เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EP 218: 【อ่านฟรี!】 คนหาเช้ากินค่ำ การรักษาโรคก็ย่อมต้องประหยัดให้ได้มากที่สุด!

EP 218: 【อ่านฟรี!】 คนหาเช้ากินค่ำ การรักษาโรคก็ย่อมต้องประหยัดให้ได้มากที่สุด!

EP 218: 【อ่านฟรี!】 คนหาเช้ากินค่ำ การรักษาโรคก็ย่อมต้องประหยัดให้ได้มากที่สุด!


EP 218: อ่านฟรี! คนหาเช้ากินค่ำ การรักษาโรคก็ย่อมต้องประหยัดให้ได้มากที่สุด!

“คุณป้าใจเย็นๆ ก่อนนะครับ อาการของคุณลุงถึงจะอันตรายมาก แต่ก็ยังอยู่ในความควบคุมของเราครับ”

หลินอี้เข้าใจดีถึงความกังวลของญาติผู้ป่วย ยังไงเสียก่อนการผ่าตัด ก็ต้องมีการพูดคุยกับญาติอยู่แล้ว สู้ถือโอกาสนี้อธิบายให้เข้าใจไปเลยดีกว่า

ถึงเวลาเซ็นยินยอมการผ่าตัด จะได้ไม่มีปัญหาอะไรตามมา

“โรคที่คุณลุงเป็นอยู่ เรียกว่าภาวะหลอดเลือดหัวใจโคโรนารีแข็งตัว หรือที่เราเรียกกันติดปากว่าโรคหลอดเลือดหัวใจตีบนั่นแหละครับ”

“ชื่อโรคหลอดเลือดหัวใจตีบนี่ฉันเคยได้ยินนะ แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ว่ามันคือโรคอะไรกันแน่คะคุณหมอ? แล้วมันถึงขั้นต้องผ่าตัดเลยเหรอ...”

เมื่อได้ยินชื่อโรค คุณป้าก็ยังคงมีสีหน้างุนงงอยู่ดี

โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ฟังดูเหมือนจะเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจ แต่มันคือโรคอะไรกันแน่ แล้วมันมีอันตรายต่อร่างกายมากน้อยแค่ไหน เธอไม่รู้เรื่องพวกนี้เลย

ตาเฒ่านี่ก็อายุใกล้จะเจ็ดสิบแล้ว การผ่าตัดในวัยขนาดนี้ ถ้าเกิดทนพิษบาดแผลไม่ไหวแล้วตายคาเตียงผ่าตัดขึ้นมาจะทำยังไง ยิ่งคิด คุณป้าก็ยิ่งรู้สึกใจคอไม่ดี...

“หลอดเลือดหัวใจโคโรนารีซ้ายและขวา ก็คือหลอดเลือดแดงสองเส้นที่เชื่อมต่อกับหลอดเลือดแดงใหญ่ของหัวใจ มันจะแตกแขนงออกไปยุ่บยั่บเหมือนกิ่งไม้ ห่อหุ้มหัวใจของเราเอาไว้ เพื่อทำหน้าที่ส่งเลือดไปเลี้ยงหัวใจครับ...”

หลินอี้หยิบกระดาษกับปากกามาวาดรูปคร่าวๆ พร้อมกับอธิบายให้ญาติผู้ป่วยฟังอย่างละเอียด โดยชี้ให้ดูตามรูปวาด

“ภาวะหลอดเลือดหัวใจโคโรนารีแข็งตัว ถ้าจะให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ ท่อที่ส่งเลือดไปเลี้ยงหัวใจมันอุดตันน่ะครับ และอาการอุดตันของคุณลุงก็รุนแรงมากด้วย ถ้าไม่ใช้เครื่องมือแพทย์เข้าไปช่วยขยาย หลอดเลือดที่อุดตันก็จะกลายเป็นลิ่มเลือด จนไปอุดตันหลอดเลือดทั้งหมด ทำให้ผู้ป่วยเสี่ยงต่อภาวะหัวใจหยุดเต้นได้ทุกเมื่อ...”

