- หน้าแรก
- แฟ้มลับคู่หูสายเทา กฎหมายไม่รับ เราจัดให้
- บทที่ 518 - หลอมรวม
บทที่ 518 - หลอมรวม
บทที่ 518 - หลอมรวม
บทที่ 518 - หลอมรวม
เมืองฉีหลิน
ในโกดังของที่ว่าการเมือง
วั่งไฉกำลังเคี้ยวทองแท่งตุ้ยๆ อย่างช้าๆ ลิ้มรสชาติอย่างละเมียดละไม
ส่วนซูอิงฮุยที่ยืนมองไอ้หมาบ้าตัวนี้ ก็ทนดูพฤติกรรมของมันไม่ไหวอีกต่อไป จนในที่สุดก็หลุดปากด่าออกมา "แกช่วยแดกให้มันเร็วๆ หน่อยไม่ได้หรือไงวะ?!"
วั่งไฉเอาแต่เคี้ยวช้าๆ ล่อไปตั้งหลายชั่วโมงแล้ว แต่ก็ยังเหลือทองอีกตั้งครึ่งค่อนกอง!
ผลก็คือ ถ้าไม่ด่ามัน ก็แล้วไปเถอะ
แต่พอด่าปุ๊บ ไอ้หมาวั่งไฉนี่มันก็เห่ากลับดุยิ่งกว่าใครซะอีก
ทำตัวเป็นหมาบ้าไปได้
"จะแหกปากทำซากอะไรวะ! นานๆ ทีจะได้กินของอร่อย ขอข้าลิ้มรสชาติให้หนำใจหน่อยไม่ได้หรือไง?!"
วั่งไฉหยิบทองแท่งขึ้นมาอีกแท่ง แล้วทำหน้าฟินสุดๆ ก่อนจะยัดเข้าปาก
กัดไปคำนึงเหมือนกำลังกินช็อกโกแลต
มุมปากของซูอิงฮุยกระตุกยิกๆ แม่มเอ๊ย มู่อินเตรียมเบิกฟ้าอยู่รอมร่อแล้ว
แกยังจะมานั่งแทะทองเล่นอยู่อีกเหรอ?!
"แกจะรีบไปทำไมวะ พูดกันตามตรง พวกเรามันก็แค่เบี้ยล่าง ทำอะไรไม่ได้มากหรอก"
"อีกอย่าง นี่เพิ่งจะกลีบเลี้ยงกลีบเดียวเองไม่ใช่เหรอ?"
ต้องรอให้กลีบเลี้ยงครบห้ากลีบ ดอกผักบุ้งถึงจะบานเต็มที่ แล้วการเบิกฟ้าถึงจะเริ่มขึ้นจริงๆ
ซูอิงฮุยกลอกตาบน "เออ ฉันเถียงแกไม่ชนะหรอก แทะต่อไปละกัน กินเสร็จแล้วค่อยเรียกละกัน"
ว่าแล้วก็เดินออกไปนอกโกดัง
จุดบุหรี่ขึ้นสูบมวนนึง แล้วทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นโดยไม่สนว่ามันจะสกปรกเลยสักนิด
"นายกเทศมนตรีซู..."
มีคนเดินผ่านไปผ่านมาแถวโกดัง แล้วเอ่ยทักทายซูอิงฮุยอยู่บ้าง
ซูอิงฮุยก็แค่โบกมือปัดๆ เป็นเชิงบอกให้พวกเขาไปทำธุระของตัวเองเถอะ
เขาเงยหน้ามองดอกผักบุ้งที่ปรากฏลางๆ บนท้องฟ้า ในใจเกิดความรู้สึกแปลกๆ บอกไม่ถูก
"เจ้าซิน..."
ซูอิงฮุยพึมพำกับตัวเอง แล้วเหม่อลอยไปชั่วขณะ
หัวใจของเขามันปวดร้าว ปวดลึกไปถึงกระดูก
เป็นความเจ็บปวดที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้
ราวกับหัวใจถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ
จนหายใจไม่ออก ก้าวเดินต่อไปไม่ไหว
ซูอิงฮุยที่กำลังหงุดหงิดงุ่นง่าน ทิ้งตัวลงนอนราบกับพื้น แล้วหลับตาลง
เขาพยายามบังคับตัวเองไม่ให้คิดถึงเจ้าซิน
และค่อยๆ ผล็อยหลับไป
เขาไม่ได้นอนหลับสนิทแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ
...
