- หน้าแรก
- ระบบเซียนหุ้น: มีแค่ผมที่มองเห็นข้อมูลลับ!
- บทที่ 28 ทำไมถึงมีคนมาโค้งคำนับเขาล่ะ?
บทที่ 28 ทำไมถึงมีคนมาโค้งคำนับเขาล่ะ?
บทที่ 28 ทำไมถึงมีคนมาโค้งคำนับเขาล่ะ?
บทที่ 28 ทำไมถึงมีคนมาโค้งคำนับเขาล่ะ?
เมื่อเธอมีความเข้าใจในเรื่องนี้แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรให้มากความอีก
ซูถังเป็นคนฉลาด เธอคงเตรียมใจไว้บ้างแล้วว่าหนทางสู่จุดสูงสุดนั้น ย่อมต้องเต็มไปด้วยขวากหนามอย่างแน่นอน
เฉินเซียวนั่งตัวตรง สีหน้าผ่อนคลายลง
“ตกลง ยินดีต้อนรับเข้าร่วมทีมนะ”
“ช่วงทดลองงานหนึ่งเดือน เงินเดือนพื้นฐานหนึ่งหมื่นหยวน”
ซูถังรีบลุกพรวดขึ้นมาทันที และโค้งคำนับด้วยความตื่นเต้นดีใจ
การได้ติดตามผู้มีอัจฉริยภาพเช่นนี้ นับเป็นโอกาสทองที่หลายคนใฝ่ฝันแต่ไม่อาจไขว่คว้ามาได้
“ขอบคุณค่ะเจ้านาย”
เฉินเซียวรีบโบกมือห้าม “นั่งลงเถอะ นั่งลง อยู่ในมหาวิทยาลัยต้องทำตัวกลมกลืนหน่อย”
“อ้อ ได้ค่ะ”
ซูถังรีบนั่งลงทันที พลางคิดตำหนิตัวเองในใจว่าตื่นเต้นเกินไปหน่อยแล้ว
แค่ดูจากการแต่งตัวของเฉินเซียวก็รู้แล้วว่าเขาไม่อยากทำตัวโดดเด่นในมหาวิทยาลัย
เฉินเซียวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “ผมต้องการทีมงานมืออาชีพสักทีม”
ซูถังหยิบสมุดกับปากกาออกมา “ได้ค่ะ องค์ประกอบพื้นฐานก็จะมี นักเทรด ผู้จัดการกองทุน นักวิเคราะห์......”
เฉินเซียวพูดแทรกขึ้นมาว่า “ทีมของเรา ต้องการแค่นักเทรดก็พอ”
ซูถังชะงักไปเล็กน้อย แต่ไม่นานก็เข้าใจเหตุผล
เจ้านายคงจะมีช่องทางในการหาข้อมูลข่าวสารเป็นของตัวเองอยู่แล้ว และคงไม่มีใครเหมาะสมกับตำแหน่งผู้จัดการกองทุนมากไปกว่าตัวเขาเองอีกแล้ว
ดังนั้นจึงต้องการแค่นักเทรดมาคอยทำตามคำสั่งก็พอ
“ได้ค่ะเจ้านาย มีความต้องการอะไรเป็นพิเศษไหมคะ”
เฉินเซียวชูนิ้วขึ้นมาสองนิ้ว “มีสองข้อ ข้อแรกคือต้องเก่ง ข้อสองคือต้องซื่อสัตย์”
ซูถังจดบันทึกลงไปอย่างตั้งใจ “รับทราบค่ะเจ้านาย ฉันจดไว้แล้วค่ะ”
“อืม แล้วก็...... คุณช่วยไปหาสถานที่ตั้งออฟฟิศให้หน่อยนะ ขอสภาพแวดล้อมดี ๆ แล้วก็อยู่ใกล้ ๆ มหาวิทยาลัยด้วยล่ะ” เฉินเซียวสั่งงานต่อ
“ได้ค่ะ”
“อืม ชั่วคราวก็มีแค่นี้แหละ ถ้านึกอะไรออกเดี๋ยวผมค่อยบอกคุณอีกที ไปจัดการตามนี้เถอะ” เฉินเซียวกล่าวสรุป
“รับทราบค่ะเจ้านาย งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ”
“อืม”
ซูถังเก็บของเสร็จ ก็เดินก้าวฉับ ๆ ออกจากโรงอาหารไปอย่างคล่องแคล่วว่องไว
เฉินเซียวหยิบชามน้ำซุปสาหร่ายใส่ไข่ที่มีไข่ลอยฟ่องอยู่แค่ไม่กี่ชิ้นขึ้นมาจิบ
รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าของเขาอย่างไม่รู้ตัว
สไตล์การทำงาน ทัศนคติ และความฉลาดทางอารมณ์ของซูถัง เป็นสิ่งที่เขาประทับใจมาก
