- หน้าแรก
- แม่มดฝึกหัด ขอจัดเต็ม
- บทที่ 256 โดนถล่มบ้าน
บทที่ 256 โดนถล่มบ้าน
บทที่ 256 โดนถล่มบ้าน
“ฉันก็ไม่ได้เจอกับรุ่นพี่มานานแล้วเหมือนกัน” ซิลฟ์เอ่ย
“ฉันเคยเจอรุ่นพี่ที่ป่าต้นขนมปังอยู่สองสามครั้งนะ แต่รุ่นพี่ก็มาไวไปไวตลอด เลยไม่ค่อยได้คุยอะไรกันเลย”
วาชิด้าพูดเสริม “แต่พวกเราก็กำลังจะไปถามเธอเรื่องประชาสัมพันธ์อยู่พอดี รุ่นพี่ปีสามต่างก็ยุ่งอยู่กับเรื่องย้ายหอพัก คาดว่าเธอคงนึกไม่ถึงเรื่องนี้หรอก”
“ฉันไปด้วยสิ!” โม่หลานเตรียมตัวออกจากบ้านทันที
ปีนี้ เวลาเกือบทั้งหมดของเธอล้วนหมดไปกับการเรียน ขนาดจำนวนครั้งที่ได้รวมตัวกับซิลฟ์และวาชิด้ายังไม่ค่อยจะมีเลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการได้เจอกับรุ่นพี่ลิลิธที่ยุ่งจนหัวหมุนไม่ต่างกัน
ตอนนี้ปีการศึกษาก็กำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว ถึงแม้จะยังอ่านหนังสือในห้องสมุดชั้นปีสองไม่จบ แต่ก็ไม่ใช่เพราะเธอพยายามไม่พอ แต่เป็นเพราะจำนวนหนังสือมันมีเยอะมากจนเกินไปต่างหาก
ต่อให้ใช้เวลาอ่านตลอดทั้งปีโดยไม่หยุดพัก ก็ยังไม่แน่ว่าจะอ่านได้หมด
ก็เพราะหนังสือทฤษฎีและคัมภีร์เวทมนตร์ระดับฝึกหัดและระดับต้นทั้งหมด ล้วนถูกเก็บรวบรวมเอาไว้ในห้องสมุดชั้นปีสอง แถมยังมีหนังสือจิปาถะอีกกองโต
ถึงเวลาต้องผ่อนคลายบ้างแล้ว และแวะไปไถ่ถามสถานการณ์ของรุ่นพี่สักหน่อย
การย้ายออกจากหอพักในตอนปลายปีสาม สำหรับแม่มดน้อยแล้ว ถือเป็นความท้าทายที่ไม่เล็กเลยทีเดียว
ทั้งสามคนพากันไปที่หอพักของรุ่นพี่ลิลิธ
ทว่าแปลงผักในสวนของรุ่นพี่ กลับถูกวัชพืชขึ้นปกคลุมจนหมด เนื่องจากขาดการดูแลมาเป็นเวลานาน
“รุ่นพี่คะ!”
“รุ่นพี่อยู่ไหมคะ?”
ทั้งสามคนเคาะประตูเรียก แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับเสียที
ทว่าอมีเลียที่อยู่หอพักข้าง ๆ กลับมาเอาของพอดี เมื่อเห็นพวกเธอ จึงเอ่ยบอกว่า:
“วันนี้ลิลิธน่าจะไม่กลับมาแล้วล่ะ ที่พักของเธอถูกทำลาย ตอนนี้เธอกำลังไปตามล่าหาตัวการเพื่อแก้แค้นอยู่น่ะ! ถ้าพวกเธออยากจะหาเธอ มะรืนนี้ช่วงเช้า เธอต้องกลับมาเก็บสัมภาระแน่นอน”
“ที่พักถูกทำลายเหรอ?” โม่หลานและเพื่อนทั้งสามตกใจมาก: “พื้นที่ชั้นในมันอันตรายขนาดนั้นเลยเหรอคะ?”
อมีเลียไม่ได้พูดอะไรมาก: “ถึงเวลาพวกเธอจะรู้เอง สรุปก็คือ การลงหลักปักฐานในป่ากว้างน่ะ ไม่ใช่เรื่องง่ายหรอกนะ”
ช่วงเช้าของวันงานเลี้ยงต้อนรับ ในที่สุดพวกโม่หลานทั้งสามก็เห็นรุ่นพี่ลิลิธกลับมาเสียที
พวกเธอจึงรีบเข้าไปทักทายรุ่นพี่
“รุ่นพี่คะ! พี่ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ?”
“รุ่นพี่คะ พิธีทำนายดวงดาวปีนี้ พี่จะยังเข้าร่วมไหมคะ?”
