- หน้าแรก
- ทะลุมิติเบิกวิถีเซียน ข้ามภพสยบมรรคา
- ตอนที่ 324 ปะทุ! เขตแดนกระบี่ทำลายหมื่นวิถี (2)
ตอนที่ 324 ปะทุ! เขตแดนกระบี่ทำลายหมื่นวิถี (2)
ตอนที่ 324 ปะทุ! เขตแดนกระบี่ทำลายหมื่นวิถี (2)
เขากลายร่างเป็นยักษ์สวมเกราะดำสูงตระหง่านนับพันจั้ง งอกแปดแขนออกมา
ทั้งที่เป็นเพียงขอบเขตปฐพีสมุทร ทว่ายามนี้เขายืนหยัดอยู่ท่ามกลางสุญญตา กลิ่นอายพลังที่แผ่ซ่านออกมากลับไม่ด้อยไปกว่ายอดฝีมือขอบเขตแดนศักดิ์สิทธิ์หลอมสุญญตาโดยรอบเลยแม้แต่น้อย
ซ้ำยังน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า
ภาพนี้ทำให้เผยเหอ เลี่ยสือเอ๋อร์ และคนอื่นๆ หน้าถอดสีขวัญหนีดีฝ่อ ยังไม่ทันจะได้เอ่ยสิ่งใด
ครืน!
อสนีบาตอันทรงพลังอย่างเหลือเชื่อสายแล้วสายเล่าปะทุออกจากร่างของเขาอย่างดุดัน แสงอสนีสาดกระจาย ครอบคลุมอาณาบริเวณรัศมีหมื่นลี้ในชั่วพริบตา
เปรี้ยงปร้าง! แสงอสนีนับไม่ถ้วนโอบล้อม
การยืนอยู่ท่ามกลางเขตแดนอสนีบาตอันซ้อนทับกันหลายชั้น ขับเน้นให้ชายหนุ่มชุดเกราะดำดูราวกับเทพแห่งอสนีบาต มีอานุภาพที่มิอาจต้านทานได้
แม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตแดนศักดิ์สิทธิ์หลอมสุญญตาทั้งหกคนที่ยืนอยู่สองฟากฝั่งของสุญญตายังดูอ่อนแอลงไปถนัดตา
"เขตแดนมรรคา!" ม่านตาของเผยเหอหดเกร็ง
"เขามีระดับพลังเพียงขอบเขตปฐพีสมุทร ไม่น่าจะเชี่ยวชาญด้านเขตแดน ทว่าเขตแดนมรรคากลับน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ นี่ต้องไม่ใช่แค่เขตแดนมรรคาขั้นหนึ่งอย่างแน่นอน คาดว่าน่าจะบรรลุถึงเขตแดนมรรคาขั้นสองแล้ว" น้ำเสียงเย็นชาของปิงโหรวสุ่ยแฝงไว้ด้วยความสิ้นหวังจางๆ
"คืออัจฉริยะตำหนักเซียน!"
"แถมยังเป็นอัจฉริยะระดับสูงที่สุดเสียด้วย"
หากจะกล่าวว่าเดิมทีเผยเหอ เลี่ยสือเอ๋อร์ และปิงโหรวสุ่ยยังคงเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ เพียงแค่รู้สึกว่าศึกนี้จะต้องบาดเจ็บล้มตายอย่างหนัก เช่นนั้นยามนี้ สิ่งที่หลงเหลืออยู่ก็มีเพียงความสิ้นหวังเท่านั้น
อัจฉริยะชั้นยอดของตำหนักเซียนงั้นหรือ?
