- หน้าแรก
- บันทึกตำนานจักรพรรดิแมลง
- EP 518: ความในใจของเสี่ยวไป๋
EP 518: ความในใจของเสี่ยวไป๋
EP 518: ความในใจของเสี่ยวไป๋
EP 518: ความในใจของเสี่ยวไป๋
เสี่ยวตานคาดการณ์ไว้ว่า การปรับปรุงตำรับยาโอสถเตรียมรับทัณฑ์สวรรค์ อาจใช้เวลาสั้นสุดหนึ่งเดือน หรือนานสุดหลายเดือน
เห็นได้ชัดว่าเย่หลินและแมลงวิญญาณต่อสู้หลักอีกหลายตัว ไม่อาจรอจนกว่าตำรับยาจะได้รับการปรับปรุงจนสำเร็จ ดังนั้น เริ่มตั้งแต่วันพรุ่งนี้ เสี่ยวตานจะเริ่มหลอมโอสถเตรียมรับทัณฑ์สวรรค์ให้เย่หลิน โดยใช้บัวสายฟ้าเก้าใบที่เพาะปลูกขึ้นมา
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ร่างจำลองจิตสำนึกของเย่หลินก็เลือนหายไปจากมิติแหวนโบราณ และกลับคืนสู่ร่างจริง
โอสถเตรียมรับทัณฑ์สวรรค์กำลังจะมาอยู่ในมือแล้ว นั่นหมายความว่า เวลาที่เย่หลินจะได้กลับไปยังเทือกเขาสวินหลง เพื่อพบท่านอาจารย์และศิษย์พี่หญิง ก็ใกล้เข้ามาอีกก้าวหนึ่ง เมื่อคิดถึงตรงนี้ เย่หลินก็รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมา มุมปากประดับรอยยิ้ม ยามที่ลืมตาขึ้น ดวงตาก็สาดประกายแสงเจิดจ้า
ฉินจิ่นเอ๋อร์ที่อยู่ด้านข้าง เมื่อเห็นท่าทางเช่นนั้นของเย่หลิน นางก็แสดงความเคารพจากใจจริง และเอ่ยด้วยความอิจฉาอย่างสุดซึ้ง
“คุณชายเย่คงจะได้รับประโยชน์มากมายเป็นแน่ ข้าก็พยายามทบทวนช่วงเวลาที่ประมือกับราชันย์ชิวหลัวอสนีบาตคำรามโลหิตสังหารเมื่อครู่ ทว่ากลับได้รับประโยชน์เพียงน้อยนิด เฮ้อ ในแง่ของสติปัญญา ข้าด้อยกว่าคุณชายมากนัก”
เย่หลินยิ้มเจื่อนๆ ด้วยความกระอักกระอ่วน
“แม่นางจิ่นเอ๋อร์อย่าได้ดูแคลนตนเองเลย หลายครั้งการรู้แจ้งก็ขึ้นอยู่กับวาสนา หาใช่สิ่งที่เรียกว่าสติปัญญาไม่”
ฉินจิ่นเอ๋อร์พยักหน้ารับอย่างครุ่นคิด
เย่หลินกล่าว “หลังจากนี้พวกเรามาเริ่มล่ามารเก็บโอสถกันเถิด อีกสามเดือนข้างหน้า ค่อยออกจากน่านน้ำอสนีบาตมาร จากนั้นก็ไปรอคอยคลื่นกระแสน้ำวนมิติปะทุในเขตแดนชั้นในของทะเลมารฟ้า”
ฉินจิ่นเอ๋อร์พยักหน้ารับ จากนั้นก็ส่งวิชาเวทสายหนึ่งเข้าไปในเรือเหาะเจียวหลงระดับศาสตราเวทขั้นสุดยอด เรือเหาะพุ่งทะยานเป็นเส้นแสง หายลับเข้าไปในหมอกหนาทึบ
เย่หลินสะบัดมืออีกครั้ง แสงวิญญาณนับร้อยสายสว่างวาบขึ้น ก่อนจะกลายเป็นเงาร่างมนุษย์หลายร้อยคน ยืนทำความเคารพเย่หลินอย่างนอบน้อม
คนเหล่านี้ล้วนจำแลงกายมาจากแมลงวิญญาณระดับขั้นก่อผลึกทองคำขั้นสมบูรณ์สูงสุด
“ต่อจากนี้ ภารกิจของพวกเจ้าคือร่วมมือกัน อย่าปล่อยมารกลายพันธุ์ มารฟ้า และปีศาจวารีที่โจมตีพวกเราให้รอดไปได้แม้แต่ตัวเดียว อย่าละทิ้งทรัพยากรใดๆ จงหาวิธีทำเงินให้ได้มากที่สุด!”
