- หน้าแรก
- แฟ้มลับคู่หูสายเทา กฎหมายไม่รับ เราจัดให้
- บทที่ 505 - ใส่สูท ผูกไท
บทที่ 505 - ใส่สูท ผูกไท
บทที่ 505 - ใส่สูท ผูกไท
บทที่ 505 - ใส่สูท ผูกไท
4 วันต่อมา
บนทางด่วน
ขบวนรถบรรทุกขนเสบียงอาหาร กำลังพุ่งทะยานไปตามถนน
เพียงแต่ความเร็วในการพุ่งทะยานมันค่อนข้างอืดอาดไปสักหน่อย
ตอนนี้ พวกเขาอยู่ห่างจากเมืองฉีหลินไม่ไกลแล้ว
ที่งานสำเร็จลุล่วงไปได้สวยงามขนาดนี้ ก็เพราะคำสั่งของซูอิงฮุยที่ว่า "ยัดเข้าไปให้เต็มพิกัด! ขนได้เท่าไหร่ขนมาให้หมด!"
รถทุกคันแบกน้ำหนักเกินพิกัดกันหมดแล้ว
ถ้าหูล่างไม่ห้ามไว้ ซูอิงฮุยคงจับยัดเสบียงใส่ห้องโดยสารไปด้วยแน่ๆ
สภาพเหมือนพวกโจรปล้นหมู่บ้านไม่มีผิด
รถบรรทุกน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ที่น่าสงสารที่สุดก็คือพวกรถเมล์ต่างหาก
หลังคารถเมล์ถูกซูอิงฮุยงัดออกไปหมดแล้ว
กลายสภาพเป็นรถเมล์เปิดประทุนไปโดยปริยาย
นอกจากเบาะนั่งจะถูกถอดออกจนเกลี้ยงแล้ว ยังมีกระสอบเสบียงวางเรียงรายอัดแน่นไปหมด
เหลือที่ว่างไว้ให้คนขับแค่ในส่วนของห้องโดยสารเท่านั้น
เนื่องจากบรรทุกของหนักเกินพิกัด บวกกับจำนวนรถที่เยอะมาก
ระหว่างทางก็เลยมีปัญหาจุกจิกเกิดขึ้นเพียบ เช่น ถนนทรุด รถดับ เครื่องยนต์พัง...
โชคดีที่ปัญหาพวกนี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไร ค่อยๆ แก้ไป ในที่สุดก็มาถึงเมืองฉีหลินจนได้
"คงมีคนแอบไปแจ้งข่าวแล้วล่ะสิ ตลอดทางถึงไม่มีด่านตรวจเลยสักด่าน" ซูอิงฮุยพึมพำ
"เป็นเรื่องดีออกนะครับ!" หูล่างยิ้ม
เอาเข้าจริง ตลอดทางหูล่างใจคอไม่ดีเลย เพราะสิ่งที่พวกเขาทำ...
มันเรียกว่าปล้นชัดๆ
ส่วนปล้นมาเยอะแค่ไหน หูล่างเองก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะของพวกนี้ไม่ได้ชั่งน้ำหนักเลย
ถ้าจะให้พูดตรงๆ นี่มันคือมหาโจรกรรมระดับชาติเลยนะ!
แถมมูลค่าความเสียหายยังมหาศาลเกินจะประเมินได้อีกต่างหาก!!
ซูอิงฮุยปรายตามองหูล่างด้วยสายตาดูแคลน "จะเรียกว่าปล้นได้ยังไง นี่มันขอยืมต่างหาก ฉันเขียนสัญญากู้ยืมให้พวกเขาแล้วไม่ใช่หรือไง?"
