- หน้าแรก
- ระบบแพทย์ หัตถ์เทวะอัจฉริยะกู้ชีพ
- EP 218: 【อ่านฟรี!】 คนหาเช้ากินค่ำ การรักษาโรคก็ย่อมต้องประหยัดให้ได้มากที่สุด!
EP 218: 【อ่านฟรี!】 คนหาเช้ากินค่ำ การรักษาโรคก็ย่อมต้องประหยัดให้ได้มากที่สุด!
EP 218: 【อ่านฟรี!】 คนหาเช้ากินค่ำ การรักษาโรคก็ย่อมต้องประหยัดให้ได้มากที่สุด!
EP 218: 【อ่านฟรี!】 คนหาเช้ากินค่ำ การรักษาโรคก็ย่อมต้องประหยัดให้ได้มากที่สุด!
“คุณป้าใจเย็นๆ ก่อนนะครับ อาการของคุณลุงถึงจะอันตรายมาก แต่ก็ยังอยู่ในความควบคุมของเราครับ”
หลินอี้เข้าใจดีถึงความกังวลของญาติผู้ป่วย ยังไงเสียก่อนการผ่าตัด ก็ต้องมีการพูดคุยกับญาติอยู่แล้ว สู้ถือโอกาสนี้อธิบายให้เข้าใจไปเลยดีกว่า
ถึงเวลาเซ็นยินยอมการผ่าตัด จะได้ไม่มีปัญหาอะไรตามมา
“โรคที่คุณลุงเป็นอยู่ เรียกว่าภาวะหลอดเลือดหัวใจโคโรนารีแข็งตัว หรือที่เราเรียกกันติดปากว่าโรคหลอดเลือดหัวใจตีบนั่นแหละครับ”
“ชื่อโรคหลอดเลือดหัวใจตีบนี่ฉันเคยได้ยินนะ แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ว่ามันคือโรคอะไรกันแน่คะคุณหมอ? แล้วมันถึงขั้นต้องผ่าตัดเลยเหรอ...”
เมื่อได้ยินชื่อโรค คุณป้าก็ยังคงมีสีหน้างุนงงอยู่ดี
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ฟังดูเหมือนจะเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจ แต่มันคือโรคอะไรกันแน่ แล้วมันมีอันตรายต่อร่างกายมากน้อยแค่ไหน เธอไม่รู้เรื่องพวกนี้เลย
ตาเฒ่านี่ก็อายุใกล้จะเจ็ดสิบแล้ว การผ่าตัดในวัยขนาดนี้ ถ้าเกิดทนพิษบาดแผลไม่ไหวแล้วตายคาเตียงผ่าตัดขึ้นมาจะทำยังไง ยิ่งคิด คุณป้าก็ยิ่งรู้สึกใจคอไม่ดี...
“หลอดเลือดหัวใจโคโรนารีซ้ายและขวา ก็คือหลอดเลือดแดงสองเส้นที่เชื่อมต่อกับหลอดเลือดแดงใหญ่ของหัวใจ มันจะแตกแขนงออกไปยุ่บยั่บเหมือนกิ่งไม้ ห่อหุ้มหัวใจของเราเอาไว้ เพื่อทำหน้าที่ส่งเลือดไปเลี้ยงหัวใจครับ...”
หลินอี้หยิบกระดาษกับปากกามาวาดรูปคร่าวๆ พร้อมกับอธิบายให้ญาติผู้ป่วยฟังอย่างละเอียด โดยชี้ให้ดูตามรูปวาด
“ภาวะหลอดเลือดหัวใจโคโรนารีแข็งตัว ถ้าจะให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ ท่อที่ส่งเลือดไปเลี้ยงหัวใจมันอุดตันน่ะครับ และอาการอุดตันของคุณลุงก็รุนแรงมากด้วย ถ้าไม่ใช้เครื่องมือแพทย์เข้าไปช่วยขยาย หลอดเลือดที่อุดตันก็จะกลายเป็นลิ่มเลือด จนไปอุดตันหลอดเลือดทั้งหมด ทำให้ผู้ป่วยเสี่ยงต่อภาวะหัวใจหยุดเต้นได้ทุกเมื่อ...”
“สิ่งที่เราต้องทำในตอนนี้ก็คือ การผ่าตัดผ่านสายสวนหลอดเลือด หรือการผ่าตัดเปิดทรวงอก เพื่อเข้าไปสลายหรือดึงลิ่มเลือดที่อุดตันอยู่ในหลอดเลือดแดงออกมา เพื่อให้เลือดสามารถไหลเวียนไปเลี้ยงหัวใจได้ตามปกติครับ”
การอธิบายอาการป่วยให้ญาติฟังก่อนการผ่าตัด ถือเป็นหน้าที่สำคัญของศัลยแพทย์ การจะทำให้ญาติผู้ป่วยคลายความกังวล และให้ความร่วมมือในการเลือกวิธีการรักษาที่ดีที่สุดให้กับผู้ป่วยได้นั้น
หลินอี้จึงต้องอดทนอธิบายสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ให้เข้าใจง่ายที่สุดเท่าที่จะทำได้...
