- หน้าแรก
- แม่มดฝึกหัด ขอจัดเต็ม
- บทที่ 241 ราคาวัตถุเวทมนตร์
บทที่ 241 ราคาวัตถุเวทมนตร์
บทที่ 241 ราคาวัตถุเวทมนตร์
โม่หลานแบ่งปันเคล็ดลับการเรียนรู้เวทขึ้นรูปไม้และเวทขึ้นรูปทองอย่างรวดเร็วให้เหล่าแม่มดน้อยฟังโดยไม่มีปิดบัง
บรรดาแม่มดน้อยต่างให้ความสำคัญกับคำแนะนำของเธอ พวกเธอตรงดิ่งไปยังปราสาทสถาบันทันที เพื่อคัดลอกหนังสือเวทมนตร์สองเล่มที่โม่หลานแนะนำ
ถึงอย่างไรนอกจากเวลาเรียนแล้ว ตอนนี้พวกเธอก็ปลีกเวลาไปทำเรื่องส่วนตัวไม่ได้มากนัก
โม่หลานเรียนเวทมนตร์ธาตุทั้งสี่สายจบหมดแล้ว ทว่าพวกเธอยังไม่มีเวลาศึกษาเวทมนตร์สายที่ตัวเองเตรียมจะเรียนรู้ให้ลึกซึ้งได้ดีพอเลย
ดังนั้นพวกเธอเองก็อยากจะเรียนหลักสูตรให้จบไว ๆ จะได้สะสมวันหยุดไว้เยอะหน่อย เพื่อนำไปเรียนเวทมนตร์ที่ตัวเองอยากเรียนเช่นกัน
โม่หลานช่วยกระตุ้นไฟแห่งการเรียนรู้วิชาเล่นแร่แปรธาตุให้กับเหล่าแม่มดน้อย ส่วนตัวเองกลับมุ่งหน้าไปยังลานฝึก เพื่อเริ่มต้นการฝึกฝนเวทมนตร์ประจำวัน
หลังจากผลาญพลังเวทไปกว่าครึ่ง เธอถึงค่อยกลับหอพัก
ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป นอกจากบ่ายวันศุกร์ที่ต้องแบ่งเวลาเล็กน้อยไปเข้าวิชาไขข้อข้องใจเวทมนตร์ เพื่อให้คุณอามีช่าช่วยตอบคำถามที่สงสัยจากการเรียนในรอบสัปดาห์แล้ว เวลาที่เหลือทั้งหมด เธอสามารถจัดสรรเองได้ตามใจชอบ
ช่วงเวลาตอนบ่ายที่เหลือ โม่หลานจัดสรรไว้สำหรับเวทมนตร์เล่นแร่แปรธาตุ เวทมนตร์ปรุงยา เวทมนตร์มิติ และเวทมนตร์พฤกษา
เธอเตรียมจะผลักดันความคืบหน้าของเวทมนตร์เหล่านี้ไปพร้อม ๆ กับการเรียนเวทมนตร์สายธาตุ
อีกทั้งไม่ได้ตั้งใจจะเรียนให้จบทีละวิชา แต่เลือกที่จะเรียนทั้งสี่สายควบคู่กันไป
ตอนนี้เธออ่านหนังสือเกี่ยวกับการเล่นแร่แปรธาตุจบหมดแล้ว
ไม่ใช่แค่หนังสือในห้องสมุดปีสอง และไม่ใช่แค่หนังสือภาพ ‘คัมภีร์เล่นแร่แปรธาตุแม่มด’ บนชั้นหกของหอสมุดเท่านั้น
แต่เป็นหนังสือเกี่ยวกับการเล่นแร่แปรธาตุทั้งหมดที่หอสมุดรวบรวมเอาไว้
กล่าวได้ว่า ณ วินาทีนี้ คลังความรู้ด้านการเล่นแร่แปรธาตุของเธอ ได้ก้าวข้ามแม่มดสายเล่นแร่แปรธาตุหลายคนไปแล้ว
หลังจากนี้ เมื่อจัดระเบียบความรู้เกี่ยวกับอักขระเวทเดี่ยวทั้งหนึ่งร้อยแปดตัวในหัวเสร็จสิ้น ก็สามารถเริ่มสร้างอุปกรณ์เวทมนตร์ตามแบบแปลนการเล่นแร่แปรธาตุ เพื่อยกระดับความสามารถด้านเวทมนตร์เล่นแร่แปรธาตุของตัวเองไปทีละก้าวได้เลย
การสร้างอุปกรณ์เวทมนตร์แต่ละชิ้น สำหรับโม่หลานแล้ว ล้วนเป็นโอกาสในการเพิ่มความหลากหลายให้กับคลังการ์ดของตน