ไม่พูดก็แล้วไป พอพูดเรื่องนี้ขึ้นมา หูล่างกับคนขับถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว
หลังจากขนเสบียงขึ้นรถเสร็จเรียบร้อย ซูอิงฮุยผู้ใจบุญก็กระชากคอเสื้อพนักงานคลังเสบียงคนหนึ่งมา
ตบหน้าไปสองฉาด แล้วยัดสัญญากู้ยืมใส่มือ
เนื้อหาในสัญญานั้นเรียบง่ายสุดๆ
ซูอิงฮุยใช้ปากกาลูกลื่นวาดรูปสุนัขตัวโตสีเหลืองลงบนกระดาษเปล่า ลายเส้นยึกยือดูไม่ได้
ถ้าถามว่าทำไมถึงรู้ว่าเป็นสีเหลือง ทั้งๆ ที่ใช้ปากกาลูกลื่นวาด
ก็เพราะซูอิงฮุยช่างแสนดี อุตส่าห์เขียนคำว่า "เหลือง" ตัวเบ้อเริ่มไว้บนตัวสุนัขให้ด้วยไงล่ะ
ส่วนพนักงานที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย...
ตอนที่รับสัญญากู้ยืมแผ่นนั้นมา เขาก็ยืนอึ้งไปเลยสิครับ
ได้แต่มองซูอิงฮุยที่กำลังยืนชี้นิ้วสั่งการให้ขบวนรถบรรทุกแล่นจากไปอย่างหน้าตาเฉย
……
ตกเย็น
เวลาที่พระอาทิตย์ตกในวันนี้ ยาวนานกว่าเมื่อวานอีกหลายสิบนาที
แรงโน้มถ่วงก็ค่อยๆ ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป
ต้นไม้ใบหญ้าที่เคยลู่เอนจนติดพื้น ก็เริ่มชูคอตั้งตรงขึ้นมาได้บ้างแล้ว
ทันใดนั้น พื้นดินก็เกิดแรงสั่นสะเทือนขึ้น
บรรดาข้าราชการเมืองฉีหลินที่มารอรับอยู่ที่ชานเมืองเป็นเวลานาน รวมถึงกลุ่มคนงานก่อสร้าง ต่างก็มีสีหน้าตื่นเต้นดีใจ
เพราะพวกเขามองเห็นขบวนรถบรรทุกที่ยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตากำลังแล่นเข้ามาใกล้!
ส่วนสาเหตุที่พวกเขามาอยู่ที่นี่
ก็ดูเต็นท์หลังคาเมทัลชีทที่เรียงรายอยู่ข้างหลังพวกเขาสิ
ที่พวกนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้เก็บเสบียงชั่วคราวนั่นเอง
เต็นท์แต่ละหลัง ถูกหุ้มด้วยแผ่นฉนวนกันความร้อนอีกชั้น ปิดผนึกอย่างมิดชิด!
แถมโกดังแต่ละหลังยังติดแอร์เพิ่มอีกเพียบ สภาพไม่ต่างจากห้องเย็นเลย
ก็แหม โครงสร้างแบบเมทัลชีทมันสร้างง่าย สร้างเสร็จไว ต้นทุนก็ต่ำนี่นา
"นายกเทศมนตรีซูกลับมาแล้ว!!"
"โอ้โห! รถพวกนั้นขนเสบียงมาเต็มคันทุกคันเลยเหรอเนี่ย?!"
"เหนือมนุษย์จริงๆ! นี่มันฝีมือระดับเทพเจ้าชัดๆ!!"
"ไอ้ทึ่ม แกยังไม่รู้อีกเหรอ นายกเทศมนตรีซูเป็นเทพเซียนจุติลงมาเว้ย! น้องเมียฉันก็ขับรถอยู่ในขบวนนั้นเหมือนกัน!"