หากเป็นเช่นนั้น เมื่อทอดสายตามองไปทั่วทั้งมหาพิภพอันกว้างใหญ่ไพศาลไร้ที่สิ้นสุด เขาคนนี้ก็จัดเป็นอัจฉริยะจุดสูงสุดในระดับเดียวกัน เป็นตัวตนที่แทบจะไร้เทียมทานในขอบเขตพลังเดียวกันอย่างแน่นอน
การข้ามขอบเขตใหญ่เพื่อสังหารศัตรู? ล้วนเป็นเรื่องง่ายดายราวพลิกฝ่ามือ
เมื่อรวมกับยอดฝีมือขอบเขตแดนศักดิ์สิทธิ์หลอมสุญญตาอีกหกคน? อาจกล่าวได้ว่าเผยเหอ เลี่ยสือเอ๋อร์ และคนอื่นๆ ล้วนตระหนักดี กองกำลังอันแข็งแกร่งไร้เทียมทานตรงหน้านี้ จะต้องเป็นกองกำลังที่ฝั่งศาลสวรรค์ส่งมาเพื่อลอบสังหารพวกตนโดยเฉพาะอย่างไม่ต้องสงสัย
"ต้านไม่อยู่แน่"
"จบสิ้นแล้ว" นัยน์ตาของเลี่ยสือเอ๋อร์ฉายแววสิ้นหวัง
"ไม่มีสิ่งใดให้ต้องเสียใจ"
"ต่อให้ไม่ติดตามท่านผู้บัญชาการบุกเข้ามาในดินแดนมรณะ พวกเราก็คงต้องเผชิญกับเคราะห์กรรมบางอย่างอยู่ดี" นัยน์ตาของเผยเหอสาดประกายบ้าคลั่ง
"ฆ่า!"
"ทุ่มสุดตัว ลากพวกมันไปลงนรกด้วยให้มากที่สุด" ยามนี้ทหารกองทัพฮว่อชางนับร้อยต่างเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ทว่านั่นกลับกระตุ้นจิตใจที่ยอมแลกด้วยชีวิตของพวกเขาให้ลุกโชนขึ้นมา ทุกคนล้วนโอบล้อมพิทักษ์อยู่ข้างกายอู๋หยวน
หนีหรือ? เมื่อต้องเผชิญหน้ากับอัจฉริยะเหนือพิภพที่เชี่ยวชาญกฎเกณฑ์แห่งอสนีบาต พวกเขาส่วนใหญ่เป็นเพียงผู้บำเพ็ญขอบเขตตำหนักม่วงธรรมดา จะมีสักกี่คนที่หลบหนีไปได้?
"หมิงเจี้ยน!"
"จำเอาไว้ คนที่สังหารเจ้า มีนามว่าเฟิงเซิ่ง" เฟิงเซิ่งที่ใช้วิชาต้นกำเนิดออกมาหลายสายกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา กลิ่นอายพลังพุ่งทะลุฟ้า ก้มมองร่างเงามากมายท่ามกลางสุญญตาเบื้องห่าง
สายตาของเขาจับจ้องไปยังร่างของอู๋หยวน
เขาเองก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของอู๋หยวนเช่นกัน
"ฆ่า!"
เฟิงเซิ่งลงมืออย่างดุดัน เขตแดนมรรคาอสนีบาตอันยิ่งใหญ่บดบังฟ้าดิน พุ่งทะยานเข้ามาดุจมังกรอสนีบาตนับไม่ถ้วนที่บดขยี้ทุกสิ่ง
"ลงมือ!"
นักพรตหลอมสุญญตาสี่คนและยอดฝีมือขอบเขตแดนศักดิ์สิทธิ์อีกสองคนก็ปะทุพลังขึ้นมาเช่นกัน บ้างใช้อาคมของวิเศษ บ้างใช้วิชาต้นกำเนิด
ครืน! ครืน! ครืน! เจ็ดยอดฝีมือไม่พูดพร่ำทำเพลง พุ่งทะยานเข้ามาเป็นรูปครึ่งวงกลมหมายเข้าสังหาร
"หมื่นลี้! เหมันต์!" ปิงโหรวสุ่ยที่เย็นเยียบดุจภูเขาน้ำแข็งร่ายอาคมออกมา พลังเหมันต์ซ้อนทับกันหลายชั้นปะทุออก แผ่ซ่านครอบคลุมสุญญตารัศมีหมื่นลี้ ก่อตัวหนาแน่น เข้าปะทะกับอสนีบาตที่ปกคลุมลงมา
ทั้งสองฝ่ายปะทะหักล้างกัน
สูสีคู่คี่
แม้เขตแดนมรรคาอสนีบาตจะแข็งแกร่ง ทว่าเมื่อปราศจากการเสริมพลังจากพลังเวท ย่อมยากที่จะสะกดข่มอาคมประเภทเขตแดนของนักพรตหลอมสุญญตาได้
ครืน!
