- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 203 เริ่มเดินหมากกระดานใหญ่ (2/2)
203 เริ่มเดินหมากกระดานใหญ่ (2/2)
203 เริ่มเดินหมากกระดานใหญ่ (2/2)
รวมถึงพี่ชายอารมณ์ร้อนคนนั้น — บิชอปแห่งความบ้าคลั่ง เครย์
มีอาและโคนีเลียสัมผัสได้ว่าบรรยากาศรอบตัวของอาริคนั้นมีความคล้ายคลึงกับเครย์อยู่บ้าง เพียงแต่ว่าเครย์นั้นคือหนึ่งในยอดฝีมือระดับท็อปของโลก เขามีสิทธิ์ที่จะเย่อหยิ่งจองหองได้เต็มที่ แถมเขายังไม่เคยดูถูกคนที่อ่อนแอกว่า แต่กลับชอบไปท้าทายคนที่แข็งแกร่งกว่าต่างหาก
ในขณะที่ไอ้หมอนี่ที่ชื่ออาริค เป็นเพียงแค่คนที่ทำตัวกร่างในระดับ 7 เท่านั้น ยังไปไม่ถึงเกณฑ์ของระดับ 8 ด้วยซ้ำ ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าการที่อาริคไปแกว่งเท้าหาเสี้ยนยั่วยุดันเต้แบบนี้ จะต้องโดนเอาคืนยังไงบ้าง ยิ่งถ้าหมอนี่เผลอไปกระตุกหนวดเสืออย่างเครย์เข้า แล้วยังทำตัวกร่างแบบนี้อีกละก็...พวกเธอแทบไม่อยากจะนึกสภาพจุดจบของอาริคเลยจริงๆ
"หึๆ ทำไมเงียบไปล่ะ? ยอมรับแล้วงั้นเหรอ?"
อาริคยิ้มเยาะด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความดูถูก
"กรุณาอย่าด่วนสรุปเอาเอง และหมิ่นประมาทปาร์ตี้อื่นด้วยครับ"
กาวินขมวดคิ้วแล้วพูดขัดจังหวะอาริค จากการได้อยู่ร่วมกันช่วงสั้นๆ เมื่อวานนี้ เขาคิดว่าดันเต้ไม่น่าจะเป็นคนแบบนั้น
"ท่านหัวหน้าอัศวิน นี่ท่านคงไม่ได้กำลังกลัวดันเต้อยู่หรอกนะ? แค่ไอ้เด็กลูกเจี๊ยบระดับ 4 คนเดียวถึงกับทำให้ท่านขวัญหนีดีฝ่อได้เลยเหรอ? มิน่าล่ะพวกลัทธิคืนชีพถึงได้กล้าปีนเกลียวข่มเหงอาณาจักรแลนเดียร์ซะขนาดนั้น"
อาริคส่ายหัวพร้อมกับแค่นหัวเราะ ท่าทางของเขาดูเหมือนจะยิ่งยโสมากขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่เกรงใจใครสักนิด
คำพูดนั้นทำให้ใบหน้าของกาวินค่อยๆ เริ่มมืดมนลง
"อาริค พอได้แล้ว ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาพูดจาประชดประชันเหน็บแนมกันนะ ไม่ว่ายังไงก็ตาม ดันเต้กับโคลอิกซ์ก็น่าจะเป็นเพียงสองคนในเมืองหลวงตอนนี้ที่มีประสบการณ์การเอาชนะบิชอปแห่งลัทธิคืนชีพมาก่อนใช่มั้ยล่ะ? แล้วตัวนายล่ะ มีผลงานอะไรบ้างฮะ?"
หญิงสาวในชุดคลุมจอมเวท ผู้เป็นหัวหน้าทีมจากกลุ่มอาณาจักรทางใต้ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ประโยคนี้ทำเอาอาริคถึงกับจุกจนเถียงไม่ออก ทำให้เส้นเลือดบนหน้าผากของเขาเต้นตุบๆ อยู่พักหนึ่ง แต่ในจังหวะที่เขากำลังจะระเบิดอารมณ์โกรธ เขาก็เพิ่งจะรู้ตัวว่าสายตาทุกคู่ในห้องประชุมกำลังจับจ้องมาที่เขาอย่างไม่เป็นมิตร
"งั้นเราก็มารอดูกันเถอะ ว่าไอ้พวกที่เก่งแต่หดหัวหลบอยู่หลังฉากเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเนี่ย จะสร้างปาฏิหาริย์อะไรได้"
อาริคแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ ก่อนจะพาพรรคพวกในปาร์ตี้เดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องประชุมไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้น มีอากับหญิงสาวชุดคลุมจอมเวทที่ชื่อว่า แอลลี่ ก็พยักหน้าให้กันเพื่อเป็นการทักทายอย่างเป็นมิตร ส่วนโคนีเลียมองแอลลี่ที่เพิ่งจะออกโรงพูดปกป้องพวกเธอเมื่อครู่นี้ พลางรู้สึกว่าหน้าตาของอีกฝ่ายดูคุ้นๆ ยังไงชอบกล
ไม่นานโคนีเลียก็นึกออก หญิงสาวชุดคลุมจอมเวทคนนี้มีส่วนคล้ายกับ 'ลิลิต' เพื่อนที่เธอได้รู้จักตอนอยู่ในโลกเงา 'เงาปริศนาท่ามกลางพายุหิมะบนเขาที่รกร้าง'
"เธอคือโคนีเลียสินะ"
แอลลี่เดินเข้ามาหาโคนีเลีย ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสนิทสนม
"ใช่ค่ะ คุณเป็นพี่สาวของลิลิตเหรอคะ?"
