เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 เสน่ห์แห่งความมั่นใจ

บทที่ 5 เสน่ห์แห่งความมั่นใจ

บทที่ 5 เสน่ห์แห่งความมั่นใจ


บทที่ 5 เสน่ห์แห่งความมั่นใจ

เพียงเวลาไม่นาน เฉินเซียวก็ทำเงินได้กว่า 735 หยวน

ปกติแล้ว ค่าครองชีพรายเดือนของพวกเขาในตอนนี้อยู่ที่ 1,000 หยวน

แต่เขาเพียงวันเดียว กลับหาเงินได้มากกว่าค่าครองชีพเกือบทั้งเดือน

จี๋หรงเจิงราวกับสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ผิดปกติในหอพัก เขาอาศัยจังหวะว่างระหว่างเล่นเกม หันหน้ามาถาม

“พวกนายสองคนเป็นอะไรไป? มาล็อคอินเข้าเกมกันสิ?”

เฉินเซียวยิ้มพร้อมพูดว่า “ไม่มีอะไร นายเล่นของนายไปเถอะ”

ประจวบเหมาะกับที่เกมรอบใหม่เริ่มต้นขึ้น จี๋หรงเจิงพูดพลางหันกลับไป และพูดขึ้นว่า “อย่าทะเลาะกันล่ะ ไม่มีเรื่องอะไรที่เกมตาเดียวจะแก้ไม่ได้หรอกนะ”

ฉินซินไม่ได้สนใจเขาเลย เขาทำมือส่งสัญญาณเรียกเฉินเซียว และทั้งสองก็เดินออกจากหอพักไป

“นาย...”

“ถ้าเห็นเป็นพี่น้องก็อย่าถาม” เฉินเซียวกล่าว

“เวร นายโชคดีแบบสุด ๆ เลยว่ะ”

เฉินเซียวยิ้มแต่ไม่พูดอะไร ในใจคิดว่าถ้ามีเวลาคงต้องไปเปิดบัญชีของตัวเองเสียแล้ว ตอนนี้เงินทุนยังน้อยก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าต่อไปมีมากขึ้นก็คงจะไม่สะดวกนัก

และต่อไปก็ต้องมีทีมงานมืออาชีพของตัวเองด้วยถึงจะดี

เหมือนอย่างเช่นลวี่หยวนมู่เย่ในวันนี้ ตอนที่ตกต่ำสุดมันลงไปถึง 6 จุด แต่เขากลับเข้าไปซื้อตอนที่มันอยู่ในระดับกลาง

หากเขาสามารถช้อนซื้อในจุดต่ำสุด และไปขายทำกำไรในจุดสูงสุดได้ ผลกำไรในวันนี้ก็จะไม่ใช่แค่ 6.7 จุด แต่จะเป็น 12.7 จุดเลยทีเดียว

แน่นอนว่า ถึงแม้จะมีทีมงานมืออาชีพ ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะซื้อได้ในจุดต่ำสุดเสมอไป

แต่อย่างน้อยก็คงจะมีชั้นเชิงมากกว่าที่เฉินเซียวทุ่มหมดหน้าตักเพื่อซื้อในครั้งเดียวแบบนี้

“ไปเถอะ วันนี้พ่อจะเลี้ยงเส้นหมี่น้ำนายเอง”

“เชี่ย แกหาเงินได้เจ็ดร้อยแต่กลับจะเลี้ยงพ่อแกแค่นี้เนี่ยนะ?”

“ไสหัวไปเลย จะกินหรือไม่กินก็เรื่องของนาย”

ฉินซิน “......”

......

