- หน้าแรก
- ระบบเซียนหุ้น: มีแค่ผมที่มองเห็นข้อมูลลับ!
- บทที่ 145 ภาระหน้าที่ในการทำลายความรักในสำนักงาน
บทที่ 145 ภาระหน้าที่ในการทำลายความรักในสำนักงาน
บทที่ 145 ภาระหน้าที่ในการทำลายความรักในสำนักงาน
บทที่ 145 ภาระหน้าที่ในการทำลายความรักในสำนักงาน
ตกกลางคืน ในโรงแรมหลงเฉวียนมีผู้คนมากมายนอนไม่หลับ
เฉินเซียวกำลังครุ่นคิดถึงสิ่งที่ต้องทำในวันพรุ่งนี้
หลินเยียนหรานนอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียง ยกขาสองข้างขึ้นแกว่งไปมากลางอากาศอย่างช้า ๆ ในหัวไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ แต่ที่แน่ ๆ ก็คือมุมปากของเธอกำลังยกยิ้มอยู่
ไม่นานนัก ซูถังก็โทรเข้ามา
หลินเยียนหรานรีบกดรับสายทันที
“ฮัลโหล? พี่ซูถังคะ?”
“อืม เรื่องของเจ้านายเป็นยังไงบ้างล่ะ?”
“ทุกอย่างราบรื่นดีค่ะ ไม่มีปัญหาอะไรเลย”
“ดีแล้วล่ะ ดูแลเจ้านายให้ดี ๆ นะ อย่ามัวแต่อู้ล่ะ”
“ฮิฮิ วางใจได้เลยค่ะพี่ซูถัง”
ซูถังครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหน้านี้ตอนที่ยังไม่ได้ย้ายออฟฟิศ เธอเคยถามเฉินเซียวว่าหลินเยียนหรานทำงานเป็นยังไงบ้าง ซึ่งก็ได้รับคำตอบสั้น ๆ ว่า ‘ก็ดีนะ’
“เยียนหราน”
“หา? มีอะไรเหรอคะพี่ซูถัง”
ซูถังยิ้มบาง ๆ “การที่เธอได้อยู่ตามลำพังกับเจ้านาย...... นี่มันเป็นโอกาสทองที่หาได้ยากเลยนะ รีบคว้าเอาไว้ให้ดี ๆ ล่ะ”
“......” หลินเยียนหราน
“ฉัน......”
ซูถังไม่ยอมปล่อยให้เธอได้ลังเล รีบยิงคำถามต่อทันที “เยียนหราน เธอชอบสเปกผู้ชายแบบไหนเหรอ?”
หลินเยียนหรานรู้สึกสับสนวุ่นวายใจไปหมด เมื่อก่อนเธอเคยแอบชอบรุ่นพี่สุดหล่อที่ชอบไปเล่นบาสจนเหงื่อท่วมตัวที่สนาม
แต่พอเรียนจบมา เธอกลับต้องมาเห็นภาพของอดีตชายในฝันที่ต้องยอมก้มหัวทำงานงก ๆ เพื่อหาเลี้ยงชีพ วัน ๆ เอาแต่เมาหยำเป พุงพลุ้ยเริ่มออก ใช้ชีวิตอย่างไม่มีจุดหมาย
ความฝันอันแสนโรแมนติกในวัยสาวของเธอก็พังทลายลงในพริบตา
จนกระทั่งเธอได้เข้ามาทำงานที่บริษัทเถิงเซียวแคปิตอล เธอถึงเพิ่งจะได้สัมผัสกับคำว่าผู้ชายที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของพีระมิด
เขาเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองสูงลิ่ว ทำอะไรก็ดูเป็นธรรมชาติไปหมด แถมยังมีอำนาจในการชี้ชะตาชีวิตของคนรอบข้างได้อีกด้วย
ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับอุปสรรคหรือปัญหาใด ๆ เขาก็สามารถก้าวผ่านมันไปได้อย่างง่ายดายด้วยความมั่นใจที่เต็มเปี่ยม
ทั้งสุขุม เยือกเย็น และลึกลับน่าค้นหา......
