- หน้าแรก
- ระบบจักรพรรดิ มังกรซ่อนเร้นจุดเริ่มต้นแห่งเป่ยเหลียง
- EP 1318: 【อ่านฟรี!】 ความอัปยศอดสูของคนนิกายวั่นฝ่า
EP 1318: 【อ่านฟรี!】 ความอัปยศอดสูของคนนิกายวั่นฝ่า
EP 1318: 【อ่านฟรี!】 ความอัปยศอดสูของคนนิกายวั่นฝ่า
EP 1318: ความอัปยศอดสูของคนนิกายวั่นฝ่า
ซานเชียนหู่มีสีหน้างุนงง หากให้เขานำทัพออกศึก เขาย่อมเป็นยอดขุนพลผู้เก่งกาจ ทว่าหากให้เขามาขบคิดเรื่องกลอุบายหรือแผนการอันซับซ้อน เขากลับไม่ถนัดเอาเสียเลย
ฮ่องเต้หลี่สวินแย้มพระสรวล พลางตรัสว่า “ซานจื่อ หากพวกเขาคิดจะสร้างกองทัพตามแบบอย่างของต้าหมิง พวกเขาก็ต้องแบ่งปันผลประโยชน์ให้แก่ราษฎร ทว่าผลประโยชน์นั้นมีอยู่อย่างจำกัด
หากราชสำนักแบ่งปันผลประโยชน์ให้แก่ราษฎร ย่อมหมายความว่าผลประโยชน์ของเหล่าขุนนางและชนชั้นสูงในแคว้นป่ายซ่านจะลดน้อยลง เจ้าคิดว่าพวกขุนนางเหล่านั้นจะยอมอยู่เฉยๆ
หรือ? เกรงว่าคงจะเกิดการก่อกบฏหรือรัฐประหารขึ้นเป็นแน่”
ซานเชียนหู่กระจ่างแจ้งในใจทันที นับตั้งแต่ก่อตั้งจักรวรรดิต้าหมิงเป็นต้นมา ฮ่องเต้ก็ทรงปฏิรูปและเปลี่ยนแปลงระเบียบต่างๆ อยู่เสมอ ซึ่งการปฏิรูปก็คือการจัดสรรผลประโยชน์ใหม่นั่นเอง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสำรวจและรังวัดที่ดินเมื่อปีที่แล้ว ราชสำนักได้ล่วงเกินตระกูลขุนนางไปกว่าเก้าในสิบส่วน ในเวลานั้น หลายตระกูลเกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรง
ถึงขั้นคิดจะรวมตัวกันก่อกบฏต่อต้านราชสำนัก
ทว่าด้วยความเด็ดขาดและกล้าหาญของฮ่องเต้ พระองค์ทรงใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดกวาดล้างตระกูลขุนนางเหล่านั้นอย่างไร้ความปรานี ทำให้การสำรวจและรังวัดที่ดินดำเนินไปอย่างราบรื่น
นำไปสู่การจัดสรรที่ดินใหม่และปกป้องผลประโยชน์ของราษฎร
ด้วยเหตุนี้ ทหารที่มาจากครอบครัวราษฎรธรรมดาจึงมีความจงรักภักดีและเทิดทูนฮ่องเต้อย่างสุดหัวใจ
“ฝ่าบาท จักรพรรดิแห่งแคว้นป่ายซ่านไม่มีความกล้าหาญและเด็ดขาดเช่นพระองค์หรอกพ่ะย่ะค่ะ ต่อให้เขาคิดจะทำเช่นนั้นจริงๆ ขุนนางใต้บังคับบัญชาก็ต้องลุกฮือขึ้นต่อต้านอย่างแน่นอน ตำแหน่งจักรพรรดิของเขาก็จะสั่นคลอน ถึงยามนั้นแคว้นป่ายซ่านก็จะเกิดความวุ่นวายภายใน และต้าหมิงของเราก็สามารถฉวยโอกาสบุกโจมตีได้!”
ซานเชียนหู่เอ่ยด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“หากพวกมันไม่ยอมทำตาม กองทัพของพวกมันก็ไม่มีวันเทียบชั้นกับต้าหมิงได้ ต่อให้ทหารของทั้งสองฝ่ายมีความแข็งแกร่งและยุทโธปกรณ์ที่ทัดเทียมกัน พวกมันก็ไม่มีวันเอาชนะพวกเราได้!”
