เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1063 จุดเริ่มต้นของอาณาจักรผักดอง

บทที่ 1063 จุดเริ่มต้นของอาณาจักรผักดอง

บทที่ 1063 จุดเริ่มต้นของอาณาจักรผักดอง


ทำไมพ่อครัวที่ทำอาหารสำหรับงานเลี้ยงระดับหรูเป็นถึงมีน้อยนักน่ะเหรอ?

ก็เป็นเพราะต้นทุนวัตถุดิบมันสูงเกินไป พ่อครัวทั่วไปถึงไม่มีโอกาสได้ฝึกทำเลยยังไงล่ะ

เพื่อเป็ดรมควันใบชาตัวเดียว เซี่ยวเหล่ยที่เป็นถึงพ่อครัวใหญ่ของโรงอาหารโรงงาน เกือบจะฝึกจนหมดเนื้อหมดตัว

ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับการกิน ดื่ม เที่ยว เล่นการพนันเลยสักนิด ก็แค่เพื่ออยากจะเรียนทำอาหารสักเมนู...

ไก่หิมะกับไก่แผ่นฝูหรงก็เหมือนกัน ไก่หนึ่งตัวเอาแค่เนื้ออกไก่ จากนั้นก็ต้องผ่านขั้นตอนที่ซับซ้อนมากมายกว่าจะออกมาเป็นอาหารได้จานหนึ่ง หากมีขั้นตอนไหนในกระบวนการเกิดผิดพลาดแม้นิดเดียว วัตถุดิบก็จะเสียเปล่าไปเลย ต้นทุนในการลองผิดลองถูกมันสูงมาก

โดยเฉพาะพวกที่คลำหาทางฝึกเอง คนที่เป็นอัจฉริยะแบบโจวเยี่ยนนั้นยังไงก็มีน้อย ที่ทื่อเป็นท่อนไม้แบบเฉียงเฉียงต่างหากที่เป็นเรื่องปกติ

เหล่าหลัวเอ่ยด้วยความรู้สึกทึ่ง “อาจารย์โจว นายไม่ได้แค่ทำอาหารเก่งอย่างเดียวนะ เรื่องสอนคนทำอาหารก็ยังยอดเยี่ยมอีกด้วย ฉันรู้สึกว่าเรียนกับนายแล้วเข้าใจเร็วมาก ชี้แนะได้ตรงจุด ฉันรู้สึกว่าสมองฉันแล่นฉิวปรู๊ดปร๊าดกว่าปกติเยอะเลยล่ะ”

“จริงด้วย วันนี้อาจารย์โจวชี้แนะทักษะการใช้มีดให้นิดหน่อย ก็จี้ให้เห็นนิสัยเสียหลายอย่างที่ฉันสะสมมาหลายปีได้หมดเลย” เสี่ยวหลัวพยักหน้าตาม สายตาที่มองโจวเยี่ยนก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย

“นั่นเป็นเพราะพวกคุณเรียนรู้กันไวเองต่างหากล่ะครับ ผมก็แค่ชี้แนะให้ง่าย ๆ เท่านั้น” โจวเยี่ยนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

สวม [แม่พิมพ์ของชาติ] ปุ๊บ เปิดใช้ [สอนตามความถนัด] ปั๊บ บวกกับประสบการณ์อันโชกโชนของเขา

เรื่องการสอนทำอาหารเนี่ย เขาก็มีของอยู่บ้างเหมือนกัน

อย่างเช่นเสี่ยวเจิง พัฒนาได้เร็วมากจริง ๆ

นอกจากตัวเธอเองจะพยายามมากพอแล้ว เขาผู้เป็นอาจารย์ก็คอยชี้แนะและสั่งสอนอยู่บ่อย ๆ ซึ่งก็ถือเป็นผลงานชิ้นใหญ่เหมือนกัน

อาหารพนักงานมื้อเย็นวันนี้ เหล่าหลัวยังทำหมูสองไฟ ต้มเลือดหมูไส้ใหญ่ แล้วก็เนื้อตุ๋นหน่อไม้อบแห้ง ระดับฝีมือล้วนไปถึงขั้น [รสชาติดีเยี่ยม] ห่างจากความสมบูรณ์แบบแค่นิดเดียว แต่พอโจวเยี่ยนชี้แนะให้เขาไปยกหนึ่ง การจะทะลวงไปสู่ความสมบูรณ์แบบก็คงเป็นแค่เรื่องของเวลาแล้วล่ะ

