เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 50 การปะทะกันอย่างดุเดือด

บทที่ 50 การปะทะกันอย่างดุเดือด

บทที่ 50 การปะทะกันอย่างดุเดือด


บทที่ 50 การปะทะกันอย่างดุเดือด

“ไม่มีทางหรอกน่า นี่มันเงินก้อนโตของพวกเราเลยนะ ใครจะยอมเอาเงินของตัวเองมาทิ้งขว้างแบบนี้ล่ะ?”

“ใช่แล้วล่ะ มันเป็นไปไม่ได้หรอก พวกนักเทรดก็เพิ่งจะรู้เป้าหมายหลังจากที่งานเริ่มไปแล้วเท่านั้นเอง แถมคฤหาสน์หลังนี้ก็ถูกตัดสัญญาณหมดแล้ว ไม่มีใครออกไปไหนได้เลยนะ?”

“ใช่ครับ ไม่มีใครออกไปไหนเลย ทุกคนอยู่ที่นี่กันหมด”

“งั้นก็รีบหาทางแก้ไขกันเถอะ ขืนมัวแต่ชักช้าเดี๋ยวจะเสียเรื่องกันพอดี”

“ใช่แล้วสิงเหยียนชิ่ง เรื่องนี้คุณเป็นมืออาชีพที่สุด พวกเรามันก็แค่นักลงทุน คุณนั่นแหละที่ต้องเป็นคนตัดสินใจ”

สิงเหยียนชิ่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม “ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดแล้วล่ะ”

“แล้วจะทำยังไงล่ะ? รีบ ๆ ว่ามาสิ”

สิงเหยียนชิ่งอธิบาย “มีสองวิธี ต้องทำควบคู่กันไปถึงจะมั่นใจได้ที่สุด”

“วิธีอะไรบ้างล่ะ?”

สิงเหยียนชิ่งกล่าว “ข้อแรก ปล่อยข่าวลือในแง่ลบออกไป เพื่อบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุน ข้อสอง ระดมทุนเพิ่ม เพื่อกำจัดคู่แข่ง และทุบราคาหุ้นให้ร่วงลงไปจนติดฟลอร์เลย!”

“เหล่าหวัง ตอนนี้โลกอินเทอร์เน็ตกำลังเป็นที่นิยม คุณพอจะมีเส้นสายทางด้านนี้อยู่บ้าง เรื่องปล่อยข่าวลือ ฉันขอฝากให้คุณจัดการก็แล้วกันนะ”

“ได้เลย เรื่องขี้ปะติ๋ว”

“ส่วนคนอื่น ๆ ช่วยกันระดมทุนเพิ่มมาอีกคนละสิบล้าน”

สิ้นเสียงคำสั่งของสื่อจงฝู ทุกคนก็รีบแยกย้ายกันไปปฏิบัติตามทันที

หากเฉินเซียวได้มาเห็นภาพนี้ล่ะก็ เขาคงจะจดจำชายผู้ซึ่งจะกลายเป็นผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงการเงินในอนาคตคนนี้ได้อย่างแน่นอน

เขาคือผู้ก่อตั้งบริษัทหลักทรัพย์จงฝู และยังเป็นเจ้านายคนต่อไปของสิงเหยียนชิ่งอีกด้วย

ในอดีตชาติ สาเหตุที่สิงเหยียนชิ่งถูกสื่อจงฝูทาบทามให้ไปนั่งแท่นเป็นผู้บริหารระดับสูง ก็เป็นเพราะผลงานอันยอดเยี่ยมจากการเข้าสกัดกั้นราคาหุ้นของบริษัทหลงจงเหมยทั่นในครั้งนี้นี่เอง

......

ภายในห้องทำงานของเฉินเซียว หวังเผิงก็พูดโพล่งขึ้นมาว่า

“เจ้านายครับ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ ๆ ก็มีคำสั่งขายหลั่งไหลเข้ามาในตลาดเพียบเลย พวกแมงเม่าก็แห่เทขายตามกันเป็นแถว!”

