- หน้าแรก
- อักขระยันต์พลิกปฐพี วิถีเซียนผู้ซ่อนคม
- EP 198: 【อ่านฟรี!】 การมอบหมายหน้าที่
EP 198: 【อ่านฟรี!】 การมอบหมายหน้าที่
EP 198: 【อ่านฟรี!】 การมอบหมายหน้าที่
EP 198: 【อ่านฟรี!】 การมอบหมายหน้าที่
ช่วงเวลาแห่งการรอคอย มักจะผ่านไปอย่างเชื่องช้าเสมอ
ในขณะที่ผู้อื่นกำลังเฝ้ารอการมอบหมายหน้าที่อย่างใจจดใจจ่อ สวี่ฉางโซ่วกลับไม่ได้คิดฟุ้งซ่านมากนัก เขามุ่งมั่นตั้งใจกับการบำเพ็ญเพียรเพียงอย่างเดียว
เพียงไม่นาน สามวันก็ผ่านพ้นไป
ยังไม่ทันรุ่งสาง เยี่ยซานหูก็ขับเคลื่อนกระบี่ฮั่วหลิงมาถึงลานเรือนของสวี่ฉางโซ่วแล้ว
“ศิษย์พี่สวี่ วันนี้มีการมอบหมายหน้าที่ พวกเรารีบไปที่ลานบำเพ็ญเพียรของศิษย์อาหวงกันเถิด อย่าให้พลาดเรื่องสำคัญนี้เชียว”
เยี่ยซานหูร่อนลงกลางลานเรือน เอ่ยกับสวี่ฉางโซ่วด้วยสีหน้าจริงจัง
สวี่ฉางโซ่วลืมตาขึ้นเดินออกมา เมื่อแหงนมองท้องฟ้า ก็อดไม่ได้ที่จะบ่นพึมพำ “ศิษย์น้องเยี่ย นี่มันเช้าตรู่เกินไปแล้วกระมัง ฟ้ายังไม่ทันสางเลย”
“ไปกันเถิดๆ การมอบหมายหน้าที่เป็นเรื่องสำคัญยิ่งนัก พวกเราไปรอกันแต่เนิ่นๆ จะดีกว่า เผื่อเกิดข้อผิดพลาดอันใดขึ้นมา จะได้แก้ไขทัน”
เยี่ยซานหูดึงชายเสื้อของสวี่ฉางโซ่ว รั้งตัวเขาขึ้นกระบี่บินไปอย่างกึ่งลากกึ่งจูง
เพียงไม่นาน ทั้งสองก็เดินทางมาถึงลานบำเพ็ญเพียรของหวงเทียนหลาง
สวี่ฉางโซ่วคิดว่าพวกเขามาถึงเช้ามากแล้ว ทว่ากลับพบว่าหลี่หลินเฮ่าและคณะเดินทางมาถึงก่อนเสียอีก
ประตูลานบำเพ็ญเพียรของหวงเทียนหลางยังคงปิดสนิท ทว่าพวกเขาก็มายืนรอกันอย่างใจจดใจจ่อแล้ว
การมอบหมายหน้าที่สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรขั้นสร้างรากฐานนั้น มีความสำคัญต่ออนาคตของพวกเขาเป็นอย่างยิ่ง โดยปกติแล้ว หน้าที่ที่ได้รับมอบหมายในครั้งนี้
มักจะกำหนดทิศทางชีวิตของพวกเขาไปจนตลอดชีวิต
ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงให้ความสำคัญกับการมอบหมายหน้าที่ในครั้งนี้เป็นอย่างมาก หากไม่ให้ความสำคัญ คงไม่มายืนรอกันตั้งแต่เช้าตรู่เช่นนี้หรอก
บนใบหน้าของทุกคน ล้วนฉายชัดถึงความคาดหวัง
สวี่ฉางโซ่วปรายตามองซุนเต๋อหยาง ก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่า ยามนี้ซุนเต๋อหยางมีท่าทีสงบเยือกเย็นอย่างผิดปกติ เกิดอะไรขึ้นกัน?
ต้องรู้ไว้ว่า เมื่อสามวันก่อนตอนที่เดินออกจากหอไท่อี ซุนเต๋อหยางยังมีสีหน้าอมทุกข์อยู่เลย
หรือว่า... เขายอมรับชะตากรรมที่จะต้องไปหอคอยกู่หนิงแล้ว? หรือว่าเขาไม่ต้องไปแล้ว?
