- หน้าแรก
- แม่มดฝึกหัด ขอจัดเต็ม
- บทที่ 246 วิชาการต่อสู้จบลง
บทที่ 246 วิชาการต่อสู้จบลง
บทที่ 246 วิชาการต่อสู้จบลง
“ถ้าไม่วิ่งหนี ก็โดนไล่ทุบ พอเริ่มรับมือไหว ลูกบอลน้ำลูกใหม่ก็โผล่มาอีก! อนาถแท้!” วันนี้วาชิด้าดูจะสิ้นหวังกว่าเดิมหลายส่วน
โม่หลานเองก็เข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว: “คุณอามีช่าจะคอยเพิ่มระดับความยากตามความสามารถของพวกเราไปเรื่อย ๆ วิชานี้ไม่มีทางให้พวกเราเรียนกันอย่างสบาย ๆ แน่นอน ทุกคนต้องเตรียมใจไว้ให้ดีนะ”
บรรดาแม่มดน้อยต่างรู้สึกสะท้อนใจ: “แต่มันเจ็บจริง ๆ นะ!”
‘ไม่ใช่แค่เจ็บหรอก!’ โม่หลานคิดในใจ
เธอพบว่าในวันนี้ ความเจ็บปวดจากการถูกลูกบอลน้ำทุบตี แท้จริงแล้วไม่ได้คงที่เสมอไป
เธออุตส่าห์ทนความเจ็บปวดได้ ไม่ส่งเสียงร้อง ไม่ตื่นตระหนก และรับมือได้อย่างเยือกเย็น แต่สุดท้ายไม่นานก็พบว่า ลูกบอลน้ำที่เคยสัมผัสแล้วรู้สึกเหมือนโดนหมัดชก กลับเหมือนมีหนามล่องหนโผล่ออกมา การโดนอัดแต่ละทีเหมือนโดนเหล็กแหลมทิ่มแทงเข้าสู่ร่างกาย กลายเป็นการเจ็บในรูปแบบที่ทรมานกว่าเดิม
เธอทนอยู่นานก็ยังไม่สามารถปรับตัวให้ชินกับมันได้
พอคิดว่าจะต้องถูกลูกบอลน้ำที่พัฒนาความโหดขึ้นเรื่อย ๆ แบบนี้ทุบตีไปอีกหนึ่งเดือน ต่อให้เป็นเธอก็ยังอดรู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาไม่ได้
ถ้าไม่ใช่เพราะสัมผัสได้ว่าในคาบเรียนสั้น ๆ สองคาบนี้ ความสามารถในการทนต่อความเจ็บปวด ความสามารถในการต่อสู้ ความสามารถในการหลบหนี และการใช้มีดสั้นของเธอพัฒนาขึ้นไม่น้อย เธอเองก็อาจจะไม่สามารถยืนหยัดต่อไปได้เช่นกัน
การฝึกทหารบนดาวเคราะห์สีน้ำเงิน เทียบไม่ได้เลยกับเศษเสี้ยวของที่นี่
ไม่ต้องพูดถึงความยากของโปรแกรมการฝึก แค่ตัวการฝึกทหารเองก็ยังเน้นความเป็นกลุ่มก้อน มีคนคอยเป็นเพื่อน แต่สำหรับการฝึกวิชาการต่อสู้นี้ แม้ทุกคนจะอยู่ในลานฝึกเดียวกัน แต่กลับไม่มีการร่วมมือกันเลยสักนิด เต็มที่ก็แค่ตอนที่ถูกทุบจนเจ็บแล้วอยากถอดใจ พอเห็นเพื่อน ๆ สภาพย่ำแย่ไม่ต่างกัน ก็พอจะได้รับความปลอบใจขึ้นมาบ้างเท่านั้น
แม่มดแทบจะไม่ค่อยรวมกลุ่มกันเพื่อพึ่งพาอาศัย ซึ่งสามารถสังเกตได้จากการสอนของสถาบัน
ความใจดีของแม่มดเป็นสิ่งที่ติดตัวมาแต่กำเนิด โดยเฉพาะกับพวกพ้องเดียวกัน ตามหลักแล้วการรวมพลังกันย่อมเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่กว่า แต่แม่มดกลับไม่เคยฝึกฝนความสามารถในการต่อสู้เป็นกลุ่มอย่างจริงจัง สิ่งที่พวกเธอเรียนรู้ยังคงเป็นความสามารถในการเอาชีวิตรอดโดยไม่พึ่งพาผู้อื่น
อิสรภาพและความเป็นอิสระ คือสิ่งที่แม่มดเฝ้าตามหาตลอดทั้งชีวิต
การทุ่มเทความพยายามใด ๆ เพื่อสิ่งนี้ ล้วนเป็นสิ่งที่เต็มใจทำ
ก็เพราะเหตุนี้ แม้วิชาการต่อสู้จะเรียกได้ว่าเป็นการทรมาน แต่เพียงเพราะมันให้ประโยชน์กับตัวเองอย่างชัดเจน เหล่าแม่มดน้อยจึงกัดฟันยืนหยัดต่อได้
จากลานราบที่เต็มไปด้วยเศษหิน ไปจนถึงพื้นที่หินตะปุ่มตะป่ำและป่าเล็ก ๆ ที่ซับซ้อน จำนวนของลูกบอลน้ำและรูปแบบการโจมตีที่เปลี่ยนไป พร้อม ๆ กับสถานที่ฝึกฝนที่เปลี่ยนตาม
เวลาหนึ่งเดือน พูดว่านานก็นาน แต่อดทนฝืนทนไปเดี๋ยวเดียว มันก็ผ่านพ้นไปแล้ว
เมื่อคุณอามีช่าประกาศว่าวิชาการต่อสู้สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ เหล่าแม่มดน้อยกลับรู้สึกราวกับผ่านพ้นไปแล้วชาติหนึ่ง หลังจากส่งเสียงเชียร์แล้ว พวกเธอกลับไม่ได้รู้สึกดีใจเหมือนที่เคยจินตนาการไว้
“แปลกจริง! ก่อนหน้านี้ไม่มีวันไหนที่ไม่ปรารถนาให้วิชานี้จบไว ๆ แต่พอจบจริง ๆ ฉันกลับรู้สึกไม่ค่อยดีใจแถมยังรู้สึกอาลัยอาวรณ์นิด ๆ อีกแน่ะ?”