เฉินเซียวหันไปดู ก็พบว่าคำสั่งขายเหล่านี้ล้วนเป็นคำสั่งขายย่อย ๆ มีตั้งแต่หนึ่งล็อต สองล็อต ไปจนถึงสิบหรือหลายสิบล็อต

เขารีบค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทหลงจงเหมยทั่นทันที และก็ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นผลลัพธ์

หน้าเว็บไซต์แปลก ๆ เด้งขึ้นมาเต็มไปหมด พร้อมกับข่าวลือในแง่ลบที่ถูกปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง

เฉินเซียวขมวดคิ้วแน่น ภาพเหตุการณ์นี้ช่างคุ้นตาเหลือเกิน ในอดีตชาติ สิงเหยียนชิ่งจากบริษัทหลักทรัพย์จงฝูก็ใช้วิธีสกปรกแบบนี้แหละ ซึ่งมันก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ทรัพย์สินทั้งหมดของเขาต้องมลายหายไปในพริบตา

แต่ในตอนนี้ การที่พวกมันทำแบบนี้ กลับกลายเป็นการหยิบยื่นผลประโยชน์ชิ้นโตให้กับเฉินเซียวเสียมากกว่า

เขายิ้มมุมปาก “ไม่ต้องแอบซ่อนอีกต่อไปแล้ว ทุ่มกำลังทั้งหมดรักษาระดับราคาไว้ที่ร่วง 5% ให้ได้ ฉันอยากจะรู้เหมือนกันว่าเงินพวกมันจะหนา หรือเงินฉันจะหนากว่ากัน!”

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็หันไปสั่งงานอีกคน “เซียวซวี่ นายถอนตัวจากหุ้นจิ่วเทียนหั่วเตี้ยน แล้วมาร่วมทุ่มซื้อหุ้นหลงจงเหมยทั่นให้หมดหน้าตักเลย!”

“รับทราบครับเจ้านาย”

ทั้งสองคนเดินเครื่องเต็มกำลัง ภายใต้การชักใยของเจ้ามือ ตลาดหุ้นก็ตกอยู่ในภาวะตื่นตระหนก แต่กลับมีพลังลึกลับบางอย่าง ที่กำลังพยายามอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อพยุงราคาหุ้นเอาไว้

เฉินเซียวรู้สึกเลือดลมพลุ่งพล่าน การได้เห็นสิงเหยียนชิ่งเป็นฝ่ายมาช่วยทำเงินให้เขา แถมเขายังสามารถสร้างความเสียหายให้กับพวกมันได้อย่างมหาศาล เพียงเท่านี้มันก็คุ้มค่าที่จะให้เขาตื่นเต้นดีใจได้แล้ว

เฉินเซียวหยิบบุหรี่ขึ้นมาคาบไว้ ซูถังก็รีบจุดไฟให้ทันที

ณ คฤหาสน์หรูในเขตพัฒนาเศรษฐกิจจินหนิง บรรยากาศภายในห้องโถงเต็มไปด้วยความตึงเครียด มีเพียงเสียงรัวคีย์บอร์ดของกลุ่มนักเทรดเท่านั้นที่ดังแทรกความเงียบงันขึ้นมาเป็นระยะ ๆ

สิงเหยียนชิ่งหน้าซีดเผือดด้วยความโกรธจัด เขาไม่คิดเลยว่าฝ่ายตรงข้ามจะแข็งแกร่งขนาดนี้ ที่สำคัญคือฝ่ายตรงข้ามยังกล้าทุ่มสุดตัว โดยไม่สนใจข่าวลือในแง่ลบเลยแม้แต่น้อย แถมยังกว้านซื้อคำสั่งขายทั้งหมดไปอย่างบ้าคลั่ง

“แม่งเอ๊ย! ไอ้เวรนี่มันเป็นใครกันแน่?”

สิงเหยียนชิ่งที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงการเงินมานานหลายปี นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ปะทะกับคู่ต่อสู้ที่บ้าบิ่นขนาดนี้

ถ้าไม่ได้มีความแค้นฝังลึกกันมาแต่ชาติปางก่อน ก็คงไม่มีใครกล้าเอาตัวเข้ามาแลกด้วยวิธีที่เสี่ยงอันตรายแบบนี้หรอก

ในเมื่อเป็นกลุ่มทุนเหมือนกัน ก็ควรจะจับตาดูกลยุทธ์ของฝ่ายตรงข้าม แล้วหาจังหวะเข้ามาตักตวงผลประโยชน์ร่วมกัน แล้วไปขูดรีดเอาจากพวกแมงเม่ารายย่อยสิถึงจะถูก

โชคดีที่เมื่อตลาดภาคเช้าปิดทำการ ราคาหุ้นของบริษัทหลงจงเหมยทั่นก็ร่วงลงมาจากที่บวก 3% กลายเป็นติดลบ 3%

แม้ว่าจะร่วงลงมาถึงหกเปอร์เซ็นต์ แต่การที่สถาบันการเงินฝ่ายตรงข้ามเข้ามากว้านซื้ออย่างบ้าคลั่งราวกับหมาบ้า ก็ส่งผลให้ตลาดเริ่มตกอยู่ในภาวะชะงักงันอีกครั้ง

เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของสิงเหยียนชิ่ง สื่อจงฝูก็เอ่ยขึ้นว่า “ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ก่อนที่ตลาดภาคบ่ายจะเปิดทำการ เราจะมีเงินทุนเข้ามาสมทบอีกห้าสิบล้าน แล้วเราจะนำไปใช้ยืมหุ้นของบริษัทหลงจงเหมยทั่นเพื่อนำมาเทขายต่อไป”

สิงเหยียนชิ่งพยักหน้ารับ พร้อมกับรอยยิ้ม “ขอบคุณมากครับคุณสื่อที่ให้การสนับสนุน”

สื่อจงฝูตอบกลับไปว่า “พวกเราก็ไม่ได้เพิ่งจะร่วมงานกันเป็นครั้งแรกนี่นา ฉันเชื่อใจคุณอยู่แล้ว”

......

ในห้องทำงานของเฉินเซียว เขากำลังนั่งเล่นเกมมือถือแก้เบื่อด้วยความรู้สึกที่ผ่อนคลายสุด ๆ

แค่ช่วงเช้าวันเดียว หวังเผิงกับเซียวซวี่ก็ผลาญเงินไปกว่าร้อยล้านหยวนแล้ว

หากเป็นช่วงเวลาปกติ เหตุการณ์แบบนี้คงไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลย ต้องขอขอบคุณสิงเหยียนชิ่งที่อุตส่าห์เป็นผู้ส่งมอบโอกาสทองนี้มาให้เขาถึงที่

ไม่เพียงแต่จะส่งโอกาสมาให้เท่านั้น แต่ยังอุตส่าห์ไปปล่อยข่าวลือ เพื่อหลอกล่อให้พวกแมงเม่าแห่เทขายตามอีกด้วย

เฉินเซียวที่ล่วงรู้มาก่อนแล้วว่า ก่อนถึงวันจันทร์หน้า หุ้นของบริษัทหลงจงเหมยทั่นจะมีข่าวดีครั้งใหญ่ประกาศออกมา เขาย่อมยินดีรับซื้อหุ้นทั้งหมดที่ถูกเทขายออกมาอย่างแน่นอน

นี่เป็นครั้งแรกที่ได้สัมผัสกับเม็ดเงินจำนวนมหาศาลขนาดนี้ ซูถังจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้น ในช่วงพักกลางวัน เธอยังคงพยายามค้นหาข่าวสารเกี่ยวกับบริษัทหลงจงเหมยทั่นอย่างไม่ลดละ

เฉินเซียวยิ้มแล้วบอกว่า “ไม่ต้องหาให้เสียเวลาหรอก มันก็แค่ข่าวโคมลอยทั้งนั้นแหละ”

ซูถังพยักหน้าเห็นด้วย “ใช่ค่ะ แหล่งที่มาของข่าว ไม่เป็นเว็บเกมที่เด้งป็อปอัปขึ้นมา ก็เป็น...... หน้าต่างที่เด้งขึ้นมาเองตามเว็บไซต์ต่าง ๆ ทั้งนั้นแหละค่ะ......”

“อืม อย่าไปดูถูกพวกเว็บไซต์พวกนี้เชียวนะ ผมกล้าพูดเลยว่า ต่อให้อีกสิบปีข้างหน้า ก็ยังมีคนหลงเชื่อข่าวจากเว็บพวกนี้อยู่อีกเพียบเลยล่ะ”

ขบวนการหลอกลวงทางโทรศัพท์ในยุคหลัง ๆ ก็มักจะใช้วิธีการแบบนี้นี่แหละ

หลังจากตลาดเปิดทำการในช่วงบ่าย หวังเผิงและเซียวซวี่ที่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่แล้ว ก็กลับเข้าสู่สมรภูมิรบอีกครั้ง

ทันทีที่เปิดตลาด การปะทะกันก็ดุเดือดเลือดพล่านตั้งแต่เริ่มแรก

เนื่องจากการเข้าสกัดกั้นของเฉินเซียวในช่วงเช้า ส่งผลให้ในช่วงบ่าย มีสถาบันการเงินและนักลงทุนรายย่อยจำนวนมาก แห่กันเข้ามาซื้อหุ้นตามเขา

หุ้นหลงจงเหมยทั่นไม่เพียงแต่จะไม่ร่วงลงไปกว่าเดิม แต่กลับมีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นอีกด้วย

เฉินเซียวชะงักไปชั่วครู่ “หยุดก่อน ปล่อยให้พวกมันสู้กันไปก่อนสักพัก”

“รับทราบครับเจ้านาย”