"เพลิงผลาญ!"
"ทำลาย!" อาคมอันทรงพลังยิ่งกว่าอีกสองสายพลันปะทุออกมาจากนักพรตหลอมสุญญตาสองคนฝั่งศาลสวรรค์ เปลวเพลิงอันบ้าคลั่งไร้ที่สิ้นสุดถาโถมเข้ามาบดบังฟ้าดิน ทำให้ชั้นน้ำแข็งเหล่านั้นเริ่มพังทลายลงในชั่วพริบตา
อุณหภูมิของห้วงดาราทั้งมวลราวกับกำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว!
ทันใดนั้น
เปลวเพลิงและอสนีบาตที่บดบังฟ้าดินถาโถมเข้าใส่กายารบตำหนักม่วงและกายารบปฐพีสมุทรของเผยเหอ เลี่ยสือเอ๋อร์ สือจี๋ และคนอื่นๆ จากทุกทิศทุกทาง
"สู้ตายเถอะ!" น้ำเสียงทุ้มต่ำของเผยเหอแฝงไว้ด้วยความสิ้นหวังจางๆ รอบกายเขามีกระบี่บินหลายเล่มโฉบเฉี่ยวไปมา ซ้ำยังมีระฆังใบใหญ่อีกหนึ่งใบ!
บนใบหน้าของสือจี๋ เลี่ยสือเอ๋อร์ และคนอื่นๆ ล้วนเผยให้เห็นถึงความสิ้นหวังและไม่ยินยอมพร้อมใจ นี่คือการต่อสู้ที่กำลังรบแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
ฟุ่บ!
"ฆ่า!" เฟิงเซิ่งในร่างยักษ์เกราะดำแผ่กลิ่นอายพลังมหาศาล ดาบยักษ์แปดเล่มในมือทั้งแปดดูน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง เขาบุกเข้ามาจนเหลือระยะห่างเพียงหนึ่งพันลี้แล้ว
ไม่ถึงเสี้ยววินาที
เขาก็จะพุ่งเข้ามาถึงเบื้องหน้า
และในจังหวะนั้นเอง
ชิ้ง! ชิ้ง! ชิ้ง! คล้ายกับเสียงกระบี่บินจำนวนมหาศาลถูกชักออกจากฝักอย่างต่อเนื่อง ตามติดมาด้วยกระแสลมสีเหลืองปฐพีอันทรงพลังแผ่ซ่านออกไป ประกายกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวสายแล้วสายเล่ารวมตัวกัน!
ประหนึ่งระเบิดลูกใหญ่ที่ปะทุขึ้นอย่างกะทันหัน คลื่นกระแทกซัดสาดไปทุกทิศทาง
ยามนี้ แสงสีเหลืองปฐพีหลายระลอกสาดซัดออกไปพร้อมกับประกายกระบี่แต่ละสาย พุ่งทะลวงไปทุกทิศทุกทางพร้อมกัน
ฉัวะ!
ฉัวะ!
ท่ามกลางการบดขยี้ของประกายกระบี่ ชั้นน้ำแข็งที่หลงเหลือเพียงน้อยนิดพลันสลายไปสิ้น ซ้ำยังบดขยี้เปลวเพลิงและอสนีบาตนับไม่ถ้วนที่กลืนกินเข้ามาจนสูญสลายไปจนหมด มันขยายวงออกไปไกลแสนไกลด้วยความเร็วอันน่าสะพรึงกลัวยิ่ง
แทบจะในเวลาเดียวกัน
วูบ! วูบ! วูบ! กระบี่บินที่ปกคลุมฟ้าดินเชื่อมต่อประสานกัน ก่อตัวเป็นกระบี่เทวะสีเหลืองปฐพีเล่มหนึ่งขึ้นมาในชั่วพริบตา
ตูม! กระบี่เทวะพุ่งทะยาน เข้าสังหารเฟิงเซิ่งที่เพิ่งจะผ่ากระแสลมแห่งเขตแดนกระบี่ออกเป็นสองซีกอย่างรุนแรง
"ฆ่า!"