สวี่ฉางโซ่วรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง ตามหลักแล้ว ในยามนี้ซุนเต๋อหยางควรจะเป็นผู้ที่กระวนกระวายใจที่สุด ทว่าเขากลับมีท่าทีสงบเยือกเย็นจนน่าประหลาด
สวี่ฉางโซ่วยิ้มกว้างเดินเข้าไปหา พลางเอ่ยหยอกล้อ “สหายเต๋าซุน ท่านไม่รู้สึกร้อนใจบ้างเลยหรือ หรือว่า... ท่านเตรียมใจที่จะไปหอคอยกู่หนิงแล้ว?”
“เหอะ!”
ซุนเต๋อหยางกลับแค่นเสียงเยาะ ตอบกลับด้วยน้ำเสียงประชดประชัน “สหายเต๋าสวี่ คำพูดของท่านช่างไม่เข้าหูข้าเสียเลย ระหว่างข้ากับท่าน ใครจะได้ไปหอคอยกู่หนิงก็ยังไม่แน่หรอกนะ ข้าว่า ผู้ที่ควรจะไปหอคอยกู่หนิง น่าจะเป็นท่านเสียมากกว่า”
สวี่ฉางโซ่วขมวดคิ้ว เอ่ยอย่างขุ่นเคือง “สหายเต๋าซุน อย่าได้กล่าววาจาพล่อยๆ”
ซุนเต๋อหยางยิ้มอย่างมั่นใจ แววตาฉายความดูแคลนมากยิ่งขึ้น “คอยดูเถิด อีกไม่ช้าท่านก็จะรู้เอง ว่าผู้ใดกันแน่ที่จะต้องไปหอคอยกู่หนิง เป็นเพียงศิษย์รับใช้ริอ่านมาเทียบชั้นกับข้า”
“ท่าน...”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หัวใจของสวี่ฉางโซ่วก็กระตุกวูบ
เขาไม่เคยไปสร้างความขุ่นเคืองให้แก่ซุนเต๋อหยางเลย เหตุใดจู่ๆ ซุนเต๋อหยางจึงได้มีท่าทีเป็นปฏิปักษ์ต่อเขาถึงเพียงนี้
หรือว่า... ซุนเต๋อหยางผู้นี้ จะแอบเล่นตุกติกอยู่เบื้องหลัง?
สวี่ฉางโซ่วบังเกิดลางสังหรณ์อันเลวร้ายขึ้นในใจ
“ศิษย์น้องซุน โปรดระวังคำพูดของเจ้าด้วย อย่าให้มันบาดหูจนเกินไปนัก”
หลี่หลินเฮ่าทนฟังไม่ได้ จึงเอ่ยเตือนซุนเต๋อหยางเบาๆ ทว่าแฝงไว้ด้วยความหนักแน่น
“ขอรับ ศิษย์พี่หลี่สั่งสอนได้ถูกต้องแล้ว”
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับหลี่หลินเฮ่า ซุนเต๋อหยางก็มิกล้ากำแหง รีบก้มหน้ารับคำอย่างว่าง่าย
ทว่าทันทีที่หลี่หลินเฮ่าหันหลังกลับ ซุนเต๋อหยางก็ตวัดสายตาท้าทายมายังสวี่ฉางโซ่วทันที
สวี่ฉางโซ่วส่ายหน้าเบาๆ คร้านจะใส่ใจกับท่าทีของเขา
ก่อนหน้านี้ ซุนเต๋อหยางก็มีท่าทีเป็นมิตรกับเขาดี ทว่ายามนี้กลับแสดงความอาฆาตมาดร้ายออกมาอย่างเห็นได้ชัด ย่อมต้องมีสาเหตุเบื้องหลังอย่างแน่นอน
สวี่ฉางโซ่วแอบตระหนักได้ว่า ต่อจากนี้ไป หากต้องคบหากับซุนเต๋อหยาง คงต้องระแวดระวังตัวให้มากขึ้น เพราะท้ายที่สุดแล้ว เขากับซุนเต๋อหยางก็มิใช่สหายที่แท้จริงต่อกัน
แน่นอนว่า นอกจากซุนเต๋อหยางแล้ว ผู้อื่นก็เช่นเดียวกัน แม้จะดูเหมือนรักใคร่กลมเกลียวกันดี ทว่าหากมีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง
ก็คงจะเผยธาตุแท้อีกด้านออกมาให้เห็นเป็นแน่
“เอี๊ยด!”
