- หน้าแรก
- ระบบเซียนหุ้น: มีแค่ผมที่มองเห็นข้อมูลลับ!
- บทที่ 130 เหตุการณ์ที่เป็นไปได้สูง
บทที่ 130 เหตุการณ์ที่เป็นไปได้สูง
บทที่ 130 เหตุการณ์ที่เป็นไปได้สูง
บทที่ 130 เหตุการณ์ที่เป็นไปได้สูง
การที่ทั้งสองสาวเปลี่ยนจากศัตรูคู่อาฆาตมาเป็นเพื่อนสาวที่นั่งจิบกาแฟคุยกันอย่างถูกคอได้ในเวลาอันรวดเร็วนั้น
แท้จริงแล้วมันมีสาเหตุที่ซับซ้อนซ่อนอยู่เบื้องหลัง
ซึ่งก็รวมไปถึงความรู้สึกรักและผูกพันอย่างลึกซึ้งที่พวกเธอมีต่อเฉินเซียวด้วย......
บางครั้งบทสนทนาของผู้หญิงก็มักจะแปลกประหลาด พิสดาร หรือแม้แต่......
“อะแฮ่ม... ฮุ่ยลี่ เธอก็ทนได้มากสุดแค่ 30 นาทีเหมือนกันเหรอ?”
เหมิงฮุ่ยลี่หน้าแดงก่ำ “เลิกพูดเรื่องนี้กันเถอะ น่าอายจะตายไป......”
“โธ่เอ๊ย จะไปอายทำไมล่ะ ฉันก็แค่สงสัยเฉย ๆ น่ะ...” เซี่ยอวี่เตี๋ยเป็นคนที่มีนิสัยตรงไปตรงมา พอเกิดความสงสัยขึ้นมา เธอก็จะไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมอะไรทั้งนั้น
“......” เหมิงฮุ่ยลี่
เธอเพิ่งจะรู้ตัวว่า ในเรื่องการพูดคุยเนี่ย เธอสู้เซี่ยอวี่เตี๋ยไม่ได้เลยจริง ๆ
ยัยนี่กล้าคุยทุกเรื่อง กล้าพูดทุกอย่าง โดยไม่มีความเกรงใจอะไรเลยสักนิด......
แต่ในขณะที่ทั้งสองสาวกำลังคุยกันอย่างเมามัน พวกเธอก็ไม่ได้สังเกตเลยว่า มีหญิงสาวหน้าตาสะสวยอีกคนหนึ่ง กำลังแอบสวมแว่นตากันแดด ลากกระเป๋าเดินทาง แล้วย่องเงียบ ๆ เดินออกจากร้านกาแฟไป......
และก็แอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“โอ้โห...... นี่ฉันเกือบจะปะทะคารมกับแฟนตัวจริงของเฉินเซียวซะแล้วเหรอเนี่ย?”
“น่ากลัวชะมัดเลย......”
“แต่ว่า...... คนไหนคือแฟนตัวจริงของเขากันล่ะ?” จางถิงใช้มือทาบอกที่อวบอิ่มของตัวเองด้วยความโล่งใจ
พอเปิดประตูร้านออกไป เธอก็เดินไปชนเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งอย่างจัง “อ้าว? พี่ซุนอิ๋ง มาทำอะไรที่นี่คะเนี่ย?”
ซุนอิ๋งรีบถอดแว่นตากันแดดออกด้วยความงุนงง “อ้อ ใช่แล้วล่ะ บังเอิญจังเลยนะ ฉัน...... มาซื้อกาแฟกินน่ะ”
“อ้อ งั้นเหรอคะ ถ้างั้นไว้เปิดเทอมหน้าเราค่อยไปกินข้าวด้วยกันนะคะ”
“โอเคจ้ะ”
จางถิงกับซุนอิ๋งกล่าวทักทายกันพอเป็นพิธี ก่อนจะเดินสวนกันไป
ทั้งคู่เรียนอยู่ชั้นปีเดียวกัน จึงพอจะคุ้นหน้าคุ้นตากันในมหาวิทยาลัยบ้าง
จางถิงไม่คิดเลยว่าจะได้มาเจอกับซุนอิ๋งที่สนามบิน วันนี้มันช่าง......
เป็นวันที่เต็มไปด้วยความบังเอิญจริง ๆ!
ในขณะที่เธอกำลังจะก้าวเดินเข้าไปในอาคารผู้โดยสาร เธอก็ถูกหญิงสาวหน้าตาสะสวยอีกคนเรียกเอาไว้
“พี่สาวคะ ขอโทษนะคะ ขอรบกวนเวลาสักครู่ได้ไหมคะ?”
จางถิงหันกลับไปมอง ก็เห็นหญิงสาวคนนั้นกำลังยืนถือตั๋วเครื่องบินด้วยท่าทางงุนงง
“มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าคะ?”
