- หน้าแรก
- เปิดฉากก็เป็นอ๋อง เริ่มต้นจากได้รับรางวัลจากทั่วสารทิศ
- บทที่ 81 วางแผนจัดการตระกูลกู่แห่งเขาชางซาน!
บทที่ 81 วางแผนจัดการตระกูลกู่แห่งเขาชางซาน!
บทที่ 81 วางแผนจัดการตระกูลกู่แห่งเขาชางซาน!
บทที่ 81 วางแผนจัดการตระกูลกู่แห่งเขาชางซาน!
ไม่ว่าจะเป็นจางตันเฟิงหรือเซี่ยเจาเหยียน
ทั้งสองคนไม่เคยคิดที่จะหาสถานที่ส่งเดชเพื่อใช้เป็นฐานที่ตั้งของไป๋อวี้จิง
ในเมื่อเปิดตัวได้อย่างยิ่งใหญ่อลังการปานนั้นแล้ว แน่นอนว่าภาพลักษณ์อันสูงส่งก็ต้องรักษาเอาไว้ให้ได้ตลอดไป
"เตี้ยนเซี่ย (ฝ่าบาท) เป้าหมายที่เราเลือกเอาไว้"
"ก็คือที่เขาชางซาน ที่นั่นมีกองกำลังของตระกูลหนึ่งตั้งอยู่"
"พวกเขายึดครองแก่นกลางที่อุดมไปด้วยปราณวิญญาณมากที่สุดของเขาชางซาน และสืบทอดสายเลือดมานานนับหมื่นปีแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
เขาชางซาน...
ในหัวของเซี่ยเจาเหยียนปรากฏข้อมูลเกี่ยวกับเขาชางซานขึ้นมาในทันที นี่คือเทือกเขาที่ใหญ่ที่สุดในเขตปกครองเซี่ยโจว
ทอดยาวจากตะวันออกไปตะวันตกเป็นระยะทางหลายแสนลี้ เริ่มต้นจากเขตปกครองชางโจว พาดผ่านเซี่ยโจว และทอดยาวไปจนถึงเซิ่งโจว
อาจกล่าวได้ว่าเขาชางซานนั้น เมื่อวางอยู่ในอาณาเขตอันกว้างใหญ่ไพศาลของต้าเซี่ย ก็ยังถือเป็นเทือกเขาที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมาก!
ในเทือกเขาแห่งนี้ มีกองกำลังผู้ฝึกตนตั้งอยู่มากมายนับไม่ถ้วน ทั้งเล็กและใหญ่ มีทั้งสำนักนิกาย และมีทั้งตระกูลใหญ่โต
แม้แต่กองกำลังที่มีรากฐานตื้นเขินที่สุด การสืบทอดของพวกเขาก็ยังมีระยะเวลายาวนานนับพันปี
เพียงแต่ข้อมูลสถานการณ์กองกำลังที่แน่ชัดของที่นั่น เซี่ยเจาเหยียนไม่ค่อยจะรู้เรื่องจริงๆ
กองกำลังมีมากมายขนาดนั้น เขาจะมีกะจิตกะใจไปจดจำชื่อของพวกมันทั้งหมดได้อย่างไร
"สรุปแล้วเป็นกองกำลังของตระกูลไหน?"
...
"เตี้ยนเซี่ย เป็นตระกูลกู่แห่งเขาชางซานพ่ะย่ะค่ะ!"
อืม!
หากบอกว่าเป็นกองกำลังอื่น เซี่ยเจาเหยียนอาจจะไม่รู้จริงๆ แต่ตระกูลกู่นี้ เขารู้จักดีเกินไปเลยล่ะ
ไม่ใช่เพราะคนสายนี้แข็งแกร่ง แต่กลับกัน เป็นเพราะความแข็งแกร่งของพวกเขาไม่คู่ควรกับชื่อเสียงของนามสกุลตัวเองเลยต่างหาก
"ตระกูลกู่ หึหึ..."
"พวกเจ้าช่างเลือกเป้าหมายได้ดีจริงๆ!"
"เจ้าไม่กลัวคนจากสายหลักของพวกเขาจะมาหาเรื่องถึงที่หรือไง?"
...