จากการชี้แนะของฮ่องเต้หลี่สวิน ซานเชียนหู่ก็เกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้
ฮ่องเต้หลี่สวินทรงพยักพระพักตร์ พลางตรัส “ซานจื่อ ปกติเจิ้นคิดว่าเจ้าไม่ค่อยใช้ความคิดนัก นึกไม่ถึงเลยว่ายามนี้เจ้าจะรู้จักใช้สมองคิดวิเคราะห์ได้ดีเยี่ยมถึงเพียงนี้ พูดได้ดีมาก”
ซานเชียนหู่ลูบศีรษะพลางหัวเราะแหะๆ รู้สึกเขินอายเล็กน้อยที่ได้รับคำชมจากฮ่องเต้
“หากมีประเทศใดนำวิธีการของต้าหมิงไปใช้จนสำเร็จลุล่วงเล่าพ่ะย่ะค่ะ?” จู่ๆ ซานเชียนหู่ก็แหงนหน้าขึ้นถาม
ฮ่องเต้หลี่สวินตรัสตอบ “นั่นยิ่งดีใหญ่! พวกเขาไม่มีอาวุธยุทโธปกรณ์อันเกรียงไกรดั่งเช่นต้าหมิง และไม่มีผู้นำเช่นเจิ้น พวกเขาจึงไม่มีวันเอาชนะพวกเราได้อย่างแน่นอน!”
ซานเชียนหู่พยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้ม ฮ่องเต้สมกับเป็นฮ่องเต้จริงๆ ช่างเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ! การที่ต้าหมิงมีฮ่องเต้เช่นนี้ นับเป็นบุญวาสนาของพวกเขายิ่งนัก!
ขณะที่ฮ่องเต้หลี่สวินและซานเชียนหู่กำลังสนทนากัน ปรมาจารย์คงคงก็ยืนอยู่ริมกราบเรือด้านหลัง สายตาทอดมองออกไปสู่ท้องทะเลอันกว้างใหญ่ ดูเหมือนใจลอยและไร้สมาธิ
เขาเอาแต่ขบคิดถึงวิธีการปรับปรุงกองทัพที่ฮ่องเต้หลี่สวินตรัสเมื่อครู่ รู้สึกว่ามันช่างมีเหตุผลยิ่งนัก
ทว่า... หากจักรพรรดิต้องการจะดำเนินนโยบายเช่นนี้จริงๆ ปรมาจารย์คงคงจะเป็นคนแรกที่ลุกขึ้นคัดค้าน
ตระกูลของคงคงนั้นเป็นตระกูลขุนนางชนชั้นสูงในแคว้นป่ายซ่าน หากดำเนินการตามวิธีของฮ่องเต้หลี่สวิน ผลประโยชน์ของตระกูลเขาย่อมต้องได้รับความเสียหายอย่างหนัก
ไม่มีผู้ใดปรารถนาจะทำลายผลประโยชน์ของตนเองและตระกูล แม้คงคงจะมีความจงรักภักดีต่อแคว้นป่ายซ่าน ทว่าเขาก็ไม่อาจยอมเสียสละถึงขั้นนั้นได้
“ปรมาจารย์คงคง หากพวกเจ้าต้องการจะปฏิรูปกองทัพของตนเอง ก็บอกกล่าวให้พวกเราล่วงรู้สักคำ เจิ้นจะส่งแม่ทัพผู้เก่งกาจและเชี่ยวชาญการรบไปให้คำปรึกษาและช่วยเหลือพวกเจ้าเอง”
ฮ่องเต้หลี่สวินตรัสกับคงคงที่กำลังทอดมองท้องทะเลอยู่ไม่ไกล พระองค์ทรงล่วงรู้ถึงความคิดและเจตนาซ่อนเร้นของคงคงเป็นอย่างดี
“หากพวกเจ้าเผชิญกับอุปสรรคหรือความยากลำบากในการดำเนินนโยบายนี้ หากต้องการความช่วยเหลือประการใดก็จงบอกกล่าวแก่เจิ้นเถิด”
“ขอบพระทัยฮ่องเต้ต้าหมิงยิ่งนัก” คงคงก้าวเข้ามาตอบรับ
ทว่าในใจของเขา เขาจะไม่มีวันยอมให้ฮ่องเต้ต้าหมิงนำคนเข้ามาในแคว้นป่ายซ่านอย่างเด็ดขาด การกระทำเช่นนั้นย่อมไม่ต่างอะไรกับการชักศึกเข้าบ้าน!
...
ทุกคนรอนแรมไปตามทาง ในที่สุดก็ล่วงเข้าสู่น่านน้ำเทียนหยาไห่เจี่ยว
เหล่าทหารต้าหมิงและทหารแคว้นไห่เจี่ยวต่างปีติยินดียิ่งนัก ในที่สุดพวกเขาก็จะได้กลับบ้านแล้ว!