ลิลิธมองดูรุ่นน้องทั้งสามที่มีสีหน้ากังวลและเอ่ยถามเธออย่างเกรงใจ ถึงแม้เพิ่งจะถูกถล่มบ้านมาหมาด ๆ แต่เธอกลับแสดงท่าทีที่มั่นอกมั่นใจออกมา
“ฉันสบายดี ปัญหาเรื่องที่พักก็จัดการเรียบร้อยแล้ว พิธีทำนายดวงดาวฉันคงไม่ได้เข้าร่วมหรอก แต่จะช่วยแสดงความร่วมมือกับแม่มดที่ยังไม่มีที่พักให้เนียน ๆ ไปก่อนน่ะ
ที่กลับมาตอนนี้ ก็เพื่อเตรียมย้ายข้าวของที่เหลืออยู่ในหอพักไปไว้ที่พักใหม่น่ะ”
เธอไม่ได้โกหก เพียงแต่บ้านที่อุตส่าห์สร้างมาด้วยความยากลำบาก กลับถูกโขลงช้างคลุ้มคลั่งทำลายจนราบคาบก็เท่านั้น
แก้แค้นสำเร็จแล้ว แต่บ้านก็พังไม่เหลือซาก
ที่พักในตอนนี้ ก็เป็นเพียงแค่หลุมดินที่เธอขุดไว้ชั่วคราวเพื่อให้พอมีที่ซุกหัวนอนเท่านั้น
แถมยังสร้างอยู่ในอาณาเขตของโขลงช้าง คงไม่มีสัตว์ป่าหน้าไหนกล้าเข้ามารังควานในเวลาอันใกล้นี้แน่นอน
เพียงแต่เวลามันกระชั้นชิด สภาพความเป็นอยู่จึงน่าเป็นห่วงนัก เทียบกับรังของสัตว์ป่าบางชนิดยังไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
เรื่องพวกนี้ไม่จำเป็นต้องเล่าให้รุ่นน้องฟังหรอก ขืนเล่าไปก็เสียภาพลักษณ์รุ่นพี่หมด
ลิลิธแสดงได้แนบเนียนมาก พวกโม่หลานจึงมองไม่ออกเลยสักนิด ว่ารุ่นพี่ที่ทำตัวสบาย ๆ ไม่ทุกข์ร้อน แท้จริงแล้วสถานการณ์ตอนนี้ดีกว่าการนอนกลางดินกินกลางทรายแค่นิดเดียวเท่านั้น
“แบบนั้นก็ดีเลยค่ะ! งานเลี้ยงต้อนรับปีนี้ พวกเราเตรียมจะประชาสัมพันธ์เวทมนตร์จอมมนตราเหมือนปีที่แล้ว รุ่นพี่จะมาร่วมด้วยไหมคะ?” โม่หลานถาม
“ฉันลืมเรื่องนี้ไปซะสนิทเลย คงไม่ได้เข้าร่วมหรอกนะ...” ตอนที่ลิลิธพูดประโยคนี้ เลือดในใจแทบจะไหลซิบ ๆ
ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยาก แต่ตอนนี้บ้านของเธอว่างเปล่าไปหมด แม้แต่กระดาษจะเขียนใบปลิวก็ยังหาไม่ได้เลย
เดิมทีก็เตรียมไว้แล้วแหละ แต่หลังจากโดนถล่มบ้าน ทุกอย่างก็พังพินาศหมด
ทำได้เพียงปลอบใจตัวเองว่า อย่างน้อยห้องสมุดของสถาบันก็มีคัมภีร์เวทมนตร์สายเลือดของเธอเก็บรวบรวมไว้ และในเวทมนตร์การ์ดของโม่หลาน ก็ยังมีตู้สุ่มการ์ดและการ์ดของเธออยู่
ต่อให้ไม่ได้ไปประชาสัมพันธ์ ก็ยังพอจะเป็นที่รู้จักอยู่บ้าง
ความขมขื่นทั้งหมด ท้ายที่สุดก็แปรเปลี่ยนเป็นคำตักเตือนที่มีต่อรุ่นน้อง
“แม้ว่าพื้นที่ชั้นในจะไม่มีสัตว์เวทมนตร์โผล่มา แต่ก็ประมาทไม่ได้เลยนะ พวกเธอต้องเตรียมตัวไว้แต่เนิ่น ๆ แล้วก็ระวังตัวให้มากหน่อยล่ะ! เวทมนตร์เล่นแร่แปรธาตุต้องเรียนให้ได้ โดยเฉพาะวงเวทป้องกัน ยิ่งระดับสูงเท่าไหร่ก็ยิ่งดี!”