วาชิด้ากล่าวด้วยสีหน้าแปลกประหลาด
ซิลฟ์ลูบคาง: “หรือว่า พวกเราจะถูกลูกบอลน้ำทุบจนเกิดความผูกพันกันซะแล้ว?”
“ฉันไม่อยากโดนทุบอีกแล้ว!” ไอส์รีบพูด: “ลูกบอลน้ำทุบเจ็บขึ้นเรื่อย ๆ ฉันว่าตอนนี้ต่อให้ฉันโดนจับไปอยู่ในห้องทดลองของจอมเวทเมื่อหลายร้อยปีก่อน ก็คงทนรับการทรมานไปได้พักใหญ่เลยล่ะ”
“วิชานี้เรียนไปก็ทุกข์จริง ๆ นั่นแหละ แต่ผลลัพธ์มันก็เห็นได้ชัดมาก! อย่างน้อยตอนนี้ทักษะการหนีตายของทุกคนก็ถือว่ายอดเยี่ยม สมาธิก็ดีขึ้น การร่ายเวทไปพลางวิ่งไปพลางน่าจะไม่ใช่ปัญหาแล้ว แถมยังถืออาวุธที่เข้ามือมาแกว่งเล่นได้สองสามกระบวนท่าแล้วไม่ใช่เหรอ?”
โม่หลานกล่าวต่อ: “พวกเราคงไม่มีโอกาสฝึกฝนที่ทั้งตื่นเต้นเร้าใจและปลอดภัยไร้กังวลขนาดนี้อีกแล้ว พอหวนนึกถึง ก็ย่อมรู้สึกอาลัยเป็นธรรมดา”
“ใช่ ๆ ๆ! ไม่ใช่ว่าหลงรักการถูกทุบ แต่หลงรักความรู้สึกที่ได้รับพลังต่างหาก!” วาชิด้ารู้สึกสบายใจขึ้นมาในที่สุด
เธอไม่ได้ถูกทุบจนเพี้ยนไปแล้ว แค่ความรู้สึกที่ได้ก้าวหน้ามันดีมากต่างหาก
“วิชาการต่อสู้จบลงแล้ว แต่พวกเราก็ห้ามละเลยการฝึกฝนด้านนี้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นนานไปเดี๋ยวก็คงถอยหลังกลับไปเหมือนเดิม” โม่หลานเตือนทุกคน: “ปีสามปีสี่ต้องสำรวจพื้นที่ชั้นใน ปีห้าต้องสอบเอาตัวรอดในพื้นที่ชั้นนอก บางทีอาจจะได้ใช้งานก็ได้นะ”
“แต่ตอนนี้ ไม่มีลูกบอลน้ำของอาจารย์ใหญ่แล้ว พวกเราจะฝึกกันเองยังไงดีล่ะ?” ซิลฟ์ถาม
“งั้นเอาแบบนี้ไหม พวกเราแบ่งเวลามาสัปดาห์ละนิด เพื่อมาประลองฝีมือกัน? ในเมื่อไม่มีลูกบอลน้ำแล้ว พวกเราทุกคนก็สามารถเป็นลูกบอลน้ำให้กันและกันได้! ส่วนเรื่องความปลอดภัย อาจารย์ใหญ่ผู้พิทักษ์ต่างก็คอยจับตาดูพวกเราอยู่! อีกอย่างถ้าไม่ใช้เวทมนตร์ บาดแผลที่เกิดขึ้นก็มีจำกัดอยู่แล้ว” โม่หลานเสนอ
ถ้าไม่ใช่เพราะแม่มดน้อยส่วนใหญ่ยังไม่ได้ลงลึกเรื่องเวทมนตร์ โม่หลานก็อยากจะใส่การประลองเวทมนตร์เข้าไปด้วยซ้ำ
หุ่นฝึกซ้อมมันแข็งทื่อเกินไป
“อันนี้น่าสนใจ!”
