- หน้าแรก
- เทพเซียน กระดูกกระบี่ของข้ายาวขึ้นปีละหนึ่งนิ้ว
- บทที่ 151 คนคุ้นเคยยังคงอยู่
บทที่ 151 คนคุ้นเคยยังคงอยู่
บทที่ 151 คนคุ้นเคยยังคงอยู่
บทที่ 151 คนคุ้นเคยยังคงอยู่
ภายในร้านสุรานั้นคึกคักจอแจเป็นพิเศษ
ที่นี่เป็นสถานที่สำหรับพบปะสังสรรค์และพักผ่อนหย่อนใจอยู่แล้ว พอมีงานประมูลก็เลยมีคนหลั่งไหลมาที่นี่มากมาย
ฉินเว่ยกับสวีไห่นั่งจิบสุราวิญญาณกันเงียบๆ ตรงมุมร้าน พลางรำลึกถึงเรื่องราวในอดีต
เวลาสามสิบปีนั้นผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่ชีวิตในตอนนั้นกลับเต็มไปด้วยความไร้เดียงสาและเรียบง่าย
พอคุยเรื่องเก่าๆ จบ สวีไห่ก็ถอนหายใจยาว "ตอนที่ฝึกกระบี่กับข้า เพลงกระบี่ของเจ้ายังห่วยแตกอยู่เลย ทำไมพอไปทำนาถึงได้บรรลุวิชาขึ้นมาได้ล่ะ"
เขามั่นใจแล้วว่าฉินเว่ยที่อยู่ตรงหน้า ก็คือเด็กคนเดิมเมื่อหลายปีก่อน ไม่ผิดเพี้ยนไปแม้แต่น้อย
ไม่ได้ถูกใครแย่งร่างไปแน่นอน
ถ้าถูกแย่งร่างจริง ก็คงจำรายละเอียดปลีกย่อยพวกนี้ไม่ได้หรอก เผลอๆ ความทรงจำของร่างเดิมอาจจะถูกลบไปเสียด้วยซ้ำ
เมื่อได้ยินคำถามของสวีไห่ ฉินเว่ยก็ตอบกลับ "พอได้ไปลงมือทำนา ความรู้สึกมันก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน อยู่ๆ การฝึกเพลงกระบี่มันก็ลื่นไหลขึ้นมา เริ่มจากเพลงกระบี่ธรรมดาทั่วไป ค่อยๆ พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ความเข้าใจในวิถีกระบี่ก็ลึกซึ้งตามไปด้วย"
คำตอบนี้ไม่มีช่องโหว่ และไม่ได้โกหกแต่อย่างใด
สวีไห่ถอนหายใจเฮือก "เฮ้อ เรื่องของเจ้านี่มันช่างเหมือนกับเรื่องราวในพงศาวดารผู้ฝึกตนอิสระไม่มีผิดเพี้ยนเลย อ้อ จะว่าไป เรื่องของเจ้าก็ถูกนำไปเขียนเป็นพงศาวดารจริงๆ นั่นแหละ แถมยังโด่งดังมากในนิกายนางแอ่นเหินด้วยนะ"
ฉินเว่ยหัวเราะร่วน "งั้นรึ นี่ข้ากลายเป็นบุคคลในตำนานไปแล้วหรือเนี่ย"
วีรกรรมที่ฉินเว่ยทำไว้ ก็สมควรถูกนำไปเขียนเป็นหนังสือจริงๆ นั่นแหละ
ในหนังสือบรรยายว่าเขาคือยอดฝีมืออันดับหนึ่งที่ยังไม่ถึงระดับสร้างฐาน อาศัยเพียงฐานะผู้ฝึกตนอิสระก็สามารถต่อกรกับยอดฝีมือระดับหลอมปราณขั้นสูงถึงสี่คนได้ แถมหนึ่งในนั้นยังมีผู้ฝึกตนระดับหลอมปราณขั้นสมบูรณ์จากตระกูลใหญ่ระดับสร้างฐานอยู่ด้วย
การต่อสู้ครั้งนั้นที่สวนหลิวขาว มีผู้ฝึกตนอิสระเห็นเหตุการณ์อยู่ไม่น้อย
พวกผู้ฝึกตนอิสระชอบเรื่องราวแนวนี้อยู่แล้ว พอพูดกันปากต่อปาก เรื่องราวก็ยิ่งแพร่สะพัดออกไป
"จูอวี้เหวินคือลูกศิษย์ของเจ้าใช่หรือไม่"
สวีไห่มองหน้าฉินเว่ย แล้วเอ่ยถึงชื่อจูอวี้เหวินขึ้นมา
