- หน้าแรก
- ระบบเซียนหุ้น: มีแค่ผมที่มองเห็นข้อมูลลับ!
- บทที่ 12 โม่หยิ่นจู
บทที่ 12 โม่หยิ่นจู
บทที่ 12 โม่หยิ่นจู
บทที่ 12 โม่หยิ่นจู
“เธออย่า...... ที่นี่มีคนอยู่นะ!”
เหมิงฮุ่ยลี่ดึงตัวเขาแล้วพูดว่า “ตามฉันมา ไปที่ภูเขาเพ่าซานกัน”
เฉินเซียว “......”
เชี่ยเอ๊ย เธอรู้ดีชะมัด!
สิ่งที่เรียกว่าภูเขาเพ่าซานนั้น ก็คือเกาะกลางทะเลสาบที่อยู่ด้านหน้าของตึกศิลปกรรมศาสตร์นั่นเอง
สามด้านถูกล้อมรอบด้วยน้ำ มีสะพานลอยน้ำเชื่อมอยู่เพียงด้านเดียว ภายในนั้นมืดทึบและเต็มไปด้วยต้นไม้หนาแน่น ว่ากันว่ามีถุงยางอนามัยทิ้งเกลื่อนกลาดเต็มพื้นไปหมด
“เอา เอาเป็นว่าฉันไปเปิดห้องดีไหม......” เฉินเซียวพูดด้วยความรู้สึกหวั่นใจ
“ไม่เอา วันนี้จะเอาที่นี่แหละ”
เฉินเซียว “......”
“ที่นี่มันมืดตึ๊ดตื๋อเลยนะ เดี๋ยวก็มีงูหรอก พวกเราไปกันเถอะ......”
เหมิงฮุ่ยลี่ที่ใช้ชีวิตอยู่ในแถบตะวันตกมาตั้งแต่เด็ก ไม่ได้รู้สึกกลัวงูเลยแม้แต่น้อย
“โธ่เอ๊ย นายรีบเข้ามาสิ”
“ฉันมองไม่ค่อยเห็น ระวังอย่าไปเหยียบอะไรเข้าล่ะ......”
“ชู่ว อย่าส่งเสียงดังสิ เหมือนที่นี่จะมีคนอื่นอยู่ด้วยนะ......”
เฉินเซียว “......งั้นก็ไปเถอะ”
“ไม่เอา ทุกคนที่มาที่นี่ ก็มีเป้าหมายเดียวกันทั้งนั้น ไม่มีใครมาขัดขวางใครหรอก”
เฉินเซียวถึงกับพูดไม่ออก เขาเกิดมาสองชาติแล้ว ยังไม่เคยเจอเรื่องน่าตื่นเต้นขนาดนี้มาก่อนเลย
เขาเดินลุยเข้าไปในป่าด้วยความยากลำบาก ภายในนั้นกลับมีม้านั่งไม้ยาววางกระจัดกระจายอยู่ด้วย
กลิ่นหอมโชยมาปะทะจมูก เหมิงฮุ่ยลี่สวมกอดเฉินเซียวแน่นอีกครั้ง และกระซิบข้างหูของเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“เฉินเซียว วันนี้กระโปรงที่ฉันใส่น่ะ......”
ประโยคนี้ได้จุดชนวนเปลวไฟที่สุมอยู่ในอกของเฉินเซียวจนลุกโชน
“อย่าทำแบบนี้สิ นายไปนั่งบนเก้าอี้ก่อน” เหมิงฮุ่ยลี่กล่าว
“ไม่ เธอจับไว้สิ”
“รอก่อน นายเหยียบโดนเสื้อผ้าฉันแล้ว......”
......