การกรีธาทัพบุกกวาดล้างโจรสลัดแห่งแคว้นวั่นเต่าในครานี้ ล้วนได้รับชัยชนะอย่างงดงามและผลตอบแทนมหาศาล อาณาเขตได้รับการขยาย กวาดต้อนทรัพย์สินเงินทองได้นับไม่ถ้วน
อีกทั้งทหารหาญมากมายยังได้สร้างความชอบจากการสังหารข้าศึก เมื่อกลับถึงต้าหมิง ราชสำนักย่อมต้องปูนบำเหน็จรางวัลให้อย่างงามแน่นอน
“ไห่ชิงฮวายังไม่กลับมาอีกหรือ?” ฮ่องเต้หลี่สวินตรัสถามองครักษ์เงาที่อยู่ด้านข้าง
“กราบทูลฝ่าบาท เขายังไม่กลับมาพ่ะย่ะค่ะ ยามนี้กำลังติดต่อกับชาวบ้านบนเกาะอื่นๆ อยู่พ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์เงากราบทูล
“อืม บอกให้เขารีบจัดการให้เสร็จสิ้นแล้วรีบกลับมา”
ฮ่องเต้หลี่สวินตรัสจบ ก็ทอดพระเนตรไปเบื้องหน้า บนผืนน้ำอันไกลโพ้นปรากฏเรือหลายลำกำลังมุ่งหน้ามา
ผู้คนบนเรือล้วนเป็นชาวแคว้นไห่เจี่ยว เมื่อได้ยินข่าวว่าฮ่องเต้เสด็จกลับมา หลายคนจึงพากันมารอรับเสด็จ
หลี่จิ้นจงมิได้มาด้วย เขายังคงรั้งอยู่ที่แคว้นไห่เจี่ยว เขาได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่อารักขาแคว้นไห่เจี่ยว ปกป้องไทเฮาและคนอื่นๆ ตราบใดที่ฮ่องเต้ยังไม่เสด็จกลับถึงแคว้นไห่เจี่ยว
เขาจะไม่มีวันก้าวเท้าออกจากเกาะแม้แต่ก้าวเดียว
ณ เกาะไห่เจี่ยวแห่งแคว้นไห่เจี่ยว ไทเฮาและฮองเฮาเสด็จมาที่ชายหาด เพื่อรอรับเสด็จฮ่องเต้
“เรือรบของพวกเราทุกลำล้วนประดับประดาด้วยหัวกะโหลก! ช่างดูน่าเกรงขามและทรงพลังยิ่งนัก!” ขุนพลผู้หนึ่งมองดูเรือรบต้าหมิงที่กำลังแล่นเข้ามาใกล้ พลางเอ่ยชื่นชมด้วยความทึ่ง
“ช่างดูน่าเกรงขามจริงๆ! หากต้องบังคับเรือรบเช่นนี้ไปปะทะกับศัตรู ศัตรูคงต้องหวาดผวาจนสติแตกเป็นแน่!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ต่อไปในภายภาคหน้า หากพวกเราต้องทำสงครามกับผู้ใด เพียงแค่ใช้ความน่าเกรงขามนี้ข่มขวัญศัตรู พวกมันก็คงมิอาจต่อกรกับพวกเราได้แล้ว!”
ผู้คนต่างพากันถกเถียงและแสดงความคิดเห็น ภายในใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจและองอาจ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวแคว้นไห่เจี่ยว พวกเขารู้สึกโชคดียิ่งนักที่ได้สวามิภักดิ์ต่อจักรวรรดิต้าหมิง หากพวกเขายังคงตั้งตนเป็นศัตรูกับจักรวรรดิต้าหมิงดั่งเช่นแคว้นเทียนหยาและแคว้นวั่นเต่า
หัวกะโหลกที่แขวนอยู่บนเรือรบเหล่านั้นคงจะเป็นหัวของพวกเขากระมัง
ครึ่งชั่วยามผ่านไป เรือรบต้าหมิงก็แล่นเข้าเทียบท่า ฮ่องเต้หลี่สวินทรงนำกองทัพขึ้นฝั่ง ท่ามกลางการแสดงความเคารพจากผู้คนบนเกาะ
“ทุกท่านลุกขึ้นเถิด ในศึกกวาดล้างโจรสลัดแคว้นวั่นเต่าครานี้ ทุกท่านล้วนมีความชอบ ต่อจากนี้เจิ้นจะพิจารณาปูนบำเหน็จให้แก่พวกท่านทุกคน”
ฮ่องเต้หลี่สวินตรัสด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม แม้ชาวเกาะไห่เจี่ยวเหล่านี้จะมิได้ร่วมติดตามไปกรำศึกด้วย ทว่าพวกเขาก็สามารถต้านทานการลอบโจมตีจากโจรสลัด และปกป้องแคว้นไห่เจี่ยวไว้ได้สำเร็จ
หลังจากสนทนากับผู้คนอยู่ครู่หนึ่ง ฮ่องเต้หลี่สวินก็ทรงให้ทุกคนแยกย้ายกันกลับไป
ยามนี้ ปรมาจารย์คงคงก้าวเข้ามาข้างหน้า และเอ่ยถามฮ่องเต้หลี่สวินเกี่ยวกับคนของนิกายวั่นฝ่าที่ถูกจับตัวไป
“จิ้นจง คนที่พวกเจ้าจับตัวมาได้อยู่ที่ใด?”
