- หน้าแรก
- ระบบเซียนหุ้น: มีแค่ผมที่มองเห็นข้อมูลลับ!
- บทที่ 5 เสน่ห์แห่งความมั่นใจ
บทที่ 5 เสน่ห์แห่งความมั่นใจ
บทที่ 5 เสน่ห์แห่งความมั่นใจ
บทที่ 5 เสน่ห์แห่งความมั่นใจ
เพียงเวลาไม่นาน เฉินเซียวก็ทำเงินได้กว่า 735 หยวน
ปกติแล้ว ค่าครองชีพรายเดือนของพวกเขาในตอนนี้อยู่ที่ 1,000 หยวน
แต่เขาเพียงวันเดียว กลับหาเงินได้มากกว่าค่าครองชีพเกือบทั้งเดือน
จี๋หรงเจิงราวกับสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ผิดปกติในหอพัก เขาอาศัยจังหวะว่างระหว่างเล่นเกม หันหน้ามาถาม
“พวกนายสองคนเป็นอะไรไป? มาล็อคอินเข้าเกมกันสิ?”
เฉินเซียวยิ้มพร้อมพูดว่า “ไม่มีอะไร นายเล่นของนายไปเถอะ”
ประจวบเหมาะกับที่เกมรอบใหม่เริ่มต้นขึ้น จี๋หรงเจิงพูดพลางหันกลับไป และพูดขึ้นว่า “อย่าทะเลาะกันล่ะ ไม่มีเรื่องอะไรที่เกมตาเดียวจะแก้ไม่ได้หรอกนะ”
ฉินซินไม่ได้สนใจเขาเลย เขาทำมือส่งสัญญาณเรียกเฉินเซียว และทั้งสองก็เดินออกจากหอพักไป
“นาย...”
“ถ้าเห็นเป็นพี่น้องก็อย่าถาม” เฉินเซียวกล่าว
“เวร นายโชคดีแบบสุด ๆ เลยว่ะ”
เฉินเซียวยิ้มแต่ไม่พูดอะไร ในใจคิดว่าถ้ามีเวลาคงต้องไปเปิดบัญชีของตัวเองเสียแล้ว ตอนนี้เงินทุนยังน้อยก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าต่อไปมีมากขึ้นก็คงจะไม่สะดวกนัก
และต่อไปก็ต้องมีทีมงานมืออาชีพของตัวเองด้วยถึงจะดี
เหมือนอย่างเช่นลวี่หยวนมู่เย่ในวันนี้ ตอนที่ตกต่ำสุดมันลงไปถึง 6 จุด แต่เขากลับเข้าไปซื้อตอนที่มันอยู่ในระดับกลาง
หากเขาสามารถช้อนซื้อในจุดต่ำสุด และไปขายทำกำไรในจุดสูงสุดได้ ผลกำไรในวันนี้ก็จะไม่ใช่แค่ 6.7 จุด แต่จะเป็น 12.7 จุดเลยทีเดียว
แน่นอนว่า ถึงแม้จะมีทีมงานมืออาชีพ ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะซื้อได้ในจุดต่ำสุดเสมอไป
แต่อย่างน้อยก็คงจะมีชั้นเชิงมากกว่าที่เฉินเซียวทุ่มหมดหน้าตักเพื่อซื้อในครั้งเดียวแบบนี้
“ไปเถอะ วันนี้พ่อจะเลี้ยงเส้นหมี่น้ำนายเอง”
“เชี่ย แกหาเงินได้เจ็ดร้อยแต่กลับจะเลี้ยงพ่อแกแค่นี้เนี่ยนะ?”
“ไสหัวไปเลย จะกินหรือไม่กินก็เรื่องของนาย”
ฉินซิน “......”
......