คนที่เล่นหุ้นต่างก็เข้าใจดี โดยเฉพาะตอนที่ยังมีเงินทุนน้อย ก็ยิ่งต้องทำให้ทุกแดงทุกสตางค์เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อที่จะสร้างทุนให้เพิ่มพูนอย่างรวดเร็วผ่านดอกเบี้ยทบต้น

ตอนนี้เฉินเซียวก็เป็นแบบนั้น ในเมื่อแน่ใจว่าได้กำไรชัวร์ ๆ เขาก็ไม่คิดจะใช้จ่ายฟุ่มเฟือยจนกว่าจะสะสมเงินทุนได้มากพอ

ทุกอย่างมักยากเสมอในตอนเริ่มต้น แม้ว่าจะมีนิ้วทองคำ แต่ก็ยังต้องอาศัยกระบวนการที่ค่อยเป็นค่อยไป

คืนนั้น เฉินเซียวปิดโทรศัพท์มือถือและนอนนิ่ง ๆ อยู่บนเตียง

เสียงหอบหายใจอันยุ่งเหยิงจากลำโพงคอมพิวเตอร์ของจี๋หรงเจิงฝั่งตรงข้าม ไม่ได้ทำให้เกิดความปั่นป่วนใด ๆ ในใจของเขาเลยแม้แต่น้อย

เฉินเซียวนึกย้อนกลับไปถึงเงิน 700 กว่าหยวนที่หามาได้ในวันนี้ ราวกับว่ามันไม่ใช่แค่ 700 หยวน แต่เป็นเงินกว่า 7 ล้านหยวน

เขารู้ตัวดีว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ถือว่าเขาได้กุมกุญแจสู่จุดสูงสุดของยอดพีระมิดเอาไว้แล้ว

ตราบใดที่เขาก้าวเดินไปอย่างมั่นคง ไม่ช้าก็เร็วเขาจะก้าวข้ามผ่านชนชั้นต่าง ๆ และขึ้นไปสู่จุดสูงสุดได้อย่างแน่นอน

เช้าวันรุ่งขึ้น เฉินเซียวตื่นแต่เช้า เขาไปวิ่งบนลู่วิ่งยางในสนามกีฬาอยู่สองรอบ ก่อนจะไปกินข้าวที่โรงอาหาร

เพื่อนนักศึกษาบางคนที่คุ้นหน้าคุ้นตากัน เมื่อทักทายก็ล้วนแต่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของเฉินเซียว

เขาแต่งตัวเหมือนปกติ ภาพลักษณ์ภายนอกก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่สายตา ท่าทาง และทุกท่วงท่ากลับเผยให้เห็นถึงความมั่นใจ ความแน่วแน่ และความเยือกเย็น ซึ่งทำให้เขาดูมีเสน่ห์ดึงดูดใจเป็นพิเศษ

เมื่อก่อนเวลาที่ถานเฉิงเจอเฉินเซียว เธอจะไม่แม้แต่จะปรายตามองเลยด้วยซ้ำ แต่วันนี้ เธอกลับหันมามองเขาอยู่หลายครั้ง

ในใจของเธอก็เหมือนกับเพื่อนนักศึกษาคนอื่น ๆ ที่มีความสงสัยคล้าย ๆ กัน

ผู้ชายธรรมดา ๆ คนนี้ ทำไมจู่ ๆ ถึงได้เปล่งประกายราวกับหยกที่ถูกกะเทาะเปลือกออกไป

เธอเพิ่งจะคิดอยากจะเข้าไปทักทาย เฉินเซียวก็ลุกขึ้นอย่างสง่างามและเดินกลับไปทางหอพักเสียแล้ว

ทุกย่างก้าวที่เขาเดิน ท่ามกลางผู้คนมากมายกลับดูโดดเด่นไม่เหมือนใคร

การเปิดตลาดในช่วงเช้าไม่มีอะไรให้น่าสงสัย หุ้นเหอตานหรูเย่ที่ราคาค่อนข้างคงที่เมื่อวานนี้ เมื่อเปิดตลาดก็พุ่งชนซิลลิ่งทันที

ทุนของเฉินเซียวเมื่อวานนี้คือ 11,735 วันนี้กลับพุ่งไปถึง 12,908 ทันที

สองวันได้กำไรมา 1,908 หยวน

แน่นอนว่ายังต้องจ่ายอากรแสตมป์อีก 0.3% นอกเหนือจากนั้นก็คือกำไรล้วน ๆ

การลงทุนทำกำไรในตลาดหุ้นของประเทศ ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

