เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 151 - รถตู้เบญจคีรีกันขีปนาวุธได้ด้วยเหรอ!

บทที่ 151 - รถตู้เบญจคีรีกันขีปนาวุธได้ด้วยเหรอ!

บทที่ 151 - รถตู้เบญจคีรีกันขีปนาวุธได้ด้วยเหรอ!


บทที่ 151 - รถตู้เบญจคีรีกันขีปนาวุธได้ด้วยเหรอ!

รถตู้เนี่ยนะ?!

ในสมรภูมิรบจะมีรถตู้ได้ยังไง!

การเอารถตู้มาขับในสมรภูมิรบแบบนี้ มันก็ไม่ต่างอะไรกับการมารนหาที่ตายชัดๆ

"ไม่ใช่สิ นั่นมันรถตู้จริงๆ พวกคุณลองดูสิ!"

คำพูดของไป๋ลี่ได้รับการยืนยันอย่างรวดเร็ว เมื่อหลัวฉางเซิงและคนอื่นๆ มองผ่านกล้องส่องทางไกล ภาพที่ปรากฏแก่สายตาก็คือ

ท่ามกลางสมรภูมิรบที่กระสุนปลิวว่อนและควันไฟคละคลุ้ง รถตู้คันหนึ่งปรากฏตัวขึ้นระหว่างแนวรบ มันขับทะลวงไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่ไม่ธรรมดาเลย

"เฮ้ย! นั่นมันรถตู้จริงๆ ด้วย!"

เหล่าบอดี้การ์ดต่างร้องอุทานออกมา ใบหน้าของแต่ละคนเต็มไปด้วยความตกตะลึง

"ไม่ใช่แค่รถตู้นะ..."

มุมปากของหลัวฉางเซิงกระตุกเบาๆ "รถตู้คันนั้น... ดูเหมือนจะเป็นรถตู้เบญจคีรีของกลุ่มเราซะด้วย!"

"หา!?"

ไป๋ลี่และคนอื่นๆ รีบหันไปมองอีกครั้ง ปากก็พร่ำบอกว่า "ฉันก็ว่าอยู่ว่าทำไมมันดูคุ้นๆ ใช่จริงๆ ด้วย รถตู้เบญจคีรีนี่เอง"

"แต่รถตู้เบญจคีรีมาทำอะไรในสมรภูมิรบล่ะ รถธรรมดาแบบนี้โดนกระสุนนัดเดียวก็พรุนแล้ว!"

"หรือว่าจะใช้ขนกระสุนปืน ไม่น่าใช่นะ ของอันตรายที่ติดไฟและระเบิดได้ง่ายแบบนั้น ปกติก็ต้องใช้รถหุ้มเกราะขนสิ อย่างแย่ที่สุดก็ต้องเป็นรถกระบะ"

"ที่แปลกที่สุดคือ ที่นี่คือสมรภูมิรบในแอฟริกานะ ทำไมถึงมีรถยนต์ในตำนานของประเทศเรามาโผล่ที่นี่ได้ล่ะ ถ้าเป็นตลาดสดในแอฟริกาก็ว่าไปอย่าง"

ทุกคนต่างเต็มไปด้วยความประหลาดใจและงุนงง ไม่เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า จึงได้แต่เฝ้าสังเกตการณ์ต่อไป

ส่วนกองกำลังติดอาวุธที่กำลังปะทะกันอย่างดุเดือด ก็รู้สึกประหลาดใจเป็นร้อยเท่าพันเท่าเมื่อเห็นรถตู้เบญจคีรีมาโผล่ในสมรภูมิรบ

"รถตู้เบญจคีรีเหรอ"

"เอามากระสุนปืนมาส่งให้พวกเราหรือเปล่า"

"ไม่มีทางหรอก กระสุนของพวกเราส่งมาทางรถหุ้มเกราะ ไม่ใช่รถคันเล็กๆ แบบนี้"

"รถแบบนี้มันควรจะเอาไปให้พวกอู๋เต๋อป้ายใช้ขนกล้วยไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงมาโผล่ในสมรภูมิรบได้ล่ะ"

"พระเจ้าช่วย พวกนายดูความเร็วมันสิ โคตรเร็วเลย!"

"รถตู้เบญจคีรีวิ่งเร็วขนาดนี้ได้ด้วยเหรอ"

"พวกนาย ฉันรู้สึกว่ารถตู้เบญจคีรีคันนี้มันดูไม่เหมือนคันที่เคยเห็นเลยนะ"

"จริงเหรอ เอ๊ะ พอมองดูดีๆ มันก็มีความแตกต่างอยู่นะ แต่ฉันก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าต่างกันตรงไหน"

ในสมรภูมิรบ:

รถตู้เบญจคีรีขับซิกแซกไปมา เพื่อหลบหลีกการโจมตีจากกองกำลังติดอาวุธ

แต่นี่คือสมรภูมิรบ การจะหลบกระสุนทั้งหมดให้พ้นนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้

ไม่ต้องพูดถึงกระสุนปืนกลหนักหรอก แค่เจอแผ่นเหล็กบางๆ ของรถตู้เบญจคีรีเข้าไป กระสุนขนาด 7.62 มิลลิเมตรจากปืนอาก้า 47 ก็เจาะทะลุได้สบายๆ แล้ว

แต่รถตู้เบญจคีรีคันนี้ไม่เหมือนกับคันอื่น!

ปังปังปังปังปัง!

ห่ากระสุนหลากหลายชนิดสาดกระหน่ำใส่ตัวรถตู้เบญจคีรีจนเกิดประกายไฟและเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

แต่ถึงจะเสียงดังแค่ไหน บนตัวรถตู้เบญจคีรีก็มีแค่รอยบุบเล็กน้อยเท่านั้น ภาพที่กระสุนเจาะทะลุตัวรถอย่างที่คิดไว้ กลับไม่เกิดขึ้นเลย!

"ยอดเยี่ยม!"

ไป๋ลี่และคนอื่นๆ มองรถตู้เบญจคีรีผ่านกล้องส่องทางไกลด้วยความรู้สึกทึ่ง "เกราะของรถตู้เบญจคีรีคันนี้แข็งแกร่งมาก คงจะผ่านการดัดแปลงมาแล้ว กระสุนถึงเจาะไม่เข้าเลย"

ในฐานะประธานกรรมการบริหารของกลุ่มบริษัทยานยนต์เบญจคีรี หลัวฉางเซิงยิ่งไม่เข้าใจภาพตรงหน้าเข้าไปใหญ่

ไม่มีใครรู้จักรถตู้เบญจคีรีดีไปกว่าเขาอีกแล้ว โครงสร้างและพารามิเตอร์ทุกอย่าง หลัวฉางเซิงจำได้ขึ้นใจ

รถตู้เบญจคีรีคันที่อยู่ตรงหน้า ต้องผ่านการดัดแปลงมาแล้วแน่ๆ สำหรับหลัวฉางเซิง การดัดแปลงรถตู้เบญจคีรีไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เพราะก่อนหน้านี้เขาก็เคยเห็นการดัดแปลงรถรุ่นนี้มาแล้วนับไม่ถ้วน

แต่เมื่อพิจารณาจากโครงสร้างตัวถังของรถตู้เบญจคีรีแล้ว มันไม่มีทางที่จะทนทานต่อแรงปะทะของกระสุนปืนได้เลย

ในเวลานี้ สีหน้าของหลัวฉางเซิงแทบจะเหมือนกับมีมของโจโฉที่ว่า

[เป็นไปไม่ได้! ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด!]

ถึงจะไม่อยากเชื่อก็เถอะ แต่รถตู้เบญจคีรีที่สามารถกันกระสุนได้กำลังแล่นฉิวอยู่ในสมรภูมิรบ ประจักษ์อยู่ต่อหน้าต่อตาทุกคน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแล้วล่ะ

บรืนนนน!

เครื่องยนต์ของรถตู้เบญจคีรีคำรามกึกก้อง รถแล่นไปด้วยความเร็วสูงลิ่ว จนรถหุ้มเกราะของกองกำลังติดอาวุธที่พยายามจะขับตาม ยังรู้สึกลำบาก

เมื่อเห็นว่าไล่ตามไม่ทัน พวกกองกำลังติดอาวุธก็โมโหสุดขีด จึงสั่งให้ทีมต่อต้านรถถังงัดเครื่องยิงจรวดประทับบ่าออกมาทันที

พวกเขาไม่รู้ว่ารถตู้เบญจคีรีคันนี้มีที่มาที่ไปยังไง และไม่รู้ว่าผู้บัญชาการจะอนุญาตให้โจมตีหรือไม่

แต่เจ้ารถคันเล็กนี่มันดันวิ่งพล่านไปทั่วสมรภูมิเหมือนแมลงวันหัวขาด แวบไปทางนู้นที ทางนี้ที ขับชนดะไปทั่วจนไม่มีใครขวางได้

แถมการใช้ปืนกลโจมตีก็ยังเจาะไม่เข้าอีก พฤติกรรมประหลาดๆ แบบนี้ ไม่น่าจะมาช่วยฝ่ายไหนแน่ๆ เพราะฉะนั้นก็ยิงถล่มมันเลยดีกว่า!

"เล็ง!"

"ยิง!"

กล้องเล็งอินฟราเรดจับภาพและล็อกเป้าหมายที่รถตู้เบญจคีรี ทันทีที่พลชี้เป้าส่งสัญญาณ พลยิงก็เหนี่ยวไกจรวดต่อต้านรถถังทันที

ฟิ้ววว!

จรวดสติงเจอร์พร้อมกับเปลวไฟพุ่งเป็นทางยาวตรงดิ่งไปยังรถตู้เบญจคีรี

เนื่องจากจรวดสติงเจอร์ที่กองกำลังติดอาวุธใช้เป็นรุ่นเก่า ความเร็วในการพุ่งชนจึงไม่เร็วเท่ารุ่นใหม่ ทำให้ทุกคนยังพอมองเห็นวิถีการเคลื่อนที่ของมันได้

"คราวนี้เสร็จแน่"

ผ่านเลนส์กล้องส่องทางไกล ไป๋ลี่และหลัวฉางเซิงมองเห็นเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจน จรวดต่อต้านรถถังกำลังพุ่งตรงไปที่รถตู้เบญจคีรี

"ดูจากลักษณะแล้ว จรวดสติงเจอร์ที่ถูกยิงออกมาน่าจะเป็นรุ่นเก่า ซึ่งไม่มีขีดความสามารถเหมือนจรวดรุ่นใหม่ ที่จะโจมตีจากด้านบนเพื่อเจาะเกราะส่วนที่บางที่สุดของรถถังได้"

จู่ๆ ไป๋ลี่ก็เปลี่ยนเรื่อง "แต่แค่ใช้ทำลายรถตู้เบญจคีรีคันเล็กๆ คันนี้ มันก็เกินพอแล้ว ต่อให้รถคันนี้จะถูกดัดแปลงมาจนกันกระสุนได้ก็เถอะ ยังไงก็ไม่รอดหรอก"

หลัวฉางเซิงและคนอื่นๆ ที่ยืนล้อมรอบต่างพยักหน้าเห็นด้วย

แต่ด้วยความที่ทุกคนไม่รู้ที่มาที่ไปของรถตู้เบญจคีรีคันนี้ ต่อให้มันถูกทำลายไป พวกเขาก็ไม่ได้รู้สึกว่าเกี่ยวข้องอะไรด้วย อาจจะแค่รู้สึกเสียดายเล็กน้อย ที่รถดัดแปลงดีๆ คันหนึ่งต้องถูกทำลายไปอย่างไม่เหลือซาก

ฟิ้ววว!

ขีปนาวุธต่อต้านรถถังสติงเจอร์ค่อยๆ ลดระยะห่างเข้าใกล้รถตู้เบญจคีรีเรื่อยๆ

เวลาที่รถตู้เบญจคีรีจะถูกทำลาย เหลือเวลาแค่สูบบุหรี่อัดแรงๆ ได้แค่สามปื้ดเท่านั้น

แต่ทว่า

คนขับรถตู้เบญจคีรีดูเหมือนจะไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด เพราะรถตู้เบญจคีรียังคงแล่นไปตามเส้นทางเดิม ไม่มีการขับซิกแซกเพื่อหลบหลีกเลย

ทุกคนต่างคิดในใจว่า คนขับคงตกใจจนสติหลุดไปแล้ว ถึงไม่รู้จักหักหลบ

แต่ทว่า

เพียงชั่วพริบตา ประตูด้านขวาของรถตู้เบญจคีรีก็เปิดออก และมีสิ่งของบางอย่างรูปร่างคล้ายกระบอกปืนแฝดโผล่ออกมา

ปัง ปัง ปัง!

กระบอกปืนทั้งสองยิงกระสุนออกมาสามนัดรวด

วัตถุสีดำสามชิ้นถูกยิงออกไป พุ่งตรงเข้าใส่ขีปนาวุธต่อต้านรถถังสติงเจอร์ทันที

ตู้ม!

เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว

ขีปนาวุธต่อต้านรถถังสติงเจอร์ถูกวัตถุสีดำทั้งสามชิ้นสกัดกั้นเอาไว้ และเกิดระเบิดขึ้นกลางอากาศห่างจากตัวรถตู้เบญจคีรีเพียง 5 เมตรเท่านั้น!

โอ้โห!

พระเจ้าช่วย!

คุณพระ!

พ่องตาย!

เหตุการณ์ตรงหน้าเกิดขึ้นเร็วมากและกะทันหันสุดๆ

จนทำให้ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์นี้ ต้องอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง!

หลังจากหายจากอาการตกตะลึง ไป๋ลี่ในฐานะอธิบดีกรมยุทโธปกรณ์ทหาร ก็มองออกทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น เขาโพล่งออกมาว่า "พระเจ้าช่วย ฉันตาฝาดไปหรือเปล่าเนี่ย รถตู้เบญจคีรีคันนี้ติดตั้งระบบป้องกันภัยแบบแอคทีฟไว้ด้วยเหรอ"

ในสงครามยุคปัจจุบัน ขีปนาวุธต่อต้านรถถังถือเป็นภัยคุกคามอันดับต้นๆ ต่อความอยู่รอดของรถถัง

เพื่อเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของรถถังในสนามรบ ประเทศต่างๆ จึงพยายามติดตั้งระบบป้องกันภัยแบบแอคทีฟให้กับรถถังของตน

ระบบนี้มีหน้าที่ตรวจจับเป้าหมายขีปนาวุธที่พุ่งเข้ามาด้วยเรดาร์บนตัวรถ จากนั้นทำการล็อกเป้าหมายอย่างรวดเร็ว และยิงขีปนาวุธพิเศษออกไปเพื่อสกัดกั้นระหว่างทาง

ด้วยวิธีนี้ ไม่ว่าจะเป็นจรวดต่อต้านรถถังประทับบ่า ขีปนาวุธต่อต้านรถถังจากเฮลิคอปเตอร์จู่โจม หรือจรวดต่อต้านรถถังที่ยิงจากยานพาหนะ ระบบป้องกันภัยแบบแอคทีฟก็สามารถตอบสนองและรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การทดสอบและการปะทะในสมรภูมิจริง ต่างก็พิสูจน์แล้วว่า รถถังที่ติดตั้งระบบป้องกันภัยแบบแอคทีฟ มีโอกาสรอดชีวิตเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมถึง 5 เท่า เมื่อเทียบกับรถถังที่ไม่ได้ติดตั้ง!

แต่ระบบที่ว่านี้มีราคาแพงลิ่ว ไม่ใช่ว่ารถถังทุกคันจะสามารถติดตั้งได้

เพื่อประหยัดต้นทุน ประเทศต่างๆ จึงมักจะติดตั้งระบบนี้ให้กับรถถังประจัญบานหลักของประเทศเท่านั้น

ตอนแรกทุกคนก็คิดว่า การที่รถตู้สำหรับขนของและขนคนธรรมดาๆ อย่างรถตู้เบญจคีรี จะสามารถทนทานต่อกระสุนปืนได้ก็ถือว่าเวอร์สุดๆ แล้ว!

แต่ใครจะไปคิดล่ะว่า มันจะติดตั้งระบบป้องกันภัยแบบแอคทีฟเอาไว้ด้วย ความบ้าระห่ำขนาดนี้ นี่มันฝีมือใครกันเนี่ย!

ฝ่ามือของพวกไป๋ลี่ที่จับกล้องส่องทางไกลอยู่ถึงกับชุ่มไปด้วยเหงื่อ หากจะให้บรรยายความรู้สึกของพวกเขาในตอนนี้ คงมีแค่คำว่า 'เปิดหูเปิดตา' เท่านั้น

ส่วนพวกกองกำลังติดอาวุธที่กำลังตะลึงจนตาค้าง พวกเขาต่างก็ยืนนิ่งเป็นรูปปั้นไปเลย

"พ่องตาย ฉันไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหมเนี่ย"

"รถตู้เบญจคีรีสามารถยิงขีปนาวุธสกัดกั้นได้ด้วยเหรอ"

"เหลือเชื่อมาก พวกนายเห็นเหมือนฉันไหมเนี่ย มันเหลือเชื่อจริงๆ!"

"พอแล้วๆ ฉันเห็นแล้ว ไม่ต้องมาเขย่าตัวฉันหรอกน่า"

"นี่มันยังเป็นรถขนกล้วยของอู๋เต๋อป้ายที่ฉันรู้จักอยู่หรือเปล่าเนี่ย"

"รีบไปรายงานผู้บัญชาการเร็วเข้า บอกว่ามีรถตู้เบญจคีรีสุดแปลกโผล่มาในสมรภูมิรบ!"

"ไปสืบดูซิว่ารถคันนี้มันมีที่มาที่ไปยังไง!"

กองกำลังติดอาวุธทั้งสองฝ่ายต่างก็ว้าวุ่นใจ พวกเขาต่างมั่นใจว่า รถตู้เบญจคีรี 'สุดมหัศจรรย์' คันนี้ ไม่ได้เป็นของฝ่ายตนอย่างแน่นอน แต่เป็นของผู้บุกรุกนิรนาม

ถึงแม้จะไม่รู้ที่มาที่ไป แต่ผู้บัญชาการของกองกำลังติดอาวุธทั้งสองฝ่าย ต่างก็อยากรู้ความจริงเกี่ยวกับภูมิหลังของรถตู้เบญจคีรีคันนี้

รถตู้เบญจคีรีธรรมดาๆ คันหนึ่ง กลับถูกดัดแปลงให้มีศักยภาพเหนือชั้นขนาดนี้ เบื้องหลังจะต้องมีองค์กรทางเทคโนโลยีที่เก่งกาจ หรืออย่างน้อยก็ต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีระดับเทพอยู่เบื้องหลังแน่ๆ

หากสามารถร่วมมือกับองค์กรลึกลับหรือผู้เชี่ยวชาญคนนี้ได้ มันก็ย่อมส่งผลดีและไม่มีข้อเสียใดๆ เลย

"ตามล่ามัน!"

ผู้บัญชาการของกองกำลังติดอาวุธทั้งสองฝ่าย ต่างก็ออกคำสั่งเดียวกัน

"ในเมื่อโจมตีไม่ได้ ก็ส่งรถไปไล่ตามมัน จับรถตู้เบญจคีรีคันนั้นให้ได้!"

รับทราบ!

เมื่อได้รับคำสั่ง กองกำลังติดอาวุธทั้งสองฝ่ายก็ส่งทีมไล่ล่าออกไปทันที โดยทุ่มกำลังทั้งหมดเพื่อสกัดกั้นรถตู้เบญจคีรีคันนี้

เมื่อดูจากความเร็วของรถตู้เบญจคีรีในตอนนี้แล้ว การจะใช้รถถังหรือรถหุ้มเกราะไล่ตาม คงเป็นไปไม่ได้เลย

ให้ตายเถอะ

ดูด้วยตาเปล่า รถตู้เบญจคีรีคันนี้ก็น่าจะเหยียบไปถึง 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแล้ว

พวกรถถังกับรถหุ้มเกราะอย่างมากก็วิ่งได้แค่ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น ยังไงก็ไล่ตามไม่ทันหรอก

ยังดีที่ทั้งสองฝ่ายต่างก็เตรียมรถออฟโรดเอทีวีมาด้วย รถพวกนี้สามารถทำความเร็วได้สูงมาก แม้จะต้องวิ่งบนพื้นที่ขรุขระอย่างทะเลทรายโกบีก็ตาม!

บรืนนนน!

บรืนนนน!

รถออฟโรดเอทีวีที่ถูกพ่นสีต่างกัน พากันขับไล่ล่ารถตู้เบญจคีรีไปอย่างรวดเร็ว

พลขับผิวดำที่รับหน้าที่ไล่ล่า ไม่ได้ปิดบังความดูถูกที่มีต่อรถตู้เบญจคีรีคันหน้าเลยสักนิด

"ต่อให้เป็นรถตู้เบญจคีรีที่ดัดแปลงมาแล้ว มันก็ยังเป็นรถตู้เบญจคีรีอยู่วันยังค่ำแหละน่า"

"จุดจบของมันก็คือเอาไปขนกล้วยให้อู๋เต๋อป้ายนั่นแหละ บนสมรภูมิรบแบบนี้ยังไงก็ต้องพึ่งรถของพวกเราอยู่ดี"

"รถตู้เบญจคีรีมันก็แค่ของเล่นแหละว้า ถ้าจะแข่งรถจริงๆ ก็ต้องรถออฟโรดของพวกเรานี่!"

บรืนนนน! บรืนนนน!

คนขับรถผิวดำเหยียบคันเร่งมิด พวกเขาเดิมพันด้วยความทรงจำอันแสนหวานในไร่เพาะปลูก และสาบานว่าจะต้องไล่ตามรถตู้เบญจคีรีคันข้างหน้าให้ทันให้ได้

มาสิ มาแข่งกันเลย!

บรืนนนน!

เมื่อนับดูแล้ว มีรถออฟโรดทั้งหมด 9 คันที่กำลังไล่ล่ารถตู้เบญจคีรีคันข้างหน้า

ภาพที่เห็นมันช่างเหมือนกับนายพรานปล่อยฝูงสุนัขล่าเนื้อให้วิ่งไล่ตามกระต่ายในป่าเขาไม่มีผิด

กระต่ายวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนอยู่ข้างหน้า ส่วนฝูงสุนัขล่าเนื้อก็ส่งเสียงเห่าหอนไล่กวดอยู่ด้านหลัง

"จุ๊ๆ พวกคนผิวดำนี่ก็ไม่โง่แฮะ"

ไป๋ลี่มองผ่านกล้องส่องทางไกลอย่างชัดเจน เขาเดาะลิ้นพร้อมกับส่ายหัวไปมา

"พอรู้ว่าเล็งเป้าไม่ทัน ยิงไม่โดน ก็รีบเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไล่ล่าแทน"

"แต่ก็ต้องยอมรับเลยว่า วิธีการของพวกคนผิวดำทั้งสองกลุ่มนี้มันได้ผลจริงๆ เพราะพวกมันใช้รถออฟโรดเอทีวีทั้งหมด การจะไล่ตามรถตู้เบญจคีรีรุ่นดัดแปลง ก็คงไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรงหรอก"

ไป๋ลี่ลองสมมติว่าตัวเองเป็นหนึ่งในพลขับผิวดำที่กำลังไล่ล่า แล้วมองสถานการณ์จากมุมมองของพวกเขา

"กองกำลังสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งขับอ้อมไปสกัดกั้นด้านหน้า ส่วนอีกกลุ่มแบ่งออกเป็นสองทีม เข้าประกบซ้ายขวา"

"ถ้าโอบล้อมแบบนี้ได้ ยังไงก็ต้องจับรถตู้เบญจคีรีคันนั้นได้แน่ๆ"

อืม!

บอดี้การ์ดที่อยู่รอบๆ พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของไป๋ลี่

ตอนนี้ความสนใจของกองกำลังติดอาวุธทั้งสองฝ่ายพุ่งเป้าไปที่รถตู้เบญจคีรีคันนั้นหมดแล้ว พวกเขาเลิกสนใจที่จะโจมตีพวกไป๋ลี่แล้ว

ดังนั้น บอดี้การ์ดของไป๋ลี่และหลัวฉางเซิงจึงมีโอกาสได้พักหายใจหายคอเสียที

เหตุการณ์จริงพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า สิ่งที่ไป๋ลี่พูดนั้นแม่นราวกับตาเห็น วิธีการไล่ล่าที่เขาเพิ่งเสนอแนะไปเมื่อครู่ ดูเหมือนว่าพวกกองกำลังติดอาวุธผิวดำจะได้ยินและนำไปใช้ตามนั้นเป๊ะๆ

อาจจะเป็นเพราะพวกเขามีเป้าหมายเดียวกันในการไล่ล่ารถตู้เบญจคีรี กองกำลังติดอาวุธสองกลุ่มที่เดิมทีเป็นศัตรูคู่อาฆาตกัน ตอนนี้กลับมาร่วมมือกันอย่างรู้ใจ

กองกำลังติดอาวุธสองทีมเข้าประกบซ้ายขวา ส่วนอีกสองทีมใช้ยุทธวิธีขับอ้อมวงกว้าง เพื่อไปสกัดกั้นรถตู้เบญจคีรีคันนี้จากด้านหน้า

ทั้งหน้า หลัง ซ้าย ขวา ถูกปิดล้อมไว้หมดแล้ว รถตู้เบญจคีรีคันนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับลูกไก่ในกำมือ หนีไปไหนไม่รอดแน่

"เสียดายจัง น่าเสียดายจริงๆ!"

ไป๋ลี่ที่ถือกล้องส่องทางไกลมองดูการไล่ล่าที่อยู่ไกลออกไป อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวและถอนหายใจออกมาเบาๆ

หลัวฉางเซิงและคนอื่นๆ รีบถามเขาว่าหมายความว่ายังไง ทำไมถึงถอนหายใจ ไป๋ลี่จึงตอบว่า

"สถานการณ์แบบนี้ ถ้าให้หยางเสียมาเห็นก็คงจะดี เพราะเขาก็เป็นผู้ผลิตอาวุธเหมือนกัน จะได้ให้เขาลองวิเคราะห์ดูว่า รถตู้เบญจคีรีคันนี้มันมีความพิเศษยังไง"

"ถึงพวกเราจะบันทึกวิดีโอไว้ แล้วเอาไปให้หยางเสียดูทีหลังได้ก็เถอะ"

"แต่พวกคุณก็รู้ใช่ไหมว่า การดูวิดีโอกับการเห็นด้วยตาตัวเองในสถานที่จริง มันให้ความรู้สึกที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง วิดีโอมันจะบดบังรายละเอียดหลายๆ อย่าง ทำให้สังเกตเห็นอะไรได้ไม่ชัดเจนเท่า"

หลัวฉางเซิงและคนอื่นๆ พยักหน้าเห็นด้วย พร้อมกับพูดว่า "ใช่แล้ว ใช่แล้ว"

แต่ความจริงแล้ว

หยางเสียไม่จำเป็นต้องมาดูเหตุการณ์ในสถานที่จริงเลย

เพราะตอนนี้เขา... กำลังนั่งอยู่ในรถตู้เบญจคีรีคันนั้น และกำลังสัมผัสประสบการณ์ทั้งหมดด้วยตัวเอง!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 151 - รถตู้เบญจคีรีกันขีปนาวุธได้ด้วยเหรอ!

คัดลอกลิงก์แล้ว