- หน้าแรก
- วันแรกที่ถูกตระกูลทอดทิ้ง วันสิ้นโลกก็มาถึง
- ตอนที่ 89 การติดเชื้อทั่วโลก 11
ตอนที่ 89 การติดเชื้อทั่วโลก 11
ตอนที่ 89 การติดเชื้อทั่วโลก 11
.
.
เย่เจาใช้เชือกมัดพวกตัวป่วนทั้งสามคนเข้าด้วยกันแล้วพูดว่า “ไป พาฉันไปหาหัวหน้าพวกนาย”
“พี่สาวจะเข้าร่วมกับพวกเราด้วยเหรอ?”
เย่เจาเหลือบมองอีกฝ่าย “อย่าถามเรื่องที่ไม่ควรถาม นำทางไป”
ทั้งสามคนเงียบไปชั่วขณะ ไม่กล้าปะทะกับเย่เจาตรง ๆ จึงแลกเปลี่ยนสายตากัน ก่อนจะรู้สึกโล่งใจขึ้นมาอย่างกะทันหัน แล้วพาเย่เจาลงลิฟต์ไป
ถึงอย่างไรพวกเขาก็มีกันตั้งหลายคน ส่วนเย่เจาเป็นแค่ผู้หญิงตัวคนเดียว ขอแค่หล่อนเข้าไปในถิ่นของพวกเขา ก็อยากจะเห็นนักว่าจะยังหยิ่งผยองได้อีกแค่ไหน!
องค์กรของพวกเขาเรียกตัวเองว่า “สมาคมผู้มาใหม่” โดยมีสมาชิกหลายคนรับผิดชอบอาคารคนละหลัง ไม่ว่าจะใช้การเกลี้ยกล่อมหรือการบีบบังคับ พวกเขาก็จะใช้ทุกวิถีทางพาทุกคนเข้าสู่ศตวรรษใหม่
“ความจริงอยู่ในมือของคนส่วนน้อยเสมอ”
“เพื่อโลกใหม่! เพื่อมวลมนุษยชาติ!”
นี่คือคำขวัญของพวกเขา
เย่เจาดึงเข็มออกจากขวดน้ำเกลือ เพราะกลัวว่าจะเกะกะเวลาต่อสู้ ก่อนจะเดินตามพวกนั้นไปยังจุดรับส่งพัสดุของหมู่บ้านจัดสรร
จุดรับส่งพัสดุแห่งนี้ไม่เพียงมีร้านขายของชำเล็ก ๆ เท่านั้น แต่ข้าง ๆ ยังมีห้องเล่นไพ่นกกระจอกอีกแห่ง เรียกได้ว่ากิน ดื่ม เล่น ครบวงจร ราวกับสวรรค์บนดิน
ภายในห้องไพ่นกกระจอกคึกคักและสว่างไสว ผู้คนกำลังเล่นไพ่นกกระจอก ดื่มเหล้า และเล่นเกมดื่มกันอย่างสนุกสนาน เย่เจาได้ยินเสียงโห่ร้องครึกครื้นเหล่านั้นตั้งแต่ยังอยู่ไกล
ขณะเดียวกัน เธอก็ได้ยินเสียงร้องขอความเมตตาอย่างเจ็บปวดที่ดังออกมาจากด้านในจุดรับส่งพัสดุเช่นกัน
ชายที่ถูกมัดอยู่ด้านหน้าพูดว่า “พี่สาว พี่โจวอยู่ที่ห้องไพ่นกกระจอก จะปลดเชือกให้พวกเราก่อนไหม? ไม่อย่างนั้นพี่โจวอาจเข้าใจผิดว่าพี่มาหาเรื่อง แล้วถ้าเกิดปะทะกันขึ้นมาจะไม่ดีเอา”
เย่เจาพูดว่า “ฉันดูเหมือนคนดีมากเหรอ?”
ทั้งสามคน “…”
เมื่อกี้ยังบอกอยู่เลยว่าแตกต่างจากพวกฆาตกรไม่ใช่เหรอ?
