เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 55 ย้ายไปอยู่ดาวดวงอื่นดีกว่าไหม

บทที่ 55 ย้ายไปอยู่ดาวดวงอื่นดีกว่าไหม

บทที่ 55 ย้ายไปอยู่ดาวดวงอื่นดีกว่าไหม


บทที่ 55 ย้ายไปอยู่ดาวดวงอื่นดีกว่าไหม

“มะ ไม่หรอกค่ะ เจ้านายเป็นคนดีมากเลยนะคะ”

“ฮ่าฮ่าฮ่า......”

......

ถึงแม้ซุนอิ๋งจะอายุน้อยกว่า แต่ประสบการณ์ในเรื่องต่าง ๆ ของเธอนั้นมีมากกว่าเยอะ

พอคุยกันไปคุยกันมา กลับกลายเป็นว่าหลินเยียนหรานต่างหากที่รู้สึกเขินอายเสียเอง

เฉินเซียวถูกซุนอิ๋งยั่วจนเกิดอารมณ์พลุ่งพล่านไปหมดแล้ว

เขาปรับแอร์ให้เย็นที่สุด ก็ยังรู้สึกว่าไม่ค่อยช่วยอะไรเท่าไหร่

ต้องจุดบุหรี่สูบไปตั้งสองมวน ถึงจะรู้สึกค่อยยังชั่วขึ้นมาบ้าง

ในตอนนั้นเอง หลินเยียนหรานก็เดินกลับมา พร้อมกับยื่นคีย์การ์ดห้องพักให้เฉินเซียว

“เจ้านายคะ คีย์การ์ดของคุณค่ะ”

“อ้อ ขอบใจมากนะ”

“ไม่ต้องเกรงใจค่ะ”

หลินเยียนหรานทำท่าจะเดินออกไป แต่ถูกเฉินเซียวเรียกเอาไว้ก่อน

“เรื่องที่เกิดขึ้นในออฟฟิศวันนี้......”

“เจ้านายวางใจได้เลยค่ะ ฉันจะไม่ปริปากบอกใครเด็ดขาด”

เฉินเซียวพยักหน้ารับ “อืม ดีมาก”

พูดจบ เขาก็ลุกเดินออกจากออฟฟิศไป

เขารีบจ้ำอ้าวเข้าไปในลิฟต์ เพื่อมุ่งหน้าไปยังโรงแรม

แต่พอเดินออกมาพ้นประตู เขาก็ล้วงกระเป๋าดูกลับพบว่าความว่างเปล่า

“เชี่ยเอ๊ย! ขี้ลืมอีกแล้วเรา ลืมหยิบบุหรี่มาอีกแล้ว!”

เขาอาศัยจังหวะที่ประตูลิฟต์ยังเปิดอยู่ รีบเดินกลับเข้าไปในออฟฟิศอีกครั้ง

พอไปถึงห้องทำงาน เขาคว้าบุหรี่บนโต๊ะมาถือไว้ แล้วหันหลังกลับ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นความผิดปกติที่ใต้โต๊ะ

“ใครน่ะ! ออกมาเดี๋ยวนี้”

แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ

เฉินเซียวเดินอ้อมไปดู ก็พบว่าเป็นหลินเยียนหรานกำลังคุกเข่าอยู่ใต้โต๊ะทำงาน สองมือปิดหน้าแน่น......

“เอ่อ นี่มัน......”

“จะ เจ้านายคะ ฉะ ฉันอยากจะย้ายไปอยู่ดาวดวงอื่นจังเลยค่ะ......”

เฉินเซียวถึงกับพูดไม่ออก “นะ นี่เธอ...... ลงไปมุดอยู่ใต้โต๊ะทำไมเนี่ย?”

หลินเยียนหรานกางนิ้วออกให้เห็นเป็นช่องเล็ก ๆ

“ฉะ ฉันจะบอกว่าเพราะความอยากรู้อยากเห็น คะ คุณจะเชื่อฉันไหมคะ???”

เฉินเซียว “......”

“เธอออกมาก่อนเถอะ ระวังหัวจะไปโขกโต๊ะเข้านะ......”

