- หน้าแรก
- แม่มดฝึกหัด ขอจัดเต็ม
- บทที่ 251 ลูกพลับสมบัติ
บทที่ 251 ลูกพลับสมบัติ
บทที่ 251 ลูกพลับสมบัติ
“อืม! รสชาติเหมือนแอปเปิลปกติเลย! น่าจะแค่ผลใหญ่ขึ้น ส่วนปริมาณน้ำไม่ได้ต่างจากเดิมเท่าไหร่นะ”
วาชิด้าออกความเห็น พอกัดคำต่อไปก็เริ่มกินคำใหญ่ขึ้น “เจ้านี่เรียกแอปเปิลยักษ์กลายพันธุ์ได้เลยนะ... เอ๊ะ?”
กัดไปคำเบ้อเริ่ม น้ำกลับพุ่งปรี๊ดออกมา!
“ทำไมข้างในมีแต่น้ำล่ะเนี่ย?”
ไหลเลอะเทอะเต็มมือเธอไปหมด
โม่หลานชะโงกหน้าเข้ามาดู “ดูเหมือนจะมีเนื้อแค่ตรงเปลือกนอกนะ ลองหั่นดูสักลูกเถอะ!”
เธอเลือกแอปเปิลลูกใหญ่มาหนึ่งลูก แล้วจัดการฝานจุกบนจาน “มีเนื้อหนาแค่หนึ่งเซนติเมตรเอง ข้างในเป็นน้ำผลไม้ทั้งหมดเลย”
เธอใช้ช้อนตักน้ำขึ้นมาจิบ “รสชาติเหมือนน้ำแอปเปิลเลย หวานอมเปรี้ยวกำลังดี อร่อยใช้ได้นะ!”
วาชิด้าเองก็ดื่มน้ำผลไม้ตาม “ฉันว่าต้นแอปเปิลนั่นควรเปลี่ยนชื่อเป็นต้นน้ำแอปเปิลนะ ออกผลมาเป็นน้ำแอปเปิลล้วน ๆ ประหยัดแรงคั้นไปได้เยอะเลย! ถ้าต้นผลขนมปังรู้จักทำตัวรู้ความแบบนี้บ้างก็คงดี”
“ต้นน้ำแอปเปิลเหรอ? ก็เหมาะดีนะ เอาชื่อนี้แหละ!” ซิลฟ์กล่าว
การตั้งชื่อให้พืชกลายพันธุ์ที่เพิ่งเพาะปลูกใหม่ ก็เป็นเรื่องที่ทำให้เธอปวดหัวอยู่เหมือนกัน
“มาลองชิมผลไม้อย่างอื่นกันต่อเถอะ!”
โม่หลานเลือกดูครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบผลไม้สีส้มขึ้นมาลูกหนึ่ง “นี่มันลูกพลับนี่นา! ดูไม่เห็นมีตรงไหนกลายพันธุ์เลย หน้าตาเหมือนลูกพลับทั่วไปเปี๊ยบ”
“เป็นลูกพลับกลายพันธุ์จ้ะ ทั้งอัตราการออกผลและขนาดของผล ล้วนเหมือนกับลูกพลับปกติทุกประการ แต่ต้นไม้บอกฉันว่า ภายในผลมีของล้ำค่าซ่อนอยู่”
ตัวซิลฟ์เองก็ยังไม่เคยชิมเหมือนกัน
ถึงแม้ลูกพลับลูกนี้จะนิ่มมือราวกับสุกงอมเต็มที่แล้ว แต่จากบทเรียนของวาชิด้าเมื่อครู่ โม่หลานจึงตัดสินใจว่าจะไม่เอาเข้าปากกัดโดยตรง
เธอวางลูกพลับลงบนจาน แล้วค่อย ๆ ผ่าออกอย่างระมัดระวัง “เนื้อข้างในก็ดูปกติดีนะ”
“หรือว่าของล้ำค่าที่ว่า จะหมายถึงรสชาติของผลไม้กันนะ?” วาชิด้าคาดเดา
“ฉันขอลองชิมหน่อยนะ” โม่หลานตักขึ้นมาคำเล็ก ๆ “หวานมาก แต่ก็เป็นแค่รสชาติกับสัมผัสของลูกพลับธรรมดา ไม่ได้อร่อยเลิศเลอจนถึงขั้นเป็นของล้ำค่าแน่นอน”
วาชิด้ากับซิลฟ์ต่างก็หยิบลูกพลับขึ้นมากินคนละลูก
ซิลฟ์กัดเปลือกลูกพลับให้แตก แล้วดูดกลืนเนื้อและน้ำที่อ่อนนุ่มเข้าไป ความเห็นของเธอตรงกับโม่หลานทุกประการ มันก็แค่ลูกพลับธรรมดา “แล้วของล้ำค่ามันอยู่ตรงไหนกันล่ะ?”
“กร๊อบ~” เสียงประหลาดดังเล็ดลอดออกมาจากปากของวาชิด้าที่กำลังกินลูกพลับคำโต
โม่หลานกับซิลฟ์หันขวับไปมองเธอพร้อมกันทันที
ต่อให้เผลอกัดโดนเมล็ดลูกพลับ ก็ไม่น่าจะเกิดเสียงที่ฟังแล้วชวนเสียวฟันขนาดนี้นี่นา!
