- หน้าแรก
- ระบบเซียนหุ้น: มีแค่ผมที่มองเห็นข้อมูลลับ!
- บทที่ 48 กำไรมหาศาล
บทที่ 48 กำไรมหาศาล
บทที่ 48 กำไรมหาศาล
บทที่ 48 กำไรมหาศาล
เมื่อวานนี้ หุ้นของบริษัทชางหลานจิ่วเย่ที่หวังเผิงรับผิดชอบ ทำกำไรไปได้ 13.92 เปอร์เซ็นต์ ส่วนวันนี้ทำกำไรไปอีก 7.51 เปอร์เซ็นต์
ส่วนหุ้นของบริษัทหัวเหลียงกงเย่ที่เซียวซวี่รับผิดชอบเมื่อวาน ทำกำไรไป 15.78 เปอร์เซ็นต์ และวันนี้อีก 8.62 เปอร์เซ็นต์
เงินทุนที่หวังเผิงและเซียวซวี่ใช้เทรดหุ้นของแต่ละคน อยู่ที่ประมาณ 85 ล้านหยวน
หวังเผิงทำกำไรไปได้ 18.2155 ล้านหยวน
เซียวซวี่ทำกำไรไปได้ 20.74 ล้านหยวน
รวมกำไรทั้งหมด 38.9555 ล้านหยวน
ทรัพย์สินของเฉินเซียวเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากเมื่อวานนี้
แตะระดับ 57.9555 ล้านหยวนเป็นที่เรียบร้อย!
เฉินเซียวแบ่งเงิน 50 ล้านหยวนออกเป็นสองส่วนเท่า ๆ กัน โอนเข้าบัญชีที่หวังเผิงและเซียวซวี่ดูแลอยู่บัญชีละ 25 ล้านหยวน
ส่วนที่เหลืออีก 7.9555 ล้านหยวน เขาถอนเข้าบัญชีส่วนตัว เมื่อรวมกับเงินก้อนเดิมอีกห้าแสนกว่าหยวน ตอนนี้ในบัญชีของเขาก็มีเงินสดอยู่ราว ๆ แปดล้านห้าแสนกว่าหยวนแล้ว
เขาไม่จำเป็นต้องใช้เงินทุนจำนวนมหาศาลในตลาดหุ้นอีกต่อไปแล้วล่ะ
บัญชีละ 25 ล้านหยวน พอเอาไปอัดเลเวอเรจก็จะกลายเป็นเงินถึง 250 ล้านหยวน ขืนเล่นสั้นด้วยวงเงินขนาดนี้ คงยากที่จะหาหุ้นตัวไหนมารองรับเม็ดเงินมหาศาลขนาดนี้ได้ภายในวันเดียว
เฉินเซียวไม่ได้หวังอะไรมาก แค่ขอให้มีรายได้เข้ากระเป๋าสักวันละหลายสิบล้านก็พอใจแล้วล่ะ
หลังจากวาดฝันถึงความมั่งคั่งอย่างมีความสุขแล้ว
เฉินเซียวก็หันไปดูข้อความลึกลับของวันนี้
[วันที่ 10 มิถุนายน หุ้นของบริษัทจิ่วเทียนหั่วเตี้ยนเพิ่มขึ้นสูงสุด 7.91%]
[วันที่ 14 มิถุนายน หุ้นของบริษัทหลงจงเหมยทั่นเพิ่มขึ้นสูงสุด 10.00%]
“อ้อ? ดูเหมือนว่าหุ้นกลุ่มถ่านหินกับโรงไฟฟ้าพลังความร้อนกำลังจะมาแรงแฮะ หรือว่าเป็นเพราะหน้าร้อนที่อากาศร้อนจัด หรือไม่ก็เพราะถ่านหินขาดตลาดกันแน่นะ?”
หลังจากบ่นพึมพำกับตัวเองเสร็จ เฉินเซียวก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่า ข้อความลึกลับของบริษัทหลงจงเหมยทั่นนั้นระบุว่าเป็นวันที่ 14 ซึ่งก็คือวันจันทร์หน้า ไม่ใช่วันพรุ่งนี้!