เรื่องความรอบด้านและความคงที่ในการทำอาหารเสฉวนทั่วไปของเหล่าหลัวนั้น ไม่ต้องสงสัยเลยจริง ๆ

โจวเยี่ยนเจอจิ๊กซอว์ชิ้นที่ดีที่สุดสำหรับห้องครัวร้านอาหารโจวเอ้อร์หวาแล้ว เป็นจิ๊กซอว์ที่สามารถขยายรายการอาหาร และสามารถเสียบแทนที่เขาได้ในยามจำเป็น

สมบูรณ์แบบ!

คนงานเลิกงาน ร้านอาหารก็เริ่มเปิดให้บริการ

โจวโม่โม่ที่นั่งอ่านนิตยสารมาพักใหญ่แล้ว ก็รอจนอาหารเย็นของเธอมาถึง จานเล็กจานน้อยค่อย ๆ ถูกยกมาวางบนโต๊ะ

อย่าว่าแต่อาเหว่ยอิจฉาเลย ลูกค้าเห็นแล้วก็ยังอิจฉาตาร้อนกันเป็นแถว

มีคนงานหญิงคนหนึ่งเอ่ยถามกับจ้าวเถี่ยอิง “น้าจ้าวคะ กินมื้อนึงแบบนี้ต้องจ่ายเท่าไหร่เหรอคะ? โม่โม่กินดูน่าอร่อยจังเลย! ความรู้สึกที่ได้กินโต๊ะจีนคนเดียวมันคงสุดยอดมาก ๆ แน่เลย อาหารยกอะไรมาก็กินอันนั้น แถมไม่ต้องไปแย่งกับใครด้วย”

“จริงด้วย! อาหารก็เยอะ แถมยังกินส่วนของตัวเองได้จนหมดเกลี้ยงอีก” หญิงสาวที่อยู่ข้าง ๆ พยักหน้าตาม ในแววตาก็ทอประกายขึ้นมาเช่นกัน

“ถ้ากินแบบนี้ได้ ฉันก็อยากจะสั่งมากินสักชุดเหมือนกัน”

“เอ่อ... พวกเราไม่เคยขายแยกแบบนี้น่ะ โม่โม่เธอกินเล่นเฉย ๆ” คำถามนี้เล่นเอาจ้าวเถี่ยอิงไปไม่เป็นเลย ก็โจวเยี่ยนตามใจโจวโม่โม่ อยากให้เธอกินอย่างมีความสุขคนเดียว ก็เลยเกิดวิธีการกินแบบพิสดารที่เอาอาหารแต่ละอย่างมาจัดใส่จานเล็ก ๆ แบบนี้ นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีคนอยากจะกินแบบนี้จริง ๆ ด้วยแฮะ?

“ถ้างั้นเดี๋ยวน้าลองเอาไปบอกเถ้าแก่โจวดูสิคะ ว่าเขาอยากจะเอาเพิ่มลงในรายการอาหารไหม ตั้งราคาไว้เท่าไหร่ ดีไม่ดีอาจจะมีลูกค้าที่คิดแบบฉันอยู่อีกหลายคนก็ได้นะคะ” คนงานหญิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ความจริงฉันก็อยากจะลองชิมอาหารโต๊ะจีนของเถ้าแก่โจวมาตลอดเลยนะ แต่ฉันรวมคนไม่ครบสิบคนน่ะสิ กินกันแค่สามถึงห้าคนมันก็สิ้นเปลืองเกินไป แถมก็ไม่อยากจะไปกินร่วมโต๊ะกับคนแปลกหน้าตั้งเยอะแยะด้วย”

“ได้จ้ะ ถ้างั้นเดี๋ยวตอนเย็นน้าจะบอกเขาให้นะ” พอเห็นว่าหล่อนไม่ได้พูดเล่น จ้าวเถี่ยอิงก็เลยต้องพยักหน้ารับปากไปก่อน