เฟิงเซิ่งแม้จะตื่นตระหนก ทว่าก็ยังคงคำรามก้อง ดาบยักษ์ทั้งแปดเล่มกวัดแกว่งอย่างบ้าคลั่ง ปะทุพลังออกจนถึงขีดสุด
ปัง! ปัง! ปัง! การปะทะครั้งใหญ่เกิดขึ้นติดต่อกันหลายครั้ง คลื่นกระเพื่อมสั่นสะเทือนห้วงดารา บนพื้นผิวของกระบี่เทวะสีเหลืองปฐพีปรากฏรอยร้าวนับไม่ถ้วน
ในทำนองเดียวกัน
เฟิงเซิ่งก็ถูกกระบี่เทวะที่แฝงด้วยอานุภาพน่าสะพรึงกลัวกระแทกจนต้องถอยร่นไปอย่างต่อเนื่อง ความเร็วของเขาหยุดชะงักลงโดยสมบูรณ์ ไม่อาจก้าวไปข้างหน้าได้อีกแม้แต่ครึ่งก้าว
"เป็นไปได้อย่างไร?" น้ำเสียงของเฟิงเซิ่งแฝงไว้ด้วยความตระหนกสุดขีด เขาเบิกตากว้างจ้องมองร่างเงาที่ถูกโอบล้อมด้วยปราณกระบี่หนาแน่นท่ามกลางห้วงดารา
ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้น
ยามนี้
ไม่ว่าจะเป็นยอดฝีมือขอบเขตแดนศักดิ์สิทธิ์หลอมสุญญตาทั้งหกคนของฝั่งศาลสวรรค์ หรือจะเป็นเผยเหอ เลี่ยสือเอ๋อร์ สือจี๋ และคนอื่นๆ ล้วนเบิกตามองภาพนี้ด้วยความเหลือเชื่อ
อู๋หยวนเหยียบย่างอยู่กลางสุญญตา
รอบกายของเขามีกระบี่เทวะที่แผ่กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวยิ่งโอบล้อมอยู่ กระบี่เทวะไร้คม ทว่ากลิ่นอายอันน่าครั่นคร้ามกลับทำให้ผู้คนใจสั่น
มีถึงเก้าเล่ม
สมบัติวิญญาณหรือ!
ไม่ใช่! กระบี่บินผูกชะตาระดับศาสตราวิญญาณขั้นหนึ่งทั้งเก้าเล่ม ผ่านการหล่อเลี้ยงบำรุงมาอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด เมื่ออยู่ในมือของอู๋หยวน อานุภาพของมันยังเหนือล้ำกว่าสมบัติวิญญาณระดับล่าง และเข้าใกล้สมบัติวิญญาณระดับกลางอย่างไร้ที่สิ้นสุด
"นี่สิ ถึงจะเป็นเขตแดนกระบี่แห่งดาราที่แท้จริง" อู๋หยวนสัมผัสได้ถึงโลกแห่งเขตแดนกระบี่ที่แผ่ซ่านครอบคลุมรัศมีหมื่นลี้
ทรงพลังและไร้สิ้นสุด
สิ่งที่ทำให้ผู้คนใจสั่นสะท้านที่สุด คือท่ามกลางสุญญตารัศมีหมื่นลี้นั้น มีกระบี่บินเจ็ดร้อยยี่สิบเล่มลอยล่องและเชื่อมโยงประสานเข้าด้วยกัน
กลิ่นอายของกระบี่บินแต่ละเล่มล้วนน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก ทั้งหมดล้วนเป็นศาสตราวิญญาณขั้นหนึ่ง
นี่คือเขตแดนกระบี่ที่ก่อกำเนิดขึ้นจากการผสานรวมกระบี่บินผูกชะตาเก้าเล่ม และศาสตราวิญญาณขั้นหนึ่งที่มีต้นกำเนิดเดียวกันอีกเจ็ดร้อยยี่สิบเล่ม
และด้วย 'ฟ้าดินแห่งแดนมายา' ของอู๋หยวน เพียงแค่ขยับความคิดก็สามารถแผ่ขยายครอบคลุมอาณาบริเวณหมื่นลี้ได้อย่างง่ายดาย
ยามนี้
ท่ามกลางสุญญตารัศมีหมื่นลี้อันกว้างใหญ่ ปราณกระบี่ซ้อนทับกันหลายชั้น ดูรางเลือนและพลิ้วไหว มันไม่เพียงแต่โอบล้อมเผยเหอและคนอื่นๆ เอาไว้ ทว่ายังกลืนกินเฟิงเซิ่งและยอดฝีมือขอบเขตแดนศักดิ์สิทธิ์หลอมสุญญตาทั้งหกคนที่เขานำมาด้วยจนจมมิด
นี่ต่างหากคือการปะทุพลังอย่างเต็มกำลังของร่างหลักหลอมปราณของอู๋หยวน นอกเหนือจากความรู้แจ้งแห่งมรรคา!