เมื่อเห็นว่าเธอตอบไม่ได้ ซูถังก็ยิ้มอย่างรู้ทัน ก่อนจะพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น
“เอาล่ะ พี่พูดแค่นี้แหละ ที่เหลือก็ลองเอาไปคิดดูเอาเองก็แล้วกันนะ”
พูดจบ เธอก็ชิงวางสายไปเสียก่อน
ซูถังยืนอยู่ที่ระเบียงห้องทำงานผู้จัดการทั่วไปของบริษัทเถิงเซียวแคปิตอล มุมปากของเธอยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นใบหน้าที่งดงามและเย้ายวนใจเป็นอย่างมาก
เพียงแต่ขอบตาที่ดำคล้ำและเส้นเลือดฝอยที่ตาขาว ก็บ่งบอกได้ถึงความเหนื่อยล้าของเธอได้อย่างชัดเจน
“เยียนหราน ภาระหน้าที่ในการทลายกำแพงกฎเหล็กเรื่องห้ามมีความรักในที่ทำงาน...... คงต้องฝากความหวังไว้ที่เธอแล้วล่ะนะ”
พูดจบ เธอก็หาวหวอด ๆ ก่อนจะกลับไปศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับบล็อกเชนและสกุลเงินดิจิทัลตามที่เฉินเซียวมอบหมายมาต่อไป
......
หลินเยียนหรานวางสายโทรศัพท์ด้วยความรู้สึกสับสนลังเล
เจ้านายก็ดีอยู่หรอกนะ แต่ติดตรงที่เขามีผู้หญิงเยอะเกินไปหน่อย......
แต่พอลองคิดดูดี ๆ ก็เพราะการที่เขามีผู้หญิงเยอะนี่แหละ เธอถึงพอจะมีโอกาสเข้าไปแทรกซึมได้......
ในค่ำคืนที่แสนจะโรแมนติกและเงียบสงบนี้ ในที่สุดลูกน้องสาวคนสวยที่พักอยู่ในโรงแรมแห่งเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ ก็รวบรวมความกล้าเดินไปเคาะประตูห้องพักของเจ้านายจนได้......
เฉินเซียวมองดูหลินเยียนหรานที่ยืนหน้าแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมาว่า “นี่มันดึกป่านนี้แล้ว มีอะไรเหรอ?”
“เอ่อ... ฉัน......”
ความกล้าที่อุตส่าห์รวบรวมมาตอนอยู่ในห้อง พอมารออยู่หน้าประตูกลับหายวับไปจนหมดสิ้น
หลินเยียนหรานบิดตัวไปมาด้วยความขวยเขิน ไม่สามารถรวบรวมคำพูดให้เป็นประโยคที่สมบูรณ์ได้เลย
ภายใต้สายตาที่จ้องมองมาของเฉินเซียว เธอรู้สึกกดดันเป็นอย่างมาก จนสุดท้ายก็โพล่งออกไปว่า “ฉันแวะมาดูว่าเจ้านายมีอะไรให้ฉันช่วยทำอีกไหมคะ”
เฉินเซียวเหลือบมองโทรศัพท์มือถือ “นี่มันตีหนึ่งครึ่งแล้วนะ จะมีงานอะไรให้ทำอีกล่ะ? หรือว่า...... เธอจะมาช่วยอุ่นเตียงให้ฉันล่ะ?”
ใบหน้าของหลินเยียนหรานแดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุกในทันที
เธอก้มหน้าลงต่ำ ก่อนจะกระซิบเสียงแผ่วเบาว่า “ดะ... ได้ไหมคะ?”
“......” เฉินเซียว
เขาใช้นิ้วจิ้มไปที่หน้าผากขาวเนียนของหลินเยียนหรานเบา ๆ “ในหัวเล็ก ๆ ของเธอเนี่ย วัน ๆ คิดแต่อะไรอยู่เนี่ย? รีบกลับไปนอนได้แล้ว พรุ่งนี้ต้องตื่นไปซื้อบ้านเป็นเพื่อนฉันอีกนะ”
“อ้อ”
หลินเยียนหรานถูกจิ้มหน้าผากจนต้องเดินถอยหลังไปสองก้าว เธอทำแก้มป่องตอบรับเสียงอ่อย
ก่อนจะเดินกลับห้องพักไปด้วยความรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
เฉินเซียวแสยะยิ้มกริ่ม
ทำไมเขาจะดูไม่ออกล่ะว่ายัยเด็กนี่กำลังคิดอะไรอยู่
แต่เรื่องผู้หญิงก็ส่วนเรื่องผู้หญิง ส่วนเรื่องงานก็ต้องแยกแยะให้ออกสิ
ถ้าอยากจะมีผู้หญิงเพิ่ม ก็หาได้ถมเถไปไม่ใช่เหรอ?
