เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 สองอาหลานตระกูลชุยผู้สิ้นหวัง

บทที่ 31 สองอาหลานตระกูลชุยผู้สิ้นหวัง

บทที่ 31 สองอาหลานตระกูลชุยผู้สิ้นหวัง


ในเวลานี้ ทั่วทั้งร่างของผู้จัดการชุยสั่นสะท้านไปหมด!

เมื่อมองดูเหอเทียนหนิง ประธานกรรมการบริหารที่จู่ๆ ก็เดินกระหืดกระหอบตรงเข้ามา

รวมถึงเหล่ากรรมการบริหารอีกนับไม่ถ้วน

ชั่วพริบตาเดียว ใบหน้าของผู้จัดการชุยก็พลันซีดเผือดไร้สีเลือด!

ส่วนทางด้านเหอเทียนหนิง กลับไม่แม้แต่จะปรายตามองผู้จัดการชุยเลยสักนิด

เขารีบร้อนลุกลี้ลุกลน เดินตรงเข้าไปหาหลินม่อในทันที

พลางเอ่ย "คุ... คุณหลิน ทำไมจู่ๆ ถึงได้มาโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าเลยล่ะครับ"

เมื่อได้เห็นภาพตรงหน้า

ผู้จัดการชุยก็ถึงกับยืนงงเป็นไก่ตาแตก

จากนั้นเขาก็รีบขยับเข้าไปกระซิบถามหนึ่งในกรรมการบริหารที่ยืนอยู่ตรงนั้น

"อาสาม... นี่มันเรื่องอะไรกันครับ?

ไอ้เด็กนี่... มันก็แค่ไอ้เด็กเมื่อวานซืนไม่ใช่เหรอ!

ท่านประธานเหอมีความจำเป็นอะไร... ถึงต้องไปพินอบพิเทามันขนาดนั้นด้วย?"

เมื่อได้ยินคำถามนั้น

อาสามก็หันขวับมาถลึงตาใส่ผู้จัดการชุยทันทีพลางตวาดเสียงเข้ม

"หุบปากไปเลยนะ! ฉันขอเตือนแกไว้ก่อน!

คนตรงหน้าแกคนนี้... คือเจ้าของคนใหม่ของตึกไอเอพีเอ็มเรา!

ลำพังแค่ค่าเช่าตึกต่อปี... ก็สร้างรายได้ให้เขาเป็นพันกว่าล้านหยวนแล้ว!

และเขาก็คือ... ลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของบริษัทเรา!!

ถ้าเกิดเขาเป็นแค่เด็กเมื่อวานซืน... แล้วคนอย่างฉันจะนับเป็นตัวอะไรฮะ?"

สิ้นประโยคตอกหน้าหงายนั้น!

ผู้จัดการชุยก็เริ่มสติหลุดลอยทำอะไรไม่ถูก

เขาจ้องมองหลินม่อที่ยืนอยู่เบื้องหน้า

ทั่วทั้งร่างพลันเย็นเยียบสะท้าน... ประหนึ่งร่วงหล่นลงสู่บ่อธารน้ำแข็ง!

เขารู้ตัวแล้ว!

ว่าเขาจบสิ้นแล้ว!!

ชีวิตของเขาพังพินาศลงโดยสมบูรณ์แล้ว!

คนตรงหน้านี้...

กลับกลายเป็นเจ้าของตึกไอเอพีเอ็มตัวจริงเสียงจริง!

ทว่าเมื่อครู่นี้...

ตัวเขากลับเพิ่งจะพ่นคำพูดดูแคลนเหยียดหยามใส่หน้าอีกฝ่ายไปหยกๆ!

ชั่วพริบตาเดียว

ผู้จัดการชุยก็ยืนขาสั่นสติแตกไปโดยสิ้นเชิง!

ทางด้านหลินม่อ

ทำเพียงแค่แค่นเสียงหัวเราะหยันออกมา

ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาจับขั้วหัวใจ

"เหอะๆ ถ้าเกิดผมไม่มาดูด้วยตาตัวเอง... ก็คงจะไม่รู้เลยจริงๆ!