"เตี้ยนเซี่ย พวกเราหลายคนวิเคราะห์กันแล้ว สายหลักของตระกูลกู่จะไม่ยอมเสี่ยงอันตรายขนาดนั้น ข้ามระยะทางหลายสิบล้านกิโลเมตรจากเป่ยโจวเพื่อมาออกหน้าแทนสายรองที่นี่หรอกพ่ะย่ะค่ะ"
"อาจจะเป็นเพราะชนพื้นเมืองในโลกนี้หวาดกลัวสายหลักของตระกูลกู่ไปเองโดยสัญชาตญาณ แต่หลังจากที่พวกเราวิเคราะห์แล้ว เชื่อว่าตระกูลกู่คงจะทอดทิ้งสายรองในที่ต่างๆ ไปตั้งนานแล้ว"
"มิฉะนั้น หลายปีที่ผ่านมานี้ ทำไมอัจฉริยะจากสายรองของพวกเขาถึงไม่ได้เดินทางไปยังสายหลักเพื่อปลุกพลังกายาพิเศษของพวกเขาล่ะพ่ะย่ะค่ะ!"
"ตระกูลกู่แม้จะไม่แข็งแกร่ง แต่กลับมีชื่อเสียง พอดีเลยที่จะให้ไป๋อวี้จิงของเราใช้สร้างความน่าเกรงขาม"
เซี่ยเจาเหยียนฟังแล้วก็ไม่ได้คัดค้าน หากพูดถึงตระกูลกู่ ก็ต้องเอ่ยถึงราชวงศ์ต้าอู่ผู้เป็นจ้าวฮั้วแห่งเป่ยโจว
ราชวงศ์ของต้าอู่นั้นใช้แซ่กู่ เมื่อหลายหมื่นปีก่อนเคยเกิดความวุ่นวายขึ้นภายในราชวงศ์
ส่งผลให้คนของราชวงศ์ส่วนหนึ่งออกจากต้าอู่ เดินทางไปยังทวีปต่างๆ เพื่อหาที่ตั้งใหม่
และตระกูลกู่สายนี้ของต้าเซี่ย ก็คือผู้ที่อพยพมาเมื่อห้าหมื่นปีก่อน
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนั้นพวกเขาให้ผลประโยชน์อะไรแก่ราชวงศ์ ถึงทำให้ต้าเซี่ยยอมให้พวกเขามาตั้งรกรากที่เซี่ยโจว
ต่อมาสายรองกลุ่มนี้ก็อาศัยบารมีของต้าอู่ที่อยู่เบื้องหลัง ทำตัวกร่างวางอำนาจในต้าเซี่ยมาโดยตลอด ล่วงเกินกองกำลังไปไม่น้อย
ตั้งแต่ขุนนางผู้สูงศักดิ์ ลงไปจนถึงชาวบ้านธรรมดา พวกเขาล่วงเกินมาหมดแล้ว
ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ยิ่งกำเริบเสิบสานหนักขึ้น ถึงขั้นยื่นมือเข้าไปในวงราชการของเมืองชางหนานเสียด้วยซ้ำ
และสาขาย่อยของหน่วยทัณฑ์สวรรค์ประจำเมืองชางหนาน ก็ถูกตระกูลกู่ควบคุมอยู่เบื้องหลัง!
ไม่ใช่ว่าไม่มีใครเคยหมายตาสถานที่ตั้งของพวกเขา เพียงแต่เป็นเพราะราชวงศ์ต้าอู่ที่อยู่เบื้องหลัง ท้ายที่สุดทุกคนก็เลือกที่จะล้มเลิกไป
ท้ายที่สุดแล้ว แค่ขยับตัวนิดหน่อย อีกฝ่ายก็ยกเอาสถานะราชวงศ์ต้าอู่มาข่มขู่คนแล้ว
ประกอบกับท่าทีที่คลุมเครือของราชวงศ์ต้าเซี่ย กองกำลังที่แข็งแกร่งก็รู้สึกว่าไม่คุ้มค่า ส่วนกองกำลังที่อ่อนแอก็ไม่กล้า
นี่จึงส่งผลให้สายรองกลุ่มนี้ที่อยู่ในอาณาเขตต้าเซี่ยสามารถสืบทอดมาได้อย่างสงบสุขมาโดยตลอด
เพียงแต่พวกเขาคิดไม่ถึงว่า ไป๋อวี้จิงซึ่งเป็นกองกำลังที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้นมานี้ จะมาหมายหัวพวกเขาเสียได้
หากพูดถึงราชวงศ์ของราชวงศ์ต้าอู่ นั่นคือตระกูลที่ยืนยงข้ามผ่านสามวัฏจักรสงสารอย่างแท้จริง
อดีตบรรพบุรุษรุ่นแรกของตระกูลผู้แข็งแกร่งที่สุด ด้วยระดับการฝึกตนขั้นแปลงมังกรตอนปลาย ยอมสละการเกิดใหม่เป็นข้อแลกเปลี่ยน ทุ่มกำลังทั้งหมดโจมตีเพื่อฉีกกระชาก 'ร่ายกาย' ส่วนหนึ่งของวิถีสวรรค์
ได้รับเลือดของวิถีสวรรค์มาหนึ่งหยด จากนั้นก็นำไปผสานเข้ากับร่างกายของลูกหลานในตระกูล
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา คนที่เกิดในตระกูลกู่ก็จะได้ครอบครองกายาจ้าวราชันย์สวรรค์!