เธอเพียงแค่ลงมือสร้างเพียงครั้งเดียว ก็สามารถผลิตจำนวนมากได้แล้ว
ทว่าการตั้งราคาของการ์ดประเภทนี้ จำเป็นต้องนำมาพิจารณาสักหน่อย
ไม่สิ ควรจะบอกว่าการตั้งราคาของการ์ดทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเวทมนตร์และอุปกรณ์เวทมนตร์ จำเป็นต้องนำกลับมาทบทวนใหม่อีกครั้งถึงจะถูก
คัมภีร์การ์ดนั้นทรงพลังมาก ขอเพียงมีความรู้และมีพลังงานสำรอง ไม่ว่าการ์ดแบบไหนก็สามารถสร้างออกมาได้ทั้งสิ้น
การที่โม่หลานใช้คัมภีร์การ์ดหาพลังเวทนั้นไม่ใช่ปัญหา เรื่องอื่นเธออาจจะควบคุมไม่ได้ แต่เธอรู้สึกว่าอย่างน้อยตัวเองก็ไม่ควรปล่อยให้การ์ดเข้าไปส่งผลกระทบต่อการสืบทอดเวทมนตร์และพื้นที่ทำมาหากินของบรรดาแม่มด
คัมภีร์การ์ดคือวัตถุแห่งพรสวรรค์ของเธอ มันดำรงอยู่ได้ก็เพราะเธอ
หากบรรดาแม่มดพึ่งพาคัมภีร์การ์ดมากเกินไป จนปล่อยให้การ์ดยึดครองตลาดอุปกรณ์เวทมนตร์ไปอย่างสมบูรณ์ สมมติว่าวันหนึ่งเธอไม่อยู่แล้ว และคัมภีร์การ์ดหายไป พวกแม่มดจะทำอย่างไร?
ถึงแม้การซื้อการ์ดจะต้องใช้พลังเวทมนตร์ และการฝึกฝนเวทมนตร์ก็ช่วยเพิ่มพูนพลังเวทมนตร์ได้ ต่อให้การ์ดจะครองตลาด แม่มดก็คงไม่ถึงขั้นทอดทิ้งเวทมนตร์ไปเสียทีเดียว
แต่การ์ดที่สามารถใช้แทนยาเวทมนตร์และอุปกรณ์เวทมนตร์ได้ หากสร้างผลกระทบต่อตลาดปรุงยาและเล่นแร่แปรธาตุหนักหน่วงเกินไป ก็อาจส่งผลให้เวทมนตร์เล่นแร่แปรธาตุและเวทมนตร์ปรุงยาต้องเสื่อมถอยลง
นี่คือสิ่งที่โม่หลานไม่อยากให้เกิดขึ้น
เรื่องนี้แตกต่างจากการ์ดเวทมนตร์
ฟังก์ชันของการ์ดเวทมนตร์แม้จะทับซ้อนกับเวทมนตร์ของพวกแม่มดอยู่บ้าง
แต่สิ่งที่เธอวางขายอยู่ตอนนี้ล้วนเป็นการ์ดเวทมนตร์แบบใช้แล้วทิ้ง แถมราคายังแพงกว่าการที่แม่มดร่ายเวทด้วยตัวเองอยู่ไม่น้อย
จุดประสงค์ของการ์ดคือการรองรับผู้ทำสัญญาที่ไม่มีพรสวรรค์ในเวทมนตร์บางประเภทแต่มีความจำเป็นต้องใช้การ์ดนั้น รวมถึงผู้ทำสัญญาที่ต้องการสะสมการ์ดเวทมนตร์ไว้ใช้ช่วยชีวิตในยามคับขัน
การ์ดเวทมนตร์ในลักษณะนี้ ดำรงอยู่ในฐานะตัวช่วยเสริมเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนเวทมนตร์ได้ และจะไม่ส่งผลกระทบต่อแรงผลักดันในการเรียนรู้เวทมนตร์ของบรรดาแม่มดด้วย
โม่หลานครุ่นคิดดูแล้ว มีเพียงการทำความเข้าใจมูลค่าดั้งเดิมของมันเท่านั้น ถึงจะสามารถกำหนดราคาที่เหมาะสมได้
ถึงแม้ตอนนี้ความสามารถด้านการเล่นแร่แปรธาตุและการปรุงยาของเธอจะยังไม่เท่าไหร่ และสร้างสิ่งของออกมาได้ไม่มากนัก แต่ก็ต้องศึกษาข้อมูลไว้ล่วงหน้า ภายหลังจะได้รู้ว่าควรสร้างการ์ดเหล่านี้ออกมาอย่างไร!