ฉินเว่ยไม่ได้แปลกใจอะไร เพราะจูอวี้เหวินก็เป็นศิษย์ของนิกายนางแอ่นเหิน ตอนนี้สวีไห่ก็เป็นถึงผู้ดูแลสายนอกของนิกาย การจะรู้เรื่องนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องยาก
"ใช่แล้ว ตอนที่ข้าทำนาอยู่ที่ตระกูลจิ้นกับปู่ของเขา เขาก็ขอฝากตัวเป็นศิษย์ ข้าเลยสอนเพลงกระบี่พื้นฐานให้เขาไป"
พอนึกย้อนไปถึงชีวิตชาวนาตอนนั้น มันก็รู้สึกสบายใจและเป็นอิสระดีจริงๆ
ฉินเว่ยเอ่ยถามต่อ "แล้วตอนนี้เขาเป็นอย่างไรบ้าง"
"หลังจากที่เจ้าสังหารคนของตระกูลจิ้นที่สวนหลิวขาว ข้ากับเขาก็ตามไปดูที่นั่น น่าเสียดายที่เจ้าจากไปเสียแล้ว"
ตอนนั้นสวีไห่ตั้งใจจะไปชักชวนฉินเว่ยให้มาเข้าร่วมนิกาย น่าเสียดายที่คลาดกันไป
"เมื่อห้าปีก่อน อวี้เหวินได้ยาเม็ดสร้างฐานจากนิกายมา แต่ตอนที่พยายามทะลวงสู่ระดับสร้างฐานกลับล้มเหลว หลังจากนั้นเขาก็ออกจากภูเขาไป ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปก่อตั้งตระกูลของตัวเองอยู่ที่ภูเขาสองหมาป่า"
สวีไห่เล่าเรื่องราวของจูอวี้เหวินให้ฟัง
การที่กินยาเม็ดสร้างฐานแล้วทะลวงระดับไม่สำเร็จ ก็เป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไป
แต่ล้มเหลวครั้งเดียวก็ใช่ว่าจะหมดหวังเสียเมื่อไหร่ วันหน้ายังมีโอกาสแก้ตัวใหม่ได้เสมอ
"ไปตั้งตระกูลที่ภูเขาสองหมาป่างั้นรึ"
เรื่องนี้กลับทำให้ฉินเว่ยแปลกใจไม่น้อย
สวีไห่อธิบายต่อ "ตระกูลจิ้นเกิดเรื่องวุ่นวายครั้งใหญ่ ส่งผลกระทบไปถึงตลาดคังเล่อ เพิ่งจะฟื้นตัวกลับมาได้เมื่อไม่กี่ปีมานี้นี่เอง"
หลังจากนั้น จิ้นตงไหล นายน้อยของตระกูลจิ้นก็ทะลวงสู่ระดับสร้างฐานได้สำเร็จ
ตระกูลจิ้นมีกิจการอยู่ทางนอกด่าน จิ้นตงไหลจึงเดินทางไปตรวจสอบดูแล แต่กลับไปปะทะเข้ากับพวกอสูรและคนเถื่อนเข้า
การต่อสู้ดุเดือดมาก จิ้นตงไหลสังหารพวกมันไปได้หลายคน แต่ตัวเขาเองก็ต้องมาจบชีวิตลงที่นอกด่านเช่นกัน
หลังจากจิ้นตงไหลตาย ผู้เป็นพ่อก็เกิดธาตุไฟเข้าแทรกระหว่างเก็บตัวฝึกฝน สายหลักของตระกูลจิ้นจึงได้รับความเสียหายอย่างหนัก
มีคนตั้งข้อสังเกตว่านี่อาจจะเป็นแผนการร้ายก็ได้ สองพ่อลูกจะมาดวงซวยเกิดเรื่องติดต่อกันแบบนี้ได้อย่างไร
แต่กลับไม่มีคนของตระกูลจิ้นคนไหนเอ่ยถึงเรื่องนี้เลย หนำซ้ำยังไม่มีการสืบสวนหาความจริงอีกด้วย
ผู้นำตระกูลคนปัจจุบันคือผู้ฝึกตนระดับสร้างฐานจากสายรองของตระกูลจิ้น
ด้วยการค้าขายที่เฟื่องฟู ธุรกิจของตระกูลจิ้นก็ขยายตัวใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ กอบโกยทรัพยากรมาได้เป็นกอบเป็นกำ ตอนนี้ในตระกูลก็มีผู้ฝึกตนระดับสร้างฐานเพิ่มขึ้นมาอีกสามคนแล้ว
"เพิ่มขึ้นมาอีกสามคนเลยรึ" ฉินเว่ยรู้สึกประหลาดใจมาก
ตระกูลจิ้นก็ใหญ่โตอยู่หรอกนะ แต่ไปเอายาเม็ดสร้างฐานมากมายขนาดนั้นมาจากไหนกัน
