- หน้าแรก
- เกิดใหม่ปีสองพันแปด ผมคือเทพวงการแพทย์
- บทที่ 21 มาตรฐานที่ดีกว่าคำตอบมาตรฐาน
บทที่ 21 มาตรฐานที่ดีกว่าคำตอบมาตรฐาน
บทที่ 21 มาตรฐานที่ดีกว่าคำตอบมาตรฐาน
บทที่ 21 มาตรฐานที่ดีกว่าคำตอบมาตรฐาน
“เสี่ยวฉิง พักสักครู่เถอะ”
หวังเสี่ยวฉิงหันหลังไปเห็นศาสตราจารย์หลี่ในห้องวิจัยยืนขึ้น
หยิบซองบุหรี่สีแดงออกจากกระเป๋า ส่งให้อาจารย์ผู้ชายที่อยู่ข้างๆ พลันเอ่ยว่า “คืนนี้มีข้อสอบหลายร้อยชุด ตรวจจนตาจะลายแล้ว ออกไปสูบบุหรี่ สูดอากาศข้างนอกสักมวนเถอะ”
ศาสตราจารย์อาวุโสอีกหลายคนต่างขานรับและวางปากกาในมือลง
“ไปๆๆ งานนี้ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์จะทำจริงๆ”
“นักเรียนสมัยนี้เขียนตัวหนังสือเหมือนเขี่ย ขนาดแค่อ่านยังใช้เวลานานเลย……”
หวังเสี่ยวฉิงเองก็รู้สึกเมื่อยล้าที่คอ จึงวางข้อสอบที่ยังไม่ได้เริ่มตรวจลง “เอาล่ะ พักห้านาที”
กลุ่มคนเปิดประตูห้องตรวจข้อสอบ แล้วเดินมายังช่องระบายอากาศสุดทางเดิน
แม้ว่าตึกนี้จะติดป้ายห้ามสูบบุหรี่ แต่ก็มีไว้เตือนพวกนักเรียนเท่านั้น
สำหรับกลุ่มศาสตราจารย์ผู้มีประสบการณ์เหล่านี้ พวกเขาชินกับการมาสูบที่นี่กันหมดแล้ว
ศาสตราจารย์หลี่พ่นควันออกมา จู่ๆ ก็เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ จึงเอ่ยถามว่า
“เสี่ยวฉิง ได้ยินมาว่าห้องสอบของคุณ วันนี้มีเทพเจ้ามาจุติหรือ?”
หวังเสี่ยวฉิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าอย่างระอาใจ “ใช่แล้ว เพิ่งเริ่มสอบได้แค่สี่สิบนาทีก็ส่งข้อสอบแล้ว ฉันคุมสอบมาตั้งหลายปี นี่เป็นครั้งแรกที่เจอนักเรียนที่ใจร้อนขนาดนี้”
“สี่สิบนาที?”
ศาสตราจารย์จางที่ทำงานด้านพยาธิวิทยาข้างๆ เคาะขี้เเถ้าบุหรี่ “นั่นไม่ใช่ว่าเพิ่งอ่านข้อสอบเสร็จหรอกหรือ? นักเรียนสมัยนี้ นับวันจะยิ่งใจร้อนขึ้นเรื่อยๆ จริงๆ”
“ใครว่าไม่ใช่ล่ะ” หวังเสี่ยวฉิงถอนหายใจ “……เฮ้อ น่าจะเห็นโจทย์ข้อใหญ่ยากเกินไปก็เลยถอดใจยอมแพ้”
“ชื่ออะไรล่ะ?” ศาสตราจารย์หลี่ถามขึ้นลอยๆ
หวังเสี่ยวฉิงนึกทบทวนดู “เหมือนจะชื่อ…… เจียงเหอ”
“เจียงเหอ?”
ศาสตราจารย์หลี่ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไร ศาสตราจารย์หลิวที่ยืนอยู่มุมห้องก็เงยหน้าขึ้นมาทันที
ศาสตราจารย์หลิวดูแลงานด้านกิจการนักศึกษา จึงเป็นคนที่ข่าวสารไวที่สุด
“คุณบอกว่านักเรียนคนนั้นชื่อเจียงเหอ? ชั้นปี 06 สาขาเวชปฏิบัติคลินิกหรือเปล่า?”
“ใช่ เป็นสาขาคลินิก” หวังเสี่ยวฉิงพยักหน้า “ทำไมหรือ? ตาแก่หลิว คุณรู้จักเขาด้วยงั้นหรือ?”
สีหน้าของศาสตราจารย์หลิวแปรเปลี่ยนเป็นน่าสนใจขึ้นมาทันตา
เขากวาดสายตามองเพื่อนร่วมงานรอบๆ “พวกคุณสองสามวันมานี้ไม่ได้เข้า BBS เลยหรือ? ไม่ได้ยินเรื่องธงเกียรติยศเลยรึไง?”