“ฉันเข้าใจแล้วค่ะหมอ ก็หมายความว่าท่อน้ำที่ส่งเลือดไปเลี้ยงหัวใจของตาเฒ่ามันมีตะกรันเกาะ จนแทบจะตันแล้วใช่ไหมคะ”
แม้คำเปรียบเปรยของคุณป้าจะฟังดูบ้านๆ แต่มันก็แสดงให้เห็นว่าเธอเข้าใจอาการป่วยของสามีได้อย่างถ่องแท้เลยทีเดียว...
“แล้วมันมียากินที่ช่วยละลายตะกรันพวกนั้นให้หลุดออกไปหมดไหมคะ?”
“บอกตามตรงเลยนะคะคุณหมอ ครอบครัวเราไม่ได้มีเงินทองมากมายอะไร เราสองคนผัวเมียก็ไม่มีเงินบำนาญ อาศัยเงินที่ลูกๆ ส่งมาให้ใช้ไปวันๆ เท่านั้นเอง”
“ถ้ากินยารักษาได้ ก็ไม่อยากจะผ่าตัดหรอกค่ะ เราไม่อยากเป็นภาระให้ลูกๆ ต้องมาลำบากไปด้วย”
“อีกอย่าง ตาเฒ่านี่ก็อายุมากแล้ว ผ่าตัดหัวใจแบบนี้ ฉันกลัวว่าแกจะทนรับความเจ็บปวดไม่ไหวหรอกค่ะ...”
เมื่อเจอหมอที่เอาใจใส่คนไข้ดีขนาดนี้ คุณป้าก็ไม่อยากปิดบัง เธอเล่าถึงสถานะทางการเงินและความกังวลใจของครอบครัวให้ฟังอย่างตรงไปตรงมา
ลูกๆ ก็ไม่ได้อยู่ใกล้ๆ ตอนนี้ก็มีแค่สองตายายที่ต้องพึ่งพากันเอง เธออยากจะอยู่ดูแลตาเฒ่าให้นานที่สุด ไม่อยากให้แกต้องมาด่วนจากไปก่อนเธอเลย...
“ความกังวลของคุณป้าผมเข้าใจดีครับ แต่อาการอุดตันในหลอดเลือดหัวใจโคโรนารีของผู้ป่วยนั้น อยู่ในขั้นวิกฤตแล้ว น่าจะตีบตันไปกว่า 75 เปอร์เซ็นต์แล้ว ซึ่งอาจจะอุดตันจนมิด และเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ทุกเมื่อเลยนะครับ”
“ยาสลายลิ่มเลือดธรรมดามันใช้ไม่ได้ผลแล้วครับ ถ้าคุณป้ากังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ผมมีทางเลือกให้สองทาง เพื่อช่วยประหยัดค่าผ่าตัดให้ได้มากที่สุดครับ”
หลินอี้ต้องยืนยันที่จะรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด ไม่ว่าจะเป็นการวินิจฉัยของเขา หรือการแจ้งเตือนจากระบบ อาการของผู้ป่วยก็อยู่ในขั้นวิกฤตแล้ว
หากพลาดช่วงเวลาทองในการผ่าตัดไป จนผู้ป่วยเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ด้วยอายุที่มากขนาดนี้ โอกาสที่จะช่วยชีวิตกลับมาได้ ก็จะยิ่งริบหรี่ลงไปอีก...
“คุณหมอว่ามาเลยค่ะ มีวิธีไหนบ้าง?”
เมื่อได้ยินหลินอี้บอกว่าอาการมันอันตรายมาก คุณป้าก็กัดฟันตัดสินใจให้ผ่าตัด
ต่อให้จะยากลำบากแค่ไหน ก็คงปล่อยให้ตาเฒ่าตกอยู่ในอันตรายแบบนี้ไม่ได้หรอก...
“วิธีแรกคือการผ่าตัดผ่านสายสวนหลอดเลือด หรือที่เราเรียกกันติดปากว่าการใส่ขดลวดถ่างขยายหลอดเลือด ข้อดีของวิธีนี้ก็คือ ไม่ต้องผ่าตัดเปิดทรวงอก แต่เนื่องจากรังสีและการบาดเจ็บของหลอดเลือด อาจทำให้เกิดความเสี่ยงที่หลอดเลือดจะตีบตันซ้ำได้อีก และผู้ป่วยจำเป็นต้องทานยาต้านเกล็ดเลือดอย่างยาแอสไพริน หรือยาทิกากรีลอร์ ไปอีกครึ่งปีถึงหนึ่งปี ซึ่งในผู้ป่วยที่มีเกล็ดเลือดต่ำ ก็อาจจะเพิ่มความเสี่ยงในการตกเลือดได้ครับ...”