“รับบัญชา นายท่าน!”
ทรัพย์สินของเย่หลินถูกผลาญไปเกือบครึ่งกับการเพาะปลูกบัวสายฟ้าเก้าใบหลายสิบดอก และในอนาคตการเพาะปลูกเมล็ดบัวสายฟ้าเก้าใบเป็นจำนวนมาก ก็ไม่รู้ว่าจะต้องผลาญศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์ไปอีกเท่าใด ตอนนี้จึงเป็นเวลาที่ต้องเร่งสะสมเงินทอง
ตัวโอสถมารกลายพันธุ์นั้นก็ล้ำค่าอยู่แล้ว ต่อให้เย่หลินไม่นำไปทำเป็นยาชนิดใหม่ที่ไร้ผลข้างเคียง แค่นำไปขายก็ทำเงินได้มหาศาล
ในเมื่อมาถึงที่นี่แล้ว เย่หลินย่อมต้องกอบโกยให้เต็มที่ก่อนจากไป
พอดีเลยที่ฉินจิ่นเอ๋อร์กลายมาเป็นผู้คุ้มกันให้เขา เมื่อมีนางอยู่ เย่หลินถึงกับกล้าวางแผนจัดการกับตัวตนในระดับขั้นถอดวิญญาณด้วยซ้ำ หากสามารถชิงวิญญาณก่อกำเนิดของยอดฝีมือขั้นถอดวิญญาณมาได้อีกสักสองสามดวง เย่หลินก็จะรวยเละเทะ
ต้องรู้ไว้ว่า วิญญาณก่อกำเนิดของยอดฝีมือขั้นถอดวิญญาณ แม้จะเป็นเพียงวิญญาณก่อกำเนิดของผู้ฝึกตนขั้นถอดวิญญาณขั้นต้น เมื่อนำไปประมูลในงานประมูล ก็สามารถทำราคาได้สูงลิบลิ่ว ไม่ด้อยไปกว่าเต๋าวัตถุขั้นล่างสักเท่าใดนัก
เมื่อฉินจิ่นเอ๋อร์เห็นเย่หลินเรียกแมลงวิญญาณขั้นก่อผลึกทองคำขั้นสมบูรณ์สูงสุดออกมาพร้อมกันหลายร้อยตัวในคราวเดียว นางก็ถึงกับอ้าปากค้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง
“เอ่อ... คุณชายเย่ นี่มันออกจะเกินไปหน่อย เกินความคาดหมายไปมากเลยนะ!”
ฉินจิ่นเอ๋อร์พอจะเดาได้ว่าเย่หลินซ่อนเร้นความสามารถบางส่วนเอาไว้ ทว่าไม่คิดเลยว่า เขาจะซ่อนเร้นไว้มากถึงเพียงนี้... ผู้ฝึกตนวิชาควบคุมแมลงคนอื่นๆ อย่างมากก็นำแมลงวิญญาณที่มีระดับต่ำกว่าออกมาต่อสู้เป็นฝูง ใช้จำนวนเข้าว่า ซึ่งเรียกว่ากลยุทธ์คลื่นแมลง
ทว่าสำหรับเย่หลิน... แมลงวิญญาณทุกตัวล้วนอยู่ในระดับเดียวกับเขา ซ้ำยังมีพลังเวทเปี่ยมล้น หากนำไปปล่อยไว้โลกภายนอก ล้วนถูกจัดเป็นยอดอัจฉริยะ นี่มันออกจะเกินเหตุไปหน่อยแล้ว!
เย่หลิน นี่คือการนำสำนักของเหล่ายอดอัจฉริยะมาร่วมรบด้วยตัวคนเดียวชัดๆ!