"ฉันเป็นญาติของเธอน่ะ ฉันเคยได้ยินเรื่องที่เธอกับดันเต้เคยช่วยลิลิตมาแล้ว ถึงแม้ตอนนั้นพวกเธอสองคนจะใช้ชื่อปลอมก็เถอะ"
หญิงสาวชุดคลุมจอมเวทพูดพร้อมกับรอยยิ้ม
"โอ๊ะ...ขอดทษด้วยนะคะ..."
โคนีเลียนึกย้อนไปถึงตอนที่เธอแสดงละครสดกับดันเต้ คนหนึ่งเรียกตัวเองว่าแบเชล ส่วนอีกคนก็เรียกตัวเองว่าโอลีฟ แต่หลังจากที่พวกเธอเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมา ลิลิตก็คงจะรู้ชื่อจริงของพวกเธอทั้งสองคนได้อย่างรวดเร็วแน่นอน
"ไม่เป็นไรหรอก รอให้วิกฤตครั้งนี้ผ่านพ้นไปก่อน ฉันเราหวังว่าพวกเธอจะมาเที่ยวหาที่บ้านบ้างนะ"
"ไปแน่นอนค่ะ!"
"ว่าแต่...ดันเต้ไปทำอะไรอยู่งั้นเหรอ?"
แอลลี่เคยได้ยินกิตติศัพท์สไตล์การทำงานของชายหนุ่มสุดเจ้าเล่ห์อย่างดันเต้มาบ้างแล้ว ในจังหวะสำคัญๆ แบบนี้ ถ้าเขาไม่ได้กำลังก่อเรื่องอยู่ ก็ต้องกำลังอยู่ระหว่างทางไปก่อเรื่องอย่างแน่นอน
"อ๊ะ! พวกเราต้องรีบไปทำงานแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ! คืนนี้เจอกันที่งานเลี้ยงฉลองชัยชนะนะ!"
มีอากับโคนีเลียชำเลืองมองดูเวลา ก่อนจะรีบวิ่งออกจากห้องประชุมไปพร้อมกัน ทิ้งให้แอลลี่ยืนอ้าปากค้างด้วยความงุนงงอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง
"คืนนี้...งานเลี้ยงฉลองชัยชนะ...?"
……
อีกด้านหนึ่ง บริเวณชานเมือง
เสียงฝีเท้าเบาๆ ดังก้องกังวานไปทั่วทางระบายน้ำใต้ดินที่สร้างขึ้นจากหินโดยฝีมือของคนในสมัยโบราณ น้ำเสียที่ไหลเวียนอยู่ส่งกลิ่นเหม็นเน่าเตะจมูก ภายในอุโมงค์ใต้ดินที่มืดมิดมีเพียงแสงไฟสลัวๆ จากตะเกียงที่แกว่งไกวไปมา ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูททางการสีเขียวเข้มที่จัดระเบียบผมสีเงินและเคราสีเงินไว้อย่างเรียบร้อย เขากำลังหิ้วตะเกียงเดินไปยังจุดหมายปลายทางอย่างไม่รีบร้อน ชายคนนี้ดูไม่มีพิษมีภัยเลยแม้แต่นิดเดียว หรือแม้แต่อาจจะถูกคนสงสัยว่าไม่เคยผ่านการต่อสู้มาเลยด้วยซ้ำ ราวกับนักวิชาการที่สุภาพและอ่อนโยนคนหนึ่ง
ทว่า การที่เขาสามารถหลบเลี่ยงทหารยามหน้าประตูเมืองแล้วลอบเข้ามาในชั้นใต้ดินในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ได้ แถมยังฆ่าทหารที่เฝ้าทางเข้าอุโมงค์ใต้ดินได้อย่างง่ายดาย ย่อมเป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดา แม้แต่ศพของทหารเหล่านั้น ก็ดูเหมือนจะระเหยกลายเป็นอากาศธาตุ หายไปจากโลกนี้อย่างสิ้นเชิง และเห็นได้ชัดว่ากลิ่นเหม็นฉุนกึกในท่อใต้ดินนี้ ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกสะอิดสะเอียนเลยแม้แต่น้อย บางทีเขาอาจจะคุ้นชินกับกลิ่นที่น่าขยะแขยงยิ่งกว่านี้เป็นร้อยเท่ามานานแล้ว
"ฟาฮิม ปล่อยให้ข้ารอนายเลยนะ"
จู่ๆ น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่สบอารมณ์ก็ดังขึ้นข้างๆ กายของชายวัยกลางคน เขาขยับตะเกียงส่องไปยังทิศทางของต้นเสียง ก็พบกับร่างอันหยิ่งยโสกำลังยืนพิงกำแพงอยู่ เส้นผมสีดำที่ตัดซอยสั้นของเขาดูยุ่งเหยิงแบบไม่ได้ตั้งใจของเขา กับปลายคางที่เชิดขึ้นเล็กน้อยประกอบกับสีหน้านั้น ดูโอหังอย่างถึงที่สุด
"เครย์ ไอ้คนที่ดีแต่สร้างเรื่องอย่างแกยังมีหน้ามาพูดอีกเหรอ?"
