- หน้าแรก
- ยอดครูฝึกทะลุมิติ เปลี่ยนเด็กเปรตให้ไร้เทียมทาน
- บทที่ 21 - ระเบิดบ่อเกรอะ ผู้ชายคือเด็กน้อยตลอดกาล!
บทที่ 21 - ระเบิดบ่อเกรอะ ผู้ชายคือเด็กน้อยตลอดกาล!
บทที่ 21 - ระเบิดบ่อเกรอะ ผู้ชายคือเด็กน้อยตลอดกาล!
บทที่ 21 - ระเบิดบ่อเกรอะ ผู้ชายคือเด็กน้อยตลอดกาล!
หลังจากปิดไฟตอนกลางคืน หลินรุ่ยก็รีบล้มตัวลงนอนบนเตียงตั้งแต่หัวค่ำ
มาถึงวิทยาลัยได้สองสัปดาห์เต็มแล้ว นักเรียนจากตอนแรกที่เป็นพวกหัวรั้นไม่ยอมฟังคำสั่ง ตอนนี้เริ่มมีเค้าโครงของทหารขึ้นมาบ้างแล้ว
วิทยาลัยอื่นใช้เวลาเป็นเดือนกว่าจะทำได้ แต่เขาใช้เวลาเพียงแค่สองสัปดาห์เท่านั้น
แถมตอนแรกที่ตามหลังวิทยาลัยอื่น ตอนนี้หลินรุ่ยกล้าการันตีเลยว่า สมรรถภาพโดยรวมของนักเรียนกลุ่มนี้ต้องแข็งแกร่งกว่าวิทยาลัยอื่นอย่างแน่นอน
"เปิดดูความคืบหน้าภารกิจ!"
หลินรุ่ยบอกกับระบบ
วินาทีต่อมา แถบความคืบหน้าก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
ด้านล่างแถบความคืบหน้า มีรายการฝึกซ้อมต่างๆ ระบุไว้
วิ่ง 5 กิโลเมตรผ่านเกณฑ์ การฝึกสมรรถภาพร่างกายผ่านเกณฑ์ การจัดแถวผ่านเกณฑ์ การเดินสามก้าวพื้นฐานผ่านเกณฑ์ การจัดการธุระส่วนตัวผ่านเกณฑ์ การทำเกษตรเสริมผ่านเกณฑ์
ภารกิจการฝึกทั้งหมดมีเครื่องหมายถูกสีแดงติ๊กเอาไว้แล้ว
เหลือเพียงอย่างเดียวคือการฝึกยิงปืน
หลินรุ่ยมองดูข้อกำหนดที่ระบุไว้ มันคือการยิงปืนด้วยกระสุนจริง นักเรียนแต่ละคนต้องสามารถยิงเข้าเป้าทั้ง 10 นัดในระยะ 200 เมตร ด้วยท่ายืน ท่านั่งยอง และท่านอน จึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์
ต้องทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ การฝึกในระยะที่สองจึงจะผ่านเกณฑ์ และเขาถึงจะทำภารกิจนี้ลุล่วงได้
"ยิงปืนด้วยกระสุนจริง!"
หลินรุ่ยพูดเรียบๆ
"เรื่องนี้ต้องไปขออนุมัติอาวุธและกระสุนจากอธิการบดี ยังไงซะนักเรียนก็เป็นคนของวิทยาลัยเขา!"
หลินรุ่ยคิดแผนสำหรับวันพรุ่งนี้เสร็จสรรพ ก็ผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว
แม้ช่วงนี้เขาจะเอาแต่กลั่นแกล้งพวกนักเรียน แต่จริงๆ แล้วเขาก็เหนื่อยเหมือนกัน
เพราะตอนที่กลั่นแกล้งคนอื่น เขาต้องคอยเบิกตาดูเวลา ทำให้ได้นอนน้อยกว่าพวกนักเรียนเสียอีก
เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากนักเรียนทุกคนวิ่ง 5 กิโลเมตรซึ่งเป็นกิจวัตรประจำวันที่ขาดไม่ได้เสร็จเรียบร้อย หลินรุ่ยก็สั่งรวมพล
"ช่วงนี้ สมรรถภาพร่างกายของทุกคนพัฒนาขึ้นไม่น้อยเลยนะ!"
หลินรุ่ยมองทุกคนแล้วยิ้ม
"เมื่อก่อนวิ่ง 5 กิโลเมตรใช้เวลา 19 นาที แถมยังเหนื่อยหอบเป็นหมา ตอนนี้ 17 นาทีก็กลับมากันได้หมดแล้ว ดูท่าทางพวกนายก็ไม่ได้เหนื่อยเท่าไหร่ด้วย!"
"ไม่เลว ไม่เลวเลย ดูท่าทางฉันจะสอนเก่งจริงๆ!"
หลินรุ่ยหัวเราะร่วน
นักเรียนทุกคนพากันแอบกรอกตาบน
คิดในใจว่าเจอวิธีฝึกแบบนี้ หมูยังวิ่งเร็วกว่าหมาเลย
ใครมาเจอคนโรคจิตแบบคุณ ก็ต้องถูกฝึกจนกลายเป็นทหารชั้นยอดกันทั้งนั้นแหละ
หลินรุ่ยกระแอมไอ แล้วพูดกับทุกคน
"บอกข่าวดีให้ทุกคนรู้ไว้!"
