- หน้าแรก
- ฉันมีที่ดินหมื่นล้าน แต่กลับเอามาใช้ปลูกผัก
- บทที่ 880 ต้องรับปากฉันมาหนึ่งเรื่อง
บทที่ 880 ต้องรับปากฉันมาหนึ่งเรื่อง
บทที่ 880 ต้องรับปากฉันมาหนึ่งเรื่อง
ซูหมิงครุ่นคิดอย่างละเอียด หากเป็นเช่นนี้ ข้อเสนอนี้ก็ไม่เลวเลยนะ
พอดีว่าที่ดินของเขาก็ไม่ได้ขยายมาพักใหญ่แล้ว ถือโอกาสนี้ขยายอาณาเขตของตัวเองสักหน่อยก็ไม่เลว
“ตกลงครับ”
ถึงแม้ซูหมิงจะไม่ใช่พ่อพระผู้แสนดี แต่เมื่อมีเรื่องดีๆ มารออยู่ตรงหน้าก็ไม่มีทางปฏิเสธหรอก
ตัวเขาเองไม่ใช่คนโง่เสียหน่อย จริงไหม?
นี่เป็นโอกาสอันดีที่จะได้ขยายพื้นที่เพาะปลูกของตัวเองเลยนะ
“งั้นคุณก็ว่ามาเถอะครับ ต้องการให้ผมทำอะไร?”
ในเมื่อตัดสินใจรับปากแล้ว ซูหมิงย่อมไม่ลังเลอีกต่อไป เขาคลี่ยิ้มบางแล้วเอ่ยถาม
“จริงๆ ก็ไม่ได้มีอะไรมากหรอก” หญิงวัยกลางคนมีท่าทีประหม่าเล็กน้อย “ไม่ทราบว่าเธอจะไปทำงานที่บริษัทของฉันสักสองสามวันได้ไหม?”
“อะไรนะครับ?”
ซูหมิงถึงกับชะงักไป
“เดิมทีอนาคตบริษัทของฉันก็ถือว่าไปได้สวยเลยนะ” หญิงวัยกลางคนกัดฟันแน่น ก่อนจะเอ่ยต่อ “แต่ไม่รู้ทำไมช่วงนี้ความลับของบริษัทถึงรั่วไหลอย่างหนัก ข้อมูลลับระดับแกนนำภายในบริษัทหลายอย่างถูกแพร่งพรายออกไปหมด”
“ฉันเคยส่งคนไปสืบเรื่องนี้ภายในบริษัทแล้ว แต่ก็ไม่ได้เบาะแสอะไรเลย”
“เมื่อวานนี้บริษัทของเราเพิ่งจะออกแบบแผนงานเสร็จไปชุดหนึ่ง ผลปรากฏว่าคล้อยหลังไปแป๊บเดียว บริษัทคู่แข่งกลับรู้เรื่องนี้แล้ว”
หญิงวัยกลางคนกำหมัดแน่นด้วยความโกรธจัด การที่บริษัทเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น เธอเองก็ไม่อยากให้เป็นแบบนั้น แต่ก็ไม่มีหนทางอื่น ได้แต่กัดฟันทนรับไว้ ทว่าหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ ย่อมไม่ใช่เรื่องดีแน่
“ฉันแค่ขอให้เธอช่วยเรื่องนี้สักหน่อยเถอะนะ” หญิงวัยกลางคนจับมือซูหมิงเอาไว้พร้อมกับพูดอย่างร้อนรน “อีกอย่างเธอก็เห็นแล้ว ลูกสาวฉันยังสาว หน้าตาก็สะสวย แถมยังเก่งกาจ ฉันว่าพวกเธอสองคนเหมาะสมกันมากเลยนะ”
“...”
หลังจากซูหมิงกับเด็กสาวได้ยิน บนหัวของทั้งคู่ก็มีเส้นสีดำผุดขึ้นมาหลายเส้น
นี่เรากำลังคุยเรื่องจริงจังกันอยู่ไม่ใช่เหรอ ทำไมจู่ๆ ถึงได้หักมุมมาเรื่องนี้ได้ล่ะเนี่ย?
จังหวะมันชักจะไม่ใช่แล้วนะ
“ก็ได้ครับ ผมช่วยคุณได้” ซูหมิงครุ่นคิดอย่างถี่ถ้วน แล้วจึงเอ่ยขึ้น “แต่ว่า เราคงต้องเล่นละครกันสักฉาก”
“หมายความว่ายังไง?”