สวีไห่ถอนหายใจยาวอีกครั้ง "ตอนนี้นิกายนางแอ่นเหินตกอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ฝึกตนจากแปดตระกูลใหญ่ไปแล้ว ผู้ดูแลสายนอกอย่างข้าก็ทำได้แค่ก้มหน้าก้มตาฝึกฝนไปวันๆ ยาเม็ดสร้างฐานที่นิกายหลอมขึ้นมาได้ก็ถูกพวกมันผูกขาดไปจนหมด อวี้เหวินอยากจะซื้อยาเม็ดสร้างฐานจากนิกายสักเม็ดเพื่อพยายามเลื่อนขั้นอีกครั้ง ก็ยังหาโอกาสไม่ได้เลย สุดท้ายก็เลยต้องจำใจออกจากภูเขาไป"
ฉินเว่ยถึงบางอ้อ ที่แท้แปดตระกูลใหญ่ก็สูบเลือดสูบเนื้อนิกายนางแอ่นเหินไปจนหมดเปลือก ตอนนี้นิกายก็เหลือแค่ชื่อเท่านั้นแหละ แท้จริงแล้วทุกสิ่งทุกอย่างล้วนตกอยู่ในกำมือของแปดตระกูลใหญ่
การอาศัยใบบุญของนิกายระดับแก่นทองคำ ก็สามารถปั้นผู้ฝึกตนระดับสร้างฐานขึ้นมาได้เป็นกอบเป็นกำเลยทีเดียว
ส่วนเรื่องของจิ้นตงไหลกับผู้เป็นพ่อนั้น ดีไม่ดีอาจจะเป็นแผนการร้ายจริงๆ ก็ได้
แต่เรื่องพวกนี้ฉินเว่ยก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่ สิ่งที่เขาเป็นห่วงคือเหล่าจูต่างหาก
"แล้วปู่ของอวี้เหวินล่ะ ข้าเคยเจอแกอยู่สองสามครั้ง แกเป็นคนเก็บงำประกายนะ ตอนนี้ระดับการบำเพ็ญเพียรของแกก้าวหน้าไปถึงหลอมปราณขั้นสูงแล้ว ไม่แน่อาจจะมีหวังทะลวงสู่ระดับสร้างฐานได้ด้วยซ้ำ"
"จริงรึ"
เหล่าจูทะลวงถึงระดับหลอมปราณขั้นสูงแล้วงั้นรึ
ไม่น่าเชื่อว่าแกจะมีวาสนาถึงเพียงนี้ ชวนให้ประหลาดใจจริงๆ
ฉินเว่ยรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ไม่แน่ว่าวันข้างหน้าอาจจะได้มีโอกาสกลับมาพบกับเหล่าจูอีกครั้ง
เขาถามไถ่เรื่องราวในตลาดเทียนอวิ๋นต่อ แต่ดูเหมือนสวีไห่จะไม่ค่อยรู้เรื่องทางนั้นสักเท่าไหร่
"แล้วเจ้าล่ะ เป็นอย่างไรบ้าง"
"ข้าก็สบายดี หลังจากมาอยู่ที่นี่ก็ออกล่าพวกอสูรคนเถื่อน เอาความดีความชอบไปแลกยาเม็ดสร้างฐานมา จนทะลวงเข้าสู่ระดับสร้างฐานได้สำเร็จ ตอนนี้ก็มีทั้งภรรยาและลูกแล้วด้วย"
ฉินเว่ยเล่าเรื่องของตัวเองอย่างรวบรัด พร้อมกับบอกที่อยู่ของตัวเองให้สวีไห่รู้
ทั้งสองคนคุยกันอย่างออกรสจนลืมเวลา
เกือบจะเข้ายามจื่อ(เที่ยงคืน) ฉินเว่ยถึงได้กลับมาที่โรงเตี๊ยม
ลูกๆ หลับไปหมดแล้ว เหลือเพียงอวิ๋นเหนียงที่ยังคงนั่งรอการกลับมาของเขาอยู่
"อวิ๋นเหนียง ข้ามีข่าวดีจะบอก ป้าซุนกับเหล่าจูยังมีชีวิตอยู่ แถมอวี้เหวินยังได้เป็นเจ้าเขาของภูเขาสองหมาป่า และก่อตั้งตระกูลของตัวเองแล้วด้วยนะ"
ฉินเว่ยนำเรื่องของเหล่าจูและจูอวี้เหวินมาบอกภรรยา
"จริงรึ จริงรึเจ้าคะ!" อวิ๋นเหนียงถามย้ำด้วยความตื่นเต้นดีใจถึงสองครั้ง "แค่รู้ว่าทุกคนสบายดี ข้าก็เบาใจแล้วเจ้าค่ะ"