วาชิด้าทำหน้าพิลึก จากนั้นแก้มก็ขยับไปมา ก่อนจะคาย... อัญมณีออกมาห้าเม็ด?
ถ้าจะพูดให้ถูกคือสี่เม็ด มีทั้งสีเหลือง สีน้ำเงิน สีแดง และสีเขียว ส่องประกายแวววาว เหลี่ยมมุมชัดเจน เม็ดสีเขียวนั้นแตกออกเป็นสองซีก เสียง “กร๊อบ” เมื่อครู่นี้ก็น่าจะมาจากเม็ดนี้นี่แหละ
การที่ในลูกพลับมีอัญมณีซ่อนอยู่นั้นเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมาก แต่สิ่งที่โม่หลานกับซิลฟ์เป็นห่วงมากกว่าคือตัววาชิด้า “ฟันของเธอไม่เป็นไรใช่ไหม?”
วาชิด้าก้มมองอัญมณีในมืออย่างจริงจัง เมื่อไม่เห็นเศษฟันปะปนอยู่ เธอก็ตอบอย่างไม่ค่อยแน่ใจ “น่าจะไม่เป็นไรมั้ง!”
ตอนนี้ในปากของเธอไม่รู้สึกถึงสิ่งแปลกปลอมแล้ว
แต่เพื่อความสบายใจ เธอจึงอ้าปากกว้างให้ซิลฟ์และโม่หลานช่วยตรวจดูอีกที
โม่หลานเอาความรู้เรื่องทันตกรรมจากดาวเคราะห์สีน้ำเงินเป็นประกัน “สมบูรณ์แบบไร้รอยขีดข่วน ฟันแข็งแรงดีมาก”
“ตกลงว่าอัญมณีพวกนี้ ก็คือของล้ำค่าที่ต้นลูกพลับบอกงั้นเหรอ?” วาชิด้าถาม “นี่มันอัญมณีจริง ๆ ใช่ไหม? อัญมณีที่ออกผลบนต้นไม้เนี่ยนะ?”
โม่หลานใช้เวททำความสะอาดล้างพวกมันเล็กน้อย ก่อนจะหยิบอัญมณีสีเหลืองขึ้นมาดูเม็ดหนึ่ง “ใช่ อัญมณีจริง ๆ แถมยังเป็นบุษราคัมที่มีความบริสุทธิ์ค่อนข้างสูงด้วย”
“แน่ใจเหรอโม่หลาน? มันเปราะไปหน่อยหรือเปล่า? ฉันกัดกร้วมเดียวก็แตกแล้วนะ” วาชิด้ายังคงไม่อยากจะเชื่อ อัญมณีอะไรจะแตกง่ายขนาดนี้?
โม่หลานลองทดสอบความแข็งดู “ไม่ใช่ว่ามันเปราะหรอก แต่เป็นเพราะฟันของเธอแข็งแรงเกินไปต่างหาก! ยังไงฉันก็ไม่มีทางกัดมันแตกแน่นอน”
ซิลฟ์ถึงขั้นควักค้อนอันเล็กออกมา ลองทุบมรกตครึ่งซีกที่แตกดู “ใช่แล้ว ฉันเองก็คงกัดไม่เข้าเหมือนกัน!”
วาชิด้าพูดด้วยความตกตะลึง “หรือว่ากระเพาะอาหารกลืนกินจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ฟันของฉันด้วย?”
เธอมองซ้ายมองขวา จนไปเจอก้อนหินก้อนเล็ก ๆ จึงลุกไปหยิบมันมา แล้วใช้เวททำความสะอาดล้างให้หมดจด “ขอฉันลองดูหน่อยนะว่าเป็นเพราะฟันของฉันจริงไหม...”
โม่หลานและซิลฟ์ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากห้าม ก็ได้ยินเสียง “กร๊อบ~” ดังขึ้นเสียก่อน
ก้อนหินก้อนนั้น แตกละเอียดอยู่ใต้คมฟันของวาชิด้าอย่างง่ายดาย
แถมยังไม่ได้ใช้ฟันกรามกัดด้วยซ้ำ แต่ใช้แค่ฟันหน้าเท่านั้น
“ฟันถูกเสริมความแข็งแกร่งขึ้นจริงด้วย! ถุย ๆ~” วาชิด้าคายเศษหินออกมา พลางพูดด้วยความตื่นเต้นดีใจ “พวกเธอเองก็ใช้การ์ดบำรุงร่างกายด้วยอาหารมาตลอดไม่ใช่เหรอ? ไม่แน่อาจจะกัดเข้าก็ได้นะ ลองดูสิ!”