หญิงวัยกลางคนชะงักไปในทันที ไม่ค่อยเข้าใจนักว่าซูหมิงกำลังหมายถึงอะไร
“เอาเป็นว่าคุณทำตามที่ผมบอกก็พอครับ”
ซูหมิงยิ้มบาง ในใจมีแผนการเอาไว้แล้ว
ซูหมิงกับหญิงวัยกลางคนปรึกษาหารือกันอยู่พักหนึ่ง หลังจากนั้น ซูหมิงก็กลับไปที่บ้าน
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น
บริษัทของผู้หญิงคนนี้คือบริษัทออกแบบตกแต่งภายใน ซึ่งค่อนข้างมีชื่อเสียงโด่งดังในแวดวงนี้เป็นอย่างมาก แม้จะไม่ได้ถึงขั้นมีชื่อเสียงระดับประเทศ แต่อย่างน้อยในเมืองตงไห่ก็ถือว่าโด่งดังไม่เบา มีคนจำนวนไม่น้อยที่เคยได้ยินชื่อบริษัทแห่งนี้
งานออกแบบตกแต่งภายในของบริษัทใหญ่ๆ หลายแห่งล้วนว่าจ้างให้พวกเขาเป็นผู้ออกแบบให้โดยเฉพาะ หญิงวัยกลางคนท่านนี้ก็คือประธานกรรมการบริษัท และยังเป็นยอดฝีมือในหมู่นักออกแบบอีกด้วย
ปัจจุบันหญิงวัยกลางคนแทบจะไม่ได้ลงมือวาดแบบด้วยตัวเองแล้ว ล้วนปล่อยให้เป็นหน้าที่ของลูกน้องแทน เมื่อลูกน้องทำเสร็จ เธอถึงจะคอยให้คำชี้แนะ
เพียงแต่ช่วงนี้ปัญหาความลับบริษัทรั่วไหลค่อนข้างจะรุนแรง หลายครั้งที่เพิ่งจะวาดแบบแปลนเสร็จ ชั่วพริบตาเดียวบริษัทคู่แข่งก็ล่วงรู้แล้ว เรื่องนี้มันช่างเหลือเชื่อ และดูมีลับลมคมนัยอยู่ไม่น้อย
หญิงวัยกลางคนรู้ดีว่าเรื่องนี้ต้องมีคนคอยเล่นตุกติกอยู่เบื้องหลังแน่ๆ เพียงแต่ตอนนี้เธอยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดก็เท่านั้น
“นายเลิกมายุ่งกับฉันสักทีได้ไหม!”
หวังนาน่ายืนตะโกนเสียงดังอยู่หน้าประตูบริษัท หวังนาน่าก็คือลูกสาวของหญิงวัยกลางคน หรือก็คือเด็กสาวคนนั้นนั่นเอง
“คุณอย่าโกรธสิครับ” ซูหมิงยืนอยู่ตรงหน้าหวังนาน่า “ผมยอมรับผิดแล้วยังไม่พออีกเหรอ?”
“นายผิด นายผิด นายก็ดีแต่พูดประโยคนี้ตลอด แล้วไหนล่ะการเปลี่ยนแปลง? ไหนล่ะการกระทำ?” หวังนาน่าพูดเสียงดังลั่น “อย่าคิดนะว่าแค่แม่ฉันยอมให้เราสองคนคบกัน แล้วนายจะมาเหวี่ยงอารมณ์ใส่ฉันยังไงก็ได้น่ะ ทั้งๆ ที่มันเป็นความผิดของนายแท้ๆ แล้วทำไมนายถึงไม่ยอมรับล่ะ?”
หวังนาน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น ดวงตาเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตา ท่าทางดูน้อยเนื้อต่ำใจเป็นอย่างมาก ซูหมิงเห็นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจออกมา
ให้ตายเถอะ ทักษะการแสดงไม่เลวเลยนะเนี่ย แอ็กติ้งขนาดนี้ฉันให้คะแนนเต็มร้อยไปเลย
ซูหมิงอดไม่ได้ที่จะหลุดขำออกมา ไม่คิดเลยว่าลึกๆ แล้วแม่สาวน้อยคนนี้จะเป็นนักแสดงตัวแม่กับเขาด้วย
พนักงานหลายคนที่อยู่บริเวณหน้าบริษัทเห็นเหตุการณ์เข้าก็ถึงกับชะงักไป ใครบ้างล่ะที่จะไม่รู้จักหวังนาน่า? นี่คือลูกสาวเจ้านายของพวกเขาเชียวนะ ลูกสาวแท้ๆ ของท่านประธานกรรมการเลยล่ะ
แต่ได้ยินมาว่าความสัมพันธ์ของสองแม่ลูกค่อนข้างจะระหองระแหงกันมาตลอด ยัยหนูนี่ก็หัวขบถใช่ย่อย ถึงได้ไม่ยอมมาทำงานที่บริษัทเลย แล้วนี่แอบไปมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย?