ฮ่องเต้หลี่สวินตรัสถามหลี่จิ้นจงที่ยืนอยู่ด้านข้าง “นำตัวพวกมันมาพบเจิ้น”
“รับบัญชาพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท!” หลี่จิ้นจงพยักหน้ารับคำสั่ง ปรายตามองปรมาจารย์คงคงและพรรคพวก ก่อนจะสั่งให้ลูกน้องนำตัวคนของนิกายวั่นฝ่าเข้ามา
บุรุษชุดขาวผมยาวสยายกว่าสองร้อยคน ถูกทหารต้าหมิงมัดอย่างแน่นหนาและคุมตัวเข้ามา
เมื่อปรมาจารย์คงคงเห็นสภาพอันน่าสมเพชของเหล่าสาวกนิกายวั่นฝ่า คิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากัน ใบหน้าร้อนผ่าว รู้สึกราวกับถูกผู้ใดตบหน้าอย่างแรง
“ขอฮ่องเต้ต้าหมิงทรงโปรดประทานอภัยให้พวกเข ด้วยเถิดขอรับ” ปรมาจารย์คงคงก้าวไปเบื้องหน้าและเอ่ยขอร้อง
คนของนิกายวั่นฝ่ากว่าสองร้อยคนที่กำลังก้มหน้าก้มตา จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคย จึงรีบเงยหน้าขึ้นมองทันที
เป็นผู้พิทักษ์กฎฝ่ายซ้ายของพวกเขา: ปรมาจารย์คงคงนั่นเอง!
เมื่อเห็นปรมาจารย์คงคงปรากฏตัวอยู่ที่นี่ ใบหน้าของคนนิกายวั่นฝ่ากว่าสองร้อยคนก็พลันแดงก่ำ ภายในใจรู้สึกละอายและอัปยศอดสูยิ่งนัก
พวกเขาได้รับมอบหมายให้มาค้นหาเรืออับปางในเขตแคว้นไห่เจี่ยว เดิมทีคิดว่าจะเป็นภารกิจที่ง่ายดายและราบรื่น
ทว่านึกไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะถูกคนของจักรวรรดิต้าหมิงจับกุมตัวไว้ได้ ตั้งแต่ย่างกรายเข้ามาในอาณาเขตของแคว้นไห่เจี่ยว พวกเขาก็ถูกจับตามองแล้ว ทว่าพวกเขากลับไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย
เมื่อพวกเขารู้สึกตัว ทุกอย่างก็สายเกินแก้เสียแล้ว พวกเขาถูกหน่วยองครักษ์เงาจับกุมตัวไว้ได้ทั้งหมด โดยมิอาจต่อสู้ขัดขืนได้เลยแม้แต่น้อย ถูกอีกฝ่ายบดขยี้อย่างย่อยยับ
ยามนี้พวกเขาไม่อยากจะนึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ในตอนนั้นเลย มันช่างน่าอับอายและสูญเสียศักดิ์ศรียิ่งนัก
ฮ่องเต้หลี่สวินทรงปรายพระเนตรมองปรมาจารย์คงคงอย่างเย็นชา และมิได้สั่งให้ลูกน้องแก้มัดคนของนิกายวั่นฝ่า
“ฮ่องเต้ต้าหมิง เงินของพวกเราน่าจะมาถึงภายในสองชั่วยามขอรับ” ปรมาจารย์คงคงเข้าใจความหมายของฮ่องเต้หลี่สวินดี การแลกเปลี่ยนคือต้องยื่นเงินตราแลกตัวคน
ทว่ายามนี้เงินของพวกเขายังเดินทางมาไม่ถึง
เงินจำนวนนี้ ปรมาจารย์คงคงได้หยิบยืมมาจากประเทศพันธมิตรอื่นๆ หากต้องรอให้ส่งมาจากแคว้นป่ายซ่าน คงต้องใช้เวลานานกว่านี้มาก