เป็นการปะทุพลังที่แข็งแกร่งที่สุด!
ครั้นยามที่ปะทุสุดยอด 'เขตแดนกระบี่ตำหนักม่วง' อันแข็งแกร่งที่สุดขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นอาคมหลอมสุญญตา อาณาเขตปฐพีสมุทร หรือเขตแดนอสนีบาต ล้วนถูกบดขยี้จนสูญสลายไปสิ้น
"นี่มัน?"
"กระบี่บินพวกนั้น?"
"ข้า..."
"นี่คือพลังที่แท้จริงของท่านผู้บัญชาการอย่างนั้นหรือ?" เผยเหอ ปิงโหรวสุ่ย อวี๋จัว และสือจี๋ล้วนตกตะลึงจนตาค้างไปแล้ว
โลกแห่งเขตแดนกระบี่ที่แผ่คลุมหมื่นลี้ ปราณกระบี่แต่ละสายที่ล่องลอยอยู่ มากพอที่จะทำให้ผู้บำเพ็ญขอบเขตตำหนักม่วงขั้นเก้าสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามถึงชีวิต
"นี่มัน?"
"หมิงเจี้ยนผู้นี้?"
"เขตแดนกระบี่เช่นนี้? นี่คืออัจฉริยะเหนือพิภพที่โผล่มาจากที่ใดกัน? หรือว่าจะเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งขอบเขตตำหนักม่วงของพิภพเซียนเหิงหยาง?" ยอดฝีมือขอบเขตแดนศักดิ์สิทธิ์หลอมสุญญตาทั้งหกคนล้วนหวาดหวั่นพรั่นพรึง
"ไม่ควรมาเลย" ชายชราชุดคลุมสีแดงอิ้นโหวหวาดกลัวสุดขีด ท่าทีลำพองใจเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น
กระบี่บินศาสตราวิญญาณขั้นหนึ่งที่ลอยล่องและทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมต่อของเขตแดนกระบี่ ทำให้พวกเขาอกสั่นขวัญแขวน
กระบี่บินเพียงเล่มเดียวก็สามารถคุกคามชีวิตของยอดฝีมือขอบเขตแดนศักดิ์สิทธิ์หลอมสุญญตาได้แล้ว
ทว่าเขตแดนกระบี่อันไพศาลนี้ได้ครอบคลุมพวกเขาเอาไว้แล้ว
เป็นพวกเขาเองที่รนหาที่บุกเข้ามา
"ไม่"
"ไม่ควรจะเป็นเช่นนี้! คนที่ชื่อหมิงเจี้ยนผู้นี้ นี่คือพลังรบที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาอย่างนั้นหรือ?" องค์ชายเฟิงเซิ่งที่เดิมทีเปี่ยมด้วยความมั่นใจ บัดนี้นัยน์ตาของเขากลับเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและ... หวาดกลัว
"เก้ากระบี่หรือ? นี่คือเขตแดนกระบี่ตำหนักม่วงที่สมบูรณ์แบบแน่แท้ เขามีรากฐานเซียนขั้นหนึ่งงั้นหรือ?"