นี่เป็นความเปลี่ยนแปลงใหม่ที่เกิดขึ้น
แม้จะรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง แต่เฉินเซียวก็คิดหาเหตุผลมารองรับไม่ได้ จึงเลือกที่จะยอมรับมันแต่โดยดี
“หืม?”
“ถ่านหินงั้นเหรอ? หลงจงเหมยทั่น? นั่นมันเบอร์หนึ่งของวงการเลยนี่นา?”
จู่ ๆ เขาก็นึกขึ้นได้ว่าซุนอิ๋งเคยเล่าให้ฟังว่า แอบได้ยินสิงเหยียนชิ่งคุยกับคนอื่นตอนกินข้าว ว่าจะต้องทุบราคาหุ้นบริษัทถ่านหินเบอร์หนึ่งลงมาให้ได้......
เขารีบเข้าไปดูข้อมูลของบริษัทหลงจงเหมยทั่น ก็พบว่าราคาหุ้นของบริษัทนี้กำลังปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพ
เฉินเซียวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เริ่มรู้สึกไม่ค่อยแน่ใจนัก
เขาจึงตั้งใจจะออกไปโทรหาซุนอิ๋ง เพื่อสอบถามสถานการณ์ให้แน่ใจเสียหน่อย
แต่ทันทีที่ก้าวเท้าออกจากประตูออฟฟิศ เขาก็ต้องชะงักเมื่อเห็นซุนอิ๋งควงแขนสิงเหยียนชิ่งเดินออกมาจากลิฟต์พอดี
เฉินเซียวมองดูทั้งสองคนด้วยความประหลาดใจ
ทั้งสองคนเองก็ชะงักไปเช่นกัน โดยเฉพาะสิงเหยียนชิ่ง
เขานึกขึ้นได้ทันทีว่าเคยเจอเฉินเซียวที่หน้าโรงแรมโม่หยิ่นจู
เขาจึงรีบขยิบตาหลิ่วตาให้เฉินเซียวเป็นพัลวัน
ก่อนจะดึงแขนซุนอิ๋งเดินหายเข้าไปในบริษัทฝั่งตรงข้าม......
เฉินเซียวยืนนิ่งเป็นหินไปเลย จนกระทั่งทั้งสองคนเดินหายเข้าไปในบริษัทแล้ว เขาถึงเพิ่งจะเรียกสติกลับมาได้
สองคนนั้นมาทำอะไรที่นี่เนี่ย?
ไม่นานนัก สิงเหยียนชิ่งก็เดินกลับออกมาเพียงลำพัง
พอเห็นเฉินเซียว เขาก็ยิ้มร่าพลางล้วงบุหรี่ออกมายื่นให้
“น้องชาย เรื่องที่เราเจอกันที่หน้าโรงแรมโม่หยิ่นจูน่ะ นายต้องช่วยเก็บเป็นความลับให้พี่ด้วยนะ”
เฉินเซียวถึงได้เข้าใจว่า ไอ้หมอนี่มันกลัวว่าซุนอิ๋งจะรู้เรื่องเข้า
หารู้ไม่ว่าในวันนั้น ทั้งสองคนก็เพิ่งจะไปสนุกสุดเหวี่ยงกับเขาในโรงแรมเดียวกันมาหมาด ๆ
เฉินเซียวรับบุหรี่มาจุดสูบ ก่อนจะยื่นไฟแช็กไปจุดให้สิงเหยียนชิ่งด้วย ท่าทางเหมือนเพื่อนเก่าที่สนิทสนมกันมานาน
“พี่วางใจได้เลย ผมเข้าใจดี ลูกผู้ชายด้วยกันนี่นา”
“ฮ่าฮ่าฮ่า” สิงเหยียนชิ่งตบบ่าเฉินเซียวแล้วพูดขึ้นว่า “ได้ใจมากน้องชาย นี่นายทำงานอยู่ที่นี่เหรอ?”
