- หน้าแรก
- อยากตายใจจะขาด แต่สวรรค์ดันให้ข้าเป็นจักรพรรดิเซียน
- บทที่ 21 - สำนักวิหคโลหิต
บทที่ 21 - สำนักวิหคโลหิต
บทที่ 21 - สำนักวิหคโลหิต
บทที่ 21 - สำนักวิหคโลหิต
รอบด้านเงียบสงัด
หมู่เมฆเหนือศีรษะถูกผ่าออกจนเผยให้เห็นท้องฟ้าอันสว่างไสว สิ่งที่หลงเหลืออยู่บนใบหน้าของหลินเทียนอี้มีเพียงความตกตะลึง
ในใจของหลินเทียนอี้รู้ดีว่าครั้งนี้เจียงหมิงเป็นฝ่ายชนะ
แต่เขากลับพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว มันน่าตื่นตะลึงเกินไปแล้ว!
หากไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเอง เขาไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดว่านี่คือพลังของมนุษย์
มันเหนือล้ำเกินกว่าความเข้าใจเรื่องระดับพลังที่อยู่ในกรอบเดิมๆ ของเขาไปไกลลิบ!
"นี่คือพลังที่แท้จริงของอาจารย์อาเล็กที่อาจารย์เคยพูดถึงอย่างนั้นหรือ?" หลินเทียนอี้ใจเต้นแรง ความรู้สึกพลุ่งพล่านยังคงไม่จางหายไป
กลับมาที่ยอดเขา
เจียงหมิงเดินเข้าไปหาหลินเนี่ยนเจวี๋ยอย่างไม่รีบร้อน
เวลานี้ หลินเนี่ยนเจวี๋ยไม่เหลือมาดอย่างที่เคยเป็นก่อนหน้านี้อีกแล้ว สิ่งที่หลงเหลืออยู่มีเพียงความหวาดผวา ความหวาดกลัว และร่างที่ไร้วิญญาณ
เมื่อเห็นเช่นนี้ เจียงหมิงก็ส่ายหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย
สำหรับหลินเนี่ยนเจวี๋ยแล้ว สิ่งที่เขาภูมิใจนักหนาได้ถูกทำลายจนป่นปี้ ต่อให้มีชีวิตอยู่ต่อไป ความสำเร็จในอนาคตก็ถูกปิดตายไว้แค่ระดับผสานกายาเท่านั้น
เมื่อคิดได้ดังนั้น เจียงหมิงก็ยื่นมือขวาออกไป ใช้นิ้วชี้แตะที่กลางหว่างคิ้วของหลินเนี่ยนเจวี๋ย
จากนั้น กลิ่นอายในตัวของหลินเนี่ยนเจวี๋ยก็เริ่มอ่อนลงเรื่อยๆ จนกระทั่ง...
ระดับรวบรวมลมปราณ!
ตอนนั้นเอง หลินเทียนอี้ก็ค่อยๆ เดินเข้ามา
เขามองดูหลินเนี่ยนเจวี๋ยที่คุกเข่าอยู่บนพื้น ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน
อันที่จริง ในฐานะศิษย์พี่ใหญ่ เขามีความผูกพันกับศิษย์ร่วมสำนักรุ่นเดียวกันอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะตอนที่ยังหนุ่ม เขาเคยมองหลินเนี่ยนเจวี๋ยเป็นเหมือนน้องชายแท้ๆ มาโดยตลอด
น่าเสียดาย ที่วันนี้ไม่เหมือนวันวานอีกแล้ว
"อาจารย์อา ยอดฝีมือระดับข้ามทัณฑ์สวรรค์เมื่อครู่นี้..." หลินเทียนอี้ถามอย่างระมัดระวัง
"วางใจเถอะ ตายไปแล้วล่ะ" เจียงหมิงตอบพร้อมรอยยิ้มบางๆ
ราวกับว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นเรื่องปกติธรรมดาทั่วไป
หลินเทียนอี้อยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เจียงหมิงก็โบกมือขัดขึ้นมา
"เรื่องของตำหนักพันธนาการฟ้า เดี๋ยวกลับไปถึงสำนักเต๋าสวรรค์แล้วข้าจะเล่าให้ฟังอย่างละเอียด ส่วนเรื่องที่นี่ ก็ให้เจ้าจัดการก็แล้วกัน ในเมื่อเจ้าเป็นเจ้าสำนักเต๋าสวรรค์นี่นา"
ว่าแล้ว เจียงหมิงก็ตบไหล่หลินเทียนอี้พลางกล่าว "อ้อ จริงสิ! เจ้านี่ถูกข้าทำลายวรยุทธ์ไปแล้ว จะเป็นตายร้ายดีก็สุดแล้วแต่เจ้าจะจัดการ"
พูดจบ เจียงหมิงก็หาวหวอดๆ แล้วค่อยๆ เดินออกไปยังรอบนอกของสำนักแสวงมรรค
เมื่อเจียงหมิงจากไปแล้ว หลินเทียนอี้ก็มองดูหลินเนี่ยนเจวี๋ยที่นั่งเหม่อลอยอยู่บนพื้น ด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก
เขารู้จักนิสัยของอดีตศิษย์น้องคนนี้ดี
สำหรับหลินเนี่ยนเจวี๋ยแล้ว ระดับพลังคือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต เขาทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อแสวงหาความแข็งแกร่ง
การถูกทำลายวรยุทธ์ สำหรับหลินเนี่ยนเจวี๋ยแล้ว เกรงว่าคงจะทรมานยิ่งกว่าถูกฆ่าให้ตายเสียอีก!