ตอนเย็นปิดร้านเสร็จ โจวเยี่ยนก็ถอดชุดพ่อครัวเปลี่ยนเป็นเสื้อคลุม สวมหมวก หยิบกุญแจดอกหนึ่งออกมา ไขเปิดประตูร้านห้องข้าง ๆ พอผลักประตู ฝุ่นก็ร่วงกราวลงมา

ตอนเที่ยงเขาไปขอเช่าร้านห้องนี้กับเฉินลี่เจวียนเรียบร้อยแล้ว ค่าเช่าเดือนละสิบหยวน ถูกกว่าร้านอีกสองห้องอยู่ห้าหยวน

โจวเยี่ยนเปิดไฟฉาย รอให้ฝุ่นตกลงมาสักพักถึงเดินเข้าไป ควานหาสวิตช์ไฟหลังประตูแล้วดึง

ไฟสว่างขึ้นทันที ร้านว่างเปล่า โครงสร้างเหมือนกับอีกสองห้องเป๊ะเลย แค่ฝุ่นเยอะไปหน่อย อย่างอื่นก็พอรับได้ ไม่มีของเกะกะ พื้นและผนังก็ค่อนข้างแห้งดี

“นี่ลูกจะเอาห้องมาทำผักดองจริง ๆ เหรอ? แบบนี้ลงทุนเยอะไปหน่อยหรือเปล่า?” จ้าวเถี่ยอิงเดินตามเข้ามา มองดูร้านที่ว่างเปล่าพลางเอ่ยถาม

“ไม่แน่ว่าวันข้างหน้าที่นี่อาจจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของอาณาจักรผักดองของพวกเราก็ได้นะครับ” โจวเยี่ยนหัวเราะ

“อาณาจักรผักดอง? นี่ลูกลงทุนทำเรื่องใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ?” สหายเหล่าโจวถือไม้กวาดกับที่ตักขยะเดินเข้ามา

“จะทำผักดองเยอะแยะมากมายเลยเหรอค้า?” โจวโม่โม่เดินตามมาข้างหลัง ชะโงกหน้าเข้ามา “เกอเกอ หนูชอบกินผักดอง!”

“ถ้าหนูชอบกิน งั้นพี่ก็จะทำผักดองสารพัดชนิดไว้ให้เต็มที่นี่เลย!” โจวเยี่ยนโบกมืออย่างยิ่งใหญ่

พรมน้ำ กวาดฝุ่น ปัดหยากไย่บนกำแพงและเพดาน

ทุกคนในร้านอาหารโจวเอ้อร์หวาช่วยกันลงมือ ไม่นานก็ทำความสะอาดร้านห้องนี้จนเสร็จ รวมไปถึงชั้นสองด้วย พื้นที่กว้างขวางและแห้งพอสมควร แถมยังแยกส่วนออกจากพื้นที่อยู่อาศัย โจวเยี่ยนตัดสินใจแล้วว่าจะย้ายเนื้อรมควันมาไว้ฝั่งนี้ เพื่อไม่ให้การเข้าออกบ่อย ๆ ไปรบกวนห้องผักดองชั้นล่าง โจวเยี่ยนตั้งใจจะเจาะประตูทะลุจากชั้นสองของร้านฝั่งนี้ไปเลย แบบนี้จะไปหยิบเนื้อรมควันกับกุนเชียงก็สะดวกขึ้นด้วย ค่าเช่าสิบหยวน ใช้ประโยชน์ได้คุ้มค่าสุด ๆ

ชั้นล่างยังต้องปรับปรุงอีกนิดหน่อย อุดรอยรั่วต่าง ๆ ให้เรียบร้อย

นอกจากนี้ก็ต้องยกพื้นให้สูงขึ้น แล้วก็ต้องไปซื้อไหเซี่ยเหอใบใหญ่มาอีกจำนวนหนึ่งด้วย

ตอนไปซื้อไห โจวเยี่ยนตั้งใจจะเชิญคุณปู่สามก่วนเต๋อควนไปเป็นเพื่อนสักรอบ ของพวกนี้ซื้อมาแล้วใช้ได้เป็นสิบเป็นร้อยปี คุณภาพของมันจะเป็นตัวกำหนดความอร่อยของผักดองไหหนึ่งได้เลย