เหล่าแม่มดน้อยตกลงเห็นชอบทันที และสรุปกันเดี๋ยวนั้นว่า หลังจบวิชาไขข้อข้องใจเวทมนตร์ทุกวันศุกร์ จะไปประลองฝีมือกันที่ลานฝึกหนึ่งชั่วโมง เพื่อฝึกฝนการต่อสู้ต่อไป
ส่วนรูปแบบการฝึก หลัก ๆ คือสิ่งที่โม่หลานเสนอ ซึ่งเรียบง่ายมาก เป้าหมายสูงสุดก็คือการทำให้แม่มดน้อยคนอื่นล้มลงไปกองกับพื้น
การประลองฝึกฝนครั้งแรก เกิดขึ้นในวันแรกหลังจากจบวิชาการต่อสู้
สถานที่ฝึกคือลานฝึกกลางแจ้งสภาพป่าที่ทุกคนคุ้นเคย
แม่มดน้อยพากันนำไม้กวาดและไม้กายสิทธิ์ไปวางไว้ที่ขอบลานฝึก จากนั้นก็พร้อมใจกันเรียกอาจารย์ใหญ่ผู้พิทักษ์ของตัวเอง
“อาจารย์ใหญ่คะ! กำลังมองอยู่หรือเปล่าคะ?”
“ถ้าเดี๋ยวเกิดเรื่องอะไรขึ้น รบกวนช่วยส่งหนูไปห้องพยาบาลด้วยนะคะ!”
“อาจารย์ใหญ่! ถ้าไม่มีอันตรายถึงชีวิตตอนที่หนูร้องขอความช่วยเหลือ ห้ามยื่นมือเข้ามานะคะ!”
“อีกห้านาที พวกเราจะเริ่มแล้วนะคะ!”
...
ในห้องพักอาจารย์ใหญ่ อาจารย์ใหญ่ผู้พิทักษ์ทั้งยี่สิบเจ็ดคนนั่งอยู่ด้วยกัน เบื้องหน้าของแต่ละคนมีจอแสงสะท้อนภาพแม่มดน้อยที่ตนดูแลอยู่
“เด็กพวกนี้ใจกล้าจริง ๆ เลย เอาเลือดตกยางออกเป็นสัญลักษณ์ว่าออกจากการแข่งขัน! ไม่กลัวพลาดพลั้งเสียชีวิตเลยหรือไง!”
“เห็นพวกเธอในสภาพนี้ ใครจะไปคิดล่ะว่าเมื่อเดือนก่อน แค่โดนลูกบอลน้ำอัดทีเดียว ก็ร้องลั่นไปสามบ้านแปดบ้าน!”
“พวกเธอรวมกลุ่มฝึกฝนกันเองได้ถือว่าหายากมากแล้ว พวกเราก็มีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องนี้ไม่ใช่เหรอ?”
“ถึงเวลานั้นถ้าบาดเจ็บเล็กน้อยก็ให้พวกเธอจัดการกันเอง ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ค่อยยื่นมือเข้าไปช่วย ไม่ปล่อยให้พวกเธอเสียชีวิตหรอกน่า!”
...
แม้ปริมาณงานของอาจารย์ใหญ่จะเพิ่มขึ้น แต่พวกเธอกลับยินดีที่จะเห็นสิ่งนี้เกิดขึ้น
“พวกเธอฝึกกันให้เต็มที่เลย! ทุกอย่างมีพวกเราคอยดูแล!”
ตัวแทนอาจารย์ใหญ่ผู้พิทักษ์เอ่ยปาก ความกังวลสุดท้ายของเหล่าแม่มดน้อยก็มลายหายไป
แต่ละคนหยิบอาวุธออกมา แล้วมุดหายเข้าไปในป่า
ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา หนึ่งในผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเธอ คือรู้วิธีการใช้สภาพพื้นที่เพื่อหลบหลีกและไล่ล่าศัตรู
มีเพียงโม่หลานที่ยืนอยู่ที่เดิมโดยไม่ขยับ และรอคอยอย่างเงียบ ๆ
ในตอนที่จบวิชาการต่อสู้ เธอสามารถรับมือกับลูกบอลน้ำสี่สิบลูกได้ด้วยตัวคนเดียว ซึ่งแม่มดน้อยคนอื่น ๆ ยังคงห่างไกลจากระดับของเธออยู่มาก
ถ้าการฝึกในวันนี้เป็นการไล่ฆ่าล่ะก็ เธอก็คือเพชฌฆาตที่ร้ายกาจที่สุด ไม่จำเป็นต้องหลบหลีก พุ่งเข้าใส่ได้เลย
ห้านาทีต่อมา การฝึกฝนก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