นี่แทบจะเทียบเท่ากับค่าครองชีพถึงสองเดือนเลยทีเดียว

อีกทั้งเฉินเซียวยังคาดเดาได้ว่า ความเร็วในการหาเงินของเขาจะยิ่งเพิ่มมากขึ้นตามเงินทุนที่เพิ่มขึ้น

ข้อความลับของวันนี้ได้รับการอัปเดตแล้ว

ข้อความระบุว่า วันที่ 25 พฤษภาคม หุ้นของกลุ่มบริษัทฉีเหอเพิ่มขึ้นสูงสุด 10.00%

เป็นการพุ่งชนซิลลิ่งอีกครั้ง

เฉินเซียวขายหุ้นของเหอตานหรูเย่และซื้อหุ้นของกลุ่มบริษัทฉีเหอเข้ามาอย่างไม่ลังเล

เพราะเขาไม่รู้ว่าพรุ่งนี้เหอตานหรูเย่จะยังคงพุ่งชนซิลลิ่งอีกหรือไม่ แต่สำหรับกลุ่มบริษัทฉีเหอมันจะพุ่งไปถึงซิลลิ่งอย่างแน่นอน

เนื่องจากวันนี้ยังมีเวลาเหลือ และหลังจากนี้เขาก็ไม่ต้องคอยติดตามสถานการณ์ในตลาดหุ้นอีก เฉินเซียวจึงวางแผนที่จะไปเปิดบัญชีของตัวเองที่บริษัทหลักทรัพย์

น่าเสียดายที่ตอนนี้เงินทุนของเขายังมีน้อยเกินไป จึงไม่สามารถใช้เลเวอเรจได้

ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ทำกำไรสูงสุดได้แค่สิบหรือยี่สิบเปอร์เซ็นต์หรอก

เมื่อออกจากประตูมหาวิทยาลัย เฉินเซียวก็เลือกที่จะนั่งรถเมล์

เพราะเงินทั้งหมดอยู่ในบัญชี ในกระเป๋าของเขาเหลือเศษเหรียญอยู่ไม่กี่เหรียญเท่านั้น

ตั้งแต่มีตลาดหุ้นมา ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร ในห้องโถงซื้อขายของบริษัทหลักทรัพย์ก็จะมีคนกลุ่มหนึ่งปักหลักอยู่ตลอดทั้งปี

เฉินเซียวไม่รู้ว่าคนกลุ่มนี้มีเล่ห์เหลี่ยมอะไรซ่อนอยู่ในหัวบ้าง แต่ไม่ว่ายังไงแต่ละคนก็ดูเหมือนพวกขาใหญ่กันทั้งนั้น

แต่นี่ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเขาเลย

เฉินเซียวไม่ได้คิดจะปล่อยให้ตัวเองหมกมุ่นอยู่กับการศึกษาเรื่องตลาดหุ้น เพราะในสายอาชีพนี้มีผู้ชนะน้อยเกินไป และคนที่สามารถชนะได้ตลอดก็ยิ่งมีน้อยจนแทบจะหาไม่ได้เลย

ใครก็ตามที่ปรากฏตัวออกมา ต่างก็เป็นระดับตำนานทั้งนั้น

หากวันหนึ่ง เฉินเซียวไม่สามารถมองเห็นข้อความลับล่วงหน้าได้อีก เขาจะหยุดมือทันทีโดยไม่ลังเล และจะไม่แตะต้องหุ้นอีกต่อไป

หลังจากหยุดยืนอยู่กลางห้องโถงชั่วครู่ เฉินเซียวก็เดินตามป้ายบอกทางตรงไปยังช่องเปิดบัญชี เขาทำตามขั้นตอน และไม่นานก็สามารถเปิดบัญชีได้สำเร็จ