สองพ่อลูกสกุลหลัวก็มาช่วยทำงานทั้งคืน เนื้อตัวมอมแมมเอ่ยว่า “ผักดองต้องทำตามฤดูกาล รอไม่ได้จริง ๆ นั่นแหละ แต่ตั้งห้องผักดองไว้ที่นี่ ตอนหลังจะย้ายไปเจียโจวคงจะลำบากหน่อยนะ”

“ผมตั้งใจจะเลี้ยงน้ำเกลือเก่าสักสองสามไหออกมาก่อน พอถึงตอนนั้นก็เอาไหปิดผนึกใส่ไปไว้ในห้องผักดองที่เจียโจว แต่น้ำเกลือเก่ามันต้องใช้เวลาเลี้ยงน่ะสิ” โจวเยี่ยนยิ้มพลางบอก “เวลาที่ดีที่สุดในการเลี้ยงน้ำเกลือเก่าคือเมื่อสิบปีก่อน รองลงมาก็คือตอนนี้นี่แหละ”

“อาจารย์โจว นายยังเรียนไม่จบม.ต้นเลย ไม่ต้องมาทำเป็นพูดจาคมคายหรอกน่า” อาเหว่ยเบ้ปาก

ทำความสะอาดเสร็จ ทุกคนก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำ

โจวเยี่ยนดึงตัวเหล่าหลัวมาคำนวณต้นทุนปลาไนน้ำแดงกับต้มเลือดรสเผ็ดสองเมนูนี้ แล้วก็ปรึกษาเรื่องการตั้งราคาอย่างจริงจัง

เสี่ยวเจิงไม่พูดอะไร แต่ยืนฟังอยู่ข้าง ๆ อย่างตั้งใจ

อาเหว่ยกับเสี่ยวหลัวอาบน้ำเสร็จ ก็ขึ้นไปดูโทรทัศน์บนชั้นสอง โทรทัศน์สี 18 นิ้ว เสี่ยวหลัวเพิ่งจะเคยดูเป็นครั้งแรก ตื่นเต้นสุด ๆ ไปเลย

เหล่าหลัวเอ่ยว่า “ปลาไนน้ำแดงปกติจะใช้ปลาไนน้ำหนักประมาณสองจิน เมื่อเช้าฉันลองคุยราคาคนขายปลาดูแล้ว ถ้าสั่งจากเขาเยอะ ๆ เป็นประจำ เขาจะคิดให้ในราคาจินละเก้าเหมา ราคาจัดซื้อของเล่อหมิงก็อยู่ประมาณนี้แหละ

พวกน้ำมัน ผักเคียง ต้นทุนก็ประมาณสองเหมา พูดง่าย ๆ ก็คือปลาไนน้ำแดงตัวนี้ ถ้าไม่รวมค่าแรง ต้นทุนก็อยู่ที่ประมาณสองหยวน”

โจวเยี่ยนครุ่นคิดเล็กน้อย “งั้นก็ตั้งราคาไว้ที่สี่หยวน พวกเราได้กำไรครึ่งนึง แล้วราคาก็เป็นครึ่งนึงของปลาไนผัดโหระพาพอดี”

“ก็ประมาณนี้แหละ ร้านอาหารเล่อหมิงตั้งราคาไว้ที่ห้าหยวน แต่ต้นทุนค่าแรงของเล่อหมิงสูงกว่า” เหล่าหลัวพยักหน้า

“มาดูต้มเลือดรสเผ็ดกันบ้างครับ” โจวเยี่ยนเอ่ยต่อ

เหล่าหลัวบอก “ถ้าเป็นต้มเลือดรสเผ็ดล่ะก็ เมื่อกี้ฉันถามเหล่าโจวดูแล้ว พวกนายรับเครื่องในวัวมาจากหมู่บ้านโจวต้นทุนต่ำมาก เลือดหมูก็ได้มาฟรี ต้นทุนที่สูงที่สุดของต้มเลือดรสเผ็ดชามนี้กลับกลายเป็นเครื่องเทศกับน้ำมันซะงั้น คำนวณดูแล้ว ต้นทุนก็น่าจะประมาณสามเหมาห้า”