อย่างเช่นตอนที่โรงแรมที่ผู้หญิงสองคนบังเอิญมาเจอกัน ซูถังก็ไม่ได้แสดงอารมณ์ใด ๆ ออกมาเลยตั้งแต่ต้นจนจบ และไม่มีแม้แต่ท่าทีอยากรู้อยากเห็นเลยด้วยซ้ำ
หรืออย่างเช่นในครั้งนี้ เธอไม่ได้เอ่ยถามถึงเรื่องการจัดการงานเก่า เงินชดเชย เงินเดือน หรือแม้แต่สวัสดิการต่าง ๆ เลยแม้แต่น้อย
เพราะเธอไม่อยากสร้างความลำบากใจให้กับเจ้านาย เธอรู้ดีว่าหน้าที่ของเธอ คือการแก้ปัญหาให้กับเจ้านายต่างหาก
“มีคนคอยจัดการเรื่องต่าง ๆ ให้นี่มันดีจริง ๆ แฮะ” เฉินเซียวรำพึงรำพันออกมา
ถ้าไม่มีซูถัง เรื่องพวกนี้เขาก็คงต้องลงมือทำเองทั้งหมด แค่คิดก็ปวดหัวแล้ว
การเพิ่มเงินเดือนให้ซูถังเป็นสามเท่า เขาไม่ได้ทำไปเพื่ออวดรวยเลยสักนิด
เขาแค่จ่ายค่าตอบแทนให้คุ้มค่ากับความสามารถของเธอเท่านั้นเอง
ไม่เพียงแต่ซูถังเท่านั้น รวมถึงซุนอิ๋งด้วย แม้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับซุนอิ๋งจะเป็นแบบได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย แต่ซุนอิ๋งก็มอบบริการให้เขา เขาจึงซื้อโทรศัพท์มือถือให้เธอ ซึ่งในใจของเขานั้นถือว่ามันเป็นการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่าแล้ว
ส่วนเรื่องขอยืมเงินนั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องแยกคำนวณต่างหาก ซึ่งเขาก็เตรียมพร้อมรับมือไว้แล้ว
เหมิงฮุ่ยลี่ก็เช่นกัน เธอทุ่มเทให้เขา เธอก็ได้รับผลตอบแทนกลับไป
ซีอวิ้นหรูก็เหมือนกัน รวมไปถึงฉินซิน เสิ่นเฉิง หรือแม้แต่เสี่ยวจี๋ ทุกคนล้วนอยู่ในข่ายเดียวกันทั้งหมด
แน่นอนว่า เสี่ยวจี๋เป็นเพียงคนที่ช่วยเติมเต็มความต้องการอยากจะควบคุมคนของเฉินเซียวเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงได้ไปแค่บุหรี่ไม่กี่คอตตอนเท่านั้นเอง......
......
ณ มุมหนึ่งของโรงอาหารที่ 3 ถานเฉิงกำลังขมวดคิ้วครุ่นคิดอย่างหนัก
ภาพที่ซูถังลุกขึ้นโค้งคำนับเมื่อครู่นี้ ทำให้เธอรู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก
คนอย่างเฉินเซียว ทำไมถึงมีคนมาโค้งคำนับเขาได้ล่ะ?
แถมยังเป็นผู้หญิงที่สวยสะดุดตาขนาดนั้นอีกด้วย
หรือว่าเขาจะมีความลับอะไรซ่อนอยู่กันแน่?
เมื่อคิดได้ดังนั้น เธอก็ค่อย ๆ ลุกขึ้น แล้วแกล้งทำเป็นเดินเฉียดเข้าไปใกล้ ๆ ฝั่งที่เฉินเซียวนั่งอยู่ กะว่าจะทำเป็นบังเอิญเดินชนกัน แล้วค่อยหาโอกาสตะล่อมถามดูสักหน่อย
แต่ใครจะไปคิด ว่ายังไม่ทันจะได้เดินเข้าไปใกล้ เฉินเซียวก็ลุกขึ้นพรวด แล้วสาวเท้าก้าวฉับ ๆ เดินตรงไปยังห้องเรียนเสียแล้ว
ถานเฉิงชะงักไป ก่อนจะรีบเร่งฝีเท้าตามไปติด ๆ
ส่วนข้อความที่เวยหลิงส่งมาในโทรศัพท์ของเฉินเซียวก็คือ
[รีบมาด่วน อาจารย์วิชาเอกกำลังของขึ้นแล้ว]
เขาจึงต้องสับตีนแตกวิ่งหน้าตั้งไปอย่างที่เห็น
ถานเฉิงวิ่งตามไปจนถึงริมทะเลสาบด้วยอาการหอบแฮ่ก ๆ
อุตส่าห์ตั้งใจจะมาสร้างสถานการณ์ให้เดินชนกันแท้ ๆ แต่ดันกลายเป็นการวิ่งมาราธอนไปซะได้......