เฉินเซียวพยักหน้ารับ “ครับ แล้วบริษัทฝั่งตรงข้ามนั่นคือ?”
“อ้อ พี่เป็นรองผู้จัดการบริษัทลงทุนเฉียนคุนน่ะ ถ้าน้องมีเรื่องอะไรให้พี่ช่วยก็บอกมาได้เลย ไม่ต้องเกรงใจนะ”
“พี่ชายก็เกรงใจเกินไปแล้วครับ แต่ที่ผมอยากรู้ก็คือ ตกลงว่าคนไหนคือแฟนตัวจริงของพี่กันแน่ครับเนี่ย วันหลังถ้าผมบังเอิญเจอเข้า จะได้ทำตัวถูก” เฉินเซียวแกล้งถาม
“ฮ่าฮ่าฮ่า น้องชายนี่ยังเด็กอยู่จริง ๆ นะ” สิงเหยียนชิ่งหัวเราะร่วน ก่อนจะมองซ้ายมองขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้น จึงกระซิบเสียงเบาว่า “เอาจริง ๆ นะ คนเมื่อกี้คือแฟนตัวจริงของพี่ แต่แม่งจีบยากชะมัด ก็อย่างที่น้องรู้นั่นแหละ ในเมื่อที่บ้านกินไม่อิ่ม มันก็ต้องแอบไปหาเศษหาเลยข้างนอกบ้าง”
เฉินเซียวแทบจะกลั้นขำไว้ไม่อยู่ ไม่คิดเลยว่าซุนอิ๋งจะเล่นตัวเก่งขนาดนี้
แต่ที่แกไม่รู้ก็คือ ซุนอิ๋งน่ะยอมเผยตัวตนทุกซอกทุกมุมให้ฉันเห็นหมดแล้ว!
“อ้อ เป็นอย่างนี้นี่เอง พี่ชายนี่สุดยอดจริง ๆ น้องขอคารวะเลยครับ”
เมื่อได้รับการยกยอ สิงเหยียนชิ่งก็ยิ่งได้ใจ “เด็กมหาวิทยาลัยสมัยนี้ อย่างแฟนน้องที่จีบยาก ๆ แบบเนี้ย หายากจะตายไป ถือว่าเป็นของหายากเลยล่ะ แถมยังบริสุทธิ์ผุดผ่องอีกด้วย เพราะงั้นพี่ถึงไม่ยอมถอดใจไง ส่วนพวกผู้หญิงคนอื่น ๆ น่ะ จีบง่ายจะตายไป โดยเฉพาะพวกเด็กมหาลัยครูจินหนิงน่ะ พี่เพิ่งจะสอยมาได้คนนึง เดี๋ยววันหลังพี่พาไปสนุกด้วยกันนะ”
เฉินเซียวรู้สึกเย็นยะเยือกในใจ แต่ใบหน้าก็ยังคงเปื้อนยิ้ม “งั้นน้องก็ขอขอบคุณพี่ชายล่วงหน้าเลยนะครับ”
พอบุหรี่หมดมวน สิงเหยียนชิ่งก็โอบไหล่เฉินเซียวพร้อมกับกำชับอีกครั้งว่า “เรื่องพาไปเที่ยวไม่มีปัญหา แต่จำไว้นะว่าต้องช่วยพี่ปิดเรื่องนี้ให้มิดชิดเลย ผู้หญิงดี ๆ แบบแฟนพี่น่ะ หายากแล้วนะ พี่กะว่าจะแต่งงานด้วยเลยล่ะ”
เฉินเซียวพยักหน้า “อืมมม เห็นด้วยเลยครับ พี่สะใภ้ดูเป็นคนดีจริง ๆ วางใจได้เลยครับ รอให้พี่ชายพาไปเปิดหูเปิดตาอยู่นะครับ”
สิงเหยียนชิ่งยกนิ้วโป้งให้ พร้อมกับชมว่า “รู้ความดีมาก” แล้วก็หันหลังเดินกลับเข้าบริษัทไป