“พวกเราต้องทำวิจัย พานักเรียนออกไปข้างนอก จะมีเวลาว่างมานั่งดูของพวกนั้นได้ยังไง” ศาสตราจารย์หลี่โบกมือ “อย่ามัวอึกอักอยู่เลย รีบเล่ามาเถอะ นักเรียนคนนี้ไปทำอะไรผิดมา?”
“ทำผิดอะไรกัน? เขาทำความดีต่างหาก!”
ศาสตราจารย์หลิวเอ่ยว่า “เมื่อคืนก่อน ที่ร้านอินเทอร์เน็ตเฟยหยู่หลังมหาลัย มีนักเรียนคนหนึ่งเกิดภาวะลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอดชนิดมีแรงดัน กำลังจะไม่รอด เจียงเหอที่อยู่ในเหตุการณ์ไม่พูดพร่ำทำเพลง ใช้ขวดน้ำแร่กับสายน้ำเกลือ ทำระบบระบายทรวงอกแบบปิดด้วยขวดซีลน้ำอย่างง่าย ช่วยชีวิตคนกลับมาจากความตายได้!”
ทางเดินพลันเงียบสงัดลงในทันใด
ผู้คนที่อยู่ตรงนั้นล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญ เมื่อได้ยินคำบอกเล่านี้ ในสมองก็ปรากฏภาพเหตุการณ์ขึ้นมาทันที
“ร้านอินเทอร์เน็ตเฟยหยู่?” ศาสตราจารย์จางขมวดคิ้ว “เจาะระบายช่องอกในสภาพแวดล้อมแบบนั้นน่ะหรือ? ทั้งที่ไม่มีเงื่อนไขความปลอดเชื้อเนี่ยนะ?”
“ก็ใช่น่ะสิ!” ศาสตราจารย์หลิวเอ่ยด้วยความทึ่ง “ได้ยินว่าผู้ป่วยเริ่มมีอาการเขียวคล้ำแล้ว ถ้ามัวรอส่งโรงพยาบาลคงไม่ทันการณ์ เด็กคนนี้ใจกล้ามาก แต่มือกลับนิ่งสุดๆ คุณหวังจากแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลในเครือแห่งที่หนึ่งที่ไปถึงที่เกิดเหตุก็ยังบอกเลยว่า เข็มที่แทงลงไปนั้นแม่นยำมาก เป็นการทำงานระดับตำราเรียนเลยทีเดียว”
“เมื่อวานนี้ญาติของผู้ป่วยยังเอาธงเกียรติยศมามอบให้ถึงวิทยาลัย ถ้าไม่ใช่เพราะทางมหาลัยพิจารณาว่าช่วงนี้ความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์กับคนไข้กำลังตึงเครียด และกลัวเรื่องที่เด็กคนนี้ทำการรักษาโดยไม่มีใบอนุญาตแล้วสื่อจะนำไปเขียนข่าวโจมตี คงจะประกาศยกย่องไปทั่วทั้งมหาวิทยาลัยแล้ว ตอนนี้ธงเกียรติยศยังถูกล็อกอยู่ในตู้ของจางจื้อหยวนอยู่เลย”
หลังจากฟังจบ ศาสตราจารย์อาวุโสหลายคนต่างหันมามองหน้ากัน
“คุณหมายความว่า……” หวังเสี่ยวฉิงเอ่ยถามอย่างลังเล “นักเรียนที่ส่งข้อสอบภายในสี่สิบนาทีเมื่อครู่นี้ คือเจียงเหอคนที่ช่วยชีวิตคนอย่างนั้นหรือ?”
“ชื่อเหมือนกัน ชั้นปีเหมือนกัน ย่อมต้องเป็นเขาแน่” ศาสตราจารย์หลิวยืนยัน
หวังเสี่ยวฉิงหันกลับไปมองประตูห้องตรวจข้อสอบโดยไม่รู้ตัว
“แปลกจริง……” เธอพึมพำ “นักเรียนที่สามารถเจาะระบายช่องอกในสถานการณ์ฉุกเฉินแบบนั้นได้ ทั้งสภาพจิตใจและการปฏิบัติทางคลินิกย่อมต้องไม่มีปัญหา แต่ทำไมถึงเห็นการสอบเป็นเรื่องเล่นๆ? สี่สิบนาที……เว้นแต่ว่าเขาจะเขียนส่งเดช”
“เขียนส่งเดชคงไม่ใช่หรอกมั้ง” ศาสตราจารย์หลี่โยนก้นบุหรี่ลงถังขยะ “ถ้ามีความสามารถขนาดนี้ ในหัวก็ควรจะมีความรู้อยู่บ้าง”