โม่หลานกับซิลฟ์มองหน้ากัน เริ่มรู้สึกคันไม้คันมืออยากลองขึ้นมาบ้าง
ครู่ต่อมา ทั้งสองคนก็ถือหินกันคนละก้อนแล้วเริ่มลงมือกัด
“ซี๊ด~”
หินยังไม่ทันแตก แต่ฟันของโม่หลานทนไม่ไหวเสียก่อน “ดูเหมือนฟันของพวกเราจะยังกัดหินไม่เข้านะ”
ซิลฟ์ดึงแขนโม่หลานเบา ๆ เป็นเชิงบอกให้เธอดูที่ก้อนหิน
บนก้อนหินมีรอยฟันตื้น ๆ ประทับอยู่!
รูม่านตาของโม่หลานหดเกร็ง แทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
วาชิด้าหัวเราะร่า “เห็นไหมล่ะ! ฟันของพวกเธอก็แข็งแรงขึ้นเหมือนกัน ใช้การ์ดบำรุงร่างกายด้วยอาหารเยอะ ๆ เข้าไว้ ไม่ช้าก็เร็วพวกเธอต้องใช้ฟันขบหินให้แตกได้แน่!”
“เป็นการเสริมแกร่งแบบครอบคลุมรอบด้านจริง ๆ แฮะ!” โม่หลานอุทานด้วยความทึ่ง ไม่ต้องรอให้วาชิด้าบอก เธอก็ตั้งใจจะใช้การ์ดบำรุงร่างกายด้วยอาหารให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้อยู่แล้ว
ต่อให้เธอไม่สามารถย่อยก้อนหินได้เหมือนวาชิด้า แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธความสุขที่จะได้ขบก้อนหินให้แตกละเอียดในคำเดียวได้หรอกนะ!
วาชิด้าจัดการลูกพลับที่เหลือจนหมดในไม่กี่คำ “ไม่มีอัญมณีเม็ดอื่นแล้วแฮะ!”
“ในลูกพลับของฉันกับซิลฟ์ก็ไม่มีอัญมณีเหมือนกัน” โม่หลานบอก
“ดูเหมือนว่าของล้ำค่าที่ต้นลูกพลับบอก ก็คืออัญมณีพวกนี้นี่แหละ เพียงแต่ไม่ได้มีซ่อนอยู่ในลูกพลับทุกลูก” ซิลฟ์กล่าว
“ไม่รู้ว่าจะมีลูกพลับสักกี่ลูกที่มีอัญมณีซ่อนอยู่นะ?” โม่หลานรู้สึกสงสัยมาก
ถึงแม้อัญมณีในลูกพลับจะเป็นแค่อัญมณีธรรมดา แต่ต่อให้เป็นอัญมณีธรรมดา มันก็ยังคงมีมูลค่ามากอยู่ดี
ยิ่งไปกว่านั้น แม่มดที่สามารถใช้เวทมิติ ยังสามารถนำอัญมณีธรรมดามาแปรรูปเป็นอัญมณีเวทมนตร์ธาตุมิติได้อีกด้วย
“งั้นพวกเราเก็บลูกพลับมาให้หมด แล้วผ่าดูดีไหม!” ซิลฟ์เสนอ
การทำความเข้าใจสรรพคุณที่แน่ชัดของพืชกลายพันธุ์แต่ละชนิด ก็ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากในกระบวนการเพาะปลูกเช่นกัน
“เอาสิ!” วาชิด้าเห็นด้วยเป็นคนแรก พลางลูบพุงตัวเองเบา ๆ “เรื่องเนื้อลูกพลับไม่ต้องกลัวเสียของหรอก ต่อให้เยอะแค่ไหนฉันก็กินไหว!”
เพียงไม่นาน ลูกพลับทั้งหมดก็ถูกเก็บลงมาจนเกลี้ยง
ซิลฟ์รับหน้าที่ล้างลูกพลับ ส่วนโม่หลานคอยสั่งการเครื่องครัวให้หั่นลูกพลับ
ขณะที่วาชิด้ารับหน้าที่เทเนื้อผลไม้ลงในกระเพาะอาหารกลืนกิน เทไปพลางพูดไปพลาง “วันนี้แกลาภปากแล้วนะ! เก็บลูกพลับมาได้ตั้งสองตะกร้าใหญ่แน่ะ!”
ท้ายที่สุด จานผลไม้ใบหนึ่งก็ลอยมาอยู่ในมือของโม่หลาน อัญมณีในจานกองพะเนินเป็นภูเขาลูกย่อม ๆ
“อัญมณีทั้งหมดรวมอยู่ที่นี่แล้ว โดยเฉลี่ยลูกพลับสี่ห้าลูก จะมีอยู่หนึ่งลูกที่เมล็ดกลายเป็นอัญมณีทรงข้าวหลามตัดแบบนี้ ขนาดก็ไล่เลี่ยกัน ปกติจะมีประมาณสามถึงสี่เม็ด และมีครบทุกสีเลย” โม่หลานอธิบาย
“สวยจังเลย!” ซิลฟ์กล่าว “ฉันรู้แล้วว่าจะตั้งชื่อลูกพลับต้นนี้ว่าอะไรดี! ให้ชื่อว่าลูกพลับสมบัติก็แล้วกัน! เพราะมีโอกาสพบของล้ำค่าซ่อนอยู่ในลูกพลับไงล่ะ!”