เฉินเซียวแอบขำอยู่ในใจ ระหว่างที่เดินกลับไปที่ออฟฟิศ เขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ข้อความส่งไปหาใครบางคน
[มาหาฉันที่บริษัทฝั่งตรงข้ามสิ]
ไม่มีข้อความตอบกลับจากซุนอิ๋ง
เมื่อกลับมาถึงออฟฟิศ เฉินเซียวก็สั่งงานซูถังทันที “เดี๋ยวจะมีผู้หญิงที่คุณเคยเจอมาหาผม พาเธอเข้ามาในห้องทำงานของผมได้เลยนะ อ้อ แล้วก็ห้ามบอกใครนะว่าผมเป็นเจ้าของบริษัท ให้บอกคนอื่นไว้ด้วยล่ะ”
“รับทราบค่ะ” ซูถังรับคำสั่งแล้วก็เดินออกไป
ไม่นานนัก ซุนอิ๋งก็แอบย่องออกมาจากบริษัทของสิงเหยียนชิ่ง แล้วแวะเข้ามาที่บริษัทของเฉินเซียว
ทันทีที่เห็นซูถัง เธอก็จำได้ทันทีว่าผู้หญิงคนนี้คือคนที่ขับรถไปรับเฉินเซียวที่หน้าโรงแรมตรงถนนด้านหลังมหาวิทยาลัยคราวนั้น
“เอ่อ...... ฉัน......”
ซูถังส่งยิ้มให้ “เฉินเซียวอยู่ข้างในค่ะ ตามฉันมาสิคะ”
“อ้อ ค่ะ”
พอพาซุนอิ๋งไปส่งถึงห้องทำงานของเฉินเซียวแล้ว ซูถังก็ส่งยิ้มให้ก่อนจะเดินออกไปแล้วปิดประตูให้เสร็จสรรพ
ซุนอิ๋งเบิกตากว้างมองเฉินเซียวที่กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ
“นี่ นี่นาย......”
“อ้อ ฉันทำงานอยู่ที่นี่น่ะ”
ซุนอิ๋งชี้ไปที่ห้องทำงานที่ตกแต่งอย่างหรูหราอลังการ แล้วเอ่ยถามว่า “นายทำงานอะไร...... ถึงได้มีห้องทำงานใหญ่โตขนาดนี้?”
“อ้อ บริษัทสาขาเล็ก ๆ ของเราคนไม่เยอะหรอกนะ ยังไม่ได้ติดป้ายชื่อบริษัทด้วยซ้ำ เพิ่งจะเช่าออฟฟิศนี้น่ะ เฟอร์นิเจอร์พวกนี้ก็เป็นของเจ้าของตึกทั้งนั้นแหละ เป็นทรัพย์สินที่เช่ามาน่ะ”
พอได้ยินแบบนี้ ซุนอิ๋งถึงค่อยยอมเชื่อ เธอเอามือทาบอกแล้วพูดว่า “ตกใจหมดเลย เมื่อกี้ฉันแทบจะหายใจไม่ออกอยู่แล้วเนี่ย”
เฉินเซียวดึงเธอเข้ามากอดไว้แน่น
“ไม่เป็นไรน่า เดี๋ยวฉันจะช่วยปลอบขวัญเธอเอง”
ซุนอิ๋งถลึงตาใส่เขา พยายามจะดิ้นรนให้หลุดจากอ้อมกอด
“กลางวันแสก ๆ แบบนี้ เกิดมีใครเข้ามาเห็นเข้าล่ะ”
“ไม่เป็นไรหรอก ไม่มีใครเข้ามาหรอก แถมห้องนี้ก็เก็บเสียงดีซะด้วย”
“ตะ แต่ฉันต้องรีบกลับไปนะ ขืนสิงเหยียนชิ่งจับได้ล่ะก็......”
