เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 - ขอลาป่วย! สภาพแบบนี้เหมือนคนป่วยตรงไหน

บทที่ 17 - ขอลาป่วย! สภาพแบบนี้เหมือนคนป่วยตรงไหน

บทที่ 17 - ขอลาป่วย! สภาพแบบนี้เหมือนคนป่วยตรงไหน


บทที่ 17 - ขอลาป่วย! สภาพแบบนี้เหมือนคนป่วยตรงไหน

หนึ่งชั่วโมงให้หลัง ขณะที่นักเรียนทุกคนกำลังหลับสนิท

เสียงนกหวีดแหลมแสบแก้วหูก็ดังขึ้นในโถงทางเดิน

"รวมพลฉุกเฉิน!" หลินรุ่ยตะโกนลั่นหอพัก

ตามหลักแล้ว การรวมพลฉุกเฉินห้ามส่งเสียงใดๆ ทั้งสิ้น ให้ยึดเสียงนกหวีดเป็นหลัก

แต่หลินรุ่ยอ้างว่าเป็นการอะลุ้มอล่วยให้เหล่านักเรียน เพราะกลัวว่าครั้งแรกพวกมันจะหลับสนิทจนไม่ได้ยิน

การตะโกนแถมไปด้วย อาจจะช่วยปลุกให้ตื่นได้ดีขึ้น

ผลปรากฏว่า นักเรียนที่กำลังสะลึมสะลือ พอได้ยินเสียงหลินรุ่ยก็สะดุ้งสุดตัวราวกับโดนน้ำร้อนลวก เด้งตัวลุกจากเตียงแทบจะทันที

"เวรเอ๊ย รวมพลฉุกเฉินจริงๆ ด้วย!"

"เลิกบ่นได้แล้วรีบๆ หน่อย เฮ้ย ใครหยิบกางเกงฉันไปวะ!"

"เสื้อฉันล่ะ แม่งเอ๊ย อย่าหยิบมั่วดิวะ!"

"อย่าชนสิ โว้ย นายใส่รองเท้าฉันทำไมเนี่ย!"

ทั้งหอพักตกอยู่ในความวุ่นวายโกลาหล

หลินรุ่ยยืนเอามือไพล่หลังยิ้มกริ่มดูผลงานของตัวเองอยู่ชั้นล่าง

เหล่าผู้บังคับหมวดที่ยืนอยู่ข้างๆ ต่างมองนักเรียนด้วยสายตาเวทนา

ไม่นานก็มีนักเรียนทยอยวิ่งลงมา

คนแรกคือหวังเซิ่ง หลินรุ่ยมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า หมอนี่แต่งกายเรียบร้อย กระเป๋าสนามก็มัดมาอย่างแน่นหนา

ข้าวของเครื่องใช้ก็ครบถ้วน ไม่ต่างจากทหารเก่าเลย

หลินรุ่ยแอบชื่นชมในใจ ก่อนมาที่นี่ เขาก็พอจะรู้เรื่องหวังเซิ่งมาบ้าง

อู๋กังเป็นคนบอกข้อมูลของหวังเซิ่งให้เขาฟังอย่างละเอียด

ในบรรดานักเรียนทั้งหมด หมอนี่ภูมิหลังดีที่สุดแล้ว

"สมกับที่แตกต่างจากคนอื่นจริงๆ!" หลินรุ่ยยิ้ม "แต่ดูจะหยิ่งไปหน่อยนะ!"

นักเรียนเริ่มทยอยกันลงมาเรื่อยๆ

แต่ไม่มีใครแต่งตัวเรียบร้อยเหมือนหวังเซิ่งเลย บางคนแต่งตัวไม่เสร็จด้วยซ้ำ

บางคนใส่เสื้อคลุม แต่ท่อนล่างเป็นกางเกงลายพราง

บางคนถึงกับไม่ได้ใส่กางเกงวิ่งลงมาเลย

บางคนก็ใส่รองเท้าแตะแข็งๆ!

หนักสุดคือ เอาที่นอนมาผูกคอแล้ววิ่งลงมา

"รายงานผู้บังคับกองร้อย ทุกคนรวมแถวเสร็จสิ้น!" เฉินหมินเข้ามารายงาน "ขอรับคำสั่งครับผู้บังคับกองร้อย!"

หลินรุ่ยยิ้ม เดินตรวจแถวทีละคน

"ทำตัวง่ายดีนี่!" หลินรุ่ยมองหม่าฉีที่อุ้มผ้าห่มมาเป็นก้อน ข้างในยัดของไว้เพียบ

หมอนี่เอาทุกอย่างยัดใส่ผ้าห่ม แล้วม้วนออกมาทีเดียวเลย

เขาเดินไปหยุดหน้านักเรียนที่เอาที่นอนผูกคอ "เท่ดีนี่ จะออกไปเป็นจอมยุทธ์ผดุงความยุติธรรมหรือไง"

นักเรียนคนนั้นยิ้มเจื่อน "รายงานผู้บังคับกองร้อย ผม...ผมหาเสื้อไม่เจอ ไม่รู้ไอ้บ้าที่ไหนเอาไป ผมกลัวคุณรอนาน ก็เลย..."