ยามนั้นเอง ประตูลานบำเพ็ญเพียรของหวงเทียนหลางก็เปิดออก
หวงเทียนหลางเอามือไพล่หลัง เดินก้าวช้าๆ ออกมาจากลานบำเพ็ญเพียร
“พวกผู้น้อย ขอน้อมคารวะศิษย์อาหวงขอรับ”
เมื่อเห็นหวงเทียนหลางปรากฏตัว ทุกคนก็รีบประสานมือคารวะอย่างพร้อมเพรียง
“สวี่ฉางโซ่ว”
หวงเทียนหลางกวาดสายตามองทุกคน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่สวี่ฉางโซ่ว
สวี่ฉางโซ่วรีบประสานมือตอบ “ผู้น้อยอยู่ที่นี่ขอรับ”
“ได้ยินมาว่าเจ้าไร้ซึ่งตระกูลผู้บำเพ็ญเพียรหนุนหลัง ทว่าสามารถบรรลุวิถีสร้างรากฐานได้ด้วยตนเอง! ช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก”
หวงเทียนหลางพยักหน้ารับเบาๆ สายตาที่มองสวี่ฉางโซ่วเปี่ยมไปด้วยไมตรีจิต ทำเอาสวี่ฉางโซ่วถึงกับงุนงง
ไม่เพียงแต่สวี่ฉางโซ่วที่งุนงง ทว่าหลี่หลินเฮ่าและคนอื่นๆ ต่างก็งุนงงไม่แพ้กัน
มีผู้คนมากมายถึงเพียงนี้ เหตุใดหวงเทียนหลางจึงเลือกทักทายสวี่ฉางโซ่วเพียงผู้เดียว?
ย่อมไม่มีผู้ใดเชื่อว่าหวงเทียนหลางจะทักทายสวี่ฉางโซ่วโดยไร้สาเหตุ ย่อมต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังอย่างแน่นอน
หาไม่แล้ว หวงเทียนหลางคงไม่ให้ความสำคัญกับสวี่ฉางโซ่วถึงเพียงนี้
ทุกคนต่างคิดว่าหวงเทียนหลางให้ความสำคัญกับสวี่ฉางโซ่ว ทว่ามีเพียงซุนเต๋อหยางผู้เดียวที่คิดต่างออกไป ในสายตาของเขา หวงเทียนหลางกำลังจะส่งสวี่ฉางโซ่วไปเป็นผู้คุ้มครองหอคอยกู่หนิง จึงจงใจเอ่ยปลอบโยนเขาต่างหาก
“ศิษย์อาหวงกล่าวชมเกินไปแล้ว ผู้น้อยเพียงแค่โชคดี ได้รับวาสนามาบ้างเล็กน้อยเท่านั้นขอรับ” สวี่ฉางโซ่วตอบอย่างถ่อมตน
“ก้าวเข้ามาใกล้ๆ สิ”
“ขอรับ!”
หวงเทียนหลางกวักมือเรียกให้สวี่ฉางโซ่วก้าวเข้าไปใกล้ๆ ก่อนจะยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้ พลางกล่าว “นี่คือรายชื่อผู้ที่ได้รับมอบหมายหน้าที่ ภารกิจในภายภาคหน้าของพวกเจ้าทั้งหมดถูกระบุไว้ในนี้แล้ว พวกเจ้าจงดูเอาเองเถิด”
“ขอบพระคุณศิษย์อาหวงขอรับ”
สวี่ฉางโซ่วรับกระดาษแผ่นนั้นมา กวาดสายตาอ่านอย่างตั้งใจ
รายชื่อบรรทัดแรก ก็คือชื่อของเขาเอง
แต่งตั้ง สวี่ฉางโซ่ว:
ผู้นำยอดเขาลวี่ม่อ
“ผู้นำยอดเขาลวี่ม่อ”
สวี่ฉางโซ่วเผยรอยยิ้มออกมา การมอบหมายหน้าที่ในครั้งนี้ช่างราบรื่นเหนือความคาดหมาย ไร้ซึ่งอุปสรรคใดๆ ทั้งสิ้น
เขาอ่านบรรทัดต่อไป
แต่งตั้ง หลี่หลินเฮ่า: ผู้คุมคลังทองคำ