เฉินเซียวช่วยพยุงหลินเยียนหรานออกมา เธอรีบไปหลบอยู่ด้านหลังเขาแล้วหมุนตัวไปมาด้วยความเขินอาย

“อะแฮ่ม คราวนี้ฉันจะไปจริง ๆ แล้วนะ จะไม่กลับมาอีกแล้ว แต่เธอก็อย่าไปมุดอยู่ใต้โต๊ะแบบนั้นอีกล่ะ”

“ขะ เข้าใจแล้วค่ะ......”

เฉินเซียวพยายามกลั้นขำ เดินออกจากบริษัทมาได้สักพัก ในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป

“ฮ่าฮ่าฮ่า......”

“ผู้หญิงคนนี้นี่มัน......”

หลินเยียนหรานได้ยินเสียงหัวเราะแว่ว ๆ ดังมาจากข้างนอก เธอก็อายจนต้องกระทืบเท้าเร่า ๆ

เมื่อกลับมาที่เคาน์เตอร์ต้อนรับ หลินเยียนอวี่ก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย “เยียนหราน เธอไม่สบายหรือเปล่า? ทำไมหน้าแดงขนาดนั้นล่ะ?”

หลินเยียนหรานโผเข้ากอดผู้เป็นพี่สาวแน่น “พี่คะ พาฉันกลับไปดาวอังคารทีเถอะ ฉันไม่อยากอยู่บนโลกใบนี้แล้ว”

“ยัยเด็กคนนี้นี่ พูดจาเพ้อเจ้ออะไรอยู่ได้? รีบมาช่วยพี่จัดการตารางงานอาทิตย์หน้าเลย”

......

เฉินเซียวเดินมาถึงโรงแรม แล้วใช้คีย์การ์ดเปิดประตูเข้าไป

เสียงน้ำไหลซู่ ๆ ดังมาจากห้องน้ำ เขาถอดเสื้อผ้าออกจนหมด แล้วเดินเข้าไปอาบน้ำด้วย

หนึ่งชั่วโมงครึ่งต่อมา......

เฉินเซียวเดินออกมาจากห้องน้ำ

ซุนอิ๋งยืนพิงกำแพง ส่งสายตาค้อนให้เขาด้วยความรู้สึกไม่ยอมแพ้

ทุกครั้งก็เป็นเธอที่เริ่มยั่วเขาก่อน แต่สุดท้ายก็เป็นเธอเองที่ต้องยอมยกธงขาวพ่ายแพ้ไปทุกที

เฉินเซียวรู้สึกว่า นอกจากการที่สูญเสียพลังงานไปอย่างมหาศาลแล้ว เขาก็ไม่ได้รู้สึกเหน็ดเหนื่อยอะไรเลย

ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ก็แทบจะไม่ต้องไปฟิตเนสแล้วล่ะมั้ง แค่ทำกิจกรรมเข้าจังหวะแบบนี้ทุกวัน ก็คงสร้างซิกซ์แพ็กได้เหมือนกัน......

พอนึกถึงฟิตเนส เฉินเซียวก็อดนึกถึงซีอวิ้นหรูไม่ได้

หลังจากจบงานในวันจันทร์หน้า เขาก็น่าจะสามารถสานฝันของเธอให้เป็นจริงได้อย่างง่ายดายแล้วใช่ไหมนะ?

ไม่รู้เหมือนกันว่าจะได้มีโอกาสลองใช้บริการแพ็กเกจซีของเธอบ้างหรือเปล่า

เฉินเซียวเริ่มรู้สึกว่าภายในร่างกายของเขามีไฟราคะกำลังคุกรุ่นขึ้นมาอีกแล้ว

ซุนอิ๋งมองดูสีหน้าของเขาด้วยความหวาดผวา

“จะทำอะไรน่ะ? นาย นายอย่าเข้ามานะ ฉันไม่...... อื้มมม......”

......