หลินรุ่ยตบแก้มเขาเบาๆ พร้อมกับยิ้ม "ช่างใส่ใจความรู้สึกฉันจริงๆ!"

เขาเดินตรวจจนครบหนึ่งรอบ แล้วกลับมายืนหน้าแถว

"ตอนนี้ ฟังคำสั่งฉัน ทุกคน กระโดด!"

นักเรียนทุกคนงงเป็นไก่ตาแตก มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

แต่หวังเซิ่งรู้ดีว่าหลินรุ่ยต้องการอะไร เขาไม่มีอะไรต้องกังวล จึงกระโดดขึ้นเป็นคนแรก

คนอื่นๆ เห็นดังนั้นก็เริ่มเข้าใจ และกระโดดตาม

วินาทีต่อมา เสียงของหล่นกระแทกพื้นก็ดังระงมไปทั่วแถว

กระติกน้ำ แก้วน้ำ รองเท้า...

ร่วงกราวเต็มพื้น!

สภาพเละเทะสุดๆ!

เหล่าผู้บังคับหมวดแอบอมยิ้ม ภาพตรงหน้าทำให้พวกเขานึกถึงตอนที่ตัวเองเป็นทหารใหม่

ครั้งแรกที่โดนรวมพลฉุกเฉิน พวกเขาก็สภาพไม่ต่างจากเด็กพวกนี้เท่าไหร่

กว่าจะผ่านมาได้ก็ต้องฝึกฝนกันอย่างหนัก

จนตอนนี้ การรวมพลฉุกเฉินกลายเป็นเรื่องหมูๆ สำหรับพวกเขาไปแล้ว

แต่สีหน้าของหลินรุ่ยกลับดูไม่ค่อยดีนัก ปล่อยให้นักเรียนกระโดดอยู่เป็นนาทีกว่าเขาจะสั่งหยุด

"ดูสภาพพวกนายสิ!" หลินรุ่ยชี้หน้าด่า "สนามดีๆ ถูกพวกนายทำเละเป็นกองขยะ! สภาพแบบนี้ กล้าบอกคนอื่นเหรอว่าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ใครไม่รู้คงนึกว่าผู้อพยพหนีตายมาจากหลังเขา!"

"ทำให้โรงเรียนเตรียมทหารต้องอับอายขายหน้า!" หลินรุ่ยดุเสียงแข็ง "สภาพแบบนี้ คิดจะไปปกป้องประชาชนและประเทศชาติเหรอ น่าสมเพช น่าสมเพชจริงๆ!"

จิงซือเหว่ยทำหน้าสลด ร้องบอก "รายงาน!"

"ว่ามา!"

จิงซือเหว่ย: "ผู้บังคับกองร้อย พวกเรา...พวกเราเพิ่งเคยโดนครั้งแรก แถม..."

"แถมอะไร!" หลินรุ่ยจ้องหน้าเขา "นักเรียนใหม่ปีนี้เหมือนกัน ฉันก็รู้เรื่องของวิทยาลัยอื่นมาบ้าง นักเรียนของพวกเขาสามารถรวมพลฉุกเฉินได้ภายใน 4 นาที แล้วก็เดินทัพทางไกลอีก 20 กิโลเมตร"

"พวกนายยังมีหน้ามาแก้ตัวอีกเหรอ"

ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไร ทุกคนแอบด่าหลินรุ่ยในใจว่าเป็นไอ้โรคจิต และแอบเสียใจอยู่ลึกๆ

ถ้ารู้อย่างนี้ ตอนแรกแบ่งเวลามาฝึกซ้อมให้ดีหน่อย คงไม่ต้องมาลำบากแบบนี้

หลินรุ่ยจ้องพวกเขาตาเขม็ง "เอาล่ะ เก็บของที่ตกพื้นขึ้นมาให้หมด แล้วอุ้มกองขยะพวกนั้น วิ่ง 5 กิโลเมตรเดี๋ยวนี้!"