แต่นี่ก็คือผลกรรมที่เขาสมควรได้รับ
"ฝึกวิชามาร หวังจะสังหารผู้คนจากหลายสำนัก จุดจบแบบนี้ก็ถือว่ารับกรรมที่ตัวเองก่อแล้ว"
"วันนี้ข้าจะไม่ฆ่าเจ้า จงดูแลตัวเองให้ดีเถอะ"
หลินเทียนอี้ก้มมองร่างที่อยู่บนพื้น เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
พูดจบ หลินเทียนอี้ก็หันหลังเดินจากไป
ทิ้งให้หลินเนี่ยนเจวี๋ยที่จิตใจว่างเปล่า คุกเข่าอยู่ที่เดิม ไม่อาจลุกขึ้นยืนได้อีกเลย
ที่หลินเทียนอี้ไว้ชีวิตเขา ไม่ใช่เพราะยังมีความผูกพันในวันวาน แต่เขาอยากให้หลินเนี่ยนเจวี๋ยได้ทบทวนคำสอนของอาจารย์ในอดีตให้ดี
อย่างไรเสีย หลินเนี่ยนเจวี๋ยก็ถูกทำลายวรยุทธ์ไปแล้ว ด้วยอายุของเขาในตอนนี้ ไม่เกินครึ่งปี อวัยวะภายในก็จะเน่าเปื่อยและตายไปอย่างรวดเร็ว
จุดจบของเขายังไงก็หนีไม่พ้นความตายอยู่ดี
ส่วนเจ้าสำนักคนอื่นๆ
นับตั้งแต่วินาทีที่ประตูสั่วเซียนปรากฏขึ้น ค่ายกลควบคุมจิตใจก็ถูกพลังแห่งการทำลายล้างตัดขาดไปแล้ว ไม่นานนักพวกเขาก็ทยอยได้สติกลับมา
ไม่เพียงแค่เจ้าสำนักเหล่านี้ ผู้อาวุโสและศิษย์ของสำนักแสวงมรรคก็ฟื้นคืนสติเช่นกัน
เมื่อพวกเขาเห็นภาพซากปรักหักพังตรงหน้า ทุกคนก็เบิกตากว้าง ราวกับเห็นผี
ตอนแรกผู้อาวุโสของสำนักแสวงมรรคยังคิดว่าแผนการสำเร็จแล้ว
แต่พอเห็นเจ้าสำนักคนอื่นๆ ยังมีชีวิตอยู่ และพากันมาเอาเรื่อง พวกเขาก็รู้ทันทีว่าแผนการที่เตรียมการมาเป็นปี ล้มเหลวไม่เป็นท่าเสียแล้ว
เมื่อพวกเขาได้เห็นสภาพของหลินเนี่ยนเจวี๋ย พวกเขาก็ยิ่งสิ้นหวัง
เพราะหลินเนี่ยนเจวี๋ยในตอนนี้ ไม่ต่างอะไรกับคนพิการ
ส่วนบทลงโทษสำหรับสำนักแสวงมรรคนั้น
เนื่องจากหลินเนี่ยนเจวี๋ยแสดงความโอหังในงานชุมนุมวิถีเต๋า ประกาศกร้าวว่าจะกลืนกินสำนักทั้งหมด สิ่งนี้ทำให้บรรดาสำนักต่างๆ พากันกวาดล้างสำนักแสวงมรรคจนแทบไม่เหลืออะไร
แต่ด้วยคำขอของหลินเทียนอี้ พวกเขาก็ยอมละเว้นศิษย์ของสำนักแสวงมรรคเอาไว้
เวลาเพียงแค่วันเดียว
สำนักเซียนอันดับหนึ่งที่โด่งดังไปทั่วหล้าในอดีต ก็ได้ปิดฉากลงในวันนี้
ส่วนเจียงหมิงที่ยืนอยู่หน้าประตูสำนักแสวงมรรค เงยหน้ามองเสาหินที่สูงตระหง่านเสียดฟ้า ในใจก็รู้สึกสะท้อนใจอยู่บ้าง
"เยี่ยเวิ่นเทียน เจ้าตายไปแล้วคงคิดไม่ถึงสินะ ว่าสำนักแสวงมรรคในตอนนั้น จะมีจุดจบแบบนี้ในวันนี้"
เจียงหมิงกอดอกมองเสาหิน ถอนหายใจพลางพึมพำ
"อาจารย์อา!"