ซุนอิ๋งหลับยาวตั้งแต่สองทุ่ม ไปจนถึงแปดโมงเช้าของอีกวันก็ยังไม่ยอมตื่น

เฉินเซียวถอนหายใจอย่างจำยอม ก่อนจะเดินลงไปวิ่งออกกำลังกายที่ฟิตเนสเพียงลำพัง

ไม่นานนัก เซี่ยอวี่เตี๋ยก็โทรเข้ามา

“เฉินเซียว นายรับปากแล้วนะว่าจะพาฉันไปเดินชอปปิงช่วงสุดสัปดาห์นี้น่ะ”

เฉินเซียวตอบกลับไปว่า “รู้แล้วน่า ฉันก็เลยมารอเธออยู่ที่ตัวเมืองตั้งแต่เช้าแล้วนี่ไง”

“หา? ทำไมนายไม่ชวนฉันให้มาพร้อมกันล่ะ......” พูดจบ เธอก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ “ฮึ! ไอ้คนโกหก ฉันไม่เชื่อนายหรอก รอก่อนนะ”

พูดจบ เธอก็ตัดสายทิ้งไป

เฉินเซียวไม่ได้คิดจะส่งรถไปรับเธอหรอก เพราะเซี่ยอวี่เตี๋ยยังไม่รู้เรื่องเบื้องลึกเบื้องหลังของเขา ขืนส่งรถหรูไปรับแบบปุบปับ เดี๋ยวเธอจะตกใจเอาซะเปล่า ๆ

เขาจึงส่งแค่พิกัดสถานที่ไปให้ แล้วก็หันกลับมาออกกำลังกายต่อ

ผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมง หลังจากออกกำลังกายเสร็จและอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย เซี่ยอวี่เตี๋ยก็เดินทางมาถึงพอดี

ทันทีที่เห็นเธอ เฉินเซียวก็ถึงกับตาโตด้วยความประทับใจ

วันนี้เซี่ยอวี่เตี๋ยมาในชุดเดรสสั้นสีขาวบริสุทธิ์ สวมถุงน่องลูกไม้สีขาวที่ท่อนขาเรียวเล็ก ดูน่ารักและหวานแหววราวกับตุ๊กตา

“เฉินเซียว รอนานไหม?” น้ำเสียงของเธอช่างหวานหูเสียเหลือเกิน

เฉินเซียวส่ายหน้า “ไม่นานหรอก วันนี้เธอสวยมากเลยนะ”

เซี่ยอวี่เตี๋ยจับชายกระโปรงแล้วหมุนตัวไปรอบ ๆ “ฮิฮิ ชอบไหมล่ะ?”

เฉินเซียวพยักหน้ารับ

“ชอบก็ดีแล้วล่ะ ฉันตั้งใจเลือกตั้งนานเชียวนะ”

......

เมื่ออยู่กับเฉินเซียว เซี่ยอวี่เตี๋ยก็มักจะปล่อยตัวปล่อยใจ ไม่ต้องคิดอะไรให้ปวดหัว

สายตาของเธอจับจ้องไปที่เขาเกินครึ่งของเวลาทั้งหมด

“อวี่เตี๋ย เธอมองทางหน่อยสิ จะมามองฉันทำไมเนี่ย?”

“ก็นายน่าดูกว่าทางตั้งเยอะนี่นา จะให้ฉันมองทางไปทำไมล่ะ?”

เฉินเซียวถึงกับไปไม่เป็น

“เดินมาตั้งนานแล้ว อยากไปเดินดูของที่ไหนล่ะ?”

เซี่ยอวี่เตี๋ยแหงนหน้ามองเฉินเซียว “อืม...... ไป... ห้างสรรพสินค้าก็แล้วกัน”

“ตกลง”

เซี่ยอวี่เตี๋ยควงแขนเฉินเซียวเดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้า

ทั้งสองคนเดินคุยกันไป ชอปปิงกันไปอย่างสนุกสนาน

ตอนแรกเฉินเซียวตั้งใจจะซื้อเสื้อผ้าให้เธอสักสองสามชุด แต่กลับกลายเป็นว่าโดนเธอลากไปซื้อเสื้อผ้าให้ตัวเองแทนซะงั้น

ไม่นานนัก เซี่ยอวี่เตี๋ยก็หมดเงินไปสองสามพันหยวนแล้ว

เฉินเซียวชะงักไป ยัยนี่ก็เป็นคุณหนูเศรษฐีเหมือนกันนี่นา

“อวี่เตี๋ย ปกติเธอได้ค่าขนมเดือนละเท่าไหร่เนี่ย?”