เย่หลินกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “แม่นางจิ่นเอ๋อร์ไม่ต้องตกใจไป ในฐานะผู้ฝึกตนวิชาควบคุมแมลง การพกพาสหายแมลงวิญญาณเก่งกาจมาด้วยหลายๆ ตัว ก็เป็นเพียงเรื่องปกติเท่านั้น”
ฉินจิ่นเอ๋อร์พ่นลมหายใจยาว
“ข้าชอบที่จะมีสหายที่เหนือสามัญสำนึกเช่นคุณชายเย่ หรือว่าจะเป็น... คู่บำเพ็ญเพียร”
กล่าวจบ ฉินจิ่นเอ๋อร์ก็อดไม่ได้ที่จะส่งสายตายั่วยวนให้เย่หลิน...
ในตอนนี้ นางหักห้ามใจไม่อยู่จริงๆ ยิ่งอยู่กับเย่หลินนานเท่าใด ก็ยิ่งค้นพบว่าศักยภาพของเขานั้นน่าสะพรึงกลัวจนสะท้านฟ้าสะเทือนดิน...
เย่หลินกระแอมไอสองสามครั้ง ชี้ไปยังกลุ่มหมอกหนา
“มีมารกลายพันธุ์กลุ่มใหญ่กำลังใกล้เข้ามา แม่นางจิ่นเอ๋อร์เตรียมตัวรับมือเถิด”
ฉินจิ่นเอ๋อร์หัวเราะเบาๆ สะบัดมือเรียวงาม กระบี่แห่งอำนาจจักรพรรดิท้งสิบเล่มก็ลอยขึ้นมาเตรียมพร้อมในอากาศ
“กระบี่บินของข้าสามารถกลืนกินไอมารเพื่อเสริมพลังให้ตัวเองได้ เวลาหนึ่งปีนี้ ข้าจะถือโอกาสร่วมล่าสังหารในทะเลมารฟ้าอย่างเต็มที่กับคุณชาย บางทีอาจจะมีกระบี่บินบางเล่มที่สามารถทะลวงขั้น กลายเป็นเต๋าวัตถุขั้นล่างได้สำเร็จ!”
กล่าวจบ ร่างอรชรของฉินจิ่นเอ๋อร์ก็ลอยขึ้นอย่างแผ่วเบา ก่อนจะกะพริบวูบกลายเป็นแสงหลบหนี พุ่งทะยานเข้าไปในหมอกหนา แมลงวิญญาณในร่างมนุษย์หลายร้อยคนของเย่หลินก็รีบตามไปติดๆ
โฮก โฮก โฮก! ตู้ม!...
เสียงคำรามของมารกลายพันธุ์ และเสียงระเบิดจากวิชาเวทดังขึ้นอย่างต่อเนื่องท่ามกลางสายหมอก
เย่หลินชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อเห็นเสี่ยวไป๋ที่พันอยู่รอบข้อมือ จู่ๆ ก็กลายร่างเป็นดรุณีแสนสวยในชุดกระโปรงยาว ยืนอยู่ตรงหน้าเขา นางไม่ได้มีท่าทีว่าจะออกไปร่วมล่ามารเลย ซ้ำยังมีสีหน้าลังเล คล้ายมีเรื่องอยากจะพูดแต่ก็ไม่กล้าพูด
“เสี่ยวไป๋ เจ้ามีเรื่องอันใดหรือ? ระหว่างเรายังมีเรื่องใดที่พูดกันตรงๆ ไม่ได้อีก”
เสี่ยวไป๋เหมือนจะตัดสินใจได้ นางปรายตามองไปยังทิศทางของกลุ่มหมอก ก่อนจะกระซิบกับเย่หลิน “องค์หญิงฉินจิ่นเอ๋อร์ผู้นี้ มีเจตนาแอบแฝงอย่างชัดเจน นางก็คือนางจิ้งจอก นายท่านต้องระวังตัวนะเจ้าคะ”
เย่หลินยิ้มเจื่อน ก่อนจะลูบศีรษะเสี่ยวไป๋อย่างเอ็นดู และบีบแก้มขาวเนียนของนางเบาๆ