"ไม่ควรจะเป็นเช่นนี้สิ ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าพิภพเซียนเหิงหยางให้กำเนิดผู้มีรากฐานเซียนขั้นหนึ่งมาด้วย"
"อีกทั้ง เขาที่เป็นเพียงผู้บำเพ็ญขอบเขตตำหนักม่วง จะสามารถควบคุมกระบี่บินศาสตราวิญญาณขั้นหนึ่งจำนวนมากมายปานนี้ได้อย่างไร ต่อให้เป็นนักพรตหลอมสุญญตา ก็เกรงว่าคงไม่อาจทำได้เช่นกันกระมัง" จิตใจขององค์ชายเฟิงเซิ่งปั่นป่วนวุ่นวาย หวาดกลัวจนจับขั้วหัวใจแล้ว
เขาไม่มีความกล้าแม้แต่เสี้ยวเดียวที่จะเอาชนะอีกฝ่าย
"ชนะไม่ได้แน่"
"สามารถก่อตั้งเขตแดนกระบี่เช่นนี้ได้ ความรู้แจ้งแห่งมรรคาของเขาเกรงว่าจะสูงส่งยิ่งกว่าข้าเสียอีก เจตจำนงแท้จริงแห่งดาราขั้นสองงั้นหรือ? หรือว่าจะเป็นขั้นสามอันน่าเหลือเชื่อ?" องค์ชายเฟิงเซิ่งจ้องมองอู๋หยวนเขม็ง
... "หากจิตวิญญาณไม่ได้ผลัดเปลี่ยนจนบรรลุถึงสัมผัสเทวะขั้นสูงสุด ข้าก็คงไม่อาจปลดปล่อยพลังของชุดกระบี่บินที่ท่านอาจารย์มอบให้ออกมาได้อย่างสมบูรณ์เช่นกัน" ภายในใจของอู๋หยวนสงบนิ่งอย่างยิ่ง
เหตุใดจึงกล้ากำเริบเสิบสานถึงเพียงนี้?
ต่อให้อัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งตำหนักเซียนบุกเข้ามาสังหาร อู๋หยวนก็ยังคิดที่จะประมือด้วย เหตุใดกัน? เพราะเขามีความแข็งแกร่งเป็นรากฐานหนุนหลังอย่างไรเล่า
หากกล่าวถึงความรู้แจ้งแห่งมรรคา ต่อให้อู๋หยวนผสานมรรคาทั้งสองสายเข้าด้วยกัน ก็ทำได้เพียงเทียบเคียงกับเขตแดนมรรคาขั้นสามอันเป็นกฎเกณฑ์ระดับล่างอย่างฉิวเฉียดเท่านั้น
ทว่าอัจฉริยะชั้นยอดที่สุดในขอบเขตตำหนักม่วงและปฐพีสมุทรนั้น มีความหวังที่จะก้าวเข้าสู่เขตแดนมรรคาขั้นสี่ได้
แน่นอนว่านั่นเป็นเพียงความเป็นไปได้เท่านั้น
จากเขตแดนมรรคาขั้นสามไปสู่ขั้นสี่ ย่อมเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพอีกครั้งหนึ่ง เซียนชั้นสูงหลายคนที่บำเพ็ญเพียรมานานนับแสนปี ความรู้แจ้งแห่งมรรคาก็ยังหยุดอยู่แค่เขตแดนมรรคาขั้นสี่เท่านั้น
ทว่า
ด้วยรากฐานเซียนขั้นสอง จิตวิญญาณอันฝืนลิขิตสวรรค์ ผนวกกับกระบี่บินผูกชะตาทั้งเก้าเล่มที่มีเพียงรากฐานเซียนขั้นหนึ่งเท่านั้นถึงจะหล่อหลอมขึ้นมาได้ สิ่งเหล่านี้ทำให้พลังรบที่แท้จริงของอู๋หยวนดุดันร้ายกาจจนยากจะจินตนาการ
ยามนี้
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเฟิงเซิ่งเพียงคนเดียว? อู๋หยวนไม่จำเป็นต้องระเบิดความรู้แจ้งแห่งมรรคาออกมาทั้งหมด เขายังคงออมรั้งพลังไว้ส่วนหนึ่ง
ทว่าแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
"เฟิงเซิ่งงั้นหรือ? อัจฉริยะที่ติดหนึ่งร้อยอันดับแรกของตำหนักเซียนระดับตำหนักม่วงและปฐพีสมุทร?" อู๋หยวนยิ้มบางๆ "บวกกับยอดฝีมือขอบเขตแดนศักดิ์สิทธิ์หลอมสุญญตาอีกหกคน?"
