้องอะไรเลย ออกจากบ้านตัวเปล่า
อีกคนชื่อจางถิง เป็นครูอนุบาล
เธอหย่าเพราะอดีตสามีนอกใจ
ถ้ามองแค่อายุ รูปลักษณ์ และเงื่อนไขต่าง ๆ ของทั้งสองคน ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรจริง ๆ
เซียวจวินเองก็คิดแบบนั้น
ดังนั้นเขาจึงตั้งใจจะแนะนำเสิ่นคุนให้จางถิงรู้จัก
เพราะครั้งก่อนเขาเห็นลู่จี้หมิงจับคู่สำเร็จไปหนึ่งคู่
แถมยังได้ซองแดงก้อนโต ทำให้เขาอดตาร้อนไม่ได้
เขาคิดว่าตัวเองก็น่าจะได้ซองแดงสักก้อนเหมือนกัน
เงินก้อนนั้นเท่ากับเงินเดือนของเขาหลายเดือนเลยทีเดียว
อีกอย่าง จากที่เห็นมา การแนะนำคู่ของสำนักงานกฎหมายครั้งก่อน ๆ ก็สำเร็จเป็นพิเศษทุกครั้ง
หลี่หางเรียกหน้าต่างระบบคำนวณวาสนาคู่ครองขึ้นมาในใจทันที
[วันเกิด]: ปฏิทินสุริยคติ วันที่ 8 มกราคม 1994 เวลา 08:00-08:59 น.
[วันเกิด]: ปฏิทินสุริยคติ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 1995 เวลา 06:00-06:59 น.
[ดัชนีความสุข]: -10 คะแนน
[ขอดูหน่อยเถอะว่าใครใจร้ายขนาดนี้ ถึงคิดจะจับคู่สองคนนี้เข้าด้วยกัน? ปล่อยจางถิงไปเถอะ! เสิ่นคุนมีแนวโน้มใช้ความรุนแรง อยู่กับเขาไม่มีทางมีความสุข]
พอหลี่หางเห็นคะแนนนี้ ก็อดประหลาดใจไม่ได้
นี่เป็นครั้งแรกที่คะแนนออกมาติดลบ
อีกทั้งจากข้อมูลในเอกสาร
เสิ่นคุนเคยถูกฟ้องเรื่องใช้ความรุนแรงในครอบครัว แต่เพราะไม่มีหลักฐาน ข้อกล่าวหาจึงไม่เป็นผล
แล้วทำไมระบบถึงให้คำประเมินแบบนี้ออกมา?
สิ่งที่ระบบพูดน่าจะเป็นความจริง
ไม่เกี่ยวกับผลของคดี
อย่างไรเสีย ในแต่ละปีมีคดีหย่าร้างจากปัญหาความรุนแรงในครอบครัวมากมาย
ไม่ใช่ทุกคดีที่จะสามารถเปิดเผยความจริงออกมาได้ทั้งหมด
“เป็นยังไงครับทนายหลี่?” เซียวจวินถามอย่างร้อนใจ
“เสิ่นคุนคนนี้ไม่ใช่เคยถูกอดีตภรรยาฟ้องเรื่องใช้ความรุนแรงในครอบครัวเหรอครับ? คุณเอาเขาไปแนะนำให้คนอื่น ผมว่าไม่ค่อยเหมาะเท่าไร”
หลี่หางพูดอย่างอ้อมค้อม
เพราะอย่างไรเขาก็ไม่รู้จักเสิ่นคุนตัวจริง
เป็นไปไม่ได้ที่จะชี้ขาดจากเอกสารเพียงชุดเดียวว่าเขาเคยทำแบบนั้นจริง
ถ้าพูดออกไปตรง ๆ ก็คงดูน่าสงสัยเกินไป
ดังนั้นเขาจึงเลือกใช้วิธีพูดให้สุภาพ เพื่อให้เซียวจวินล้มเลิกความคิดนี้
“นั่นเป็นอดีตภรรยาเขาใส่ร้ายนะครับ คดีนั้นสุดท้ายเราชนะ ศาลก็วินิจฉัยแล้วว่าเขาไม่มีพฤติกรรมใช้ความรุนแรงในครอบครัว” เซียวจวินกล่าว
คดีนั้นเป็นคดีที่เขารับผิดชอบเอง
คู่ความก็บอกว่าเขาไม่ได้ใช้ความรุนแรง
อีกทั้งโจทก์ หรือก็คืออดีตภรรยาของเสิ่นคุน
ก็ไม่สามารถนำหลักฐานที่มีผลจริง ๆ ออกมาได้
ในฐานะทนายความ ทำไมทนายหลี่ถึงอ้าปากมาก็พูดว่าเขาใช้ความรุนแรงในครอบครัว?