เย่เจาไม่สนใจห้องไพ่นกกระจอก แต่เดินตรงไปยังจุดรับส่งพัสดุที่อยู่ข้าง ๆ ทั้งสามคนอยากจะร้องเรียกคนมาช่วย แต่พอนึกถึงพวกคนในจุดรับส่งพัสดุที่น่ากลัวยิ่งกว่า ก็ได้แต่กลั้นเอาไว้
ตอนนั้นเอง มีชายสองคนกำลังยืนสูบบุหรี่อยู่หน้าประตูจุดรับส่งพัสดุ พอเห็นพรรคพวกถูกคนอื่นพากลับมา สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นเดือดดาลทันที ตะโกนว่า “แม่งเอ๊ย! ยัยผู้หญิงที่ไหนวะ? ปล่อยพวกเขาเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นแกได้ซวยแน่!”
ชายคนนั้นคาบบุหรี่ไว้ในปาก คว้าไม้ท่อนที่พิงอยู่ข้างกำแพง แล้วพุ่งเข้าใส่เย่เจาด้วยความโกรธ
นี่แหละคือสิ่งที่เย่เจาต้องการ
ทันทีที่อีกฝ่ายเข้ามาใกล้ เธอก็เตะออกไปสองที ส่งชายทั้งสองที่ดูดุดันปลิวกระเด็นไปไกลหลายเมตร ร่วงลงพื้นอย่างมึนงง ไม่อาจลุกขึ้นได้อยู่พักใหญ่
สามคนที่ถูกมัดอยู่ด้วยกันสั่นสะท้านเมื่อเห็นภาพนั้น
แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!
ผู้หญิงชุดดำคนนี้ไม่ใช่สัตว์ประหลาดจริง ๆ เหรอ?
เย่เจาเหลือบมองคนสองคนที่กำลังดิ้นรนอยู่บนพื้น หูขยับเล็กน้อย
เมื่อได้ยินความเคลื่อนไหวด้านใน เธอก็เดินเข้าไปจัดการทั้งคู่ด้วยมีดผ่าแตงโม จากนั้นหันกลับมามองสามคนด้านหลัง รู้สึกว่าพวกเขาไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว แถมยังเกะกะสายตาเสียด้วย
ทั้งสามคนตัวสั่นงันงก ยังไม่ทันได้อ้อนวอนขอชีวิตจนจบ มีดผ่าแตงโมก็ปาดผ่านลำคอของพวกเขา เลือดพุ่งออกมาพร้อมเสียงครืดคราดประหลาด ก่อนจะเงียบไปตลอดกาล
เย่เจาเช็ดมือ ก่อนเดินเข้าไปในจุดรับส่งพัสดุ อาหารบนชั้นวางถูกกวาดไปหมดแล้ว ส่วนชั้นวางที่พิงอยู่กับกำแพง ตอนนี้ถูกดัดแปลงเป็นเสาแขวนถุงเลือด มีถุงเลือดหลายถุงห้อยอยู่บนนั้น
ชายหลายคนนั่งเล่นไพ่กันอยู่ใต้ชั้นวาง กลิ่นควันบุหรี่ กลิ่นเหล้า และกลิ่นคาวเลือดผสมปนเปกันจนชวนให้อาเจียน
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเมาจนได้ที่ แก้มแดงก่ำ กระทั่งเสียงดังหน้าประตูก็ยังไม่ได้ยิน
การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของเย่เจาไม่มีใครสังเกตเห็น จนกระทั่งเธอเดินไปอยู่ด้านหลังพวกเขา จึงมีคนหนึ่งเงยหน้าขึ้นมาถามว่า “สาวสวย มาหาใครเหรอ?”
ฉึก! ฉึก! ฉึก!
ไม่กี่มีดต่อมา ชายหลายคนก็ล้มลงกับพื้น ตายตาไม่หลับ
ภายในห้อง ชายชุดดำคนหนึ่งกำลังใช้แท่งเหล็กกระหน่ำฟาดคนที่นอนอยู่บนพื้นอย่างบ้าคลั่ง ขณะที่ชายอีกคนพิงกำแพงสูบบุหรี่พลางพูดว่า “เบามือหน่อย พวกเราฆ่าไปตั้งสองคนแล้ว เลือดของพวกมันยังมีประโยชน์อยู่นะ!”