“นั่นก็ไม่แน่” ศาสตราจารย์จางแย้งขึ้น “ฝีมือทางคลินิกดี ไม่ได้หมายความว่าพื้นฐานทฤษฎีจะแน่นหนา นักเรียนหลายคนทักษะการลงมือปฏิบัติแข็งแกร่งมาก แต่พอเจอข้อสอบกลไกทางพยาธิวิทยากลับมึนตึ้บ ข้อสอบครั้งนี้เป็นคำถามที่พวกเราตาแก่ไม่กี่คนช่วยกันตั้งขึ้นมา ความยากน่ะตั้งใจให้อยู่ในระดับสอบเข้าปริญญาโทเลยทีเดียว”
“เอาเถอะ อย่ามัวแต่เดากันเลย”
หวังเสี่ยวฉิงเช็ดมือกับเสื้อกาวน์แล้วหันหลังเดินกลับไปยังห้องตรวจข้อสอบ “เมื่อกี้ฉันเพิ่งได้ข้อสอบของเขามาพอดี ยังไม่ได้เปิดดูเลย ถ้าทุกคนอยากรู้ ก็ไปดูด้วยกันเถอะ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ศาสตราจารย์อีกหลายคนก็ไม่คิดจะสูบบุหรี่ต่อ ต่างพากันเดินตามหวังเสี่ยวฉิงเข้าไปในห้องตรวจข้อสอบทันที
ห้องที่เคยเงียบสงบพลันมีชีวิตชีวาขึ้นมาในพริบตา
ศีรษะห้าหกศีรษะขยับเข้ามามุงรวมกันอยู่ที่โต๊ะทำงานตัวเดียวกัน ล้อมรอบโคมไฟเอาไว้จนแน่นขนัด
หวังเสี่ยวฉิงนั่งลงบนเก้าอี้อีกครั้งแล้วหยิบข้อสอบชุดนั้นขึ้นมา
“มา ดูข้อเลือกตอบกันก่อน”
หวังเสี่ยวฉิงหยิบปากกาแดงขึ้นมา พยักหน้าพลันพลิกไปหน้าที่สามซึ่งเป็นข้ออัตนัย/คำถามตอบสั้น
โจทย์คำถามนั้นสั้นกระชับ
[จงอธิบายการเปลี่ยนแปลงทางพยาธิสรีรวิทยาในช่วงขาดเลือดและออกซิเจนจากภาวะช็อก]
คำถามข้อนี้ถือเป็นจุดสำคัญและยากที่สุดของวิชาพยาธิวิทยา
ทว่าคำตอบของเจียงเหอกลับมีเพียงไม่กี่บรรทัด
“ไหลเข้าน้อย ไหลออกยิ่งน้อยกว่า”
“มีการหลั่งสารอีพิเนฟรินจำนวนมาก กระตุ้นตัวรับแอลฟา ส่งผลให้หลอดเลือดแดงเล็ก หลอดเลือดดำเล็ก และกล้ามเนื้อหูรูดหลอดเลือดฝอยหดตัว……”
“เกิดกระบวนการถ่ายเลือดตัวเองและคืนน้ำให้ตัวเอง”
สั้นและกระชับ ตรงประเด็น
ทุกคำสำคัญล้วนตรงตามเกณฑ์การให้คะแนน ไม่มีคำฟุ่มเฟือยเลยแม้แต่คำเดียว
“โอ้!” ศาสตราจารย์หลิวอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชม “ความสามารถในการสรุปความเนี่ยไม่เลวเลยนะ นักเรียนสมัยนี้หาคนที่จะเข้าใจได้ลึกซึ้งขนาดนี้ได้ยากมาก”
หวังเสี่ยวฉิงไม่ได้เอ่ยอะไร เธอตวัดปากกาให้คะแนนเต็มอยู่ด้านข้าง
ถัดไป
เมื่อตรวจข้อสอบอย่างรวดเร็ว สีหน้าของทุกคนก็ยิ่งเคร่งขรึมขึ้นเรื่อย ๆ
นี่มัน……แทบจะถอดมาจากคำตอบมาตรฐานเลยไม่ใช่หรือ
ถึงอย่างนั้น ในการอธิบายหลักการรักษาบางอย่างกลับดูใกล้เคียงกับการปฏิบัติทางคลินิกจริง มากกว่าคำตอบมาตรฐานเสียอีก
ในที่สุดก็มาถึงข้อเขียนข้อใหญ่ข้อสุดท้าย
นั่นคือโจทย์หลุมพรางขนาดใหญ่เกี่ยวกับอาการปวดท้อง ตัวเหลือง และภาวะช็อก
คำถามข้อนี้เป็นคำถามที่ศาสตราจารย์จางเป็นคนตั้งขึ้น เขาจึงรู้ซึ้งถึงกลเม็ดเด็ดพรายในนี้ดีที่สุด
“คำถามข้อนี้ฉันตั้งกับดักเอาไว้สามจุด” ศาสตราจารย์จางชี้ไปที่ค่าความดันโลหิตในโจทย์ “80/50 นี่คือภาวะช็อก และมีอาการตัวเหลืองแฝงอยู่ ถ้าเห็นแค่อะไมเลสสูงแล้ววินิจฉัยรักษาไปทางตับอ่อนอักเสบรุนแรงละก็ หากทิศทางผิดพลาด คนไข้ก็ไม่มีทางรอดแน่”
หวังเสี่ยวฉิงพยักหน้า “มาดูว่าเขาตอบว่าอย่างไร”