“ขอโทษนะคะ อาคารผู้โดยสาร...... ต้องเดินไปทางไหนเหรอคะ?” อวี๋เมิ่งฉีเอ่ยถาม
“อ้อ ทางนี้เลยค่ะ พอดีฉันก็กำลังจะเข้าไปเหมือนกัน ไปด้วยกันเลยสิคะ”
“โอเคค่ะ ขอบคุณมากนะคะ”
......
จะบอกว่าเป็นความบังเอิญก็คงใช่ แต่จริง ๆ แล้วมีแค่การพบกันของอวี๋เมิ่งฉีกับจางถิงเท่านั้นแหละที่เป็นความบังเอิญจริง ๆ
ส่วนการพบกันของคนอื่น ๆ น่ะ มันถูกกำหนดไว้แล้วต่างหากล่ะ
เพราะตอนที่ซูถังวางแผนการเดินทาง เธอก็ไม่ได้นึกถึงว่าที่สนามบินจะมีร้านกาแฟตั้งอยู่ด้วย
และก็ไม่คิดด้วยว่า พวกผู้หญิงพอมีเวลาว่างเมื่อไหร่ ก็มักจะชอบแวะไปนั่งจิบกาแฟกัน
เมื่อเวลาเดินทางของพวกเธอไล่เลี่ยกัน โอกาสที่พวกเธอจะได้มาเจอกัน...... มันก็เลยมีสูงมาก......
แต่ก็โชคดีที่มีแค่เหมิงฮุ่ยลี่กับเซี่ยอวี่เตี๋ยเท่านั้นที่รู้จักกัน ส่วนจางถิงก็บังเอิญไปแอบได้ยินบทสนทนาของพวกเธอเข้าพอดี
ส่วนคนอื่น ๆ ต่อให้เดินสวนกัน ก็คงไม่รู้หรอกว่าใครเป็นใคร
เฉินเซียวที่กำลังดื่มด่ำความสุขอยู่กับซีอวิ้นหรู คงไม่มีทางคาดคิดเลยว่า บรรดาสาว ๆ ของเขา จะบังเอิญไปเจอกันที่สนามบินโดยไม่ได้นัดหมาย......
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจอันเร่าร้อน เฉินเซียวก็หยิบบัตรเครดิตออกมาใบหนึ่ง แล้วยื่นให้กับซีอวิ้นหรูที่นอนซบอยู่ข้างกาย
“อวิ้นหรู”
“คะ?”
“บัตรใบนี้ คุณเอาไว้ใช้เป็นค่าขนมนะ”
“หา? แต่คราวก่อนคุณซูถังก็ให้ฉันมาตั้ง 50,000 หยวนแล้วนะคะ......”
“50,000 หยวนมันน้อยไป บัตรใบนี้มีเงินอยู่ 5 แสนหยวนนะ คุณเอาไว้ใช้จ่ายส่วนตัว หรือจะเอาไปให้ครอบครัวใช้ก็ได้นะ”
“......” ซีอวิ้นหรู
นี่เป็นครั้งแรกเลยนะ ที่เธอได้ยินคนบอกว่าเงิน 5 แสนหยวนคือค่าขนม......
“อะแฮ่ม... มะรืนนี้...... ญาติของคุณก็จะกลับไปแล้วใช่ไหมครับ?”
ซีอวิ้นหรูหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย ก่อนจะพยักหน้ารับเบา ๆ “อืมมม”
เฉินเซียวพยักหน้ารับด้วยความตื่นเต้น
เขานับวันรอให้ถึงวันนั้นแทบไม่ไหวแล้วจริง ๆ
ต่อให้จะมีเทคนิคแพรวพราวแค่ไหน มันก็คงเทียบไม่ได้กับการได้ลงสนามจริงหรอกน่า......
......
ช่วงเย็น ณ คฤหาสน์จื่อจิน
หลิ่วเม่ย ภรรยาคนที่สองของมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งเมืองจินหนิงอย่างเหยียนจื้อหย่วน กำลังวุ่นอยู่กับการสั่งงานพ่อบ้านและคนรับใช้
การที่เธอสามารถก้าวขึ้นมาเป็นภรรยาคนที่สองของมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งได้ เธอย่อมต้องมีไม้เด็ดซ่อนอยู่อย่างแน่นอน
ถึงแม้เธอจะให้กำเนิดลูกสาวแค่คนเดียว แถมยังสั่งสอนได้ไม่ค่อยเอาไหนสักเท่าไหร่ แต่เธอก็สามารถดูแลจัดการเรื่องต่าง ๆ ภายในบ้านได้อย่างไร้ที่ติ
แถมเธอยังหมั่นออกกำลังกายและดูแลตัวเองเป็นอย่างดี แม้อายุจะล่วงเลยเข้าวัยสี่สิบกว่าแล้ว แต่เธอก็ยังดูสาวและสวยสะพรั่งราวกับคนอายุสามสิบต้น ๆ เท่านั้น
เหอเต๋อเซิ่ง สามีของเหยียนเหยียนเยี่ยน คอยเดินตามประจบประแจงเอาใจเธอไม่ห่าง
แต่ในสายตาของหลิ่วเม่ย กลับทำเหมือนเขาไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้นเลยด้วยซ้ำ
แม้แต่บรรดาคนรับใช้ ก็ยังมองเขาด้วยสายตาที่ดูแคลน
“คุณหนูรอง......”