เมื่อวั่งไฉเดินก้นบิดออกมาจากโกดังด้วยความอิ่มหนำสำราญ
ก็ดันมาเจอซูอิงฮุยที่กำลังนอนกรนเสียงดังลั่นอยู่บนพื้น
ตอนแรกวั่งไฉกะจะปลุกเขาขึ้นมาดีๆ แต่จู่ๆ มันก็ปิ๊งไอเดียอะไรบางอย่างขึ้นมา
มันค่อยๆ ย่องไปหาซูอิงฮุย แล้วตะโกนกรอกหูเขาเสียงดังลั่น "ไอ้โง่ ตื่นได้แล้ว!!"
ซูอิงฮุยที่กำลังหลับเพลินๆ สะดุ้งโหยงจนขนหัวลุก!
ปฏิกิริยาของเขาไวปานสายฟ้าแลบ
ซูอิงฮุยสวนหมัดกลับไปทางต้นเสียงอย่างไม่ลังเล
"ปัง!"
เสียงดังสนั่นหวั่นไหว
หมัดนั้นอัดเข้าที่จมูกของวั่งไฉเต็มเปา
"เอ๋ง!"
วั่งไฉร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด
อานุภาพของหมัดนี้มันเหนือคำบรรยายจริงๆ!
วินาทีที่หมัดกระทบจมูกวั่งไฉ แรงกระแทกมหาศาลก็ระเบิดออกมาราวกับคลื่นยักษ์!
พื้นดินใต้ตีนของวั่งไฉ ไม่สามารถรับแรงกระแทกมหาศาลนี้ได้
มันเริ่มปริแตก และรอยร้าวก็ลุกลามออกไปอย่างรวดเร็ว ราวกับถูกฉีกกระชาก
ในขณะเดียวกัน
โกดังของที่ว่าการเมืองที่อยู่ด้านหลังวั่งไฉ ก็โดนหางเลขไปด้วย
อาคารที่เคยแข็งแรงทนทาน ตอนนี้กลับดูเปราะบางไปถนัดตา
เมื่อแรงกระแทกกระจายออกไป กำแพงโกดังก็เริ่มแตกร้าว หลังคาก็ทำท่าจะพังครืนลงมา
แล้วในที่สุด มันก็ถล่มลงมาเสียงดังสนั่นหวั่นไหว...
ฝุ่นตลบอบอวล เศษอิฐเศษปูนปลิวว่อนไปทั่ว สภาพดูไม่จืดเลยทีเดียว
ส่วนจมูกของวั่งไฉ ก็เบี้ยวไปข้างนึงเลยทีเดียว...
"ไอ้บ้าเอ๊ย! เป็นบ้าอะไรของแกวะ?!" ซูอิงฮุยที่เพิ่งได้สติ รีบโวยวายชิงจังหวะก่อนทันที
"อะไรนะ? แหม ต่อยข้ายังไม่พอ ยังจะมาด่าข้าอีกเหรอ!!"
"แม่มเอ๊ย!"
วั่งไฉกัดฟันกรอด เอามือกุมจมูกตัวเองไว้
ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น ทำท่าจะพุ่งเข้าไปขย้ำซูอิงฮุยให้รู้แล้วรู้รอด
"หึ! ก็เพราะเป็นแกไง ขืนเป็นคนอื่น คงโดนฉันต่อยเละเป็นโจ๊กไปแล้ว?!"
"ล้อเล่นแบบนี้ไม่ได้นะโว้ย!"
"วั่งไฉ ทำผิดก็ต้องยอมรับผิด โดนตีก็ต้องยืนรับสิเว้ย!"
วั่งไฉขมวดคิ้วมุ่น เอ๊ะ ฟังดูเหมือนจะเป็นความผิดของมันจริงๆ แฮะ?
ซูอิงฮุยรีบลูบหัววั่งไฉเบาๆ "รู้จักยอมรับผิด ก็ถือว่าเป็นลูกหมาที่ดีนะ"
"ไสหัวไปเลย!!!"
...
หลังจากโกดังถล่มลงมา คนในที่ว่าการเมืองก็แตกตื่นกันใหญ่
รีบวิ่งกรูกันมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น
แต่พอเห็นว่าเป็นฝีมือของซูอิงฮุยกับวั่งไฉ ทุกคนก็พากันแยกย้ายกลับไปทำงานต่ออย่างรู้หน้าที่
เหลือก็แต่หูล่าง คนดูแลเรื่องการเงิน ที่ยืนมองซูอิงฮุยด้วยสีหน้าปวดร้าวใจสุดๆ
"นายกเทศมนตรีซูครับ..."
ซูอิงฮุยปวดขมับตึบๆ รีบยกมือห้ามไม่ให้หูล่างบ่น "เออๆ รู้แล้วน่า เดี๋ยวฉันไปปล้นที่อื่นมาใช้หนี้ให้"
ว่าแล้วเขาก็พาวั่งไฉบินหนีไปทางชานเมืองทันที
ถึงเวลาที่วั่งไฉต้องหลอมทองคำแล้ว!