"การได้ตกตายภายใต้เขตแดนกระบี่ของข้า นับเป็นเกียรติของพวกเจ้าแล้ว!"
ครืน!
เขตแดนกระบี่แห่งดาราที่ครอบคลุมรัศมีหมื่นลี้ปะทุขึ้นอย่างเต็มกำลัง กระบี่บินแต่ละเล่มพลันเคลื่อนไหวในชั่วพริบตา เชื่อมโยงเข้ากับต้นกำเนิดแห่งวิถีดาราในความมืดมิด
วูบ! วูบ! วูบ! ประกายกระบี่นับไม่ถ้วนสว่างวาบขึ้น
"ต้านเอาไว้!"
"ไม่ ไว้ชีวิตด้วย" ยอดฝีมือขอบเขตแดนศักดิ์สิทธิ์หลอมสุญญตาทั้งหกคนสัมผัสได้ถึงความผิดปกติโดยพลัน จึงระเบิดพลังเต็มพิกัดเพื่อต้านทานประกายกระบี่แต่ละสายที่พุ่งเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง
ทว่าการดิ้นรนทั้งหมดกลับดูเหมือนจะสูญเปล่า
ครืน! ประกายกระบี่ที่ปกคลุมฟ้าดินบดขยี้ผ่านไป กวาดล้างทุกสรรพสิ่ง นักพรตหลอมสุญญตาทั้งสี่คนกลายเป็นเถ้าธุลีในพริบตา
ตกตายในบัดดล!
ฉัวะ!
ฉัวะ! ทว่าร่างของยอดฝีมือขอบเขตแดนศักดิ์สิทธิ์สองคนกลับถูกฉีกกระชากในชั่วพริบตา ขณะที่ร่างกายกำลังดิ้นรน ประกายกระบี่นับไม่ถ้วนก็บดขยี้ตามมาติดๆ กัดกร่อนพลังต้นกำเนิดแห่งชีวิตของพวกเขาอย่างต่อเนื่อง
ความตายอยู่แค่เพียงเอื้อม
"เหลือแค่เจ้าแล้ว เฟิงเซิ่ง" สายตาของอู๋หยวนจับจ้องไปยังเฟิงเซิ่งที่ยังคงดิ้นรนอย่างยากลำบาก
กลิ่นอายพลังของเขายังคงน่าทึ่ง เขากวัดแกว่งดาบยักษ์ทั้งแปดอย่างบ้าคลั่ง ราวกับสายน้ำแห่งดาบที่ซ้อนทับกัน ผ่าทำลายประกายกระบี่นับไม่ถ้วน
พลังฝีมือของอัจฉริยะตำหนักเซียน เผยให้เห็นอย่างชัดเจนโดยไม่ต้องสงสัย
"ไม่ต้องดิ้นรนแล้ว จงตกตายไปเสียเถิด" อู๋หยวนเอ่ยเสียงเรียบ ก้าวเดินออกไปอย่างสบายอารมณ์
ในเวลาเดียวกัน กระบี่บินผูกชะตาทั้งเก้าเล่มที่ลอยวนอยู่รอบกายก็พุ่งทะยานตัดผ่านผืนฟ้า
ประดุจดาราทั้งเก้าดวงที่ระเบิดออก
ทิ้งตัวลงมาพร้อมกัน!