“หา? ค่าขนมเหรอ อืม...... ก็ไม่แน่ไม่นอนหรอก วันไหนดวงดีก็ได้เยอะหน่อย วันไหนดวงซวยก็ได้น้อย”

“หา? ค่าขนมของเธอนี่ มันต้องพึ่งดวงด้วยเหรอ?”

เซี่ยอวี่เตี๋ยอธิบาย “ก็ฉันไปลงดันเจี้ยนตีมอนหาเงินในเกมนี่นา วันไหนฟาร์มของได้เยอะก็ขายได้เงินเยอะ วันไหนฟาร์มของได้น้อยก็ขายได้เงินน้อยไงล่ะ”

เฉินเซียว “......”

ที่แท้ก็หาเงินจากการเล่นเกมนี่เอง

“หืม? นายถามแบบนี้ทำไมเนี่ย? หรือว่าช็อตเงินเหรอ? เดี๋ยวฉันโอนให้หมื่นนึงเอามั้ย?”

เฉินเซียวพูดไม่ออก “ฉันไม่ได้ช็อตเงินหรอก แต่ฉันได้ยินมาว่าการเล่นเกมหาเงินมันเหนื่อยมากเลยนะ ทางที่ดีเธอเพลา ๆ ลงหน่อยเถอะ”

“แหะ ๆ ฉันไม่ได้เล่นหามรุ่งหามค่ำขนาดนั้นหรอกน่า ก็แค่เล่นเอาสนุก ๆ ไปด้วยหาเงินไปด้วยน่ะ ตลอดทั้งปีเพิ่งจะเก็บเงินได้หมื่นกว่าหยวนเอง......”

เฉินเซียว “......”

นี่แปลว่ายัยหนูนี่มีเงินเก็บอยู่แค่หมื่นกว่าหยวนเองสินะ

แต่กลับกล้าเสนอจะโอนเงินให้เขาตั้งหมื่นนึง

เฉินเซียวลูบหัวเธอเบา ๆ “ยัยเด็กโง่เอ๊ย”

เซี่ยอวี่เตี๋ยส่งเสียงครางประท้วงเบา ๆ เพราะเฉินเซียวทำผมเธอเสียทรงหมดแล้ว

เดินไปได้สักพัก เมื่อมาถึงโซนขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เฉินเซียวก็สังเกตเห็นว่าเซี่ยอวี่เตี๋ยแอบชำเลืองมองร้านขายคอมพิวเตอร์อยู่หลายครั้ง เขาจึงเอ่ยถามขึ้น “อยากดูคอมพิวเตอร์เหรอ?”

เซี่ยอวี่เตี๋ยรีบส่ายหน้าปฏิเสธเป็นพัลวัน “ไม่ ๆ ๆ ฉันมีคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว”

เฉินเซียวแอบขำอยู่ในใจ “ฉันดูออกนะว่าเธออยากได้น่ะ”

“ไม่เอา ฉันไม่อยากได้หรอก ถึงจะอยากได้ก็รอไว้คราวหลังค่อยซื้อก็ได้”

เฉินเซียวคว้าข้อมือเธอไว้ แล้วลากเข้าไปในร้านขายคอมพิวเตอร์ด้วยมือเดียว

“ลองดูสิ ชอบเครื่องไหน? เดี๋ยวฉันซื้อให้”

“หา? ไม่เอาหรอก เราไปกันเถอะนะ” เซี่ยอวี่เตี๋ยอ้อนวอน

เฉินเซียวไม่สนใจคำขอร้องของเธอ เขาหันไปถามเจ้าของร้าน “ในร้านนี้ เครื่องไหนสเปกแรงที่สุดครับ?”

จบบทที่ บทที่ 55 ย้ายไปอยู่ดาวดวงอื่นดีกว่าไหม

คัดลอกลิงก์แล้ว