ทันใดนั้น ร่างสามร่างก็พุ่งเข้ามาหาเจียงหมิงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับประสานมือคำนับอย่างนอบน้อม
เจียงหมิงพยักหน้า มองทั้งสามคน "ว่ามา"
ผู้อาวุโสสำนักเต๋าสวรรค์เอ่ย "เจ้าสำนักยังต้องปรึกษาเรื่องจิปาถะกับเจ้าสำนักท่านอื่นต่อ จึงให้พวกเรานำสิ่งนี้มามอบให้อาจารย์อาก่อน แล้วให้กลับสำนักไปล่วงหน้า"
ว่าแล้ว ผู้อาวุโสคนหนึ่งก็ค่อยๆ หยิบเศษหน้ากระดาษวิถีสวรรค์ห้าแผ่นออกมาจากถุงเก็บของ
เมื่อเจียงหมิงเห็นดังนั้น ก็พอจะเข้าใจความหมายของหลินเทียนอี้
คิดได้ดังนั้น เจียงหมิงก็รับเศษหน้ากระดาษวิถีสวรรค์ทั้งหมดมา พยักหน้าแล้วกล่าว "ตกลง งั้นพวกเราออกเดินทางกันเถอะ"
จากนั้น ทั้งสี่คนก็เรียกกระบี่บินออกมา แล้วเดินทางออกจากแคว้นจงเต้าทันที
ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
ภายในตำหนักอันมืดมิดแห่งหนึ่ง
ผู้อาวุโสสามคนคุกเข่าลงอย่างพร้อมเพรียงภายในตำหนักอันมืดมิด แสดงท่าทีจงรักภักดีต่อชายที่นั่งอยู่บนบัลลังก์
ยิ่งไปกว่านั้น เบื้องหน้าผู้อาวุโสทั้งสาม ยังมีทรัพย์สมบัติล้ำค่าวางเรียงรายอยู่มากมาย ราวกับกำลังอ้อนวอนขอร้องบางสิ่งบางอย่างจากชายผู้นั้น
ชายผู้นี้คือ เจิ้งเยาหมิง เจ้าสำนักวิหคโลหิต
เจิ้งเยาหมิงมีพลังทะลุฟ้า ทะลวงเข้าสู่ระดับผสานกายามาตั้งแต่เมื่อหลายร้อยปีก่อน และมีข่าวลือว่าตอนนี้เขาก้าวไปถึงระดับผสานกายาขั้นสูงสุดแล้ว!
ห่างจากระดับมหายานเพียงก้าวเดียวเท่านั้น!
เขาคือหนึ่งในยอดฝีมือระดับแนวหน้าของทวีปนภาคราม!
แต่นี่ไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ทำให้สำนักวิหคโลหิตแข็งแกร่ง
เพราะมีคนรู้มาว่า ในสำนักวิหคโลหิตไม่ได้มีแค่เจิ้งเยาหมิงที่เป็นยอดฝีมือระดับผสานกายา แต่ยังมีปีศาจเฒ่าที่อยู่มานับพันปี ปิดด่านมาเกือบพันปีจนทะลวงขึ้นสู่ระดับมหายานได้สำเร็จ!
แม้จะไม่มีใครรู้ว่าปีศาจเฒ่าผู้นั้นทะลวงขึ้นสู่ระดับมหายานได้จริงหรือไม่ แต่พลังของสำนักวิหคโลหิตก็เป็นสิ่งที่ประมาทไม่ได้เลย!
เวลานี้
เจิ้งเยาหมิงกำลังลูบคลำลูกแก้วเซียนสีขาวขุ่นในมือ ใบหน้าแสดงความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
"ของแค่นี้ พวกเจ้าก็อยากให้ข้าไปจัดการกับสำนักเต๋าสวรรค์แล้วหรือ? ข้าได้ยินมาว่า ตาแก่หลินเทียนอี้ทะลวงขึ้นสู่ระดับผสานกายาแล้วนะ" เจิ้งเยาหมิงปรายตามองทั้งสามคนที่อยู่เบื้องล่าง
ทั้งสามคนไม่ใช่ใครอื่น
พวกเขาคือผู้อาวุโสสามคนที่หนีรอดมาได้ จากการร่วมมือกันของสามสำนักที่นำโดยสำนักมังกรดำเพื่อกวาดล้างสำนักเต๋าสวรรค์นั่นเอง
หลังจากรู้ว่าเจ้าสำนักเสียชีวิตที่สำนักเต๋าสวรรค์ ทุกคนต่างก็โกรธแค้น ขณะเดียวกันก็รู้สึกกังวลต่อความปลอดภัยของสำนักตัวเอง
ดังนั้น ผู้อาวุโสของทั้งสามสำนักจึงปรึกษากัน แล้วเดินทางมาขอความช่วยเหลือจากสำนักวิหคโลหิต ขุมกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
ต่อให้ต้องทุ่มกำลังทั้งหมดของสามสำนัก ก็ต้องถอนรากถอนโคนสำนักเต๋าสวรรค์ให้จงได้!
ไม่ใช่แค่เพื่อแก้แค้นให้เจ้าสำนักทั้งสาม แต่เพื่อตัวพวกเขาเองด้วย!