พอได้ยินคำว่าข่าวดี นักเรียนทุกคนก็เผลอตัวสั่นสะท้าน แววตาลุกลี้ลุกลนทันที
หลินรุ่ยเห็นท่าทางขี้ขลาดของพวกเขา ก็ยิ้มแล้วพูดว่า
"ไม่ต้องเกร็ง ไม่ต้องกลัว คราวนี้เป็นข่าวดีจริงๆ!"
คราวนี้แม้แต่ผู้บังคับหมวดก็ยังแอบกรอกตาบน คุณเคยมีข่าวดีด้วยเหรอ ข่าวดีของคุณคือฝันร้ายของทุกคนชัดๆ
หลินรุ่ยเห็นทุกคนทำหน้าไม่เชื่อ ก็หัวเราะเบาๆ แล้วพูดว่า
"ระดับการฝึกของพวกนายถึงเกณฑ์ที่ฉันตั้งไว้แล้ว ดังนั้นต่อไปนี้ เราจะเริ่มการฝึกยิงปืนด้วยกระสุนจริงกัน เป็นไง ข่าวดีไหมล่ะ"
นักเรียนทุกคนถึงกับอึ้ง มองหลินรุ่ยอย่างไม่อยากจะเชื่อ
แต่วินาทีต่อมา ทุกคนก็ตั้งสติได้ ถ้าไม่ได้ติดว่าต้องยืนอยู่ในแถว ป่านนี้พวกเขาคงกระโดดโลดเต้นส่งเสียงเฮลั่นไปแล้ว
"ผู้บังคับกองร้อย เรื่องจริงเหรอครับ"
จิงซือเหว่ยถามอย่างตื่นเต้น
"คุณจะไม่ฝึกให้พวกเรากลายเป็นนักกีฬาแล้วใช่ไหม"
หลินรุ่ยถลึงตาใส่เขา
"การฝึกสมรรถภาพร่างกายยังต้องทำต่อไป แค่สลับกับการฝึกยิงปืน แน่นอนว่าปริมาณคงไม่เยอะเท่าเมื่อก่อนแล้ว!"
พอได้ยินคำพูดของหลินรุ่ย นักเรียนทุกคนก็ดีใจจนเนื้อเต้น
แค่ลดการฝึกสมรรถภาพร่างกายลงได้ก็ดีใจแล้ว แถมยังได้ยิงปืนอีกต่างหาก
ปืนคือของเล่นชิ้นโปรดในใจของเด็กผู้ชายทุกคน
โดยเฉพาะเด็กที่เติบโตมาในครอบครัวทหาร พวกเขาคุ้นเคยกับปืนมาตั้งแต่เด็ก
การได้กลับมาจับปืนและยิงปืนที่นี่ ถือเป็นสิ่งยั่วยวนใจอย่างมหาศาลสำหรับพวกเขา
"เอาล่ะ ไปฝึกต่อได้แล้ว"
หลินรุ่ยโบกมือ
"ถึงเวลาฝึกยิงปืนเมื่อไหร่ ฉันจะแจ้งให้ทราบเอง!"
นักเรียนทุกคนรีบวิ่งไปที่สนามฝึกอย่างกระตือรือร้น
ตอนนี้มีความหวังแล้ว ต่อให้ต้องฝึกสมรรถภาพร่างกายต่อ พวกเขาก็มีแรงฮึดสู้เต็มเปี่ยม
"ตาแก่โรคจิตคิดได้แล้วสินะ รู้จักผ่อนปรนบ้างแล้ว!"
"ฉันไม่ได้จับปืนมาตั้งนานแล้ว ครั้งสุดท้ายก็ตอนไปเยี่ยมกองทหารของพี่เขย พอรู้ว่าจะได้จับปืนอีก ฉันตื่นเต้นชะมัดเลย!"
"การยิงปืนครั้งนี้ ฉันจะทำให้ตาแก่โรคจิตได้เห็นเป็นขวัญตา ว่าฝีมือยิงปืนของฉัน เก่งกว่าเขาเสียอีก!"
นักเรียนพากันคุยจ้อเจี๊ยวจ๊าวระหว่างฝึกซ้อม
ทุกคนมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม รอคอยที่จะได้แสดงฝีมือให้หลินรุ่ยตกตะลึงในช่วงฝึกยิงปืน
พวกผู้บังคับหมวดเดินเข้ามาหาหลินรุ่ย
"ผู้บังคับกองร้อย คุณไม่ได้หลอกพวกเขาใช่ไหมครับ วิทยาลัยของเราเป็นวิทยาลัยป้องกันประเทศ ไม่เหมือนวิทยาลัยอื่น เราดูเหมือนจะไม่มีการฝึกยิงปืนนะครับ!"