เมื่อได้ยินข่าวร้ายนี้ นักเรียนทุกคนแทบจะร้องไห้

เซียวหย่วนตงอ้อนวอน "ผู้บังคับกองร้อย ให้โอกาสพวกเราอีกครั้งเถอะครับ สภาพแบบนี้ จะวิ่งได้ยังไง"

หลินรุ่ยแค่นเสียงเย็น "ก็รู้นี่ว่าสภาพแบบนี้วิ่งไม่ได้! พวกนายเป็นนักเรียน แต่พอใส่เครื่องแบบ พวกนายก็คือทหาร"

"เลี้ยงทหารพันวัน ใช้ทหารชั่ววิ! ถ้าเกิดมีอันตรายขึ้นมา พวกนายจะเอาสภาพแบบนี้ไปรบงั้นเหรอ"

หลินรุ่ยสั่งเสียงเฉียบขาด "วันนี้ พวกนายต้องจำให้ขึ้นใจ... วิ่ง!"

สิ้นคำสั่ง นักเรียนก็จำใจต้องอุ้มกองสัมภาระวิ่งไปที่สนาม

ทันใดนั้น หวังเซิ่งก็พุ่งตัวออกจากแถว วิ่งนำหน้าคนอื่นๆ ไปอย่างรวดเร็ว

ไม่นาน เขาก็ทิ้งห่างจากคนอื่นๆ

จิงซือเหว่ยและคนอื่นๆ เห็นดังนั้น ก็เข้าใจเจตนาของหวังเซิ่งทันที

"ไอ้หมอนี่คงคิดว่าพวกเราเป็นตัวถ่วง ไม่อยากอยู่ใกล้พวกเราล่ะสิ!"

"แม่งเอ๊ย คิดว่าตัวเองเจ๋งนักหรือไง แค่จัดกระเป๋าเก่งกว่าหน่อย เรื่องพละกำลัง ใครจะไปกลัวใครวะ!"

จิงซือเหว่ยคำรามต่ำ แล้วเร่งความเร็วตามไปติดๆ

พวกหัวโจกคนอื่นๆ ก็ไม่ยอมน้อยหน้า เร่งฝีเท้าตามไปติดๆ เช่นกัน

หลินรุ่ยยืนมองพวกเขาวิ่งไล่ตามกันด้วยรอยยิ้ม แววตาแฝงความชื่นชม

เด็กพวกนี้ถึงจะดื้อ แต่ก็มีแวว

ดูจากพละกำลังและความเร็วในการวิ่งแล้ว พวกเขาเหนือกว่าทหารเก่าหลายคนเสียอีก

ถ้าได้รับการขัดเกลาให้ดี อนาคตไกลแน่นอน

ในหัวของหลินรุ่ยเกิดไอเดียขึ้นมาทันที มีทรัพยากรดีๆ แบบนี้ เขาต้องใช้ให้คุ้มค่า

หลังจากวิ่งครบ 5 กิโลเมตร หลินรุ่ยก็ไล่ทุกคนกลับไปนอน

คืนนั้นไม่มีการเรียกรวมพลฉุกเฉินอีก!

แต่นักเรียนก็เตรียมใจไว้แล้ว พวกเขารู้ว่าหลินรุ่ยไม่มีทางปล่อยพวกเขาไปง่ายๆ แน่

และก็เป็นไปตามคาด คืนที่สอง หลินรุ่ยก็เป่านกหวีดรวมพลฉุกเฉินอีกครั้ง

แต่นักเรียนใหม่ได้ฝึกซ้อมการจัดกระเป๋าสนามก่อนนอนซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ครั้งนี้ พวกเขาจึงไม่ทุลักทุเลเหมือนเมื่อวาน ทำได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว

พวกเขาคิดว่าทุกอย่างจะจบลงแค่นี้ แต่ใครจะไปรู้

ตลอด 3 วันต่อมา มีการรวมพลฉุกเฉินทุกคืน

ถึงขนาดมีอยู่คืนหนึ่ง โดนเรียกตั้ง 3 ครั้งติด

เช้าวันที่สี่ ตอนเข้าแถวเคารพธงชาติ หลินรุ่ยสังเกตเห็นว่ามีคนหายไปหลายคน

"หายไปไหนกัน" หลินรุ่ยหันไปถามหวงจื่อเจี้ยน "ไปดูซิ เกิดอะไรขึ้น"

ตอนนั้นเอง นักเรียนคนหนึ่งก็ก้าวออกมารายงาน "รายงานผู้บังคับกองร้อย จิงซือเหว่ย เซียวหย่วนตง หม่าฉี ซุนหนาน 4 คน ขอลาป่วยครับ"

"ลาป่วย?" หลินรุ่ยชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วเปิดระบบมุมมองพระเจ้าครอบคลุมหอพักทันที

วินาทีต่อมา มุมปากของเขาก็กระตุกยิ้ม

เพราะเขาเห็นไอ้ 4 ตัวแสบนั่นกำลังสุมหัวคุยอะไรกันอยู่

นี่น่ะเหรอ สภาพคนป่วย

จบบทที่ บทที่ 17 - ขอลาป่วย! สภาพแบบนี้เหมือนคนป่วยตรงไหน

คัดลอกลิงก์แล้ว