น่าเสียดายที่เธอไม่เคยเห็นหนังสือทำนองนี้ในห้องสมุดเลย และหนังสือภาพแบบนั้นก็ไม่มีเช่นกัน
เช่นนั้นก็มีเพียงต้องขอความช่วยเหลือจากคุณอามีช่าแล้ว
“อาจารย์ใหญ่คะ! ในสถาบันมีหนังสือเกี่ยวกับราคาตลาดของวัสดุเวทมนตร์และสินค้าสำเร็จรูปในวาเลน รวมถึงในเผ่าแม่มดไหมคะ?”
“มีสิ เป็นหนังสือ ‘ราคาวัตถุเวทมนตร์’ ฉบับปรับปรุงล่าสุด อยู่ในหมวดหนังสืออ่านนอกเวลาแนะนำสำหรับปีสี่และปีห้า”
“หนูขอคัดลอกมาอ่านล่วงหน้าสักหน่อย เพื่อทำความเข้าใจการตั้งราคาของอุปกรณ์เวทมนตร์ได้ไหมคะ? จะได้พยายามทำให้การ์ดที่สร้างขึ้น ไม่ไปขัดผลประโยชน์กับธุรกิจของบรรดาแม่มดสายเล่นแร่แปรธาตุและแม่มดสายปรุงยามากนักน่ะค่ะ” โม่หลานบอก
อามีช่ารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่เด็กคนนี้คิดเรื่องนี้ได้ เธอจึงเซ็นบัตรผ่านเข้าหอสมุดให้อีกฝ่ายไปทันที
เช้าวันต่อมา โม่หลานก็ไปที่หอสมุด แล้วคัดลอกหนังสือชุดนี้มาทั้งหมด
หนังสือเล่มนี้เขียนขึ้นเมื่อห้าสิบปีก่อน โดยบันทึกราคาของวัสดุเวทมนตร์และอุปกรณ์เวทมนตร์ชนิดต่าง ๆ ในพื้นที่หลักแต่ละแห่งของวาเลน ซึ่งไม่เพียงมีแค่สินค้าพื้นเมืองของเผ่าแม่มดเท่านั้น แต่ยังมีสินค้าพื้นเมืองของเผ่าพันธุ์อื่นอีกด้วย
นับว่าตอบโจทย์ความต้องการของเธอได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เธอเริ่มจากอ่านราคาของอุปกรณ์เล่นแร่แปรธาตุระดับต่ำ ยาเวทมนตร์ และราคาของวัตถุดิบภายในเผ่าแม่มดคร่าว ๆ ก่อน
บางทีอาจเป็นเพราะแม่มดส่วนใหญ่สามารถเรียนเวทมนตร์ได้แทบทุกสาย แถมยังมีการสืบทอดความรู้ให้แบบไม่คิดค่าใช้จ่าย ขึ้นอยู่กับว่าอยากจะเรียนหรือไม่ และเต็มใจจะเรียนหรือเปล่าเท่านั้น
ดังนั้นอุปกรณ์เวทมนตร์ระดับต่ำพวกนี้ จึงมีผลกำไรภายในเผ่าแม่มดไม่สูงนัก หากมีเอกลักษณ์สักหน่อย ส่วนใหญ่ก็มักจะถูกนำไปขายนอกดินแดนรกร้างให้เผ่าพันธุ์อื่น การอาศัยข้อได้เปรียบที่แม่มดมีจำนวนน้อยและผลิตได้ในปริมาณจำกัด แบบนี้ก็ยังพอจะทำกำไรได้บ้าง