"คุณจะไปหาอาวุธกับกระสุนมาจากไหนครับ"
หลินรุ่ยยิ้มบางๆ
"พวกคุณไม่ต้องห่วง ฉันมีวิธีของฉันก็แล้วกัน!"
ผู้บังคับหมวดมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่รู้เลยว่าหลินรุ่ยกำลังคิดจะทำอะไร
แต่พอเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของหลินรุ่ย พวกเขาก็มั่นใจเลยว่าต้องมีคนซวยแน่ๆ
ช่วงเที่ยง หลินรุ่ยเดินมาที่แปลงเกษตรเสริมเพียงลำพัง
บ่อเกรอะข้างๆ ถูกปิดทับด้วยฝาขนาดใหญ่ตามคำสั่งของเขาแล้ว
เพราะแปลงเกษตรเริ่มปลูกผักแล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยหมักหนักๆ ใช้แค่ปุ๋ยเบาๆ ที่ผสมปัสสาวะรดทุกวันก็พอ
หลินรุ่ยจึงสั่งให้ผู้บังคับหมวดปิดฝาบ่อปุ๋ยหมักหนักนี้ไว้ โดยอ้างว่ากลัวจะไม่ถูกสุขอนามัย
แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า จริงๆ แล้วเขาวางแผนไว้แต่แรกแล้ว
คราวที่แล้วเขาพูดจาถากถางอธิการบดีจนเดินหนีไป หลินรุ่ยรู้ดีว่าการจะเชิญเขากลับมาอีกครั้งนั้นเป็นเรื่องยาก
อีกอย่างอธิการบดีก็ไม่ค่อยชอบวิทยาลัยนี้อยู่แล้ว
ดังนั้นเขาคงไม่มีทางอนุมัติให้มีการฝึกยิงปืนด้วยกระสุนจริงแน่ๆ
แต่วิธีแก้ปัญหามีมากกว่าปัญหาเสมอ
หลินรุ่ยวางแผนไว้แล้ว นักเรียนในมือเขานี่แหละคืออาวุธลับ
ขอแค่ดึงตัวอธิการบดีมาที่นี่ได้ เขาก็มีวิธีทำให้อธิการบดียอมอนุมัติคำขอของเขาได้แน่
หลินรุ่ยเปิดรูเล็กๆ บนฝาครอบ กลิ่นเหม็นตลบอบอวลก็พุ่งทะลักออกมาทันที
"โห กลิ่นสุดยอดไปเลย!"
หลินรุ่ยโบกมือปัดจมูก แต่ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
เขาหยิบกลักไม้ขีดไฟออกมาจากกระเป๋า จุดก้านหนึ่ง แล้วใช้ก้านนั้นจุดไฟให้ไม้ขีดที่เหลือในกลักลุกพรึ่บขึ้นมาทั้งหมด
พอไฟลุกโชน หลินรุ่ยก็โยนกลักไม้ขีดลงไปในรูบ่อเกรอะทันที
หลังจากทำทุกอย่างเสร็จ หลินรุ่ยก็สับขาเตะวิ่งหนีสุดชีวิต เร็วจนเห็นเป็นภาพเบลอ
หลังจากเขาวิ่งออกไปได้ 30 เมตร บ่อเกรอะด้านหลังก็ส่งเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว
หลินรุ่ยยิ่งเร่งฝีเท้าวิ่งให้เร็วขึ้นอีก ด้านหลังของเขามีจุดสีเหลืองจำนวนนับไม่ถ้วนร่วงหล่นลงมาจากฟ้า ราวกับฝนตก
โชคดีที่หลินรุ่ยวิ่งเร็ว ไม่งั้นเขาคงโดนฝนสีเหลืองนี้สาดจนเปียกโชกไปแล้ว
เขาวิ่งไปจนถึงข้างหอพัก ถึงได้หันกลับไปดูผลงานของตัวเอง
แปลงเกษตรเสริมที่อยู่ไกลออกไปถูกสาดกระจายไปทั่ว แม้แต่ห้องน้ำก็ยังถูกแรงระเบิดจนกระจุย
ส่วนลานตากผ้าข้างๆ ยิ่งถูกทำลายล้างอย่างหนัก เสื้อผ้าทุกตัวถูกเคลือบด้วยวัตถุสีเหลืองบางๆ
"โอ๊ย เกิดอะไรขึ้นเนี่ย"
"เสื้อผ้าฉัน อ๊ากกก เสื้อผ้าที่เพิ่งซักใหม่ๆ ของฉัน!"
นักเรียนและทหารเก่าตกใจกับเสียงระเบิดจนต้องวิ่งออกมาดู พอเห็นสภาพแบบนั้น แต่ละคนก็ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ แล้วรีบวิ่งไปที่ลานตากผ้า
หลินรุ่ยยืนดูอยู่ข้างๆ ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
"เฮ้อ จะมาโทษฉันก็ไม่ได้นะ ผู้ชายไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ ก็ยังมีความเป็นเด็กอยู่เสมอ"
เขาหันไปมองทางอาคารบริหารของวิทยาลัย
"เสียงดังขนาดนี้ อธิการบดีน่าจะมาแล้วล่ะมั้ง!"