“ฮ่า! ยังไงก็ต้องตายกันอยู่แล้ว ตายพร้อมกันไปเลยสิ!”
“เลิกพูดไร้สาระได้แล้ว ถ้าอยากตายก็ตายคนเดียว ฉันจะต้องวิวัฒนาการพลังพิเศษได้แน่!” ชายคนนั้นจุดบุหรี่ สูดควันเข้าปอดแล้วหัวเราะ
“ฉันจะต้องปลุกพลังได้เหมือนพี่โจว แล้วสร้างชื่อเสียงในโลกใหม่ให้ได้!”
“ฉันอิจฉาพี่โจวจริง ๆ ทำไมมีแค่เขาคนเดียวที่ปลุกพลังสำเร็จ?”
ชายที่นอนอยู่บนพื้นอ้อนวอนเสียงแผ่วเบา “ได้โปรด…ปล่อยพวกเราไปเถอะ…”
“ปล่อยพวกแกเหรอ? ฝันไปเถอะ! ไม่ใช่ว่าพวกเราไม่เคยให้โอกาส แต่พวกแกไม่ยอมรับเอง!” สีหน้าของชายชุดดำเย็นชาลง “พวกแกหาเรื่องใส่ตัวเอง!”
ชายคนนั้นฟาดแท่งเหล็กใส่คนที่อยู่บนพื้นอีกหลายครั้ง คนที่อยู่บนพื้นกอดหัวด้วยความเจ็บปวด กัดฟันแน่นไม่ยอมส่งเสียงร้องออกมา
ครอบครัวสามคนของเขาเดิมทีซ่อนตัวอยู่ในบ้านอย่างสงบ แต่เพราะปฏิเสธเข้าร่วมสมาคมผู้มาใหม่ คนพวกนี้จึงมองว่าพวกเขาเป็นคนนอกและพังประตูบุกเข้ามาโดยตรง พ่อแม่ของเขาถูกทุบตีจนตายระหว่างการต่อสู้ในครั้งนั้น
เขาเต็มไปด้วยความแค้น แต่โทรศัพท์ไปสถานีตำรวจก็ไม่ติด ไม่มีใครมาช่วยพวกเขาได้ เขาอ่อนแอเกินไปจนไม่มีแรงแม้แต่จะยกมือขึ้นต่อต้าน
ทำได้เพียงหวังว่าตัวเองจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกสักหน่อย และจะต้องหาโอกาสล้างแค้นให้ได้ แต่เขาจะมีชีวิตรอดจนถึงตอนจบจริงหรือ?
ความเจ็บปวดทั้งทางร่างกายและจิตใจแทบจะกลืนกินเขาจนหมดสิ้น
ทันใดนั้นเองก็มีเสียงโครมดังสนั่น ประตูถูกถีบเปิดออก ชายที่ถือแท่งเหล็กหันกลับไปมอง แล้วเห็นหญิงสาวในชุดดำคนหนึ่ง หน้ากากสีน้ำเงินปิดบังใบหน้าไปเกือบทั้งหมด แต่ดวงตาของเธอกลับใสกระจ่าง และคิ้วที่ขมวดเล็กน้อยก็ทำให้เธอดูดุดันเป็นพิเศษ
หลายคนที่ถูกซ้อมจนปางตายอยู่บนพื้นต่างมองไปทางประตูด้วยสายตาเปี่ยมความหวัง แต่เมื่อเห็นว่าคนที่เข้ามาเป็นเพียงหญิงสาวตัวเล็กคนหนึ่งที่ดูไม่มีพิษมีภัย พวกเขาก็หมดหวังและก้มหน้าลงอีกครั้ง
ชายที่กำลังสูบบุหรี่เลิกคิ้วขึ้น “โอ้ สาวสวยคนนี้มาจากไหนกัน?”