คนที่เล่นหุ้นต่างก็เข้าใจดี โดยเฉพาะตอนที่ยังมีเงินทุนน้อย ก็ยิ่งต้องทำให้ทุกแดงทุกสตางค์เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อที่จะสร้างทุนให้เพิ่มพูนอย่างรวดเร็วผ่านดอกเบี้ยทบต้น
ตอนนี้เฉินเซียวก็เป็นแบบนั้น ในเมื่อแน่ใจว่าได้กำไรชัวร์ ๆ เขาก็ไม่คิดจะใช้จ่ายฟุ่มเฟือยจนกว่าจะสะสมเงินทุนได้มากพอ
ทุกอย่างมักยากเสมอในตอนเริ่มต้น แม้ว่าจะมีนิ้วทองคำ แต่ก็ยังต้องอาศัยกระบวนการที่ค่อยเป็นค่อยไป
คืนนั้น เฉินเซียวปิดโทรศัพท์มือถือและนอนนิ่ง ๆ อยู่บนเตียง
เสียงหอบหายใจอันยุ่งเหยิงจากลำโพงคอมพิวเตอร์ของจี๋หรงเจิงฝั่งตรงข้าม ไม่ได้ทำให้เกิดความปั่นป่วนใด ๆ ในใจของเขาเลยแม้แต่น้อย
เฉินเซียวนึกย้อนกลับไปถึงเงิน 700 กว่าหยวนที่หามาได้ในวันนี้ ราวกับว่ามันไม่ใช่แค่ 700 หยวน แต่เป็นเงินกว่า 7 ล้านหยวน
เขารู้ตัวดีว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ถือว่าเขาได้กุมกุญแจสู่จุดสูงสุดของยอดพีระมิดเอาไว้แล้ว
ตราบใดที่เขาก้าวเดินไปอย่างมั่นคง ไม่ช้าก็เร็วเขาจะก้าวข้ามผ่านชนชั้นต่าง ๆ และขึ้นไปสู่จุดสูงสุดได้อย่างแน่นอน
เช้าวันรุ่งขึ้น เฉินเซียวตื่นแต่เช้า เขาไปวิ่งบนลู่วิ่งยางในสนามกีฬาอยู่สองรอบ ก่อนจะไปกินข้าวที่โรงอาหาร
เพื่อนนักศึกษาบางคนที่คุ้นหน้าคุ้นตากัน เมื่อทักทายก็ล้วนแต่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของเฉินเซียว
เขาแต่งตัวเหมือนปกติ ภาพลักษณ์ภายนอกก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่สายตา ท่าทาง และทุกท่วงท่ากลับเผยให้เห็นถึงความมั่นใจ ความแน่วแน่ และความเยือกเย็น ซึ่งทำให้เขาดูมีเสน่ห์ดึงดูดใจเป็นพิเศษ
เมื่อก่อนเวลาที่ถานเฉิงเจอเฉินเซียว เธอจะไม่แม้แต่จะปรายตามองเลยด้วยซ้ำ แต่วันนี้ เธอกลับหันมามองเขาอยู่หลายครั้ง
ในใจของเธอก็เหมือนกับเพื่อนนักศึกษาคนอื่น ๆ ที่มีความสงสัยคล้าย ๆ กัน
ผู้ชายธรรมดา ๆ คนนี้ ทำไมจู่ ๆ ถึงได้เปล่งประกายราวกับหยกที่ถูกกะเทาะเปลือกออกไป
เธอเพิ่งจะคิดอยากจะเข้าไปทักทาย เฉินเซียวก็ลุกขึ้นอย่างสง่างามและเดินกลับไปทางหอพักเสียแล้ว
ทุกย่างก้าวที่เขาเดิน ท่ามกลางผู้คนมากมายกลับดูโดดเด่นไม่เหมือนใคร
การเปิดตลาดในช่วงเช้าไม่มีอะไรให้น่าสงสัย หุ้นเหอตานหรูเย่ที่ราคาค่อนข้างคงที่เมื่อวานนี้ เมื่อเปิดตลาดก็พุ่งชนซิลลิ่งทันที
ทุนของเฉินเซียวเมื่อวานนี้คือ 11,735 วันนี้กลับพุ่งไปถึง 12,908 ทันที
สองวันได้กำไรมา 1,908 หยวน
แน่นอนว่ายังต้องจ่ายอากรแสตมป์อีก 0.3% นอกเหนือจากนั้นก็คือกำไรล้วน ๆ
การลงทุนทำกำไรในตลาดหุ้นของประเทศ ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