“วิธีที่สองคือการผ่าตัดเปิดทรวงอก เพื่อเข้าไปดึงลิ่มเลือดที่อุดตันอยู่ในหลอดเลือดออกมาโดยตรง วิธีนี้จะช่วยขจัดความเสี่ยงที่หลอดเลือดจะอุดตันซ้ำได้อย่างเด็ดขาด และผู้ป่วยก็จะฟื้นตัวได้ดีกว่าด้วยครับ”
“เมื่อเทียบกันแล้ว หากเลือกวิธีที่สอง ค่าผ่าตัดน่าจะถูกกว่าวิธีแรกเกือบครึ่งหนึ่งเลยครับ”
ในขณะที่เสนอทางเลือกทั้งสองทางให้ญาติผู้ป่วยฟัง ลึกๆ แล้วหลินอี้อยากจะแนะนำให้ใช้วิธีที่สอง ซึ่งก็คือการผ่าตัดเปิดทรวงอกเพื่อดึงลิ่มเลือดมากกว่า
เพราะวิธีนี้ จะช่วยลดขั้นตอนการตรวจที่ไม่จำเป็น และประหยัดค่าใช้จ่ายในการใส่ขดลวดถ่างขยายหลอดเลือดไปได้มาก ซึ่งจะเป็นผลดีต่อสถานะทางการเงินของผู้ป่วยมากกว่า
แม้ว่าผู้ป่วยจะอายุมากแล้ว แต่หลินอี้ก็เชื่อมั่นว่า ด้วยเทคนิคการเย็บแผลขั้นสมบูรณ์แบบของเขา การฟื้นตัวหลังการผ่าตัด ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร...
“เอ่อ... คือว่า...”
หลังจากฟังหลินอี้อธิบายจบ คุณป้ากลับมีท่าทีอึกอัก ตัดสินใจไม่ถูก
คนหาเช้ากินค่ำ การรักษาโรคก็ย่อมต้องประหยัดให้ได้มากที่สุดอยู่แล้ว
วิธีที่สองฟังดูดีทุกอย่าง แต่พอนึกถึงรอยแผลเป็นขนาดใหญ่บนหน้าอกของสามี คุณป้าก็ยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี
ตาเฒ่าอายุตั้งขนาดนี้แล้ว ร่างกายจะไปฟื้นตัวได้เร็วเหมือนคนหนุ่มสาวได้ยังไง เกิดแผลติดเชื้อขึ้นมา มีหวังตายหยั่งเขียดแน่ๆ
ส่วนวิธีแรกถึงแม้แผลจะเล็ก แต่ผลข้างเคียงที่หมอบอกมา ก็ทำให้คุณป้าอดกังวลไม่ได้เหมือนกัน
เมื่อเทียบกับชีวิตของตาเฒ่าแล้ว เสียเงินเพิ่มอีกนิดหน่อยก็คงไม่เป็นไรหรอก แต่ถ้ามีผลข้างเคียงตามมา ตาเฒ่าคงต้องทนทุกข์ทรมานไปจนตายแน่ๆ...
“คุณหมอคะ เอาแบบนี้ได้ไหม ฉันขอโทรไปปรึกษากับลูกๆ ก่อน”
“ผ่าตัดใหญ่ขนาดนี้ ยายแก่อย่างฉันไม่กล้าตัดสินใจคนเดียวหรอกค่ะ!”
เมื่อขาดคนช่วยคิด คุณป้าจึงต้องหันไปพึ่งพาลูกๆ แทน
ยังไงลูกๆ ก็มีความรู้และเห็นโลกมามากกว่า การจะเลือกวิธีไหนดี พวกเขาต้องตัดสินใจได้ดีกว่าแม่บ้านอย่างเธอแน่นอน...
“คุณป้าต้องรีบหน่อยนะครับ อาการของคุณลุงรอช้าไม่ได้แล้ว”
หลินอี้จึงต้องเร่งเร้าให้คุณป้ารีบตัดสินใจ อาการของผู้ป่วย ไม่สามารถปล่อยให้ล่าช้าได้อีกแล้ว...
“หมอหลิน ผู้ป่วยคนนี้ใช่ไหมครับ ที่ต้องผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจโคโรนารีฉุกเฉิน?”
ในขณะที่คุณป้ากำลังโทรศัพท์หาลูกๆ จวงซู่กับลู่เฉินซีก็เดินตามกันเข้ามาในห้องฉุกเฉิน
“ผมขอดูฟิล์มเอกซเรย์กับผลตรวจหน่อยได้ไหมครับ จะได้ช่วยตัดสินใจเลือกวิธีผ่าตัดที่เหมาะสมที่สุด?”
จวงซู่อาสาขอตรวจดูรายงานผลตรวจของผู้ป่วย เพราะในเรื่องของโรคหัวใจ เขาค่อนข้างมั่นใจในความสามารถของตัวเอง
“ไม่มีรายงานผลตรวจหรอกครับ” หลินอี้ตอบกลับสั้นๆ
“ไม่มีผลตรวจ? แล้วรู้ได้ยังไงครับว่าผู้ป่วยมีภาวะหลอดเลือดหัวใจโคโรนารีแข็งตัว แล้วมันอุดตันไปกี่เปอร์เซ็นต์แล้ว?”
จวงซู่มองหน้าหลินอี้ด้วยความประหลาดใจ
ไม่ได้ตรวจอะไรเลยสักอย่าง นี่เขาคงไม่ได้นั่งเทียนเดาอาการของผู้ป่วยเอาเองหรอกนะ...