เย่เจาพิงกรอบประตู ดึงปืนออกมาจากกระเป๋า คนทั้งสองชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นมัน ก่อนจะหัวเราะลั่น “สาวสวย ปืนของเล่นแบบนี้ไม่สนุกหรอก ให้พี่เล่นกับหนูดี ๆ ดีกว่า!”
เย่เจายิ้ม ยกมือขึ้น เล็งไปที่ตำแหน่งหัวใจของชายถือแท่งเหล็ก ก่อนจะลั่นไกหนึ่งนัด กระสุนพุ่งทะลุหัวไหล่ของอีกฝ่าย!
ปืนติดเครื่องเก็บเสียงแทบไม่มีเสียงดังเลยแม้แต่น้อย
เลือดสาดกระเซ็น!
“อ๊าก!” ชายถือแท่งเหล็กร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะล้มลงกับพื้น แท่งเหล็กในมือร่วงลงพื้นดังเคร้ง ส่วนชายที่กำลังสูบบุหรี่ก็ตัวตรงขึ้นทันที อ้าปากจะตะโกน แต่เย่เจายกมือขึ้นแล้วยิงใส่เขาอีกนัด ชายคนนั้นกุมท้องทรุดเข่าลงกับพื้น
เส้นเลือดบนหน้าผากปูดโปน เขาตะโกนสุดเสียงว่า “ช่วยด้วย! มีคนบุกเข้ามา…!”
“ฆ่าคนมันผิดกฎหมายนะ!”
เย่เจา: ?
“นายฟังตัวเองพูดอยู่หรือเปล่า?” เย่เจายกปืนขึ้น ชี้ไปยังศพที่เย็นชืดอยู่ตรงมุมห้องแล้วพูดว่า “คิดว่าตัวเองมีสิทธิ์มาสั่งสอนฉันงั้นเหรอ?”
ชายสูบบุหรี่: “…”
“เรามาคุยกันได้ ผมเป็นคนสนิทของพี่โจว! ผมพาคุณไปหาพี่โจวได้ เขาจะบอกวิธีวิวัฒนาการเป็นผู้มีพลังให้คุณ!”
เขาพูดอย่างรีบร้อน “คุณไม่อยากเป็นผู้วิวัฒนาการ ไม่อยากสร้างชื่อในโลกยุคใหม่ และกลายเป็นผู้ปกครองที่แข็งแกร่งเหรอ?”
“ตายไปซะ” เย่เจาพูดอย่างรำคาญ ก่อนจะยิงใส่ศีรษะของเขาหนึ่งนัดจนระเบิดทันที ชายถือแท่งเหล็กที่อยู่ด้านข้างเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว ตัวสั่นจนพูดไม่ออก ได้แต่ถอยกรูดไปด้านหลังอย่างสิ้นหวัง ปากอ้าค้างอยู่พักใหญ่กว่าจะเค้นออกมาได้สองคำ
“ช่วยด้วย!!!”
แต่ทันทีที่เขาตะโกนออกมา คนที่นอนอยู่บนพื้นและเต็มไปด้วยบาดแผลก็ได้สติกลับมา พวกเขาพุ่งเข้าใส่ชายถือแท่งเหล็กทันที ใช้แรงทั้งหมดที่มีปิดปากเขาเอาไว้
ชายถือแท่งเหล็กดิ้นรนเตะขาอย่างบ้าคลั่ง ผ่านไปครู่หนึ่ง ขาทั้งสองข้างก็ตกลงอย่างไร้เรี่ยวแรง เขาถูกปิดปากจนขาดอากาศหายใจตาย
เย่เจาเหลือบมองพวกเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะหันหลังเดินไปอีกห้องหนึ่ง ระหว่างทางออกไป เธอบังเอิญเจอผู้ชายคนหนึ่งในทางเดิน เขากรีดร้องด้วยความหวาดกลัวทันทีที่เห็นเธอ
เย่เจายกมือขึ้นยิงหนึ่งนัด ศีรษะของชายคนนั้นระเบิดออก เขาล้มลงกับพื้น ตายตาไม่หลับ
เธอผลักประตูอีกบานเข้าไป และเห็นผู้ชายในชุดกาวน์สีขาวกำลังเจาะเลือดอยู่ ถุงเลือดจำนวนมากถูกติดป้ายกรุ๊ปเลือดและวางเรียงเป็นระเบียบอยู่ในกล่อง
ยังมีคนอีกหลายคนนอนอยู่บนพื้น แต่ใบหน้าของพวกเขาซีดเผือด หมดสติ และหายใจแผ่วเบาเพราะเสียเลือดมากเกินไป
“เจาะเลือดเยอะขนาดนี้ นายกำลังฆ่าคนชัด ๆ ยังมีหน้ามาใส่เสื้อกาวน์อีกเหรอ?”