“สวัสดีค่ะคุณหนูรอง......”
จู่ ๆ พวกคนรับใช้ก็พากันโค้งคำนับและกล่าวทักทายไปที่ประตู เหอเต๋อเซิ่งก็รู้ได้ทันทีว่าเหยียนเหยียนเยี่ยนกลับมาแล้ว
“เหยียนเยี่ยน วันนี้ทำไมกลับดึกจังเลยล่ะ? เหนื่อยไหม? เดี๋ยวพี่ช่วยนวดให้นะ”
เหยียนเหยียนเยี่ยนผลักเหอเต๋อเซิ่งที่พยายามจะเข้ามาใกล้ให้พ้นทางทันที
“แม่คะ หนูจะแต่งงานกับป๋ายฮ่าวหนานค่ะ”
“......” เหอเต๋อเซิ่ง
หลิ่วเม่ยไม่ได้แสดงอาการประหลาดใจอะไรออกมาเลย เธอแค่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ลูกชายคนเดียวของป๋ายหลานเฉิงน่ะเหรอ?”
“ใช่ค่ะ เขาคนนั้นแหละ”
หลิ่วเม่ยเลิกคิ้วขึ้น “เหยียนเยี่ยน ผู้ชายที่ลูกเลือกคราวนี้ ถือว่าใช้ได้เลยนะ ไปตกลงกันได้ยังไงล่ะ?”
เหยียนเหยียนเยี่ยนอธิบาย “ครอบครัวป๋ายกำลังมีปัญหา ก็เลยต้องมาขอความช่วยเหลือจากพวกเราน่ะค่ะ”
จากนั้น เธอก็เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้แม่ฟัง
หลิ่วเม่ยลองชั่งน้ำหนักผลดีผลเสียดูแล้ว “อืมมม มันก็วิน-วินกันทั้งสองฝ่ายนะ แม่ตกลง”
“เยี่ยมไปเลยค่ะ”
ทุกอย่างราบรื่นดี เหยียนเหยียนเยี่ยนจึงตอบรับด้วยความดีใจ
สองแม่ลูกคุยกันตั้งแต่ต้นจนจบ โดยไม่ได้เห็นหัวเหอเต๋อเซิ่งเลยสักนิด
ส่วนเหอเต๋อเซิ่งก็ทำตัวเหมือนหูหนวกตาบอด ยืนยิ้มแป้นอยู่ข้าง ๆ ราวกับไม่ได้ยินอะไรเลย
เหยียนเหยียนเยี่ยนหันมาถอนหายใจใส่เขา “นาย ตามฉันมานี่สิ”
“ได้เลยจ้ะ พี่จะรีบตามไปเดี๋ยวนี้แหละ”
ในจังหวะที่เหยียนเหยียนเยี่ยนหันหลังกลับ รอยยิ้มบนใบหน้าของเหอเต๋อเซิ่งก็เลือนหายไปในพริบตา
ตั้งแต่วันที่เขาแต่งงานกับเหยียนเหยียนเยี่ยน เขาก็เตรียมใจรับมือกับวันนี้ไว้แล้วล่ะ
แค่ไม่คิดว่ามันจะมาถึงเร็วขนาดนี้ เพิ่งจะแต่งกันได้แค่ปีเดียวเอง......
สามีคนก่อนของเธอ ก็โดนเขี่ยทิ้งแบบนี้เหมือนกันนั่นแหละ
เหยียนเหยียนเยี่ยนมีนิสัยอยู่อย่างนึง คือถ้าถูกใจใคร ก็ต้องจับมาแต่งงานให้ได้ พอเบื่อเมื่อไหร่ก็ค่อยหย่าทิ้ง
ยังไงซะทรัพย์สินก่อนแต่งงานก็ทำเรื่องจดทะเบียนแบ่งแยกไว้หมดแล้ว คนอื่นไม่มีสิทธิ์มาเรียกร้องส่วนแบ่งอะไรได้หรอก
ทำได้แค่พยายามกอบโกยเงินทองให้ได้มากที่สุดในระหว่างที่ยังแต่งงานกันอยู่ก็เท่านั้นเอง แถมตอนหย่า ก็ยังได้เงินชดเชยก้อนโตอีกด้วย
เหอเต๋อเซิ่งตั้งตารอเลยว่าเงินชดเชยของเขาจะได้สักเท่าไหร่
ภายในห้องนอน ทันทีที่เดินเข้าไป เขาก็โดนเหยียนเหยียนเยี่ยนพุ่งเข้าใส่ทันที......