ว่าพวกคุณจะบริหารจัดการตึกศูนย์การค้าของผม... ได้ดีเยี่ยมถึงขนาดนี้!

ดูท่า... สำหรับเรื่องสัญญาเช่าบริหารจัดการตึกหลังนี้ ว่าควรจะต่อสัญญากับพวกคุณดีหรือไม่...

ผมคงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องนำกลับไปพิจารณา... แล้วก็พิจารณาดูใหม่อีกหลายๆ รอบแล้วล่ะ!"

ทันทีที่สิ้นคำพูดเย็นเยียบของหลินม่อ

เหอเทียนหนิงที่ยืนอยู่ตรงนั้นก็ถึงกับสั่นสะท้านไปทั้งร่างอย่างไม่อาจควบคุม

บนหน้าผาก... ปรากฏหยาดเหงื่อเย็นผุดซึมไหลรินลงมาไม่ขาดสาย!

เขารีบละล่ำละลักกล่าวถามอย่างร้อนรน

"คุ... คุณหลิน ได้โปรดชี้แนะให้กระจ่างด้วยเถอะครับ

ไม่ทราบว่า... มีไอ้ชาติหมาที่ไหนมันไปกระตุกหนวดเสือล่วงเกินคุณเข้า?"

เมื่อได้ยินคำถาม

หลินม่อก็แค่นเสียงหัวเราะพลางตอบกลับไป

"เหอะๆ พอดีผมได้ยินมา... ว่าที่ตึกไอเอพีเอ็มแห่งนี้ มีกฎเหล็กอยู่ข้อหนึ่ง

ที่ระบุว่า... ห้ามไม่ให้พนักงานส่งอาหารกับพนักงานส่งพัสดุทุกคนก้าวเท้าเข้ามาในตึกไอเอพีเอ็ม... มันเป็นแบบนั้นจริงหรือเปล่า?"

สิ้นคำถามประโยคนั้น

เหอเทียนหนิง

ก็ถึงกับยืนชะงักอึ้งไปในทันที!

ทว่าในเสี้ยววินาทีต่อมา เขาก็หันขวับกลับไปมองด้านหลัง!

จ้องมองกรรมการบริหารรูปร่างผอมแห้งคนหนึ่งพลางแผดเสียงตวาดลั่น!

"กรรมการชุย! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!

งานรักษาความปลอดภัยของตึกนี้... มันอยู่ในความรับผิดชอบของคุณไม่ใช่หรือไง!

ผมถามคุณ... ว่าเรื่องนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไง!"

สิ้นเสียงตวาดลั่นห้องนั้น

ชุยเจี้ยนฮุยก็ถึงกับเหงื่อแตกพลั่ก!

เขาหมุนตัวกลับหลังหันไปในทันที!

ก่อนจะเงื้อมือขึ้น... แล้วตบฉาดใหญ่เข้าที่หน้าหลานชายอย่างแรง!

เพียะ!!

เสียงฝ่ามือกระทบแก้มดังก้องขึ้นมาอย่างชัดเจน!

ชุยเจี้ยนฮุยกัดฟันกรอด ประเคนทั้งหมัดทั้งเท้าเข้าใส่หลานชายอย่างไม่ปรานีปราศรัย!

ปากก็พร่ำสบถด่าทอไม่หยุดหย่อน!

ตะคอกลั่น "กูจะกระทืบมึงให้ตายไอ้ตัวบัดซบดีแต่สร้างเรื่อง!

ใครเป็นคนสั่งให้มึงถือวิสาสะตั้งกฎเฮงซวยแบบนี้ขึ้นมาฮะ! ตอบกูมา!"

ชุยเจี้ยนฮุยลงมือทุบตีเตะต่อยอย่างบ้าคลั่ง

สำหรับฉากตรงหน้านี้ หลินม่อทำเพียงแค่ยืนกอดอกแค่นเสียงหัวเราะหยัน

ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาอย่างเนิบนาบ

"เหอะๆ! พอได้แล้ว! ละครตบตาเจ็บตัวพรรค์นี้... ไม่ต้องฝืนแสดงต่อให้เสียเวลาหรอก!"