เมื่อมองดูแผ่นหลังของเฉินเซียวที่ค่อย ๆ เลือนหายไป ถานเฉิงก็กระทืบเท้าด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะหันหลังเดินกลับไป
......
เฉินเซียวจะไปรู้ได้ยังไงว่าถานเฉิงวิ่งตามหลังเขามา แต่ถึงจะรู้ เขาก็คงไม่หยุดวิ่งอยู่ดี
ท้ายที่สุดแล้ว ความโกรธเกรี้ยวของอาจารย์สอนวิชาเอก ย่อมมีความสำคัญมากกว่าถานเฉิงตั้งเยอะ
เขารีบวิ่งหน้าตั้งมาจนถึงห้องเรียน ก่อนที่อาจารย์จะเช็คชื่อถึงเขาพอดิบพอดี
อาจารย์ถลึงตาใส่เขาหนึ่งที แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
เฉินเซียวนั่งเรียนอย่างตั้งใจจนพ้นช่วงอันตรายมาได้ ถึงกล้าหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา
เขาค้นหาข่าวดีเกี่ยวกับบริษัทจื้อซินกวงเตี้ยน แต่ผลปรากฏว่าไม่พบข้อมูลอะไรเลย
ส่วนราคาหุ้นก็ยังคงดิ่งลงจนติดฟลอร์ คำสั่งขายจำนวนมหาศาลกว่าแสนล็อตยังคงถูกตั้งขวางเอาไว้อย่างเหนียวแน่น
เฉินเซียวถอนหายใจยาว “วันนี้จะไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรให้ชื่นใจหน่อยเลยเหรอเนี่ย?”
ทันทีที่พูดจบ ราวกับมีเวทมนตร์มาทำลายคำสาป คำสั่งขายจำนวนกว่าแสนล็อตก็อันตรธานหายไปในพริบตา
เฉินเซียวขยี้ตาอย่างแรง
“เวรเอ๊ย!”
เขาไม่ได้ดูแนวโน้มราคาหุ้นต่อ แต่กลับไปค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทจื้อซินกวงเตี้ยนใหม่อีกครั้ง
คราวนี้เขาก็เจอข้อมูลจนได้ บริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนแบรนด์ผลไม้ ได้ตัดสินใจเพิ่มรายชื่อบริษัทจื้อซินกวงเตี้ยน เข้าไปเป็นหนึ่งในผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์แล้ว
“เชี่ยเอ๊ย! งานนี้รวยเละแน่ ๆ!”
การได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานให้กับบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่างแบรนด์ผลไม้ รับรองได้เลยว่ากำไรทะลุเป้าอย่างแน่นอน
เฉินเซียวกลับไปดูเส้นกราฟราคาหุ้นอีกครั้ง มันพุ่งปรี๊ดขึ้นไปเป็นเส้นตรงเลยทีเดียว ไอ้พวกหน้าม้าที่คอยปั่นหุ้นเมื่อกี้นี้ก็หายหัวไปหมดแล้ว
ราคาหุ้นพลิกผันจากติดฟลอร์ กลายเป็นพุ่งชนซิลลิ่งในชั่วพริบตา
“รวยแล้ว!”
“ถ้าขืนเป็นแบบนี้ต่อไปล่ะก็ การปั้นเงินจากหลักล้านไปแตะหลักสิบล้าน คงจะเร็วกว่าตอนที่ปั้นจากศูนย์ไปถึงล้านแน่ ๆ!”