“การไม่มีหลักฐานมีได้หลายสาเหตุ แน่นอนว่าอาจเป็นเพราะไม่ได้มีการใช้ความรุนแรงจริง ๆ ก็ได้ แต่เพื่อความปลอดภัย ผมแนะนำว่าคุณอย่าเป็นพ่อสื่อให้คู่นี้ดีกว่า”
“หรือไม่อย่างนั้น ผมช่วยหาคนอื่นที่เหมาะกับคุณจางถิงให้ก็ได้ครับ”
เมื่อหลี่หางพูดจบ สีหน้าของเซียวจวินก็ดูไม่พอใจขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
คำพูดของหลี่หาง ในหูของเขาฟังดูมีเจตนาแอบแฝง
เหมือนอีกฝ่ายไม่อยากให้ลูกน้องของตัวเองไปแนะนำคู่ให้ลูกค้าที่หย่าแล้วบ้าง
กลัวว่าตัวเองจะถูกแย่งความโดดเด่นอย่างนั้นเหรอ?
กลัวว่าลูกน้องจะทำได้ดีกว่าตัวเอง?
หรือว่าเสียดายซองแดงค่าพ่อสื่อแค่นั้น?
แต่ถึงอย่างไร หลี่หางก็เป็นเจ้านาย
ดังนั้นเขาจึงไม่ได้แสดงออกชัดเจนเกินไป
“ไม่ต้องหรอกครับ ผมไม่แนะนำสองคนนี้ก็ได้”
เซียวจวินฝืนยิ้มเล็กน้อย แล้วกลับไปยังโต๊ะทำงานของตัวเอง
หลี่หางก็ไม่ได้สนใจเขาต่อ เดินกลับเข้าไปในห้องทำงานของตัวเอง
สีหน้าของเซียวจวินไม่ค่อยดีนัก เขานั่งหน้าขรึมอยู่ที่โต๊ะทำงาน คิดอยู่พักหนึ่ง
สุดท้ายก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ส่งข้อความไปหาต่งซิง
“ข้อมูลของเสิ่นคุน ฉันส่งให้นายแล้ว เขาตกลงจะพบกับคุณจางถิงลูกค้าของนาย ถ้าคุณจางเองก็ไม่มีปัญหา นายก็แนะนำให้พวกเขารู้จักกันได้เลย”
เซียวจวินกับต่งซิงรู้จักกันเมื่อหลายปีก่อนเพราะคดีหนึ่ง
เนื่องจากทั้งสองคนอยู่ในวงการทนายเหมือนกัน และต่างก็เชี่ยวชาญคดีหย่าร้าง
จึงยังติดต่อกันมาตลอด
ความจริงจางถิงเป็นลูกค้าของต่งซิง ไม่ใช่ลูกค้าของเซียวจวิน
จางถิงเองก็เพราะบังเอิญเลื่อนเจอวิดีโอของหลี่หางบนอินเทอร์เน็ต
จึงพบว่าการให้ทนายหย่าร้างช่วยแนะนำคู่ ดูเหมือนจะพอใช้ได้จริง
นับตั้งแต่เธอหย่า เธอก็ถูกคนทางบ้านเกิดเร่งให้แต่งงานใหม่อยู่ตลอด
คนที่ทางบ้านแนะนำมาให้ ไม่แก่เกินไป ก็ดูธรรมดาแต่มั่นหน้าเกินเหตุ
แต่ละคนมีปัญหาสารพัดรูปแบบ
ราวกับผู้หญิงที่เคยหย่ามาแล้วไม่คู่ควรกับผู้ชายดี ๆ อีกต่อไป
เพราะอย่างนั้นเธอจึงมาหาต่งซิง อยากขอให้เขาช่วยแนะนำคู่ดูตัวให้สักคน
แม้รอบตัวต่งซิงเองจะมีทนายคดีหย่าร้างอยู่มากมาย
แต่ต่งซิงไม่อยากให้คนอื่นในต้าเซิ่งรู้ว่าเขากำลังทำเรื่องแบบนี้
ดังนั้นเขาจึงไปหาเซียวจวิน
และรับปากว่า หากสำเร็จ
ซองแดงสุดท้ายจะแบ่งให้เซียวจวินครึ่งหนึ่ง
เซียวจวินจึงนึกถึงเสิ่นคุนในบรรดาลูกค้าของตัวเอง
อย่างไรเสีย ต้นสายปลายเหตุของคดีหย่าของเสิ่นคุนก็มีอยู่ในเอกสารทั้งหมดแล้ว
ข้อมูลก็ส่งให้ต่งซิงไปแล้วด้วย
จะแนะนำหรือไม่ ก็ให้ต่งซิงตัดสินใจเองแล้วกัน
อย่างไรเขาก็ไม่มีทางยอมทิ้งโอกาสหายากครั้งนี้เพราะคำพูดไม่กี่คำของหลี่หางแน่นอน
ต่งซิงตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว
“ฉันดูข้อมูลแล้ว ทุกด้านเหมาะสมมาก! เดี๋ยวฉันจะนัดให้พวกเขาเจอกัน รอฟังข่าวดีจากฉันได้เลย”