แต่ในการทำงานน่ะ พยายามอย่าเอาความรู้สึกส่วนตัวเข้าไปปะปนให้มากนักจะดีกว่า
เว้นเสียแต่ว่า......
จะทนไม่ไหวจริง ๆ น่ะนะ
......
แต่ทว่า คืนนี้เฉินเซียวก็ยังคงอดกลั้นเอาไว้ได้
เหตุผลแรกก็คือสภาพแวดล้อมที่ไม่ค่อยอำนวยเท่าไหร่ ส่วนเหตุผลที่สองก็คือเขายังมีเรื่องให้ต้องคิดอีกเยอะ ก็เลยไม่ได้มีอารมณ์อยากจะทำเรื่องพวกนั้นสักเท่าไหร่
ดังนั้น หลินเยียนหรานจึงสามารถเอาตัวรอดมาได้อย่างหวุดหวิด
เช้าวันรุ่งขึ้น เฉินเซียวถูกเสียงเคาะประตูของหวังลี่ปลุกให้ตื่นตั้งแต่เช้าตรู่
ก็เป็นเรื่องปกติแหละนะ กลับมาบ้านทีไรก็ไม่เคยได้นอนตื่นสายเลยสักครั้ง
เฉินเซียวจำใจต้องลุกจากเตียง ฟังเสียงแม่บ่นกระปอดกระแปดไปพลาง ทานอาหารเช้าไปพลาง
ถึงแม้ว่าโรงแรมแห่งนี้จะดูเก่าและซอมซ่อไปสักหน่อย แต่ต้องยอมรับเลยว่า อาหารเช้าของเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ รสชาติมันก็เหมือนกับในความทรงจำไม่มีผิดเลย
ข้าวที่ปลูกในดินดำนี่มันช่างหอมหวานและนุ่มนวลดีจริง ๆ
เฉินเซียวซัดข้าวต้มไปสองชาม กับซาลาเปาไส้หมูใบโตอีกห้าหกลูก ถึงได้ยอมวางตะเกียบลงด้วยความอิ่มเอมใจ
“เอิ๊ก~~”
“ป่ะ ไปภูเขาหลานซานกันเถอะ”
หวังลี่เอ่ยถามขึ้น “รถที่ลูกเช่ามา...... ยังไม่เอาไปคืนอีกเหรอ? วันนึงมันตั้งหลายตังค์เลยนะลูก”
“ไม่เป็นไรหรอกน่า พ่อยังไม่ค่อยแข็งแรง นั่งรถไปมามันก็สะดวกกว่าไงครับ”
“จะไปจำเป็นอะไรล่ะ เดี๋ยววันนี้แม่ก็พาลูกกับพ่อกลับไปอยู่บ้านเดิมของเราแล้ว อยู่ในเมืองมันมีแต่เรื่องให้เสียเงินทั้งนั้นแหละ”
เฉินเซียวถึงกับพูดไม่ออก “นี่ผมเพิ่งจะให้เงินแม่ไปตั้ง 20 ล้านหยวนไม่ใช่เหรอครับ?”
หวังลี่เอามือกุมกระเป๋าเสื้อไว้แน่น “เงิน 20 ล้านหยวนนี้ แม่ต้องเก็บไว้เป็นทุนให้ลูกแต่งงานนะ จะเอามาใช้สุรุ่ยสุร่ายไม่ได้หรอก ไม่ว่าใครหน้าไหนก็อย่าหวังว่าจะมาขอแบ่งไปได้แม้แต่แดงเดียวเลยเชียว”
“......” เฉินเซียว
“งั้นผมให้แม่อีก 10 ล้านหยวนเอาไหมครับ?”
หวังลี่พยักหน้ารับทันที “เอาสิ เอามาเลย”
เฉินเซียวเอ่ยถามต่อ “แล้วแม่จะเอาไปใช้จ่ายไหมล่ะครับ?”