วินาทีที่ฟาฮิมเห็นหน้าของ "เครย์" เขาก็ส่ายหน้ายิ้มเยาะ ก่อนที่บรรยากาศรอบตัวของเขาจะเปลี่ยนไปในพริบตา น้ำเสียงของเขาก็แหลมสูงขึ้นมาทันที ราวกับว่าเขาไม่จำเป็นต้องปิดบังตัวตนที่แท้จริงอีกต่อไป
"หึๆ ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นแก่เงินของ 'คาร์ลอส' ล่ะก็ ป่านนี้ผมฉวยโอกาสดีๆ แบบนี้ ฆ่าแกทิ้งไปแล้ว"
คาร์ลอส คือชื่อของบิชอปแห่งความจอมปลอม
ส่วน 'เครย์' เองก็ไม่ได้พยายามจะปกปิดจิตสังหารที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวของเขาเลยแม้แต่นิดเดียว ราวกับว่าวินาทีถัดไปเขาก็พร้อมที่จะพุ่งเข้าไปลงมือกับฟาฮิมได้ทุกเมื่อ
"ผมก็ไม่ติดนะถ้าจะต้องเชือดไอ้คนไร้มารยาทอย่างแกทิ้งไว้ตรงนี้ก่อน"
ฟาฮิมพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา แต่ทว่าทั้งสองคนต่างก็รู้สถานการณ์ในตอนนี้ดี พวกเขายังไม่สามารถแตกคอกันเองในเวลานี้ได้ ต่อให้เหม็นขี้หน้ากันแค่ไหนก็ต้องทนเก็บเอาไว้ก่อน
"ตามที่แกตกลงไว้กับคาร์ลอส ตอนนี้แกก็ควรจะฟังคำสั่งของผมไม่ใช่หรือไง?"
ฟาฮิมเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงเอ่ยถามออกไป
"ไม่ ข้อตกลงระหว่างข้ากับคาร์ลอสก็คือ ถ้าหมอนั่นไม่จ่ายเงิน 5,000 เหรียญทองให้ข้า ข้าก็จะไม่ฟังคำสั่งของมัน แต่ในข้อตกลงนั่น ข้าไม่เคยบอกสักคำว่าจะฟังคำสั่งของแกด้วย"
'เครย์' สวนกลับด้วยเหตุผลที่หนักแน่นและชัดเจน
"นี่แกไม่กลัวตายเลยจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย?"
ตรรกะอันไร้ที่ติของเครย์ทำเอาฟาฮิมถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ เขาถึงกับรู้สึกว่าเครย์นี่มันหน้าด้านหน้าทนแบบไม่กลัวอะไรเลยจริงๆ
"เหอะ ยังไงซะก็คงหนีบทลงโทษไม่พ้นอยู่ดี คิดจะให้ข้าฟังคำสั่งคนอย่างแกเหรอ ฝันไปเถอะ แต่ฐานที่มั่นชั่วคราวที่คาร์ลอสสั่งให้หา ข้าเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ตามมาสิ"
'เครย์' พูดจบก็หันหลังแล้วเดินนำหน้าไป
"ผมจะรายงานพฤติกรรมของแกให้คาร์ลอสฟังทุกกระเบียดนิ้วเลย ตอนนี้แกก็กร่างให้พอไปก่อนเถอะ"
ไม่ใช่ว่าฟาฮิมจะไม่มีวิธีจัดการกับเครย์ เขาแค่ต้องเอาเรื่องนี้ไปฟ้องเบื้องบนก็พอแล้ว ดังนั้น ฟาฮิมจึงเดินตาม 'เครย์' ไป ทั้งคู่เดินลัดเลาะไปตามอุโมงค์ใต้ดินโดยทิ้งระยะห่างกัน
ดันเต้ที่ปลอมตัวเป็นเครย์เดินนำอยู่ข้างหน้า หรี่ตาซ้ายลงเล็กน้อย พร้อมกับมุมปากที่ยกยิ้มขึ้นมาอย่างมีเลศนัย
u
ฟาฮิมเอ๋ย...นายก้าวพลาดขึ้นรถผิดคันซะแล้วล่ะ