“สิ่งที่เราต้องทำในตอนนี้ก็คือ การผ่าตัดผ่านสายสวนหลอดเลือด หรือการผ่าตัดเปิดทรวงอก เพื่อเข้าไปสลายหรือดึงลิ่มเลือดที่อุดตันอยู่ในหลอดเลือดแดงออกมา เพื่อให้เลือดสามารถไหลเวียนไปเลี้ยงหัวใจได้ตามปกติครับ”

การอธิบายอาการป่วยให้ญาติฟังก่อนการผ่าตัด ถือเป็นหน้าที่สำคัญของศัลยแพทย์ การจะทำให้ญาติผู้ป่วยคลายความกังวล และให้ความร่วมมือในการเลือกวิธีการรักษาที่ดีที่สุดให้กับผู้ป่วยได้นั้น

หลินอี้จึงต้องอดทนอธิบายสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ให้เข้าใจง่ายที่สุดเท่าที่จะทำได้...

“ฉันเข้าใจแล้วค่ะหมอ ก็หมายความว่าท่อน้ำที่ส่งเลือดไปเลี้ยงหัวใจของตาเฒ่ามันมีตะกรันเกาะ จนแทบจะตันแล้วใช่ไหมคะ”

แม้คำเปรียบเปรยของคุณป้าจะฟังดูบ้านๆ แต่มันก็แสดงให้เห็นว่าเธอเข้าใจอาการป่วยของสามีได้อย่างถ่องแท้เลยทีเดียว...

“แล้วมันมียากินที่ช่วยละลายตะกรันพวกนั้นให้หลุดออกไปหมดไหมคะ?”

“บอกตามตรงเลยนะคะคุณหมอ ครอบครัวเราไม่ได้มีเงินทองมากมายอะไร เราสองคนผัวเมียก็ไม่มีเงินบำนาญ อาศัยเงินที่ลูกๆ ส่งมาให้ใช้ไปวันๆ เท่านั้นเอง”

“ถ้ากินยารักษาได้ ก็ไม่อยากจะผ่าตัดหรอกค่ะ เราไม่อยากเป็นภาระให้ลูกๆ ต้องมาลำบากไปด้วย”

“อีกอย่าง ตาเฒ่านี่ก็อายุมากแล้ว ผ่าตัดหัวใจแบบนี้ ฉันกลัวว่าแกจะทนรับความเจ็บปวดไม่ไหวหรอกค่ะ...”

เมื่อเจอหมอที่เอาใจใส่คนไข้ดีขนาดนี้ คุณป้าก็ไม่อยากปิดบัง เธอเล่าถึงสถานะทางการเงินและความกังวลใจของครอบครัวให้ฟังอย่างตรงไปตรงมา

ลูกๆ ก็ไม่ได้อยู่ใกล้ๆ ตอนนี้ก็มีแค่สองตายายที่ต้องพึ่งพากันเอง เธออยากจะอยู่ดูแลตาเฒ่าให้นานที่สุด ไม่อยากให้แกต้องมาด่วนจากไปก่อนเธอเลย...

“ความกังวลของคุณป้าผมเข้าใจดีครับ แต่อาการอุดตันในหลอดเลือดหัวใจโคโรนารีของผู้ป่วยนั้น อยู่ในขั้นวิกฤตแล้ว น่าจะตีบตันไปกว่า 75 เปอร์เซ็นต์แล้ว ซึ่งอาจจะอุดตันจนมิด และเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ทุกเมื่อเลยนะครับ”

“ยาสลายลิ่มเลือดธรรมดามันใช้ไม่ได้ผลแล้วครับ ถ้าคุณป้ากังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ผมมีทางเลือกให้สองทาง เพื่อช่วยประหยัดค่าผ่าตัดให้ได้มากที่สุดครับ”