แน่นอนว่ายิ่งมีทุนหนา การหาเงินก็ยิ่งเป็นเรื่องง่าย
การก้าวข้ามขีดจำกัดจากหลักล้านไปสู่หลักสิบล้าน ยังคงทำให้เฉินเซียวรู้สึกตื่นเต้นได้เสมอ
เขายังไม่บรรลุถึงขั้นที่มองว่าเงินเป็นเพียงตัวเลข การที่มูลค่าทรัพย์สินเพิ่มสูงขึ้นในแต่ละครั้ง ล้วนนำพาความรู้สึกสะใจอันมหาศาลมาให้เขาทั้งสิ้น
“มัวทำอะไรอยู่? ตั้งใจเรียนหน่อยสิ!” อาจารย์หวังเดินเข้ามาทัก
เฉินเซียวยิ้มกริ่ม “หมดเวลาเรียนแล้วครับอาจารย์หวัง ไปเถอะ ไปสูบบุหรี่กันดีกว่า”
อาจารย์หวังเป็นคนเข้มงวดมากเวลาสอน แต่พอเลิกเรียนเมื่อไหร่ แกก็ทำตัวสนิทสนมกับนักศึกษาเหมือนพี่เหมือนน้องกันเลยทีเดียว
อาจารย์หวังเหลือบมองดูนาฬิกา “ไปสิ ไปที่หน้าหอศิลป์กันเถอะ จะได้แวะกินกาแฟด้วยเลย”
พอแกพูดจบ บรรดานักศึกษาชายจอมหน้าด้านหลายคนก็รีบวิ่งเข้ามาห้อมล้อมทันที
ปกติแล้วไอ้พวกนี้ก็ชอบมาเกาะแกะขอส่วนบุญกินกาแฟฟรีจากอาจารย์หวังเป็นประจำอยู่แล้ว
เฉินเซียววิ่งไปซื้อบุหรี่ยี่ห้อ 1912 ที่ร้านกาแฟหน้าหอศิลป์มาซองหนึ่ง
นี่คือยี่ห้อโปรดของอาจารย์หวังเลยล่ะ
ร้านกาแฟที่อยู่หน้าหอศิลป์ มีบุหรี่ระดับพรีเมียมขายอยู่แค่ไม่กี่ยี่ห้อ และยี่ห้อที่ถูกที่สุดก็คือจงหัว
คณะศิลปกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยจินหนิง มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศ มักจะมีดาราดัง ๆ แวะเวียนมาแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์อยู่บ่อยครั้ง
คณาจารย์ในคณะนี้ต่างก็เป็นผู้มีอิทธิพลและมีชื่อเสียงกันทั้งนั้น
ส่วนจะยิ่งใหญ่ขนาดไหนนั้น เฉินเซียวก็ไม่แน่ใจนัก แต่ที่แน่ ๆ เขาคิดว่าตัวเองคงจะยิ่งใหญ่กว่าล่ะมั้ง......
ที่หน้าหอศิลป์มีลานกว้างตั้งอยู่ บริเวณนั้นมีโต๊ะเก้าอี้จัดเตรียมไว้ให้ ไอ้พวกเด็กเปรตเหล่านั้นก็ได้สูบบุหรี่ 1912 ของอาจารย์หวังสมใจอยาก และกำลังยืนสูบกันอย่างเอร็ดอร่อย
อาจารย์หวังอุทิศชีวิตให้กับงานศิลปะ แกเป็นคนสูบบุหรี่จัดมาก
เฉินเซียวเดินเข้าไปหยิบบุหรี่ยี่ห้อ 1912 บนโต๊ะของอาจารย์หวังมาถือไว้ แล้วยัดบุหรี่ซองใหม่ที่ตัวเองเพิ่งซื้อมาใส่ลงไปในกระเป๋าเสื้อของอาจารย์หวังแทน
“อาจารย์หวังครับ ผมไม่ค่อยติดบุหรี่เท่าไหร่ ขอสูบของอาจารย์ก็แล้วกัน ส่วนของผมอาจารย์ก็เก็บไว้สูบเถอะ ไม่งั้นเดี๋ยววันนี้อาจารย์จะไม่มีสูบพอนะครับ”
ถ้าเป็นของอย่างอื่น อาจารย์หวังคงปฏิเสธไปแล้ว แต่สำหรับบุหรี่เนี่ย แกขาดไม่ได้เลยจริง ๆ
อาจารย์หวังกำลังจะล้วงกระเป๋าหยิบเงินจ่ายให้ แต่เฉินเซียวกลับเอามือกดกระเป๋าเสื้อของแกไว้แน่น
“พี่หวัง ดูถูกน้องชายคนนี้เหรอครับ?”
“ไสหัวไปเลย!”
“อ้อ ได้เลยครับ”
ระหว่างที่พูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน เฉินเซียวก็สามารถลบล้างความผิดฐานเกือบมาเรียนสายในวันนี้ไปได้จนหมดสิ้น แถมยังถือโอกาสสานสัมพันธ์อันดีกับอาจารย์หวัง เพื่อปูทางสำหรับการโดดเรียนในอนาคตอีกด้วย