เสียงที่ดังขึ้นด้านหลังทำให้ชายในชุดกาวน์สะดุ้งสุดตัว เขาหันกลับไปทันที และเห็นหญิงสาวในชุดดำคนหนึ่ง ความตึงเครียดบนใบหน้าเปลี่ยนเป็นความโกรธในพริบตา เขาดึงหน้ากากขึ้นปิดหน้าแล้วตวาดว่า
“เธอเป็นใคร? ใครปล่อยเธอเข้ามา? ฉันบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าห้ามรบกวนตอนฉันทำงาน? เหล่าจ้าว! เหล่าจ้าว!”
เย่เจาพูดว่า “อ้อ ฉันมาช่วยน่ะ ถึงจะไม่รู้ว่านายเรียกเหล่าจ้าวคนไหน แต่ถ้าเป็นพวกข้างนอก ก็คงได้รับโทษแล้วก็ตายไปแล้วล่ะ”
ชายในชุดกาวน์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตะโกนขึ้นว่า “เธอหมายความว่ายังไง? ใครก็ได้ รีบมา…!”
เย่เจายกมือขึ้นแล้วยิงหนึ่งนัด ชายในชุดกาวน์กุมหน้าอก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ ก่อนจะล้มลงไปตรง ๆ
เย่เจาหันหลังเดินออกมา คนที่ถูกซ้อมอยู่ในห้องก่อนหน้านี้ถือแท่งเหล็กเดินออกมาเช่นกัน สายตาของพวกเขาที่มองเย่เจาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความเลื่อมใส ราวกับกำลังมองผู้กอบกู้โลก คนหนึ่งในนั้นมีสีหน้าร้อนรนและถามว่า
“ขอโทษนะครับ คุณเห็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งไหม? อายุประมาณแปดเก้าขวบ ใส่เสื้อลายสก๊อตสีเขียว!”
“ไม่เห็น” เย่เจาส่ายหน้า แล้วมองไปยังห้องสุดท้าย
ชายคนนั้นรีบวิ่งไปเปิดประตู กลิ่นเหล้าคละคลุ้งอยู่ภายในห้อง ชายพุงพลุ้ยคนหนึ่งกำลังนอนหลับสนิท ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย ส่วนปลายเตียงมีเด็กชายคนหนึ่งนอนอยู่ตามร่างเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ
แม้จะอยู่ห่างกันพอสมควร เย่เจาก็ยังสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าเด็กคนนั้นหยุดหายใจไปแล้ว และตายมานานไม่รู้เท่าไร
เย่เจาถอนหายใจ ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
เธออยากรู้จริง ๆ ว่า “พี่โจวผู้มีพลังพิเศษ” คนนี้เป็นคนแบบไหนกันแน่ ถึงสามารถเลี้ยงดูพวกสารเลวไร้หัวใจพวกนี้ขึ้นมาได้
หลังจากเย่เจาจากไปได้ไม่นาน คนที่ได้รับการช่วยเหลือเหล่านั้นก็ถืออาวุธเดินออกมา เมื่อเห็นสมาชิกสมาคมผู้มาใหม่ที่นอนอยู่บนพื้น สีหน้าที่เคยเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและสับสนก็พลันเปลี่ยนเป็นความตื่นเต้นดีใจ
พวกเขาพากันเดินเข้าไปหาอย่างพร้อมเพรียง และไม่นานนัก ภายในสถานีรับพัสดุก็มีเสียงกระแทกดังสนั่นต่อเนื่องดังขึ้นมา…
.
.
จบ.