หลินอี้ต้องยืนยันที่จะรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด ไม่ว่าจะเป็นการวินิจฉัยของเขา หรือการแจ้งเตือนจากระบบ อาการของผู้ป่วยก็อยู่ในขั้นวิกฤตแล้ว

หากพลาดช่วงเวลาทองในการผ่าตัดไป จนผู้ป่วยเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ด้วยอายุที่มากขนาดนี้ โอกาสที่จะช่วยชีวิตกลับมาได้ ก็จะยิ่งริบหรี่ลงไปอีก...

“คุณหมอว่ามาเลยค่ะ มีวิธีไหนบ้าง?”

เมื่อได้ยินหลินอี้บอกว่าอาการมันอันตรายมาก คุณป้าก็กัดฟันตัดสินใจให้ผ่าตัด

ต่อให้จะยากลำบากแค่ไหน ก็คงปล่อยให้ตาเฒ่าตกอยู่ในอันตรายแบบนี้ไม่ได้หรอก...

“วิธีแรกคือการผ่าตัดผ่านสายสวนหลอดเลือด หรือที่เราเรียกกันติดปากว่าการใส่ขดลวดถ่างขยายหลอดเลือด ข้อดีของวิธีนี้ก็คือ ไม่ต้องผ่าตัดเปิดทรวงอก แต่เนื่องจากรังสีและการบาดเจ็บของหลอดเลือด อาจทำให้เกิดความเสี่ยงที่หลอดเลือดจะตีบตันซ้ำได้อีก และผู้ป่วยจำเป็นต้องทานยาต้านเกล็ดเลือดอย่างยาแอสไพริน หรือยาทิกากรีลอร์ ไปอีกครึ่งปีถึงหนึ่งปี ซึ่งในผู้ป่วยที่มีเกล็ดเลือดต่ำ ก็อาจจะเพิ่มความเสี่ยงในการตกเลือดได้ครับ...”

“วิธีที่สองคือการผ่าตัดเปิดทรวงอก เพื่อเข้าไปดึงลิ่มเลือดที่อุดตันอยู่ในหลอดเลือดออกมาโดยตรง วิธีนี้จะช่วยขจัดความเสี่ยงที่หลอดเลือดจะอุดตันซ้ำได้อย่างเด็ดขาด และผู้ป่วยก็จะฟื้นตัวได้ดีกว่าด้วยครับ”

“เมื่อเทียบกันแล้ว หากเลือกวิธีที่สอง ค่าผ่าตัดน่าจะถูกกว่าวิธีแรกเกือบครึ่งหนึ่งเลยครับ”

ในขณะที่เสนอทางเลือกทั้งสองทางให้ญาติผู้ป่วยฟัง ลึกๆ แล้วหลินอี้อยากจะแนะนำให้ใช้วิธีที่สอง ซึ่งก็คือการผ่าตัดเปิดทรวงอกเพื่อดึงลิ่มเลือดมากกว่า

เพราะวิธีนี้ จะช่วยลดขั้นตอนการตรวจที่ไม่จำเป็น และประหยัดค่าใช้จ่ายในการใส่ขดลวดถ่างขยายหลอดเลือดไปได้มาก ซึ่งจะเป็นผลดีต่อสถานะทางการเงินของผู้ป่วยมากกว่า

แม้ว่าผู้ป่วยจะอายุมากแล้ว แต่หลินอี้ก็เชื่อมั่นว่า ด้วยเทคนิคการเย็บแผลขั้นสมบูรณ์แบบของเขา การฟื้นตัวหลังการผ่าตัด ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร...

“เอ่อ... คือว่า...”