อย่างไรเสียบริษัทแห่งนี้ก็ไม่ใช่เล็กๆ เจ้านายของพวกเขาก็เป็นถึงผู้บริหารระดับสูงที่มีทรัพย์สินระดับหลายพันล้าน พวกเขาทุกคนต่างก็รู้ดีว่าเจ้านายมีลูกสาวเพียงคนเดียว สุดท้ายแล้วคนที่ต้องมารับช่วงต่อดูแลบริษัทก็หนีไม่พ้นลูกสาวคนนี้อย่างแน่นอน
ไม่คิดเลยว่าว่าที่ลูกเขยคนนี้จะหน้าตาหล่อเหลาแถมยังดวงดีชะมัด คว้าเศรษฐีนีน้อยมาครองได้แบบนี้ ต่อไปชีวิตก็คงสุขสบายไร้กังวลแล้ว
“ฉันไม่สน ไม่ว่ายังไงเรื่องพวกนี้นายก็ทำไม่ถูก นอกเสียจากว่านายจะยอมรับเงื่อนไขฉันมาข้อหนึ่ง ไม่อย่างนั้นฉันไม่มีวันให้อภัยนายเด็ดขาด” หวังนาน่าเท้าเอวแผดเสียงลั่น
พนักงานที่มุงดูอยู่รอบๆ ต่างก็พากันส่ายหน้าอย่างอดไม่ได้ ดูเหมือนว่าบนโลกใบนี้ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ขอเพียงเป็นผู้หญิงก็ล้วนแต่มีมุมขี้เหวี่ยงขี้วีนและมุมขี้อ้อนกันทั้งนั้น สัญชาตญาณของผู้หญิงก็เป็นแบบนี้แหละ มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริงๆ
“โอเคๆๆ ผมผิดเอง ผมผิดเอง คุณอย่าโกรธเลยนะ ว่ามาเถอะ เงื่อนไขอะไร? ไม่ว่าเงื่อนไขอะไรผมก็ยอมตกลงทั้งนั้น” ซูหมิงรีบร้อนเอ่ยปากง้อ หวังจะให้อีกฝ่ายอารมณ์เย็นลง
พอได้ยินแบบนั้นสีหน้าของหวังนาน่าถึงค่อยดูดีขึ้นมาหน่อย “นายต้องเข้ามาทำงานที่บริษัทของแม่ฉัน แต่ห้ามใช้เส้นสายของแม่ฉันเพื่อขึ้นไปรับตำแหน่งผู้บริหารโดยเด็ดขาด นายต้องเริ่มไต่เต้าตั้งแต่พนักงานระดับล่างสุดไปเลย”
“ก็ได้ครับ” ซูหมิงพยักหน้ารับคำ
หวังนาน่าชี้มือไปยังทิศทางของบริษัท “วันนี้แม่ฉันเปิดรับสมัครพนักงานใหม่หลายคน นายก็เดินตามพวกเขาเข้าไปเลยสิ”
หลังจากซูหมิงได้ยินก็รู้สึกจนใจเป็นอย่างยิ่ง ทำได้เพียงพยักหน้ารับปากอย่างว่าง่าย จะให้เขาทำยังไงได้ล่ะ นอกจากก้มหน้าก้มตาเชื่อฟังแล้ว เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีกนี่นา
อย่างน้อยในสายตาของคนนอก ซูหมิงก็ดูเป็นแบบนั้นจริงๆ
อันที่จริงก็เป็นเช่นนั้น วันนี้ทางบริษัทกำลังเปิดรับสมัครพนักงานรอบใหม่จริงๆ เนื่องจากแม่ของหวังนาน่ารู้สึกว่าภายในบริษัทมีหนอนบ่อนไส้ ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงมากว่าจะเป็นพนักงานเก่า
มีเพียงพนักงานเก่าเท่านั้นที่จะสามารถเข้าถึงข้อมูลลับระดับแกนนำของบริษัท และสามารถนำความลับเหล่านั้นไปแพร่งพรายได้ หากเป็นคนนอกล่ะก็ไม่มีทางทำได้อย่างแน่นอน ดังนั้นคนพวกนี้แหละถึงจะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังตัวจริง เป็นตัวการสำคัญที่แท้จริง
จุดประสงค์ที่หญิงวัยกลางคนต้องการจับซูหมิงยัดเข้าไปนั้นเรียบง่ายมาก ก็เพื่อให้ซูหมิงคอยสอดส่องสถานการณ์ภายในบริษัทแทนเธอ
ไม่แน่ว่าอาจจะสืบสาวหาเบาะแสอะไรจากเรื่องนี้ได้บ้าง อย่างไรเสียสถานะของซูหมิงก็คือว่าที่ลูกเขยของเธอ ซึ่งก็คือผู้กุมบังเหียนบริษัทในอนาคต สถานะนี้จึงถือว่าอ่อนไหวเป็นพิเศษ
การโยนก้อนหินลงน้ำในครั้งนี้ ไม่แน่ว่าอาจจะสร้างแรงกระเพื่อมระลอกใหญ่ ทำให้ไอ้พวกนี้ได้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย
ซูหมิงก้าวเท้าเดินเข้าไปในบริษัทจนมาถึงชั้นหนึ่ง ภายในห้องประชุมใหญ่ชั้นหนึ่งมีผู้คนจำนวนมากกำลังนั่งพักผ่อนอยู่ ซึ่งพวกเขาทั้งหมดล้วนมาเพื่อรอสัมภาษณ์งาน