“อื้อออ......”
ตอนแรกเหอเต๋อเซิ่งก็กะว่าจะพูดคุยกับเธอให้รู้เรื่อง แต่ใครจะไปคิดว่าผู้หญิงคนนี้จะเกิดมีอารมณ์ขึ้นมาอย่างกะทันหัน......
ทนอยู่ด้วยกันมาตั้งปีเศษ เขาก็เริ่มจะเบื่อเธอแล้วเหมือนกัน ตอนแรกก็คิดว่าจะขัดขืน แต่พอนึกถึงเงินชดเชยก้อนโตที่กำลังจะได้รับ เขาก็เลยต้องยอมตัดใจ
หลังจากผ่านการร่ายรำไปครบทั้งสิบแปดกระบวนท่า
เหยียนเหยียนเยี่ยนก็พูดขึ้นด้วยความเสียดาย “จุ๊ ๆ เต๋อเซิ่ง ถึงเราจะหย่ากันแล้ว แต่เราก็ยังเป็นเพื่อนกันได้นะ วันหลังก็มาหาฉันบ้างสิ ฉันล่ะติดใจลีลาของนายจริง ๆ เลย......”
“เก่งกว่าไอ้เด็กใหม่นั่นตั้งเยอะแน่ะ”
“เฮ้อ! สงสัยฉันคงต้องเอาเวลาไปสอนมันใหม่ซะแล้ว”
“......” เหอเต๋อเซิ่ง
มุมปากของเขากระตุกยิก ๆ
ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีเศษที่ผ่านมา เขาต้องทนรับคำดูถูกเหยียดหยาม ต้องทนถูกสวมเขามาไม่รู้ตั้งเท่าไหร่
ยอมทนกลืนเลือดลงคอ ก็เพื่อเงินก้อนนี้ก้อนเดียวเท่านั้น
เขารู้ดีว่าความสัมพันธ์กับเหยียนเหยียนเยี่ยนคงจะไปได้ไม่ตลอดรอดฝั่ง เขาจึงพยายามเก็บหอมรอมริบมาตลอด รอวันที่ได้หย่าขาดจากเธอ เขาก็จะได้ไม่ต้องกลับไปเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ร้านคาราโอเกะอีกต่อไป......
“หึหึ ถ้าเธอชอบล่ะก็ ฉันยินดีเสมอแหละ”
พูดจบ เขาก็ทำหน้าตาคาดหวังมองไปที่เหยียนเหยียนเยี่ยน
เธอก็รู้หน้าที่ “อ้อ ใช่ ฉันเกือบจะลืมไปเลย กฎเดิมนะ บัตรใบนี้เอาไปเลย ไม่มีรหัสผ่าน”
เหอเต๋อเซิ่งรับบัตรมาอย่างเงียบ ๆ “พรุ่งนี้ใช่ไหม?”
“ใช่ พรุ่งนี้แปดโมงเช้า เจอกันที่หน้าอำเภอนะ”
“ตกลง”
พูดจบ เหอเต๋อเซิ่งก็สวมกางเกง เก็บของแล้วเดินออกไป
หลังจากที่เดินออกจากคฤหาสน์จื่อจินมาได้ เขาก็เพิ่งจะรู้สึกตัวว่า ตัวเองก็เป็นแค่คนแปลกหน้าที่แวะเวียนผ่านมาในที่แห่งนี้เท่านั้นเอง น่าขำจริง ๆ ที่เคยมีความคิดเพ้อเจ้อว่าอยากจะอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิต
เขาไปที่ตู้เอทีเอ็มเพื่อเช็กยอดเงินในบัตร ก็พบว่ามีเงินอยู่ 1,000,000 หยวน
เมื่อรวมกับเงินที่เขาสูบเลือดสูบเนื้อมาจากเหยียนเหยียนเยี่ยนตลอดปีเศษที่ผ่านมา ตอนนี้เขาก็มีเงินเก็บอยู่ราว ๆ 2 ล้านหยวนแล้ว
เหอเต๋อเซิ่งยิ้มกริ่ม “แม่งเอ๊ย! จะกลับไปเป็นพนักงานเสิร์ฟทำไมกัน? กลับบ้านเกิดไปหาผู้หญิงซื่อ ๆ สักคนแต่งงานด้วยดีกว่า!”