โจวเยี่ยนครุ่นคิดเล็กน้อย “ต้มเลือดรสเผ็ดพวกเราทำชามให้ใหญ่ขึ้นอีกนิด ทำเป็นอาหารจานหลักรสเผ็ดชา สร้างความแตกต่างจากต้มเลือดหมูไส้ใหญ่ แบบนี้ต้นทุนก็น่าจะอยู่ประมาณหกเหมา แต่ตั้งราคาไว้ที่สองหยวนได้เลย เป็นสองเท่าของต้มเลือดหมูไส้ใหญ่”

เหล่าหลัวพยักหน้า “ฉันว่าก็เหมาะสมดีนะ แต่พวกนายต้องไปซื้อชามมาใหม่นะ ฉันดูในครัวแล้วไม่มีขนาดที่เหมาะสมเลย”

“ได้เลยครับ เหล่าหลัว พรุ่งนี้บ่ายคุณไปดูที่สหกรณ์เป็นเพื่อนผมหน่อยสิ”

เหล่าหลัวส่ายหน้า “ไม่ต้องไปดูที่สหกรณ์หรอก หาของดี ๆ ไม่ได้หรอก ต้องไปที่เจียโจวนู่น ฉันรู้จักร้านขายเครื่องลายครามของโรงงานเคลือบชิงหัวอยู่ร้านนึง โรงงานอยู่ที่เฉียนเว่ย ชามที่เผาจากเตาเก่าแก่อายุนับร้อยปี ผิวเคลือบเรียบเนียนมาก ลวดลายก็ประณีต ของสวยและใช้ดี ราคาคุ้มค่า ตอนฉันเปิดร้าน ก็ไปรับชามจานมาจากที่นั่นแหละ”

ดวงตาของโจวเยี่ยนเป็นประกาย “เยี่ยมไปเลยครับ! งั้นเราก็ไปดูที่เจียโจวกัน ถ้าเหมาะสม วันข้างหน้าย้ายไปร้านใหม่ก็ไปรับเครื่องลายครามจากพวกเขาด้วยเลย”

ดูสิ มีคนรุ่นเก๋าอยู่ในร้านก็เหมือนมีสมบัติล้ำค่า ไม่อย่างนั้นเขาก็คงต้องไปรื้อหาตามสหกรณ์ให้วุ่นวายอีก

“อาจารย์โจว ไม่ใช่ว่าบอกจะทำรายการอาหารโต๊ะจีนราคาประหยัดให้ลูกค้าเลือกด้วยเหรอ?” โจวเยี่ยนเตรียมจะแยกย้ายแล้ว เหล่าหลัวก็เอ่ยถามขึ้นมาอีก

“ก็มีความคิดนี้อยู่นะครับ งั้นเราสองคนมาปรึกษากันดูไหม?” โจวเยี่ยนเปิดสมุดจดขึ้นมาอีกครั้ง

“กำหนดอาหารจานหลักปิดท้ายก่อนเลย ปลาไนน้ำแดง 4 หยวน” โจวเยี่ยนจรดปากกาเขียนลงไปอย่างรวดเร็ว

“จากนั้นก็กำหนดจำนวนอาหาร” เหล่าหลัวบอก

โจวเยี่ยนครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วเอ่ย “ในเมื่อเป็นเมนูราคาประหยัด ก็ต้องสร้างความแตกต่างจากโต๊ะจีนราคา 30 หยวนให้ชัดเจน อาหารคงมีให้เลือกไม่เยอะนัก ผมว่า 9 เมนูกำลังดี เข้ากับธรรมเนียมเก้าชามโต๊ะจีนพอดี”

“ถ้างั้นกับจานเย็นสองอย่าง กับข้าวผัดสองอย่าง กับข้าวนึ่งสองอย่าง กับข้าวทั่วไปสองอย่าง แล้วก็ปลาไนน้ำแดงเป็นจานหลักปิดท้าย นายว่าไง?” เหล่าหลัวเสนอ

โจวเยี่ยนพยักหน้า เขียนลงบนกระดาษไปพลางพูดไปพลาง “เหมาะเลยครับ จานเย็นก็เอาหัวหมูพะโล้กับผักพะโล้รวมมิตร กับข้าวผัดก็เอาเต้าหู้ผัดพริกเสฉวนกับหมูสองไฟ กับข้าวนึ่งก็เอาหมูสามชั้นนึ่งผักกาดดองกับหมูสามชั้นนึ่งหวาน กับข้าวทั่วไปก็เอาซี่โครงหมูตุ๋นน้ำแดงกับเนื้อตุ๋นหน่อไม้อบแห้ง

คำนวณแบบนี้ รวมปลาไนน้ำแดงเข้าไป ราคาก็ประมาณ... 15.2 หยวน!”