เมื่อปราศจากกำลังหลักอย่างเฉินเซียว สถาบันการเงินและนักลงทุนรายย่อยที่แห่เข้ามาซื้อตาม ก็สามารถต้านทานได้เพียงหนึ่งชั่วโมง ก่อนจะพ่ายแพ้ราบคาบและต้องถอยร่นกลับมา

เฉินเซียวและลูกทีมที่ได้ชาร์จพลังจนเต็มเปี่ยม ก็กระโดดเข้าร่วมสมรภูมิอีกครั้ง

“วันนี้พวกเราแค่พยายามประคองราคาหุ้นให้ค่อย ๆ ปรับตัวลดลงก็พอ อย่าไปเปิดศึกปะทะกับพวกมันตรง ๆ”

“รับทราบครับ”

เฉินเซียวประเมินสถานการณ์แล้วว่า การที่เขาเข้ามาร่วมวงด้วยในวันนี้ ส่งผลให้ฝ่ายตรงข้ามต้องเทขายหุ้นอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งทำให้ต้นทุนของพวกมันพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ในวันพรุ่งนี้ ฝ่ายตรงข้ามจะต้องพยายามทุบราคาหุ้นให้ทะลุแนวรับลงมาให้ได้อย่างแน่นอน มิฉะนั้น หากปล่อยเวลาล่วงเลยไปจนถึงวันจันทร์หน้า พวกมันก็คงไม่มีโอกาสอีกแล้ว

ไม่ว่าจะมองมุมไหน การต่อสู้ในครั้งนี้ เฉินเซียวก็เป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบเอาไว้อย่างเบ็ดเสร็จ

เพราะต่อให้วันพรุ่งนี้พวกมันสามารถทุบราคาหุ้นจนทะลุแนวรับลงมาได้ เฉินเซียวก็ยังมีเงินทุนสำรองอยู่อีกกว่าสองร้อยล้านหยวน ที่พร้อมจะนำไปกว้านซื้อหุ้นในราคาต่ำ เพื่อช่วยลดต้นทุนเฉลี่ยของพอร์ตให้ต่ำลงได้อีก

พอถึงวันจันทร์หน้า ก็ต้องมาดูกันว่าเขาจะสามารถทำกำไรได้มากแค่ไหน และจะสามารถสร้างความปั่นป่วนให้กับฝ่ายตรงข้ามได้มากน้อยเพียงใด

บ่ายสามโมงตรง

หวังเผิงและเซียวซวี่สิ้นสุดการเทรดของวันนี้ พวกเขาผลาญเงินไปกว่าสองร้อยหกสิบล้านหยวน จนตอนนี้เหนื่อยล้าแทบจะหมดแรงแล้ว

เฉินเซียวยิ้มแล้วบอกว่า “เหนื่อยกันหน่อยนะ เลิกงานแล้วก็กลับไปพักผ่อนกันให้เต็มที่ล่ะ”

“เจ้านายครับ เดี๋ยวพวกเราขออยู่ศึกษาและวางแผนกลยุทธ์สำหรับวันพรุ่งนี้ก่อนนะครับ รู้สึกเหมือนว่าฝ่ายตรงข้ามจะยังมีไพ่ตายซ่อนอยู่อีกเยอะเลยล่ะครับ”

ในฐานะทัพหน้าที่มีโอกาสได้เข้าร่วมการปะทะด้วยตัวเอง พวกเขาย่อมสัมผัสได้ถึงความรุนแรงของสถานการณ์ได้ดีที่สุด

“ไม่ต้องหรอก กลยุทธ์ของวันพรุ่งนี้ง่ายนิดเดียว พอตลาดเปิดปุ๊บ พวกนายก็ทุ่มเงินทั้งหมดตั้งรับซื้อหุ้นที่ราคาฟลอร์เลย”

หวังเผิงและเซียวซวี่ถึงกับหน้าถอดสี

เจ้านายกะจะเปิดหน้าแลกเลยเหรอเนี่ย

เปิดตลาดมาก็หงายไพ่โชว์ให้เห็นหมดทุกใบเลยเหรอว่ามีหน้าตักอยู่เท่าไหร่ แล้วก็ท้าทายฝ่ายตรงข้ามว่ามีปัญญาจะเทขายให้หมดไหม

“จะ เจ้านายครับ ถ้าเกิดว่าฝ่ายตรงข้ามมีกำลังพอที่จะเทขายหุ้นได้ทั้งหมดล่ะก็ พอถึงวันจันทร์หน้า พวกมันก็ยังสามารถทุบราคาหุ้นต่อไปได้อีก แล้วทีนี้พวกเราก็......”

จบบทที่ บทที่ 50 การปะทะกันอย่างดุเดือด

คัดลอกลิงก์แล้ว