กายาพิเศษนี้ ทำให้ตระกูลกู่สามารถข้ามผ่านสามวัฏจักรสงสารมาได้โดยไม่ถูกทำลายล้างไปจนหมดสิ้น
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เซี่ยเจาเหยียนก็รีบเอ่ยถามทันที
"สายรองของตระกูลกู่กลุ่มนี้ ไม่ได้ส่งอัจฉริยะในตระกูลไปยังราชวงศ์ต้าอู่มานานเท่าไหร่แล้ว?"
...
"เรียนเตี้ยนเซี่ย หากไม่ได้ไปสืบสวนอย่างละเอียด โลกภายนอกไม่มีทางรู้เลยพ่ะย่ะค่ะ ว่าสายรองในต้าเซี่ยกลุ่มนี้ไม่ได้ส่งอัจฉริยะไปต้าอู่มานานกว่าสองพันปีแล้ว!"
"ดังนั้นพวกเราหลายคนจึงสันนิษฐานว่า บรรพบุรุษของสายรองกลุ่มนี้ที่รั้งอยู่ในต้าอู่อาจจะเกิดปัญหา ต้าอู่จึงตัดขาดการติดต่อกับสายรองอย่างสิ้นเชิงพ่ะย่ะค่ะ"
"หรือไม่ก็เป็นราชวงศ์ต้าอู่เองนั่นแหละที่มีปัญหา!"
สองพันกว่าปีแล้ว.... บนใบหน้าของเซี่ยเจาเหยียนปรากฏรอยยิ้มขึ้นมา
"ตระกูลกู่นี่ช่างซ่อนตัวเก่งจริงๆ โลกภายนอกไม่รู้เรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย!"
"แต่ความลับไม่มีในโลก หรอก เป็นเพราะพวกเรามีความกล้าที่จะหมายหัวพวกเขา ถึงได้ไปสืบสวนสถานการณ์เช่นนี้อย่างละเอียด"
"หึหึ... คาดว่าทรัพยากรในการปลุกพลังกายาคงเริ่มจะเหือดแห้งแล้วล่ะมั้ง!" เซี่ยเจาเหยียนคาดเดาด้วยเจตนาร้าย
ยังไงเสียกายาจ้าวราชันย์สวรรค์ของตระกูลกู่ ก็ดุดันทรงพลังมากเกินไปจริงๆ
ในระดับพลังเดียวกัน ยกเว้นแต่นักรบผู้ฝึกกายาอย่างแท้จริง มิฉะนั้นนักรบปราณแท้ในระดับเดียวกันก็ไม่ใช่คู่มือของพวกเขาเลย
ต้าอู่อาศัยความมั่นใจนี้ ในช่วงต้นของการก่อตั้งประเทศต้าเซี่ย พวกเขาได้รีดไถต้าเซี่ยไปไม่น้อยเลย
บัญชีแค้นนี้ ในฐานะองค์ชายของราชวงศ์ แน่นอนว่าเขาย่อมรู้ดี
"หึหึ... ผู้ใต้บังคับบัญชาก็คาดเดาเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ"
"มิฉะนั้นราชวงศ์ต้าอู่จะทอดทิ้งคลังบุคลากรชั้นยอดอย่างสายรองได้อย่างไร!"