นี่แทบจะเทียบเท่ากับค่าครองชีพถึงสองเดือนเลยทีเดียว
อีกทั้งเฉินเซียวยังคาดเดาได้ว่า ความเร็วในการหาเงินของเขาจะยิ่งเพิ่มมากขึ้นตามเงินทุนที่เพิ่มขึ้น
ข้อความลับของวันนี้ได้รับการอัปเดตแล้ว
ข้อความระบุว่า วันที่ 25 พฤษภาคม หุ้นของกลุ่มบริษัทฉีเหอเพิ่มขึ้นสูงสุด 10.00%
เป็นการพุ่งชนซิลลิ่งอีกครั้ง
เฉินเซียวขายหุ้นของเหอตานหรูเย่และซื้อหุ้นของกลุ่มบริษัทฉีเหอเข้ามาอย่างไม่ลังเล
เพราะเขาไม่รู้ว่าพรุ่งนี้เหอตานหรูเย่จะยังคงพุ่งชนซิลลิ่งอีกหรือไม่ แต่สำหรับกลุ่มบริษัทฉีเหอมันจะพุ่งไปถึงซิลลิ่งอย่างแน่นอน
เนื่องจากวันนี้ยังมีเวลาเหลือ และหลังจากนี้เขาก็ไม่ต้องคอยติดตามสถานการณ์ในตลาดหุ้นอีก เฉินเซียวจึงวางแผนที่จะไปเปิดบัญชีของตัวเองที่บริษัทหลักทรัพย์
น่าเสียดายที่ตอนนี้เงินทุนของเขายังมีน้อยเกินไป จึงไม่สามารถใช้เลเวอเรจได้
ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ทำกำไรสูงสุดได้แค่สิบหรือยี่สิบเปอร์เซ็นต์หรอก
เมื่อออกจากประตูมหาวิทยาลัย เฉินเซียวก็เลือกที่จะนั่งรถเมล์
เพราะเงินทั้งหมดอยู่ในบัญชี ในกระเป๋าของเขาเหลือเศษเหรียญอยู่ไม่กี่เหรียญเท่านั้น
ตั้งแต่มีตลาดหุ้นมา ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร ในห้องโถงซื้อขายของบริษัทหลักทรัพย์ก็จะมีคนกลุ่มหนึ่งปักหลักอยู่ตลอดทั้งปี
เฉินเซียวไม่รู้ว่าคนกลุ่มนี้มีเล่ห์เหลี่ยมอะไรซ่อนอยู่ในหัวบ้าง แต่ไม่ว่ายังไงแต่ละคนก็ดูเหมือนพวกขาใหญ่กันทั้งนั้น
แต่นี่ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเขาเลย
เฉินเซียวไม่ได้คิดจะปล่อยให้ตัวเองหมกมุ่นอยู่กับการศึกษาเรื่องตลาดหุ้น เพราะในสายอาชีพนี้มีผู้ชนะน้อยเกินไป และคนที่สามารถชนะได้ตลอดก็ยิ่งมีน้อยจนแทบจะหาไม่ได้เลย
ใครก็ตามที่ปรากฏตัวออกมา ต่างก็เป็นระดับตำนานทั้งนั้น
หากวันหนึ่ง เฉินเซียวไม่สามารถมองเห็นข้อความลับล่วงหน้าได้อีก เขาจะหยุดมือทันทีโดยไม่ลังเล และจะไม่แตะต้องหุ้นอีกต่อไป
หลังจากหยุดยืนอยู่กลางห้องโถงชั่วครู่ เฉินเซียวก็เดินตามป้ายบอกทางตรงไปยังช่องเปิดบัญชี เขาทำตามขั้นตอน และไม่นานก็สามารถเปิดบัญชีได้สำเร็จ
จากนั้นเขาก็เดินตรงออกจากห้องโถงซื้อขาย
“คุณผู้ชายคะ กรุณารอสักครู่ค่ะ”
ทันทีที่เดินออกจากประตู เฉินเซียวก็ถูกใครบางคนเรียกเอาไว้
เขาหันไปมอง และพบว่าเป็นหญิงสาวผมยาวคนหนึ่งที่สวมชุดยูนิฟอร์มพนักงานออฟฟิศ ซึ่งเผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าของเรือนร่างที่สมบูรณ์แบบของเธออย่างชัดเจน
ถุงน่องสีดำ กระโปรงรัดรูปทรงเอ บวกกับเสื้อเชิ้ตสีขาว และแว่นตากรอบดำ ทำให้เธอดูเย้ายวนและมีเสน่ห์เป็นพิเศษ
“คุณเรียกผมเหรอ?”