พูดจบ หลินม่อก็หันไปถามพนักงานส่งอาหารหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกาย

"พี่ชาย... ผมถามหน่อย กฎที่ห้ามพนักงานส่งอาหารเข้าตึกเนี่ย... มันถูกตั้งมานานแค่ไหนแล้ว?"

เมื่อได้ยินคำถาม

พนักงานส่งอาหารหนุ่มก็ตอบกลับไป

"ก็น่าจะราวๆ ครึ่งปีได้แล้วล่ะครับ"

หลินม่อพยักหน้ารับคำตอบนั้น

จากนั้นเขาก็ปรายตาเย็นเยียบมองดูสองอาหลานตระกูลชุย

แล้วเอ่ย "กฎข้อนี้... ไม่ได้เพิ่งจะถูกตั้งขึ้นมาแค่วันสองวัน แต่มันตั้งมานานถึงครึ่งปีเต็ม!

เวลาครึ่งปี... ผมไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด ว่าคนเป็นอาที่ดูแลฝ่ายนี้อย่างคุณ... จะไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย!"

พูดไปพลาง

หลินม่อก็ตวัดสายตาเย็นเยียบมองไปทางเหอเทียนหนิง

"ประธานเหอ... สองคนนี้ ผมไม่อยากเห็นหน้าอีกแล้ว!

ไม่อย่างนั้นล่ะก็... สำหรับบริษัทบริหารจัดการอาคารของตึกนี้

ผมก็คงต้องพิจารณาหาตัวเลือกใหม่ดูอย่างจริงจังแล้วล่ะ!"

ทันทีที่สิ้นคำประกาศิตของหลินม่อ

เหอเทียนหนิงก็รีบพยักหน้ารับรัวๆ ประหนึ่งไก่จิกข้าว

"ครับๆๆ! ผมเข้าใจแล้วครับ! ผมเข้าใจแล้ว!

เรื่องนี้ขอให้คุณหลินวางใจได้เลยครับ!

ผมจะจัดการแก้ปัญหาให้คุณหลินพึงพอใจอย่างถึงที่สุดแน่นอนครับ!"

เขาค้อมตัวลงโค้งคำนับหลินม่อซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างนอบน้อม

จากนั้น เขาก็หมุนตัวกลับมา

จ้องมองบรรดากรรมการคนอื่นๆ ด้านหลังด้วยสีหน้าที่เด็ดขาดและเย็นชา!

พลางประกาศลั่น

"ทุกท่านครับ ผมมีความเห็นว่า... กรรมการชุยเจี้ยนฮุย มีความประพฤติที่ไม่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารของบริษัทเราอีกต่อไป!

ผมขอเสนอ... ให้ถอดถอนชุยเจี้ยนฮุยออกจากตำแหน่งกรรมการบริหาร และไล่ออกจากบอร์ดบริหารในทันที!!

ส่วนผู้จัดการฝ่ายรักษาความปลอดภัยชุยเจี้ยน... ให้ไล่ออกจากบริษัท และขึ้นบัญชีดำห้ามรับเข้าทำงานอีกเป็นอันขาด!"

สิ้นประโยคคำสั่งเด็ดขาดนั้น!

สีหน้าของชุยเจี้ยนฮุยก็พลันเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง!

เขารีบร้องตะโกนเสียงหลงอย่างตื่นตระหนก

"อย่านะครับท่านประธานเหอ! ได้โปรดอย่าถอดผมออกจากตำแหน่งกรรมการบริหารเลยนะครับ!

ผมขอร้องล่ะครับ... ได้โปรดเมตตาปล่อยผมไปเถอะนะครับ!"