ทุกๆ ห้าสิบปี สายรองแต่ละสายของราชวงศ์ต้าอู่จะส่งอัจฉริยะในตระกูลไปยังราชวงศ์
นอกจากจะสามารถปลุกพลังกายาได้แล้ว ยังได้เพลิดเพลินกับทรัพยากรที่ดียิ่งขึ้นในราชวงศ์อีกด้วย
"เตี้ยนเซี่ย ไม่ว่าจะเป็นการคาดเดาแบบไหน สรุปแล้วตอนนี้สายรองของตระกูลกู่ก็คือก้อนเนื้อติดมันอันโอชะพ่ะย่ะค่ะ!"
...
"แล้วตอนนี้ความแข็งแกร่งของสายรองกลุ่มนี้เป็นอย่างไรบ้าง?"
ราชสีห์ตะปบกระต่ายยังต้องใช้กำลังเต็มที่ นับประสาอะไรกับกองกำลังที่มีการสืบทอดมายาวนานเล่า
แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นเพียงแค่สายรอง แต่ใครจะรู้ว่ามียอดฝีมือเร้นกายอยู่ในตระกูลหรือไม่
"เตี้ยนเซี่ย เมื่อวานนี้จางหานได้เดินทางไปเขาชางซานด้วยตัวเอง ลอบเข้าไปในตระกูลกู่เพื่อหยั่งเชิงแล้วพ่ะย่ะค่ะ"
"ตอนนี้คนที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกเขามีเพียงแค่ระดับปรมาจารย์ใหญ่ขั้นสมบูรณ์เพียงคนเดียวเท่านั้น!"
"มีผู้อาวุโสระดับปรมาจารย์สิบสองคน ส่วนระดับตำหนักม่วงและระดับกำเนิดแรกรวมกันมีแค่ร้อยกว่าคนพ่ะย่ะค่ะ"
...
"เป็นไปไม่ได้มั้ง!" เซี่ยเจาเหยียนตกตะลึงในทันที กองกำลังที่สืบทอดมายาวนานอย่างสง่าผ่าเผยเช่นนี้ ความแข็งแกร่งในตระกูลกลับอ่อนแอถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
"พวกเขาไม่มีแม้แต่ระดับธรรมลักษณ์เลยสักคน?" สิ่งนี้ทำให้เขาผิดหวังมาก!
กองกำลังแบบนี้ หากทำลายล้างไป ก็คงเก็บเกี่ยวพลังชีวิตได้ไม่เท่าไหร่หรอก!
เซี่ยเจาเหยียนพบว่า เมื่อเวลาผ่านไปตามการบูชายัญแต่ละครั้งของเขา
ระบบดูเหมือนจะค่อยๆ ยกระดับคุณภาพของพลังชีวิตให้สูงขึ้น นี่ไม่ใช่ความรู้สึกที่เขาคิดไปเอง แต่เป็นสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นจริง
"ตระกูลกู่นี้มีความผิดปกติบางอย่างนะ!"
"สถานการณ์ของพวกเขา ทำไมถึงให้ความรู้สึกแปลกๆ กับข้า..."
ทันใดนั้น เซี่ยเจาเหยียนก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ เขาเบิกตากว้างมองขึ้นไปบนท้องฟ้าทันทีพร้อมกับลุกขึ้นยืน!
สิ่งนี้ทำให้หลายคนที่อยู่ข้างกายงุนงง ไม่รู้ว่าเตี้ยนเซี่ยเป็นอะไรไป!
"พวกเจ้าว่า สถานการณ์ของตระกูลกู่เหมือนกับคำสาปบางอย่างหรือไม่!"
"หรือจะเรียกว่าการสะท้อนกลับ?"
ตู้ม!!!
ในหัวของจางตันเฟิงราวกับมีเสียงระเบิดดังสนั่น เขาถูกประโยคนี้ของเตี้ยนเซี่ยเตือนสติเข้าให้แล้ว
มิน่าล่ะสถานการณ์ที่สืบมาได้ก่อนหน้านี้ ถึงทำให้พวกเขารู้สึกแปลกใจมาโดยตลอด
สายรองตระกูลกู่ที่โด่งดังไปทั่วแผ่นดิน ตอนนี้คนที่แข็งแกร่งที่สุดมีเพียงปรมาจารย์ใหญ่คนเดียวเท่านั้นงั้นหรือ?
[จบแล้ว]