โจวเยี่ยนหัวเราะ จับคู่เล่น ๆ ราคากลับเหมาะสมกำลังดีเลยเชียว

“อาจารย์ รายการอาหารนี้ขาดซุปไปหรือเปล่าคะ?” เสี่ยวเจิงเอ่ย “ฉันว่าถ้าเปลี่ยนหมูสองไฟหรือหมูสามชั้นนึ่งผักกาดดองเป็นซุปลูกชิ้น อาจจะเหมาะกับการรวมญาติมากกว่านะคะ ราคาก็ไม่เปลี่ยนด้วย”

เหล่าหลัวพยักหน้าเล็กน้อย “ฉันว่าข้อเสนอของเสี่ยวเจิงสร้างสรรค์มากเลยนะ สามารถเอาไปเขียนเป็นคำแนะนำท้ายรายการอาหารได้ ให้ลูกค้าเลือกจับคู่ตามความต้องการได้เลย”

“อืม มีเหตุผลครับ” โจวเยี่ยนพยักหน้า นี่คือรายการอาหารโต๊ะจีนราคา 15 หยวนที่ยืดหยุ่นสุด ๆ

ตั้งราคาไว้ที่ 15 หยวน อาหารเลือกจากรายการอาหารได้ทั้งหมด ขอแค่ราคาที่จับคู่ออกมาไม่เกิน 15.5 หยวน ก็คิดที่ 15 หยวน ความจริงแล้วนี่ก็ไม่ถือว่าเป็นรายการอาหารโต๊ะจีนที่เคร่งครัดนักหรอก ออกจะเหมือนคู่มือสั่งอาหารสำหรับงานเลี้ยงเล็ก ๆ มากกว่า ให้กรอบกว้าง ๆ ไว้ แต่ก็มีพื้นที่ให้เลือกได้อย่างอิสระ โต๊ะจีนราคา 30 หยวนมันไม่คุ้มสำหรับงานเลี้ยงเล็ก ๆ งั้นก็เอาโต๊ะจีนราคา 15 หยวนไปเลย คุ้มค่าสุด ๆ

เรียกได้ว่าปลาไนน้ำแดงแค่จานเดียว ก็ชุบชีวิตรายการอาหารโต๊ะจีนได้ทั้งชุดเลยล่ะ

คุณค่าของอาหารจานหลักราคาประหยัดจานเดียวนั้น ถือว่าสูงมากทีเดียว

รายการอาหารโต๊ะจีนชุดนี้อาจจะทำเงินเพิ่มไม่ได้ แต่ก็อาจจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายได้ในระดับหนึ่ง และสามารถรองรับการสั่งจองโต๊ะจีนได้มากขึ้น ขายตามปกติ โจวเยี่ยนก็ได้กำไร 50% แล้ว ไม่มีปัญหาอะไรเลย

“พวกเราทำแบบนี้ ร้านอาหารของรัฐประจำตำบลซูจีคงอยู่ไม่ได้แล้วล่ะมั้ง?” เหล่าหลัวเอ่ย “คราวก่อนกั๋วต้งมาดื่มเหล้าที่ร้านฉัน เขาบอกว่าปีที่แล้วร้านอาหารของรัฐประจำซูจีขอความช่วยเหลือจากเบื้องบน ก็เป็นเพราะโดนร้านของนายแย่งลูกค้าไปจนกิจการย่ำแย่นี่แหละ ปีนี้คาดว่าสถานการณ์น่าจะแย่กว่าเดิมอีก”

จบบทที่ บทที่ 1063 จุดเริ่มต้นของอาณาจักรผักดอง

คัดลอกลิงก์แล้ว