“ใช่ค่ะคุณผู้ชาย ฉันชื่อซูถัง จากบริษัทการลงทุนฉางหงค่ะ นี่นามบัตรของฉันนะคะ”
เฉินเซียวรับมาดู ด้านบนมีข้อมูลแนะนำบริษัท และช่องทางการติดต่อส่วนตัว
“หึหึ คุณคิดว่า... ผมเป็นคนที่มีเงินพอจะเอามาลงทุนงั้นเหรอ?”
ซูถังยื่นนิ้วเรียวงามออกมาดันแว่นตา “ตอนนี้ไม่มีก็ไม่ได้หมายความว่าต่อไปจะไม่มีนี่คะ เราสามารถคบหาเป็นเพื่อนกันก่อนได้ค่ะ”
เฉินเซียวพูดด้วยรอยยิ้มบาง ๆ “น่าสนใจดีนะ”
โดยปกติแล้ว สาวสวยระดับเธอส่วนใหญ่มักจะหยิ่งยโส และแทบจะไม่มีทางมาเสียเวลาคุยกับชายหนุ่มธรรมดา ๆ แบบนี้หรอก นอกเสียจากว่าจะเป็นมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง
“งั้น... ขอเพิ่มเพื่อนหน่อยได้ไหมคะ?”
“ได้สิ ผมมีคำถามเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นบางอย่าง ขอคำแนะนำจากคุณหน่อยได้ไหมครับ?”
ซูถังยิ้มบาง ๆ “ยินดีให้บริการค่ะ”
เฉินเซียวพยักหน้า เขาก้าวขึ้นรถเมล์เพื่อกลับมหาวิทยาลัยภายใต้สายตาที่จ้องมองของเธอ
จนกระทั่งรถเมล์คันนั้นแล่นลับสายตาไป ซูถังถึงได้สติกลับมา
เขาเคยผ่านประสบการณ์แบบไหนมากันแน่ ถึงได้มีความสุขุมเยือกเย็นและความมั่นใจขนาดนั้น?
ซูถังเพิ่งเรียนจบเมื่อปีที่แล้ว และเข้ามาทำงานในบริษัทการลงทุนชั้นนำระดับท็อปของเมืองจินหนิงได้เกือบปีแล้ว
แม้จะพูดไม่ได้ว่าผ่านการพบปะผู้คนมานับไม่ถ้วน แต่เธอก็พอจะได้เห็นโลกมาบ้าง และจนถึงตอนนี้ เธอก็เคยเห็นบุคลิกที่ราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างล้วนอยู่ในการควบคุมได้จากแค่ตัวของเฉินเซียวเพียงคนเดียวเท่านั้น
ผู้ชายที่มีบุคลิกแบบนี้ สำหรับผู้หญิงแล้ว มันถือเป็นแรงดึงดูดใจที่อันตรายมาก
แม้ว่าเขาจะแต่งตัวธรรมดา หรือแม้แต่อายุที่ยังดูอ่อนเยาว์ไปบ้างก็ตาม