ภายในป่าทึบทั้งอบอ้าวและเต็มไปด้วยความเร่าร้อน
เสียงสวบสาบดังมาจากหลายทิศทาง
เสียงที่ถูกกดกลั้นเอาไว้ทั้งหมด ล้วนถูกปกคลุมและปิดกั้นเอาไว้ด้วยป่าทึบ
เมื่อฟังจากด้านนอก จะได้ยินเพียงเสียงคลื่นจากทะเลสาบ ที่ซัดสาดเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะเท่านั้น
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
เฉินเซียวและเหมิงฮุ่ยลี่ก็เดินออกมาอย่างระมัดระวัง
จนถึงตอนนี้หัวใจของเขาก็ยังคงเต้นแรง ขาก็ทั้งอ่อนแรงและชาไปหมด
ไม่ใช่ว่าเป็นเพราะเรี่ยวแรงถดถอย แต่เป็นเพราะมันตื่นเต้นและเร้าใจมากเกินไปต่างหาก
“จุ๊บ” เหมิงฮุ่ยลี่รีบหอมแก้มเขาอย่างรวดเร็วไปหนึ่งฟอด “วันนี้ฉันมีความสุขมาก ขอบใจนะ”
เฉินเซียว “......เธอ เธอก็เก่งมากเหมือนกัน”
“คิกคิก ฉันไปก่อนนะ ไว้คราวหน้านัดกันใหม่”
“บ๊ายบาย”
......
เฉินเซียวเดินอยู่ใต้แสงไฟสีเหลืองนวลเพียงลำพัง บรรยากาศเงียบสงบยามค่ำคืนในมหาวิทยาลัย ทำให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด
“ฟู่~~”
เฉินเซียวพ่นควันบุหรี่ออกมาเป็นสายยาว ในหัวก็กำลังครุ่นคิด
แม้จะไม่ได้เปิดซิงเป็นคนแรก แต่ก็ถือว่าเป็นการประเดิมผลงานชิ้นแรกในรั้วมหาวิทยาลัยล่ะนะ
ส่วนเรื่องที่ว่าเธอจะเริ่มทำตัวเสื่อมเสียจนทำให้คนตกตะลึงเมื่อไหร่นั้น ก็คงต้องปล่อยให้มันเป็นไปตามเวรตามกรรมล่ะนะ อย่างน้อยตอนนี้เธอก็ยังเป็นคนปกติดีอยู่
เมื่อกลับมาถึงหอพัก เสี่ยวจี๋ก็ยังคงเล่นเกมอยู่
“อ้าว พี่เซียว ไปทำอะไรมาเหรอ?”
เฉินเซียว “จะให้ฉันไปทำอะไรได้ล่ะ? ก็ไปหาสาวมาไง”
“เวรเอ๊ย......”
เสี่ยวจี๋แอบเจ็บใจที่ตัวเองปากบอนไปถามให้มากความทำไมก็ไม่รู้
เขาหันหน้ากลับไปเล่นเกมต่อ
เฉินเซียวหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบโดยไม่สนใจใคร พอเสี่ยวจี๋เห็นดังนั้น ก็รีบหันหน้ากลับมาทันที
“แหะ ๆ พี่เซียว สาวคนไหนเหรอ?”
เฉินเซียวส่งบุหรี่ให้เขาหนึ่งมวน จู่ ๆ เขาก็นึกขึ้นมาได้ว่า การที่เหมิงฮุ่ยลี่เปลี่ยนไปเป็นแบบนั้นในชาติก่อน มันจะมีความเกี่ยวข้องอะไรกับจี๋หรงเจิงหรือเปล่านะ
เมื่อเสี่ยวจี๋เห็นว่าเขาไม่ตอบ ก็รับบุหรี่มาแล้วหัวเราะแหะ ๆ ก่อนจะหันกลับไปเล่นเกมต่อ
เฉินเซียวขมวดคิ้วแล้วพยายามนึกทบทวนอย่างละเอียด ไอ้ลูกหลานจี๋หรงเจิงคนนี้ มีแฟนที่คบกันมาหลายปีอยู่ที่บ้านเกิด แถมสุดท้ายแล้วทั้งคู่ก็ได้แต่งงานกันด้วย
แต่ในระหว่างที่คบกัน หมอนี่ก็ผ่านผู้หญิงมาไม่น้อยเลยทีเดียว
ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือเหมิงฮุ่ยลี่
ในชาติก่อน หลังจากที่เขาปฏิเสธไปหลายครั้ง จู่ ๆ เหมิงฮุ่ยลี่ก็ไปคบกับหมอนี่
แถมจี๋หรงเจิงยังประกาศความสัมพันธ์ของพวกเขาให้ทุกคนได้รับรู้อีกด้วย พอถึงตอนปีสาม แฟนสาวที่บ้านเกิดของหมอนี่ก็มาอยู่เป็นเพื่อนเรียนด้วยกันหนึ่งเดือน
เรื่องที่เหมิงฮุ่ยลี่กลายเป็นมือที่สาม ถูกแพร่กระจายไปทั่วทั้งคณะศิลปกรรมศาสตร์ จนทำให้เธอต้องเสียชื่อเสียงและหมดอนาคตในทันที
“หรือว่า...... เป็นเพราะความสะเทือนใจจากเรื่องนี้ ที่ทำให้เหมิงฮุ่ยลี่ต้องยอมปล่อยตัวปล่อยใจจนเสียคนไปเลย?”