จากนั้นเขาก็เดินตรงออกจากห้องโถงซื้อขาย

“คุณผู้ชายคะ กรุณารอสักครู่ค่ะ”

ทันทีที่เดินออกจากประตู เฉินเซียวก็ถูกใครบางคนเรียกเอาไว้

เขาหันไปมอง และพบว่าเป็นหญิงสาวผมยาวคนหนึ่งที่สวมชุดยูนิฟอร์มพนักงานออฟฟิศ ซึ่งเผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าของเรือนร่างที่สมบูรณ์แบบของเธออย่างชัดเจน

ถุงน่องสีดำ กระโปรงรัดรูปทรงเอ บวกกับเสื้อเชิ้ตสีขาว และแว่นตากรอบดำ ทำให้เธอดูเย้ายวนและมีเสน่ห์เป็นพิเศษ

“คุณเรียกผมเหรอ?”

“ใช่ค่ะคุณผู้ชาย ฉันชื่อซูถัง จากบริษัทการลงทุนฉางหงค่ะ นี่นามบัตรของฉันนะคะ”

เฉินเซียวรับมาดู ด้านบนมีข้อมูลแนะนำบริษัท และช่องทางการติดต่อส่วนตัว

“หึหึ คุณคิดว่า... ผมเป็นคนที่มีเงินพอจะเอามาลงทุนงั้นเหรอ?”

ซูถังยื่นนิ้วเรียวงามออกมาดันแว่นตา “ตอนนี้ไม่มีก็ไม่ได้หมายความว่าต่อไปจะไม่มีนี่คะ เราสามารถคบหาเป็นเพื่อนกันก่อนได้ค่ะ”

เฉินเซียวพูดด้วยรอยยิ้มบาง ๆ “น่าสนใจดีนะ”

โดยปกติแล้ว สาวสวยระดับเธอส่วนใหญ่มักจะหยิ่งยโส และแทบจะไม่มีทางมาเสียเวลาคุยกับชายหนุ่มธรรมดา ๆ แบบนี้หรอก นอกเสียจากว่าจะเป็นมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง

“งั้น... ขอเพิ่มเพื่อนหน่อยได้ไหมคะ?”

“ได้สิ ผมมีคำถามเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นบางอย่าง ขอคำแนะนำจากคุณหน่อยได้ไหมครับ?”

ซูถังยิ้มบาง ๆ “ยินดีให้บริการค่ะ”

เฉินเซียวพยักหน้า เขาก้าวขึ้นรถเมล์เพื่อกลับมหาวิทยาลัยภายใต้สายตาที่จ้องมองของเธอ

จนกระทั่งรถเมล์คันนั้นแล่นลับสายตาไป ซูถังถึงได้สติกลับมา

เขาเคยผ่านประสบการณ์แบบไหนมากันแน่ ถึงได้มีความสุขุมเยือกเย็นและความมั่นใจขนาดนั้น?

ซูถังเพิ่งเรียนจบเมื่อปีที่แล้ว และเข้ามาทำงานในบริษัทการลงทุนชั้นนำระดับท็อปของเมืองจินหนิงได้เกือบปีแล้ว

แม้จะพูดไม่ได้ว่าผ่านการพบปะผู้คนมานับไม่ถ้วน แต่เธอก็พอจะได้เห็นโลกมาบ้าง และจนถึงตอนนี้ เธอก็เคยเห็นบุคลิกที่ราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างล้วนอยู่ในการควบคุมได้จากแค่ตัวของเฉินเซียวเพียงคนเดียวเท่านั้น

ผู้ชายที่มีบุคลิกแบบนี้ สำหรับผู้หญิงแล้ว มันถือเป็นแรงดึงดูดใจที่อันตรายมาก

แม้ว่าเขาจะแต่งตัวธรรมดา หรือแม้แต่อายุที่ยังดูอ่อนเยาว์ไปบ้างก็ตาม

จบบทที่ บทที่ 5 เสน่ห์แห่งความมั่นใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว