- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 870 : การตัดสินใจอันบ้าคลั่ง
ตอนที่ 870 : การตัดสินใจอันบ้าคลั่ง
ตอนที่ 870 : การตัดสินใจอันบ้าคลั่ง
ตอนที่ 870 : การตัดสินใจอันบ้าคลั่ง
เมื่อได้เห็นว่าลู่หมิงถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลลวี่หยวนไปแล้ว และทีมแพทย์ที่ติดตามไปก็ส่งข่าวกลับมาว่าอาการของผู้ป่วยยังอยู่ภายใต้การควบคุม และไม่มีอันตรายถึงชีวิต หัวใจที่ห้อยอยู่ที่คอของฉินจิ้นถึงค่อยกลับเข้าที่
เมื่อกลับมาถึงฐานลวี่หยวนแล้ว ต่อให้อีกฝ่ายอยากตายมันก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไปแล้ว
ภารกิจแฝงตัวเข้าไปในฐานฝูไห่ครั้งนี้ก็นับว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงาม!
เขายกมือแตะปึกเอกสารที่ซ่อนอยู่ภายในเสื้อบริเวณหน้าอก และตั้งใจว่าอีกสักพักเขาจะไปหาเหล่าโจวกับเหล่าซุนที่ห้องทดลอง เพื่อให้พวกเขาช่วยกันตรวจสอบและยืนยันความเป็นไปได้ของวิธีการกำจัดพิษนี้!
การได้ทั้งเทคโนโลยีการยืดอายุขัยและวิธีการกำจัดพิษในเนื้อสัตว์มา มันทำให้เขาได้กำไรมหาศาลอย่างไม่ต้องสงสัย!
แต่ว่า
ตอนนี้มันยังมีปัญหาใหญ่อีกอย่างที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข
นั่นก็คือ มีกองกำลังหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปหลายพันกิโลเมตร ซึ่งเขาได้ไปล่วงเกินพวกมันอย่างหนัก!
ดังนั้นเขาจึงต้องฉวยโอกาสนี้ที่ฐานฝูไห่กำลังอ่อนแอจนถึงขีดสุด บุกเข้าไปกวาดล้างที่นั่นให้สิ้นซาก!
และหากเงื่อนไขเอื้ออำนวย เขาก็จะแย่งชิงทั้งนักวิจัยและทรัพยากรของที่นั่นกลับมาให้หมด!
ฉินจิ้นรู้ตัวดีว่าเขาไม่เคยเป็นคนดีอะไร
ในยุคสมัยแบบนี้ หากเขารู้ว่าที่ไหนมีทรัพยากรที่มีประโยชน์ต่อเขา เขาก็จะลงมือแย่งชิงมันมาก่อนอย่างแน่นอน!
ยิ่งไปกว่านั้น ครั้งนี้อีกฝ่ายยังเป็นฝ่ายลงมือก่อนด้วย!
หากไม่ใช่เพราะพวกมันยิงเรือเหาะของหลี่ปั๋วเหวินที่กำลังเดินทางไปทำภารกิจจนตกลงไปก่อน มันก็คงไม่มีเหตุการณ์จับตัวหัวหน้าทีมเสี่ยนกลับมาได้ และเขาก็คงไม่ได้ล่วงรู้ถึงการมีอยู่ของกองกำลังที่ได้ครอบครองเทคโนโลยีระดับขุมทรัพย์มากมายอย่างฐานฝูไห่แห่งนี้
ดังนั้นแทนที่เขาจะปล่อยให้พวกมันล่มสลายไปเองในอีกหนึ่งถึงสองปีข้างหน้าเหมือนในความทรงจำชาติที่แล้ว สู้เขาเอาเทคโนโลยีเหล่านั้นมาเก็บไว้ในมือ แล้วนำไปพัฒนาต่อให้สมบูรณ์แบบยังจะดีซะกว่า!
วิธีกำจัดพิษในเนื้อสัตว์กลายพันธุ์คือเทคโนโลยีล้ำค่าที่สามารถช่วยให้ผู้คนจำนวนมากรอดพ้นจากความอดอยากได้!
ดังนั้น
ฉินจิ้นที่กำลังเดินทางกลับฐานลวี่หยวน จึงรีบส่งคำสั่งระดมพลตั้งแต่ก่อนที่เขาจะกลับถึงฐาน!
เขาไม่ได้คิดจะพักผ่อน ในตอนนี้สิ่งที่เขารอก็คือทีมต่อสู้ของเขาที่กำลังเตรียมกระสุน ก่อนที่จะบินกลับออกไปยังเมืองฝูไห่และทำลายเรือยักษ์ลำนั้นทิ้งทันที!
เขาจะไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้มีเวลาตอบสนองมากเกินไป!
เขาเป็นคนที่โหดเหี้ยมแบบนี้แหละ
ยิ่งเร็วยิ่งดี!
เขาอธิบายให้พวกผู้จัดการของฐานฟังคร่าวๆ ว่าในช่วงที่ผ่านมาเขาแฝงตัวเข้าไปในกองกำลังแห่งหนึ่งและตอนนี้เงื่อนไขต่างๆ ในการโจมตีอีกฝ่ายก็ได้พร้อมแล้ว ดังนั้นเขาจึงต้องการกำลังเพื่อไปทำลายอีกฝ่ายทันที
เหล่าผู้จัดการของฐานลวี่หยวนย่อมไม่มีความเห็นคัดค้านอะไร
ผู้นำของพวกเขาไม่ได้ทำเรื่องแบบนี้เป็นครั้งแรก อีกทั้งนิสัยของเขาก็เป็นเช่นนี้ ทุกคนจึงค่อนข้างชินกันไปหมดแล้ว
และในเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธลำที่บินกลับมา ก็ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งเดินลงมาด้วยสีหน้างุนงง
พวกเขาก็คือเพื่อนร่วมงานนักวิจัยจากทีมวิจัยที่ 3 ของห้องทดลองฐานฝูไห่ ซึ่งฉินจิ้นพากลับมาด้วยในตอนท้าย
หลังจากปีนบันไดขึ้นมาและบินมาได้ระยะหนึ่ง พวกเขาก็ฝืนทนลมหนาวปีนเข้าไปในห้องโดยสารได้สำเร็จ จากนั้นพวกเขาก็มองดูฉินจิ้น อดีตเพื่อนร่วมงาน ด้วยสายตาที่ทั้งซาบซึ้งและเต็มไปด้วยความสงสัย
ด้วยฝีมือของเขา รวมถึงการสั่งการกลุ่มคนติดอาวุธแปลกหน้าบนเฮลิคอปเตอร์ลำนี้ได้ พวกเขาก็พอจะมองออกว่าฉินจิ้นนั้นไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน
แต่ต่อให้คิดจนหัวแทบแตก พวกเขาก็ไม่มีทางเดาได้ว่าเขานั้นจะเป็นถึงผู้นำของอีกกองกำลังหนึ่ง!
แถมยังเป็นบอสใหญ่อันดับหนึ่งของกองกำลังขนาดมหึมา ที่มีกำแพงฐานสูงตระหง่าน และสิ่งปลูกสร้างอีกนับไม่ถ้วน และยังมีคนภายใต้การบังคับบัญชาจำนวนหลายร้อยหรืออาจจะถึงหลักพันคน (เท่าที่เห็นในตอนนี้)!
พวกเขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ
บนเฮลิคอปเตอร์ ฉินจิ้นก็บอกกับพวกเขาว่า หลังจากกลับไปยังฐานของเขาแล้ว นักวิจัยอย่างพวกเขาอาจจะได้ทำงานภายใต้ลู่หมิงต่อไป ส่วนรายละเอียดจะต้องรอให้เขาจัดการธุระให้เสร็จก่อน แล้วเขาจะกลับมาจัดการเรื่องพวกนี้ในภายหลัง
เวลา 10 นาทีก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เหล่าผู้จัดการของฐานลวี่หยวนที่พอเข้าใจสถานการณ์แล้ว ก็ได้แต่ยืนมองฉินจิ้นก้าวขึ้นเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธ ก่อนจะทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าไปอีกครั้ง
และด้วยกองกำลังที่ร่วมเดินทางไปด้วยก็ทำให้เฮลิคอปเตอร์ต้องเพิ่มจำนวนถึง 7 ลำ!
และทุกลำก็บรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิงและอาวุธยุทโธปกรณ์ไปเต็มพิกัด!
พวกเขาพุ่งตรงไปยังทิศตะวันออกเฉียงใต้อย่างดุดัน!
จ้าวหลิงที่ยังไม่ทันได้พูดกับฉินจิ้นเลยแม้แต่คำเดียว ก็ทำได้เพียงมองดูเขาจากไปอีกครั้ง หลังจากที่ชายหนุ่มสั่งการเพียงไม่กี่ประโยค
เพียงแต่ระหว่างพวกเขามันไม่มีอะไรต้องพูดมากอีกแล้ว
เธอเพียงแค่ต้องช่วยประคองทุกอย่างแทนเขาในช่วงเวลานี้ต่อไป เพราะอีกไม่กี่ชั่วโมงเขาก็จะกลับมาแล้ว!