พอได้ยินชื่อสิงเหยียนชิ่ง อารมณ์ของเฉินเซียวก็เริ่มปะทุขึ้นมาทันที
เขาปัดข้าวของที่อยู่บนโต๊ะทำงานทิ้งจนหมดเกลี้ยง
“เขาจะจับได้ยังไง?”
ซุนอิ๋งส่งเสียงดุ “นายว่าเขาจะจับได้ยังไงล่ะ?”
เฉินเซียวลงมือปฏิบัติการไปพลาง เอ่ยปากพูดไปพลาง “ที่นี่เป็นย่านธุรกิจนะ การจะออกไปเดินเล่นซื้อของมันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ?”
ซุนอิ๋งชะงักไปเล็กน้อย เหมือนจะคิดอะไรขึ้นมาได้ จึงรู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้าง
“งั้นนายก็รีบ ๆ หน่อยสิ......”
“อืม ได้เลย”
สิบกว่านาทีต่อมา ซุนอิ๋งก็เหลือบมองดูเวลาด้วยความร้อนใจ
“นี่นายรีบ ๆ หน่อยสิ......”
“แคร่ก!”
ทั้งสองคนต่างก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ซุนอิ๋งหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว
“ทำไมนายถึงซุ่มซ่ามแบบนี้เนี่ย!”
เฉินเซียวยิ้มเจื่อน ๆ “ใจเย็น ๆ นะ เดี๋ยวฉันขอโทรศัพท์แป๊บนึง”
“ฮัลโหล? ซูถัง ช่วยไปซื้อถุงน่องสีดำให้ผมหน่อยสิ”
......
ผ่านไปสักพัก เฉินเซียวก็ต่อสายอีกครั้ง
“ฮัลโหล? ซูถัง ยังไม่กลับมาใช่ไหม? ช่วยซื้อชุดเดรสผู้หญิงไซต์แอลกลับมาให้ด้วยนะ......”
เฉินเซียวเพิ่งจะวางสาย โทรศัพท์ของซุนอิ๋งก็ดังขึ้นมาพอดี
“เดี๋ยวก่อน หยุดก่อน ฉันขอรับโทรศัพท์แป๊บ”
เฉินเซียวหยุดชะงักตามคำขอ
ซุนอิ๋งพยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อควบคุมอารมณ์ ก่อนจะกดรับสาย
“ฮัลโหล? ฉันกำลังเดินดูของอยู่ชั้นล่างน่ะสิ โธ่เอ๊ย จะรีบอะไรนักหนาเนี่ย? ให้พวกเขารอไปก่อนเถอะน่า ฉันเห็นชุดถูกใจอยู่ชุดนึง เดี๋ยวขอซื้อก่อนนะ”
“อื้มมม...”
พอวางสายปุ๊บ ซุนอิ๋งก็หลุดเสียงครางออกมาทันที
เฉินเซียวไม่รอช้า รีบจัดการธุระของตัวเองต่อทันที ไม่กี่นาทีต่อมา ซูถังก็กลับมาพร้อมกับของที่เขาสั่ง พอเดินเข้ามาในห้องทำงานของเจ้านาย เธอก็รู้สึกกระอักกระอ่วนใจขึ้นมาทันที
เพราะในห้องนี้ยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความเร่าร้อนของสมรภูมิรักที่เพิ่งจะสงบลง......
ซุนอิ๋งส่งสายตาค้อนให้เฉินเซียววงใหญ่ ก่อนจะหันไปยิ้มให้ซูถัง “ขอบคุณนะคะพี่สาว”
“มะ ไม่เป็นไรค่ะ” ซูถังรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้า
ซุนอิ๋งรีบเปลี่ยนมาสวมชุดใหม่ที่เพิ่งซื้อมา พับชุดเก่าที่เลอะเทอะใส่ลงในถุงกระดาษ หยิบน้ำหอมขึ้นมาฉีดพรมให้ทั่วตัว ตรวจความเรียบร้อยของตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะรีบร้อนเดินออกจากห้องไป