“งั้นการที่ฉันชิงลงมือก่อน เธอคงจะไม่กลายเป็นเหมือนในชาติก่อนแล้วล่ะมั้ง”
บุหรี่มวนนั้นเพิ่งจะสูบไปได้ไม่เท่าไหร่ ก็มอดไหม้จนหมดอย่างรวดเร็ว
เฉินเซียวกดขยี้ก้นบุหรี่ลงในที่เขี่ยบุหรี่ และเลิกคิดถึงเรื่องนี้
มันจะยังคงดำเนินไปตามเนื้อเรื่องในชาติก่อนหรือไม่ เทอมนี้ก็คงจะได้รู้ผลกันแล้ว
ถ้าเหมิงฮุ่ยลี่ไปยุ่งกับจี๋หรงเจิงอีก วาสนาระหว่างเขากับเธอก็คงจะจบลงเพียงเท่านี้แหละ
หลังจากผ่านพ้นศึกใหญ่ที่ทั้งตื่นเต้นและเร้าใจมา เฉินเซียวก็รู้สึกอ่อนเพลียเล็กน้อย เขาไปอาบน้ำอุ่น แล้วก็รีบเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ
เช้าวันเสาร์ เฉินเซียวก็ยังคงตื่นนอนตอนเจ็ดโมงเช้าเหมือนเดิม เขาไปวิ่งที่สนามกีฬาสองสามรอบก่อน จากนั้นก็ไปกินข้าว แล้วค่อยกลับมาที่หอพัก
จี๋หรงเจิงกับฉินซินยังไม่ตื่น เฉินเซียวสะพายกระเป๋าเป้ที่มีโทรศัพท์มือถือแอปเปิล 4 อยู่ข้างใน แล้วเดินออกจากหอพักไป
เขามองดูข้อความในโทรศัพท์มือถือ และเดินออกไปทางประตูหลังของมหาวิทยาลัยตามคำแนะนำของซุนอิ๋ง
ห่างออกไปไม่ไกลนัก มีแท็กซี่คันหนึ่งจอดอยู่ริมถนน
เฉินเซียวมองดูป้ายทะเบียนรถ ก่อนจะเปิดประตูหลังแล้วเข้าไปนั่ง
ซุนอิ๋งอยู่ในชุดเดรสสีดำ สวมหมวกปีกกว้างแต่งลูกไม้สีดำ และสวมแว่นกันแดดสีดำ ใบหน้าที่ขาวเนียน ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงสดดูเย้ายวนใจ
“วันนี้เธอสวยมากเลยนะ” เฉินเซียวกล่าวชมจากใจจริง
“ขอบใจนะ” ซุนอิ๋งยิ้มบาง ๆ “พี่คนขับ ออกรถได้เลยค่ะ”
“ได้เลยครับ”
รถเริ่มเคลื่อนตัว และค่อย ๆ ขับขึ้นทางด่วน
โม่หยิ่นจู ตั้งอยู่ใจกลางภูเขาจู้เป่า
เนื่องจากมีภูเขาล้อมรอบ ทำให้เกิดเป็นภูมิประเทศที่เหมือนกับชามวิเศษที่เต็มไปด้วยทรัพย์สมบัติ อีกทั้งยังมีน้ำพุจากภูเขาไหลผ่าน ภายหลังจึงถูกดัดแปลงและพัฒนาให้กลายเป็นสถานที่พักตากอากาศ
โด่งดังด้วยสภาพแวดล้อมที่สวยงาม และสระว่ายน้ำที่ใช้แหล่งน้ำพุธรรมชาติจากภูเขา
ห้องพักเตียงใหญ่พร้อมวิวทะเลสาบที่ซุนอิ๋งจองไว้ ในยุคสมัยนี้คืนหนึ่งก็ปาเข้าไปห้าร้อยกว่าหยวนแล้ว เรียกได้ว่านักศึกษาส่วนใหญ่ไม่มีปัญญาจ่ายอย่างแน่นอน
เฉินเซียวนั่งมองดูภูเขาสีเขียวขจีที่ล้อมรอบอยู่โดยรอบ และสายน้ำสีเขียวมรกตที่ไหลเอื่อย ๆ
ซุนอิ๋งเป่าปากออกมาเฮือกใหญ่ เธอนอนหงายแผ่หลาอยู่บนเตียง
ที่เธอเลือกมาที่นี่ ก็เพราะที่นี่มันมีความเป็นส่วนตัวมากพอ
เฉินเซียวเองก็ยืดเส้นยืดสาย แล้วไปยืนชื่นชมทิวทัศน์ของทะเลสาบและภูเขาอยู่ที่หน้าหน้าต่างกระจกบานใหญ่
เขาชอบทิวทัศน์ที่เงียบสงบของที่นี่จริง ๆ ชาติก่อนเขามัวแต่วุ่นวายกับการทำงาน ล้มลุกคลุกคลานมาจนถึงอายุสามสิบ จะเอาเวลาว่างที่ไหนมาพักผ่อนกันล่ะ?