ย้อนเวลากลับไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน
เมืองฝูไห่
ฐานเรือ
หลังจากเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธของฉินจิ้นบินจากไปได้ไม่นาน เปลวไฟบนดาดฟ้าเรือก็ค่อยๆ มอดดับลง และเหลือไว้เพียงซากปรักหักพังที่ยังคงมีควันดำลอยกรุ่นขึ้นมา
แน่นอนว่าเป็นผู้นำของฐานฝูไห่ที่สั่งให้คนไปดับไฟ
หลังจากรู้ว่าศัตรูบินหนีไปแล้ว พวกเขาก็ย่อมรีบพุ่งขึ้นมาบนดาดฟ้าเรือเพื่อดับไฟและกอบกู้ฐานของตัวเองกลับมา
เละไปหมดจริงๆ!
พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งตัวเองจะต้องตกอยู่ในสภาพที่น่าอนาถถึงเพียงนี้!
แค่เกิดการก่อกบฏภายในฐานก็นับว่าแย่มากพอแล้ว ตั้งแต่ช่วงบ่ายบรรดาคนระดับสูงจำนวนหนึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นบ้าอะไรถึงได้รวมหัวกันไปลอบสังหารผู้นำหวัง จนทั้งสองฝ่ายเปิดฉากยิงปะทะกันอย่างดุเดือด
หลังจากนั้นไฟฟ้าของเรือทั้งลำก็ดับลง
ต่อมาก็มีเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งที่มีอำนาจการยิงที่น่าสะพรึงกลัวปรากฏตัวขึ้น และระบบป้องกันภัยทางอากาศของฐานที่เคยได้ยินว่ามีอยู่ก็กลับหายสาบสูญไป เฮลิคอปเตอร์ของพวกเขายังไม่ทันได้ขึ้นบินสกัดกั้น ก็ถูกฝ่ายตรงข้ามระดมทิ้งระเบิดใส่จนพังยับเยิน
โชคดีที่เฮลิคอปเตอร์ลำนั้นดูเหมือนจะบินจากไปหลังจากทิ้งระเบิดหมดแล้ว
และพวกเขาก็ยังได้ยินมาว่าพวกกบฏบางส่วนได้ฉวยโอกาสตอนที่เกิดความชุลมุน แย่งเรือเล็กแล้วอาศัยความมืดหลบหนีออกจากเรือใหญ่ไป
ตั้งแต่ฐานฝูไห่ก่อตั้งมา พวกเขาก็ไม่เคยได้รับความเสียหายอย่างหนักหนาสาหัสเช่นนี้มาก่อน
“ผู้นำครับ! สรุปยอดความเสียหายออกมาแล้วครับ! พวกเราเสียชีวิตไป 197 คน บาดเจ็บ 155 คน! ส่วนพวกกบฏมีคนระดับหัวหน้านั่งเรือหนีออกไปได้ประมาณ 10 คนครับ แล้วก็เฮลิคอปเตอร์ลำนั้นตอนที่มันจากไปมันยังได้พาตัวลู่หมิงไปด้วยครับ!”
“ห้องควบคุมไฟฟ้าหลักตอนนี้เรากำลังเร่งซ่อมแซมอยู่ครับ แต่ผู้เชี่ยวชาญบอกว่ามันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะซ่อมเสร็จได้ในระยะเวลาอันสั้น เพราะฝ่ายตรงข้ามใช้ระเบิดกราไฟต์โจมตี มันทำให้ระบบสายไฟภายในลัดวงจรและไหม้เสียหายเป็นวงกว้าง ดังนั้นอุปกรณ์กับสายไฟเกือบทั้งหมดเลยต้องถูกเปลี่ยนใหม่ถึงจะกลับมาใช้งานได้ครับ!”
“เฮลิคอปเตอร์ทั้ง 5 ลำบนดาดฟ้าก็ได้รับความเสียหายในระดับที่ต่างกัน ตอนนี้ทีมช่างก็กำลังเร่งซ่อมอย่างเต็มกำลังครับ!”