“ถ้าเราเอาอุปกรณ์เวทมนตร์พวกนี้มาทำเป็นการ์ด แล้วผลิตออกมาเยอะ ๆ ของพวกนี้ก็คงจะขายไม่ออกอีกเลยใช่ไหม?” โม่หลานขมวดคิ้ว
ขืนเป็นแบบนี้คงไม่ดีแน่
เวทมนตร์ของบรรดาแม่มดสายเล่นแร่แปรธาตุและแม่มดสายปรุงยาทุกคน ล้วนต้องไต่เต้ามาจากระดับฝึกหัด ช่วงแรกก็ต้องสร้างอุปกรณ์เวทมนตร์ระดับต่ำออกมาก่อนเช่นกัน
ถ้าของพวกนี้ขายไม่ออก แล้วพวกเธอจะหาเงินจากที่ไหนมาพัฒนาเวทมนตร์ต่อไปล่ะ?
แม้จะบอกว่าต้องทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัวก่อนค่อยนึกถึงผู้อื่น แต่โม่หลานก็ไม่ได้มีความจำเป็นต้องพึ่งพาการขายการ์ดอุปกรณ์เวทมนตร์ระดับต่ำพวกนี้เพื่อหาพลังเวทแต่อย่างใด
หลังจากศึกษาหนังสือ ‘ราคาวัตถุเวทมนตร์’ ไปตลอดทั้งช่วงเช้า สุดท้ายโม่หลานก็ตัดสินใจล้มเลิกความคิดที่จะนำอุปกรณ์เวทมนตร์ที่ตัวเองสร้างจากแบบแปลน ไปป้อนให้คัมภีร์การ์ดเพื่อผลิตการ์ดอุปกรณ์เวทมนตร์ออกมาขายจำนวนมาก
“ดูเหมือนจะทำได้แค่ต้องออกแบบการ์ดอุปกรณ์เวทมนตร์ให้ใช้งานได้สะดวกและดีกว่าสินค้าเล่นแร่แปรธาตุหรือสินค้าปรุงยาทั่วไปออกมาขายแล้วล่ะ” โม่หลานถอนหายใจ
แน่นอนว่า การ์ดอุปกรณ์เวทมนตร์แบบนี้ เธอก็ไม่สามารถขายในราคาเพียงห้าเท่าของต้นทุนได้อีกต่อไป แต่ต้องขายตามราคาตลาดถึงจะถูก
เมื่อไม่นำอุปกรณ์เวทมนตร์ธรรมดามาทำเป็นการ์ดแล้ว วิชาเล่นแร่แปรธาตุและวิชาปรุงยานี้ก็ยังคงต้องตั้งหน้าตั้งตาเรียนต่อไป ทั้งแบบแปลนการเล่นแร่แปรธาตุและสูตรปรุงยา ก็ต้องฝึกฝนไปทีละอย่างอยู่ดี
เมื่อความสามารถด้านการเล่นแร่แปรธาตุและการปรุงยาเพิ่มสูงขึ้น คัมภีร์การ์ดของเธอถึงจะสามารถสร้างสินค้าเล่นแร่แปรธาตุและยาเวทมนตร์ได้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น!
เช่นนี้ถึงจะสามารถสร้างการ์ดอุปกรณ์เวทมนตร์ที่มีความแตกต่างจากอุปกรณ์เวทมนตร์ทั่วไป และล้ำค่ายิ่งกว่าเดิมออกมาได้
สำหรับเวทมนตร์มิติและเวทมนตร์พฤกษา การที่โม่หลานนำมาจัดรวมอยู่ในแผนการเรียนของปีนี้ร่วมกับเวทมนตร์เล่นแร่แปรธาตุและเวทมนตร์ปรุงยาได้ ก็ล้วนมีความสำคัญมากเช่นกัน