ชีวิตในตอนนี้ เมื่อเทียบกับชาติก่อนของเขาแล้ว มันก็ไม่ต่างอะไรกับชีวิตของเทพเซียนเลยจริง ๆ
เฉินเซียวยืดเส้นยืดสายสักพัก จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์มือถือที่ยังไม่ได้แกะกล่องออกมาจากกระเป๋าเป้
“อ่ะ นี่ ให้เธอ”
ซุนอิ๋งนอนนิ่งอยู่บนเตียง เธอกะพริบตากลมโตปริบ ๆ ก่อนจะลุกพรวดขึ้นมานั่งจ้องมองกล่องโทรศัพท์มือถือ
“แอปเปิล 4 เหรอ? ให้ฉันเหรอ?”
“อืม ให้เธอไง”
ซุนอิ๋งหยิบกล่องโทรศัพท์มือถือขึ้นมาพลิกดู
“นาย...... ไปเอาเงินมากมายขนาดนี้มาจากไหน?”
เฉินเซียวยิ้ม “ก็เอาเงินเธอไปซื้อมาไง”
ซุนอิ๋งถลึงตาใส่เขา เห็นได้ชัดว่าเธอไม่เชื่อ
จากนั้นเธอก็วางกล่องโทรศัพท์มือถือลง แล้วสวมกอดคอของเขาเอาไว้
“เฉินเซียว นายดีกับฉันจังเลย”
เฉินเซียว “......”
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกน่า ก็แค่โทรศัพท์มือถือเครื่องเดียวเอง เงินห้าหมื่นหยวนเธอยังกล้าให้ฉันยืมเลย ถ้าเทียบกับเธอแล้ว แค่นี้มันไม่ได้มีความหมายอะไรหรอก”
ซุนอิ๋งขอบตาแดงก่ำ เธอใช้นิ้วจิ้มหน้าผากเขาแล้วพูดว่า “ถือว่านายยังมีจิตสำนึกอยู่บ้างนะ”
เฉินเซียว “......”
“แต่ว่า...... โทรศัพท์เครื่องนี้นายเก็บไว้ใช้เถอะ สิงเหยียนชิ่งรับปากว่าจะซื้อให้ฉันพรุ่งนี้แล้วล่ะ”
เมื่อมองดูซุนอิ๋งในฐานะแฟนสาวของสิงเหยียนชิ่ง จู่ ๆ ภายในร่างกายของเฉินเซียวก็มีพลังอันบ้าคลั่งพวยพุ่งออกมา
เขาอุ้มซุนอิ๋งขึ้นมา แล้วโยนเธอลงบนเตียง
เสียงร้องอุทานดังขึ้นในห้องอย่างต่อเนื่อง
ไม่กี่นาทีต่อมา ซุนอิ๋งที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงก็ผลักเฉินเซียวออกไป
“เดี๋ยวก่อน นายยังไม่ได้ปิดผ้าม่านเลยนะ”
เฉินเซียว “......”
“เอาเสื้อผ้ามาให้ฉันที”
“ไม่เป็นไรหรอกน่า ไม่มีใครเห็นหรอก รีบไปปิดสิ”
เฉินเซียวถูกไล่ลงจากเตียงแบบนี้แหละ เขารีบไปดึงผ้าม่านปิดแล้ววิ่งกลับมาทันที