ตอนที่อาศัยอยู่กับตระกูลจิ้น เหล่าจูกับป้าซุนคอยดูแลเอาใจใส่พวกเขาสองคนเป็นอย่างดี แถมยังเป็นแม่สื่อแม่ชักให้พวกเขาทั้งคู่อีกด้วย
เมื่อรู้ว่าผู้มีพระคุณทั้งสองมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี อวิ๋นเหนียงจะไม่ดีใจได้อย่างไร
"ตอนนี้มีเส้นทางเรือบินระหว่างตลาดตงอวิ๋นกับนิกายนางแอ่นเหินเปิดให้บริการแล้ว รอให้สถานการณ์สงบลงเมื่อไหร่ ข้าจะพาเจ้ากลับไปเยี่ยมพวกเขานะ"
ฉินเว่ยเอ่ยพลางสวมกอดอวิ๋นเหนียงไว้แนบอก
พวกเขาสองคนก็เคยไปอาศัยอยู่ที่ภูเขาสองหมาป่ามาระยะหนึ่ง นึกไม่ถึงเลยว่าตอนนี้จูอวี้เหวินจะได้เป็นถึงท่านเจ้าเขาของที่นั่น ช่างเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์ใจเสียจริง
เที่ยงวันรุ่งขึ้น ฉินเว่ยก็เป็นเจ้ามือเลี้ยงข้าวสวีไห่และครอบครัวของเฉินซง
เมื่อเขาแนะนำสวีไห่ให้เฉินซงรู้จัก เฉินซงก็แสดงความประหลาดใจออกมา "ที่แท้ก็เป็นสหายจากนิกายนางแอ่นเหินนี่เอง ยินดีที่ได้รู้จัก ยินดีที่ได้รู้จัก"
พอรู้จักกับสวีไห่ปุ๊บ สัญชาตญาณพ่อค้าของเฉินซงก็ทำงานปั๊บ "ข้ากับสหายฉินร่วมหุ้นกันเปิดตลาดการค้า ทางฝั่งนิกายนางแอ่นเหินก็มีของดีอยู่ไม่น้อย วันข้างหน้าพวกเราคงได้ติดต่อค้าขายไปมาหาสู่กันบ่อยๆ แน่"
ก่อนที่จะพาทั้งสองคนมาเจอกัน ฉินเว่ยก็แอบกระซิบเรื่องของเฉินซงให้สวีไห่ฟังแล้ว แถมยังบอกด้วยว่าเฉินซงอาจจะหาช่องทางทำธุรกิจกับเขา
สวีไห่เหลือบมองฉินเว่ย สายตานั้นราวกับจะบอกว่า เจ้ามองคนได้ทะลุปรุโปร่งจริงๆ
หลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จ สวีไห่ก็ขอตัวไปสมทบกับพวกผู้ฝึกตนของนิกายนางแอ่นเหิน
ส่วนครอบครัวของเฉินซงและฉินเว่ย ก็พากันไปที่ลานประมูล ระหว่างทางเฉินซงก็ไม่วายซักไซ้ถามไถ่เรื่องราวทางฝั่งโน้นไม่หยุดหย่อน
ตั้งแต่บรรลุระดับสร้างฐาน อาณาจักรธุรกิจของเฉินซงก็เริ่มขยายตัวกว้างขึ้น หากมีโอกาสได้ร่วมมือกับนิกายนางแอ่นเหิน เขาก็ย่อมไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือไปง่ายๆ
ที่ลานประมูลมีคนมารออยู่เยอะแยะมากมายแล้ว ฉินเว่ยกับเฉินซงจึงขอเปิดห้องวีไอพี
ราคาห้องวีไอพีนั้นไม่เบาเลย ปาเข้าไปตั้งห้าสิบศิลาวิญญาณ
แต่ก็มีข้อดีตรงที่ครอบครัวและเด็กๆ สามารถเข้าไปนั่งดูด้วยกันได้ แถมยังมีความเป็นส่วนตัวและช่วยอำพรางตัวตนได้ระดับหนึ่งด้วย
พอเข้ามาในห้องวีไอพี ก็พบว่ามันกว้างขวางดีทีเดียว
มองลงมาจากหน้าต่างห้องวีไอพี ตอนนี้มีคนมานั่งจับจองพื้นที่ด้านล่างกันเกือบเต็มแล้ว
"มีผู้ฝึกตนระดับสร้างฐานมาเยอะขนาดนี้เลยรึ"
พอมาอยู่ที่นี่ ทำไมถึงรู้สึกว่าผู้ฝึกตนระดับสร้างฐานมันดูเกลื่อนกลาดราวกับผักปลาแบบนี้นะ