"หวังว่าคราวนี้จะฟลุ๊กได้ของดีๆ เหมือนสองครั้งก่อนนะ!" วั่งไฉปรายตามองซูอิงฮุย
แค่วิชาร่างจำแลงกับร่างจำแลงจิตเทวะ วั่งไฉก็ปลื้มปริ่มสุดๆ แล้ว
หนึ่งคนกับหนึ่งหมาก็ใช้วิชาพวกนี้แหละ อาละวาดไปทั่วสารทิศ
แต่สุภาษิตบอกไว้ว่า: ยิ่งเยอะยิ่งดีนี่นา
มีใครที่ไหนจะรังเกียจ 'เงิน' ตัวเองกันล่ะ?
"พอเถอะ ดวงฉันมันไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่หรอก" ซูอิงฮุยถอนหายใจยาว
ถ้าดวงดี คงไม่โดนยัยป้านั่นหมายหัวหรอก
ถ้าดวงดี ก็คงไม่ทำให้เจ้าซินต้องมาตายแบบนี้...
เมื่อเห็นซูอิงฮุยซึมเศร้า วั่งไฉก็เลยหุบปากเงียบ
ความจริงวั่งไฉอยากจะปลอบใจซูอิงฮุยว่า: คนตายไปแล้วฟื้นกลับมาไม่ได้หรอก ทำใจซะเถอะ ชีวิตยังต้องเดินต่อไป
แต่พอมองหน้าเขา คำพูดพวกนั้นมันก็จุกอยู่ที่คอ พูดไม่ออก
หนึ่งคนกับหนึ่งหมาเดินทางมาถึงชานเมือง
พวกเขาเลือกทุ่งนาเงียบๆ ที่ไม่มีคนพลุกพล่าน แล้วก็ร่อนลงพื้น
วั่งไฉทิ้งตัวลงนั่งขัดสมาธิบนคันนา
"เริ่มเลยไหม?"
"เอาสิ"
วั่งไฉพยักหน้า แล้วเริ่มโคจรพลังหลอมทองคำในร่างกาย
แต่คราวนี้ มันไม่ได้บอกให้ซูอิงฮุยเตรียมของบำรุงกำลังไว้ให้เหมือนคราวก่อนๆ
ก็แหม ตอนนี้มันไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้วนี่นา
มัน ท่านวั่งไฉ กับเสี่ยวฮุยจื่อ ตอนนี้เป็นถึงผู้ฝึกตนขั้นจินตันแล้วนะโว้ย
แถมยังเป็นจินตันที่ผ่านทัณฑ์เทพยุทธ์มาแล้วด้วย!
แสงสีทองเปล่งประกายออกมาจากร่างของวั่งไฉ
ซูอิงฮุยรู้สึกใจคอไม่ดี รีบหาที่นั่งลงทันที
เหมือนกับคราวก่อนๆ เลย
ไม่สิ น่ากลัวกว่าคราวก่อนๆ ด้วยซ้ำ!
ซูอิงฮุยรู้สึกเหมือนรูขุมขนทั่วร่างของเขาเบ่งบานเต็มที่
พลังปราณในร่างถูกสูบออกไปตามรูขุมขนอย่างบ้าคลั่ง!
"เชี่ยเอ๊ย!"
ซูอิงฮุยสบถลั่น พยายามจะฝืนรั้งเอาไว้ แต่ก็ไม่ได้ผลเลยสักนิด
เวลาผ่านไปแค่ 2 นาที
ซูอิงฮุยก็รู้สึกว่าพลังปราณในร่างถูกสูบไปจนเกลี้ยงแล้ว
ทว่า เหตุการณ์สุดสะพรึงนี้กลับไม่ได้หยุดลงเพียงแค่นั้น
ตรงกันข้าม กลับมีแรงกดดันอันมหาศาลปะทุขึ้นมาจากภายในร่างกายของเขาแทน
วินาทีที่พลังปราณถูกสูบออกไปจนหมดเกลี้ยง จู่ๆ เลือดในกายของซูอิงฮุยก็เดือดพล่านขึ้นมา
เขารู้สึกถึงไอร้อนระอุที่พวยพุ่งขึ้นมาจุกอก ราวกับจะแผดเผาร่างกายของเขาให้มอดไหม้
ความรู้สึกนั้นมันช่างทรมาน จนเขาเผลอร้องเสียงหลงออกมา
ผิวหนังของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ ราวกับจะระเบิดออกได้ทุกเมื่อ
หัวใจก็เต้นแรงรัวๆ ราวกับจะกระดอนหลุดออกมาจากอกให้ได้...
(จบแล้ว)