อย่าได้เป็นเหมือนเธอ ที่ในจังหวะสุดท้าย ดันมาถูกฝูงสัตว์ป่าที่ไม่ได้อยู่ในสายตาถล่มบ้านเอาเสียได้
“อะไรที่มากกว่านี้ ฉันก็คงบอกไม่ได้แล้ว พวกเธอระวังตัวกันให้ดีล่ะ ฉันคงไม่คุยด้วยแล้วนะ ต้องรีบไปเก็บของก่อน ขืนถึงเวลาแล้วของในหอพักจะหายหมดซะก่อน” ลิลิธเอ่ย
สำหรับเธอในตอนนี้ หากข้าวของที่เหลือในหอพักต้องสูญหายไปอีก ชีวิตหลังจากนี้ก็คงเคราะห์ซ้ำกรรมซัดและยากลำบากยิ่งกว่าเดิม เกรงว่าคงต้องใช้เวลาอีกนานโขกว่าจะตั้งตัวได้
เมื่อมองดูรุ่นพี่ที่รีบร้อนบอกลาเพื่อไปเก็บสัมภาระ จู่ ๆ พวกโม่หลานทั้งสามก็เกิดลางสังหรณ์ใจไม่ดีเกี่ยวกับชีวิตปีสามที่กำลังจะมาถึง
และลางสังหรณ์อันเลวร้ายนั้น ก็กลายเป็นจริง เมื่อพวกเธอได้รับแผนการเรียนปีสามในช่วงค่ำ
งานเลี้ยงต้อนรับในปีนี้ เงียบสงบกว่าหลายปีที่ผ่านมามาก ไม่มีจอมมนตราปรากฏตัวเหมือนหลายปีก่อน และก็ไม่มีแม่มดผู้ตื่นรู้ตามธรรมชาติปรากฏตัวเหมือนปีที่แล้ว
พวกโม่หลานได้ประชาสัมพันธ์เวทมนตร์ของตัวเองไปในงานเลี้ยงต้อนรับ พอจบงาน พวกเธอก็พากันไปหยิบไม้กวาดบินของตัวเองที่โรงเก็บไม้กวาดพร้อมกับรุ่นพี่ปีห้า เพื่อเตรียมตัวกลับก่อน
เมื่อพวกเธอเลื่อนชั้นขึ้นปีสาม ก็ต้องจดจ่ออยู่กับการเรียนและการพัฒนาความสามารถของตัวเองให้มากขึ้น หน้าที่นำทางเด็กใหม่กลับหอพัก จึงตกเป็นของแม่มดน้อยปีสองรุ่นใหม่ที่อาสารับหน้าที่นี้ไปโดยปริยาย
เบอร์ธ่ารวมถึงสองพี่น้องแอนนาและแอนนี่ ได้เปลี่ยนจากเด็กใหม่ที่ยังไร้เดียงสาเมื่อปีที่แล้ว กลายมาเป็น ‘รุ่นพี่’ ที่ปรับตัวเข้ากับชีวิตในสถาบันได้ และสามารถคอยไขข้อข้องใจให้กับเด็กใหม่ได้แล้ว
ตอนนี้พวกเธอกำลังเล่าเรื่องประเพณี ‘พิธีทำนายดวงดาว’ รวมถึงเรื่องไม้กวาดบินให้เด็กใหม่ฟังอยู่
พวกโม่หลานแต่ละคนล้วนเรียนรู้การซิ่งไม้กวาดมาตั้งนานแล้ว ปกติพอขึ้นขี่ไม้กวาดปุ๊บ ก็จะพุ่งพรวดออกไปปั๊บ
เพียงแต่วันนี้เป็นครั้งแรกที่พวกเธอได้กลายเป็นรุ่นพี่ที่เก่งกาจในสายตาเด็กใหม่ที่สามารถบินกลับหอพักได้ พวกเธอจึงให้ความสำคัญกับความสง่างามเป็นพิเศษ และลดความเร็วลงมาหน่อย
เพราะขืนบินเร็วเกินไป เสื้อคลุมก็จะปลิวแนบเนื้อ ผมเผ้าก็พัดกระเซอะกระเซิง สีหน้าก็คงดูไม่จืด ทำให้รุ่นน้องหมดโอกาสชื่นชมความเท่ตอนที่พวกเธอบินกันพอดี
เมื่อบินออกมาจากปราสาท ความเร็วของทุกคนก็ยังไม่เพิ่มขึ้น พวกเธอพากันพูดคุยด้วยความตื่นเต้น
“เมื่อกี้ฉันบินสวยไหม? ผมไม่ยุ่งใช่ไหม!”
“ฮี่ฮี่ ฉันได้ยินเสียงรุ่นน้องร้องอุทานด้วยล่ะ! ในที่สุดพวกเราก็ได้กลายเป็นรุ่นพี่ที่รุ่นน้องอิจฉาแล้ว!”
“ฮ่าฮ่า! ไม่ได้ตั้งใจจะอวดจริง ๆ นะ ทั้งหมดก็เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้รุ่นน้องตั้งใจเรียนวิชาการบินยังไงล่ะ!”
“ประเพณีของสถาบันมันก็เป็นแบบนี้นี่นา!”
“แต่งานเลี้ยงต้อนรับปีนี้ดันตรงกับวันเสาร์ อีกแค่วันเดียวก็ต้องเปิดเรียนอย่างเป็นทางการแล้ว วันหยุดยังไม่ทันจุใจเลยนะ!”
“ปีการศึกษานี้ เกรงว่าจะผ่านไปอย่างยากลำบากแล้วล่ะ พวกรุ่นพี่ต่างก็มาร่วมพิธีทำนายดวงดาวกันหมด ถึงแม้จะมีบางส่วนที่แค่มาช่วยแสดงให้เนียน ๆ แต่บนจัตุรัสก็มีเต็นท์ตั้งเยอะขนาดนั้นเลยนะ!”