เมื่อได้ยินคำอ้อนวอนนั้น

เหอเทียนหนิง

ก็ทำเพียงแค่ส่ายหน้าพลางแค่นเสียงหัวเราะหยัน

"เหอะ... ดูเหมือนจนถึงตอนนี้แกก็ยังไม่ตระหนักรู้สินะ!

ว่าตกลงแล้ว... แกไปล่วงเกินตัวตนระดับไหนเข้า!"

พูดจบ

เหอเทียนหนิงก็หันไปสั่งการเสียงกร้าว

"ตอนนี้... ขอให้ทุกท่านยกมือขึ้นเพื่อลงมติ!"

สิ้นเสียงคำสั่ง!

บรรดากรรมการบริหารที่นั่งอยู่ในที่ประชุม

ต่างก็พร้อมใจกันยกมือขึ้นเพื่อรับรองมติ!

กรรมการบริหารกว่าสิบชีวิต ไม่มีใครคัดค้านแม้แต่คนเดียว ทุกคนต่างชูมือขึ้นอย่างพร้อมเพรียง!

ก็แน่ล่ะ!

วีรกรรมที่ชุยเจี้ยนฮุยได้ก่อเอาไว้

เรียกได้ว่ามันได้ล้ำเส้นและทำลายผลประโยชน์ของพวกเขาโดยตรง!

การเขี่ยชุยเจี้ยนฮุย

ให้พ้นจากบอร์ดบริหาร และริบตำแหน่งกรรมการบริหารคืนในเวลานี้

เพื่อใช้เป็นเครื่องสังเวยลดโทสะของหลินม่อ

ย่อมเป็นทางเลือกที่ต้องจ่ายค่าตอบแทนน้อยที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย!

เมื่อได้จ้องมองผลลัพธ์อันเป็นเอกฉันท์ตรงหน้า

เข่าของชุยเจี้ยนฮุยก็พลันอ่อนยวบ

ใบหน้าซีดเผือด ทรุดร่างลงไปกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ!

สิ้นหวัง!!

คลื่นแห่งความสิ้นหวังอันมืดมิด!

ในวินาทีนี้...

ได้ถาโถมเข้าเกาะกุมหัวใจของชุยเจี้ยนฮุยไปจนหมดสิ้น!

ส่วนทางด้านผู้จัดการชุยที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็มีสภาพสติหลุดลอยไม่ต่างกัน

เขาหันไปมองชุยเจี้ยนฮุยผู้เป็นอาด้วยสายตาเลื่อนลอย

พลางเอ่ยถาม "อาสาม... แล้วตอนนี้พวกเราจะ..."

ทันทีที่ได้ยินเสียงของหลานชาย

สีหน้าของชุยเจี้ยนฮุยก็มืดครึ้มและเย็นเยียบลงอย่างสุดระงับ!

ดวงตาของเขาแดงก่ำเป็นสายเลือดในชั่วพริบตา

ก่อนจะง้างมือขึ้น... แล้วฟาดฝ่ามือตบฉากใหญ่เข้าที่หน้าอีกฝ่ายอย่างสุดแรงเกิด!

เพียะ!!

สิ้นเสียงฝ่ามือกระทบเนื้อที่ดังก้องกังวาน!

ชุยเจี้ยนฮุยก็ไม่สามารถอดกลั้นโทสะเอาไว้ได้อีกต่อไป!

เขาแผดเสียงคำรามลั่นอย่างบ้าคลั่ง

"ทำไมกูถึงต้องมีหลานระยำคอยล้างผลาญอาอย่างมึงด้วยฮะ!

ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้ลูกหมาจองหองอย่างมึง... กูจะโดนปลดออกจากตำแหน่งได้ยังไง!

กู... กูจะตบมึงให้ตายไอ้ตัวบัดซบดีแต่ล้างผลาญสร้างเรื่อง!"

ชั่วพริบตาเดียว เสียงร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนาประหนึ่งโดนเชือด

ก็ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณหน้าประตูศูนย์การค้า!

จบบทที่ บทที่ 31 สองอาหลานตระกูลชุยผู้สิ้นหวัง

คัดลอกลิงก์แล้ว