เมื่อเห็นหน้าที่ของหลี่หลินเฮ่า สวี่ฉางโซ่วก็อดไม่ได้ที่จะอิจฉา ช่างสมกับที่เป็นทายาทตระกูลใหญ่ผู้สูงส่ง หน้าที่ที่ได้รับมอบหมายนั้นนับว่าดีที่สุดในบรรดาทุกคนเลยก็ว่าได้
คำว่าคลังทองคำในที่นี้ หาใช่สถานที่เก็บรักษาทรัพย์สินเงินทองไม่ ทว่าคือสถานที่เก็บรักษาแร่โลหะสำหรับใช้ในการหลอมศาสตราต่างหาก
กล่าวคือ แร่โลหะสำหรับหลอมศาสตราทั้งหมดของสำนัก ล้วนอยู่ภายใต้การดูแลของหลี่หลินเฮ่า
ต้องรู้ไว้ว่า แร่โลหะที่ใช้ในการหลอมศาสตรานั้นมีมูลค่ามหาศาล โดยเฉพาะแร่โลหะหายากบางชนิด เพียงแค่นำไปผสมในการหลอมกระบี่บินเพียงเล็กน้อย
ก็สามารถยกระดับคุณภาพของกระบี่บินได้อย่างมหาศาลแล้ว
ผลประโยชน์ที่แอบแฝงอยู่นั้นมากมายมหาศาลเกินบรรยาย
เขาอ่านบรรทัดต่อไป
แต่งตั้ง หวงเสวียนฉี: ช่างหลอมศาสตราประจำยอดเขาชือหั่ว
แต่งตั้ง เยี่ยซานหู: นักปรุงโอสถประจำยอดเขาตานเสีย
แต่งตั้ง ฉู่เสี่ยวอวี่: เจ้าหน้าที่รับซื้อสมุนไพร
แต่งตั้ง ฉินมู่ฉิง: ผู้คุมคลังสมุนไพรประจำยอดเขาตานเสีย
แต่งตั้ง จางลี่เหริน: ผู้ควบคุมเรือเหาะ
แต่งตั้ง หูควงเซียน: เจ้าเกาะหลิวหลี
แต่งตั้ง หลิวอ้าวเสวี่ย: ผู้คุมแดนเร้นลับชางหยวน
แต่งตั้ง ก่วนเปียว: ผู้คุมหอหมื่นอักษร
แต่งตั้ง ซุนเต๋อหยาง: ผู้คุ้มครองหอคอยกู่หนิง
สวี่ฉางโซ่วกวาดสายตาอ่านหน้าที่ของทุกคนอย่างรวดเร็ว
พบว่า...
หน้าที่ของผู้ที่อยู่ในรายชื่อลำดับต้นๆ ล้วนเป็นหน้าที่ที่มีผลประโยชน์งาม ส่วนผู้ที่อยู่ในรายชื่อลำดับท้ายๆ กลับไม่ค่อยสู้ดีนัก
หวงเสวียนฉีและเยี่ยซานหู ผู้หนึ่งเป็นช่างหลอมศาสตรา อีกผู้หนึ่งเป็นนักปรุงโอสถ ทั้งสองอาชีพนี้ล้วนเป็นอาชีพที่ทำเงินได้มหาศาล ย่อมไม่ต้องอธิบายให้มากความ
ฉู่เสี่ยวอวี่ผู้เป็นเจ้าหน้าที่รับซื้อสมุนไพรนั้น ยิ่งมีความสำคัญยิ่งกว่า
ต้องรู้ไว้ว่า นิกายลวี่เซียนนั้นเปรียบเสมือนองค์กรขนาดมหึมา
ทรัพยากรต่างๆ มากมาย ทั้งหินปราณ แร่ธาตุ วัตถุดิบหลอมศาสตรา สมุนไพรวิญญาณ ล้วนถูกลำเลียงกลับมายังสำนักอย่างไม่ขาดสาย
แม้ฉู่เสี่ยวอวี่จะเป็นเพียงเจ้าหน้าที่รับซื้อสมุนไพรตัวเล็กๆ ทว่าในแต่ละปี สมุนไพรล้ำค่ามากมายมหาศาลล้วนต้องผ่านมือของนาง หากแอบเก็บเกี่ยวผลประโยชน์เพียงเล็กน้อย ก็มหาศาลแล้ว
สาเหตุที่ฉู่เสี่ยวอวี่ได้รับมอบหมายหน้าที่อันแสนวิเศษเช่นนี้ ย่อมต้องเป็นเพราะตระกูลของนางมียอดฝีมือระดับก่อผลึกทองคำคอยหนุนหลังอย่างแน่นอน