“ระวังตัวอยู่แล้ว... ระวังมาตลอด ข้าจำได้ว่าตอนนั้นเจ้าก็พูดถึงเสี่ยวอวี้แบบนี้เหมือนกันนะ”
ใบหน้าของเสี่ยวไป๋พลันแดงระเรื่อ
“เอ่อ... จุดประสงค์ของเสี่ยวอวี้บริสุทธิ์ใจกว่ามาก นางมีใจให้นายท่านจริงๆ ส่วนนางจิ้งจอกนี่ วันๆ เอาแต่คิดจะมอบเรือนร่างให้นายท่าน หวังให้นายท่านพานางโบยบินสู่โลกวิญญาณ ดีไม่ดีอาจจะหวังให้นายท่านพานางเป็นเซียนด้วยซ้ำ”
เย่หลินกล่าว “บนเส้นทางการบำเพ็ญเพียร คู่บำเพ็ญเพียรส่วนใหญ่ก็มาอยู่ร่วมกันด้วยเป้าหมายที่จะเกื้อหนุนและส่งเสริมซึ่งกันและกัน นี่เป็นเรื่องปกติของมนุษย์ ในอนาคตเราอาจจะต้องอาศัยอำนาจจากตระกูลของพวกนาง เพื่อหาวิธีให้ญาติมิตรของเราได้โบยบินสู่โลกวิญญาณด้วย แน่นอนว่าหากมีความรู้สึกดีๆ ต่อกันด้วยก็ย่อมดีกว่า”
“อีกอย่าง เรื่องนี้มองอย่างไรนายท่านของเจ้าก็เป็นฝ่ายได้เปรียบ เหตุใดจึงทำเหมือนข้าเป็นฝ่ายเสียเปรียบไปได้เล่า?”
เสี่ยวไป๋กระทืบเท้าด้วยความขัดใจ
“แต่ว่า... แต่ว่า... ข้าสู้ฝีปากนายท่านไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ เอาเป็นว่า... อย่างไรเสียก็ต้องมีคำว่ามาก่อนมาหลังสิเจ้าคะ!”
กล่าวจบ ใบหน้าของนางก็แดงก่ำ ก่อนจะกลายเป็นแสงหลบหนี พุ่งทะยานเข้าไปในหมอกหนา เข้าร่วมวงต่อสู้ฟาดฟันกับฝูงมารกลายพันธุ์
เย่หลิน: “...”
จากนั้นเขาก็พึมพำกับตัวเอง
“เคยได้ยินเรื่องราวความรักระหว่างปีศาจอสรพิษขาวกับบัณฑิตในโลกมนุษย์... ทว่าสุดท้าย ตัวเอกกลับกลายเป็นข้าเองงั้นหรือ?”
“หากว่ากันด้วยเรื่องมาก่อนมาหลัง เสี่ยวไป๋ก็มาก่อนจริงๆ นั่นแหละ... ทว่าเรื่องศิษย์พี่หญิง...”
“เฮ้อ การเป็นบุรุษนี่มันช่างยากเย็นเสียจริง เหตุใดข้าต้องมาคอยปวดหัวกับเรื่องพวกนี้ด้วยนะ... ตอนเข้าสำนักไท่เสวียนใหม่ๆ ตอนที่คุยเรื่องความฝันกับซ่งหลิงเทียนและหวังฉางเซิง ตอนนั้นยังคิดอยู่เลยว่า การได้แต่งงานกับภรรยารูปงามหลายๆ คน เป็นเรื่องที่มีความสุขมาก พอมาตอนนี้ ดูเหมือนจะมีความทุกข์ในรูปแบบที่ต่างออกไป”
เย่หลินตกอยู่ในความเงียบงันและอ้างว้าง
เวลาผ่านไปไม่นาน ฉินจิ่นเอ๋อร์และเหล่าแมลงวิญญาณก็กลับมาพร้อมกับโอสถมารกลายพันธุ์กว่าร้อยเม็ด เย่หลินเก็บมันเข้าสู่มิติแหวนโบราณ สิ่งนี้ช่วยบรรเทาจิตใจที่หม่นหมองของเขาได้บ้าง