“และตอนนี้เราก็กำลังจัดส่งเครื่องปั่นไฟไปให้สถานีเรดาร์ครับ แต่ฝ่ายเทคนิคก็บอกว่าพวกเขาคงฟื้นระบบไม่ได้ในเวลาอันสั้น เพราะตัวเรดาร์ถูกทำลายไปแล้ว และหากเราต้องการใช้งานมันอีกครั้ง พวกเขาจะต้องทำการเปลี่ยนเสาอากาศ อุปกรณ์และปรับตั้งระบบใหม่ทั้งหมดครับ!”
ภายในห้องแห่งหนึ่งภายในตัวเรือ
บอดี้การ์ดคนสนิทอันดับสองของผู้นำหวังก็กำลังรายงานข้อมูลที่เพิ่งรวบรวมมาได้อย่างระมัดระวัง
และแทบทั้งหมดล้วนเป็นข่าวร้าย!
ผู้นำหวังก็นั่งฟังอย่างเงียบงัน
บนใบหน้าของเขาก็ยังมีคราบเลือดจากแรงระเบิดหลงเหลืออยู่
แต่เขาไม่มีอารมณ์มาสนใจบาดแผลเล็กน้อยพวกนั้น
ฐานฝูไห่ที่เขาสร้างขึ้นมาด้วยความยากลำบาก กลับถูกเล่นงานจนกลายเป็นสภาพเช่นนี้!!
ให้อภัยไม่ได้!
เขาอยากจับพวกกบฏ รวมถึงกองกำลังลึกลับที่ลักพาตัวลู่หมิงไป มาสับให้เป็นหมื่นๆ ชิ้น
แต่เขากลับทำอะไรไม่ได้!
ตอนนี้เขาไม่มีข้อมูลเลยแม้แต่น้อยว่าศัตรูเป็นกองกำลังไหน มีจำนวนคนเท่าไร มีอาวุธอะไรบ้าง แล้วฐานของพวกมันตั้งอยู่ที่ไหน!!
ราวกับว่ามันเป็นสัตว์ประหลาดที่จู่ๆ ก็โผล่ขึ้นมาจากใต้ดิน!
เดี๋ยวก่อน!!!
จู่ๆ หวังปินก็นึกถึงความเป็นไปได้อย่างหนึ่ง!
เขานึกถึงพวกหัวหน้าทีมซุนที่หายตัวไปก่อนหน้านี้ รวมถึงหัวหน้าทีมเสี่ยนที่ถูกส่งออกไปตามหาในภายหลัง คนเหล่านี้ล้วนขาดการติดต่อไปอย่างไร้ร่องรอย!
หรือว่าจะมีกองกำลังลึกลับที่เขาไม่รู้จัก คอยจับตาเทคโนโลยีของฐานฝูไห่มาโดยตลอด และวางแผนแย่งชิงมันอยู่!?
ยิ่งผู้นำหวังคิด เขาก็ยิ่งรู้สึกว่ามันเป็นไปได้!!!
บัดซบ!!
ถ้าเป็นแบบนี้ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นก็อธิบายได้หมดแล้ว!
แต่ว่า!
ฐานฝูไห่ในตอนนี้ ไม่มีแม้แต่กำลังจะออกไปค้นหาและตอบโต้ศัตรูเลยด้วยซ้ำ!
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือเฮลิคอปเตอร์ลำที่บินจากไปนั้น!
เมื่อผู้นำหวังลองเอาตัวเองไปแทนอีกฝ่าย แผ่นหลังของเขาก็เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นทันที
หากเขาเป็นกองกำลังที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด และได้รับรู้ถึงสถานการณ์ปัจจุบันของฐานฝูไห่ เช่นนั้นการโจมตีระลอกถัดไปที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม ก็จะต้องมาถึงในไม่ช้าอย่างแน่นอน!!
อันตรายที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ากำลังจะมาเยือน!
ใบหน้าของผู้นำฐานฝูไห่บิดเบี้ยวอย่างรุนแรง เขามองไปรอบห้องที่เขาอยู่ สายตาของเขาก็ราวกับมองทะลุตัวเรือไปยังฐานขนาดมหึมาที่เขาสร้างขึ้นมาด้วยความยากลำบากได้ ซึ่งในอนาคตอันใกล้มันกำลังจะถูกกองกำลังลึกลับนั่นทำลายจนราบคาบ!
“ไม่ได้!!!”
“จะปล่อยให้เป็นแบบนั้นไม่ได้!!”
“ฉันไม่ยอม!! ฉันไม่มีวันยอมรับความพ่ายแพ้!!!”
เขาคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่ง
และภายในใจก็ได้ตัดสินใจทำบางสิ่งที่บ้าคลั่งอย่างถึงที่สุด!!