หลังจากฟังหลินอี้อธิบายจบ คุณป้ากลับมีท่าทีอึกอัก ตัดสินใจไม่ถูก

คนหาเช้ากินค่ำ การรักษาโรคก็ย่อมต้องประหยัดให้ได้มากที่สุดอยู่แล้ว

วิธีที่สองฟังดูดีทุกอย่าง แต่พอนึกถึงรอยแผลเป็นขนาดใหญ่บนหน้าอกของสามี คุณป้าก็ยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี

ตาเฒ่าอายุตั้งขนาดนี้แล้ว ร่างกายจะไปฟื้นตัวได้เร็วเหมือนคนหนุ่มสาวได้ยังไง เกิดแผลติดเชื้อขึ้นมา มีหวังตายหยั่งเขียดแน่ๆ

ส่วนวิธีแรกถึงแม้แผลจะเล็ก แต่ผลข้างเคียงที่หมอบอกมา ก็ทำให้คุณป้าอดกังวลไม่ได้เหมือนกัน

เมื่อเทียบกับชีวิตของตาเฒ่าแล้ว เสียเงินเพิ่มอีกนิดหน่อยก็คงไม่เป็นไรหรอก แต่ถ้ามีผลข้างเคียงตามมา ตาเฒ่าคงต้องทนทุกข์ทรมานไปจนตายแน่ๆ...

“คุณหมอคะ เอาแบบนี้ได้ไหม ฉันขอโทรไปปรึกษากับลูกๆ ก่อน”

“ผ่าตัดใหญ่ขนาดนี้ ยายแก่อย่างฉันไม่กล้าตัดสินใจคนเดียวหรอกค่ะ!”

เมื่อขาดคนช่วยคิด คุณป้าจึงต้องหันไปพึ่งพาลูกๆ แทน

ยังไงลูกๆ ก็มีความรู้และเห็นโลกมามากกว่า การจะเลือกวิธีไหนดี พวกเขาต้องตัดสินใจได้ดีกว่าแม่บ้านอย่างเธอแน่นอน...

“คุณป้าต้องรีบหน่อยนะครับ อาการของคุณลุงรอช้าไม่ได้แล้ว”

หลินอี้จึงต้องเร่งเร้าให้คุณป้ารีบตัดสินใจ อาการของผู้ป่วย ไม่สามารถปล่อยให้ล่าช้าได้อีกแล้ว...

“หมอหลิน ผู้ป่วยคนนี้ใช่ไหมครับ ที่ต้องผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจโคโรนารีฉุกเฉิน?”

ในขณะที่คุณป้ากำลังโทรศัพท์หาลูกๆ จวงซู่กับลู่เฉินซีก็เดินตามกันเข้ามาในห้องฉุกเฉิน

“ผมขอดูฟิล์มเอกซเรย์กับผลตรวจหน่อยได้ไหมครับ จะได้ช่วยตัดสินใจเลือกวิธีผ่าตัดที่เหมาะสมที่สุด?”

จวงซู่อาสาขอตรวจดูรายงานผลตรวจของผู้ป่วย เพราะในเรื่องของโรคหัวใจ เขาค่อนข้างมั่นใจในความสามารถของตัวเอง

“ไม่มีรายงานผลตรวจหรอกครับ” หลินอี้ตอบกลับสั้นๆ

“ไม่มีผลตรวจ? แล้วรู้ได้ยังไงครับว่าผู้ป่วยมีภาวะหลอดเลือดหัวใจโคโรนารีแข็งตัว แล้วมันอุดตันไปกี่เปอร์เซ็นต์แล้ว?”

จวงซู่มองหน้าหลินอี้ด้วยความประหลาดใจ

ไม่ได้ตรวจอะไรเลยสักอย่าง นี่เขาคงไม่ได้นั่งเทียนเดาอาการของผู้ป่วยเอาเองหรอกนะ...

จบบทที่ EP 218: 【อ่านฟรี!】 คนหาเช้ากินค่ำ การรักษาโรคก็ย่อมต้องประหยัดให้ได้มากที่สุด!

คัดลอกลิงก์แล้ว