“ไม่ใช้หรอก แม่จะเก็บสะสมไว้ให้ลูก เผื่อว่าวันข้างหน้าลูกทำธุรกิจขาดทุนขึ้นมา เงินก้อนนี้ก็จะได้เอาไว้ใช้เป็นทุนสำรองไงล่ะ แถมยังไม่กระทบกับเงินแต่งงานของลูกด้วย”
“......” เฉินเซียว
“แม่นี่เป็นแม่บังเกิดเกล้าของผมจริง ๆ เลยนะ! มีแม่ที่ไหนเขาแช่งให้ลูกตัวเองทำธุรกิจเจ๊งบ้างเนี่ย?”
“แม่ก็แค่วางแผนเผื่ออนาคตไว้ให้ไงล่ะ ถึงธุรกิจของลูกจะไปได้สวย แต่แม่ก็ได้ยินมาว่าการทำธุรกิจมันมีความเสี่ยงสูงนะลูก”
“เฮ้อ! เอาที่แม่สบายใจก็แล้วกัน”
แม้ว่าหวังลี่จะชอบทำตัวเป็นจอมเผด็จการ แต่เธอก็ไม่สามารถบังคับเฉินเซียวได้หรอก
หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ กลุ่มคนก็แบ่งกันขึ้นรถสามคัน เดินทางมุ่งหน้าไปยังภูเขาหนานหลานซาน
ลานสกีภูเขาหนานหลานซาน ถึงแม้จะตั้งอยู่ในเมืองเล็ก ๆ แต่ก็ถือเป็นโครงการระดับมณฑลเลยทีเดียว
สิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานทุกอย่าง ถูกจัดเตรียมไว้อย่างครบครัน
ถนนสายที่กว้างขวางและได้มาตรฐานที่สุดของอำเภอ ก็คือถนนสายที่มุ่งหน้ามายังลานสกีแห่งนี้นี่แหละ
โครงการบ้านพักตากอากาศตั้งอยู่บริเวณทางลาดทิศใต้ของภูเขาหลานซาน ทิวทัศน์สวยงาม บรรยากาศร่มรื่นเงียบสงบ
บริเวณเชิงเขา มีแม่น้ำหลานไหลผ่านคดเคี้ยวไปมา
หากมองข้ามเรื่องทำเลที่ตั้งไป ที่นี่ก็ถือว่าเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่ยอดเยี่ยมมากเลยทีเดียว
รถแล่นไปตามถนนที่คดเคี้ยวเลาะเลียบไหล่เขา ไม่นานก็มาถึงเขตบ้านพักตากอากาศบริเวณครึ่งร่องเขา
ที่นี่เปรียบเสมือนโอเอซิสที่อุดมไปด้วยโอโซนบริสุทธิ์
บ้านพักตากอากาศดีไซน์สวยหรู ปลูกสร้างแทรกตัวอยู่ท่ามกลางดงไม้เขียวขจี
ดูร่มรื่นและเหมาะแก่การมาพักผ่อนตากอากาศเพื่อฟื้นฟูสุขภาพเป็นอย่างยิ่ง
รถแล่นวนดูรอบ ๆ โครงการไปหนึ่งรอบ
เฉินเซียวก็แอบพยักหน้าเห็นด้วยในใจ
“ทำเลดีมาก!”
ทางด้านบริษัทอสังหาฯ ก็ได้ส่งพนักงานมารอคอยให้การต้อนรับอยู่ก่อนแล้ว
อากาศในเดือนกรกฎาคม ในตัวเมืองอาจจะร้อนอบอ้าว แต่ที่นี่กลับมีลมพัดโชยมาให้ความรู้สึกเย็นสบาย
เมื่อเห็นรถสามคันแล่นเข้ามา พนักงานขายก็เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ
ตอนแรกก็คิดว่าคงเป็นแค่ ‘นักท่องเที่ยว’ ที่ขับรถมาเที่ยวชมเล่น ๆ เพราะความอยากรู้อยากเห็นซะอีก
ไม่คิดเลยว่าจะเป็นลูกค้าระดับวีไอพีตัวจริงเสียงจริง!
แน่นอนว่า เขาคงคิดไม่ถึงหรอกว่า รถทั้งสามคันที่เฉินเซียวขับมาในวันนี้ จะเป็นรถเช่าทั้งหมด......