เรื่องที่ซูอิงฮุยเป็นเทพเซียนจุติลงมา แพร่สะพัดกลับมาถึงเมืองฉีหลินตั้งนานแล้ว คนรู้เรื่องนี้เยอะมาก
ก็แน่ล่ะ ใครๆ ก็ต้องมีญาติพี่น้องเพื่อนฝูงกันทั้งนั้นนี่นา
เรื่องพรรค์นี้ ปากต่อปาก แป๊บเดียวก็รู้กันทั่วแล้ว
ประกอบกับการล่มสลายขององค์กรผู้บุกเบิก ซูอิงฮุยก็กลายเป็นที่สักการะบูชาในใจของผู้คนไปโดยปริยาย
เมื่อเทียบกับพวกคนงานที่กำลังตื่นเต้นดีใจ พวกข้าราชการเมืองฉีหลินกลับกลัวจนแทบฉี่ราด
พวกเขาเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว ว่าทำไมซูอิงฮุยถึงได้ทำตัวกร่างคับฟ้ามาตั้งแต่รับตำแหน่ง
จากที่เคยกลัวซูอิงฮุยอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งกลัวหนักเข้าไปใหญ่
ซุนเต๋อเซิ่งกวาดสายตามองคนพวกนั้น ก่อนจะเอ่ยขึ้นช้าๆ ว่า "ในเมื่อนายกเทศมนตรีซูบอกว่าไม่เอาความเรื่องเก่าๆ ก็คือไม่เอาความ"
"ให้โอกาสพวกแกแล้ว ก็จงรักษาไว้ให้ดี เข้าใจไหม?"
ตอนนี้ในใจของซุนเต๋อเซิ่งนั้น รู้สึกสะใจสุดๆ!
ไม่สิ!
ต้องบอกว่าโคตรสะใจเลยต่างหาก!
ไอ้พวกลูกอีช่างเลียพวกนี้ ตอนที่อยู่ในคุก ไม่เคยเห็นหัวเขากับหูล่างเลยด้วยซ้ำ
ถ้าไม่ใช่เพราะคำแนะนำของหูล่าง บวกกับเมืองฉีหลินขาดแคลนคนทำงาน ซุนเต๋อเซิ่งไม่มีทางปล่อยพวกมันออกมาเด็ดขาด
มาตอนนี้ เขาก็ได้ทีขี่แพะไล่ อาศัยบารมีของซูอิงฮุย สั่งสอนพวกมันสักหน่อย
"ครับๆๆ! ท่านนายกซุนพูดถูกครับ!"
"เมื่อก่อนพวกเราอาจจะทำตัวไม่ดีไปบ้าง แต่ต่อไปนี้จะตั้งใจทำงานเต็มที่เลยครับ!"
"ถ้านายกซุนมีเวลาว่าง รบกวนช่วยพูดจาดีๆ เกี่ยวกับพวกเราต่อหน้านายกเทศมนตรีซูให้ด้วยนะครับ!"
ซุนเต๋อเซิ่งโบกมือปัดอย่างไม่ใส่ใจ "ตั้งใจทำงานให้ดีก็พอ ใจของนายกเทศมนตรีซูน่ะ กว้างขวางจะตายไป"
ขบวนรถแล่นเข้ามาใกล้
เมื่อรถคันแรกจอดสนิท ซูอิงฮุยก็กระโดดลงมาจากรถเป็นคนแรก
เขามองดูสถานที่เก็บเสบียงชั่วคราวพวกนั้น แล้วพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
ซุนเต๋อเซิ่งรีบวิ่งเหยาะๆ เข้าไปหาซูอิงฮุย ล้วงบุหรี่ออกมาจุดให้เสร็จสรรพ
นอกจากจะเป็นความเคยชินของซูอิงฮุยแล้ว ซุนเต๋อเซิ่งก็ชอบที่จะทำแบบนี้ด้วย
ก็แหงล่ะ ไม่ใช่ใครหน้าไหนก็จะได้มาจุดบุหรี่ให้ซูอิงฮุยหรอกนะ
อย่างน้อยๆ ในบรรดาคนที่อยู่ที่นี่ ก็มีแค่เขาคนเดียวนั่นแหละที่ทำได้!
ซูอิงฮุยสูดควันบุหรี่เข้าปอดลึกๆ ก่อนจะพ่นควันออกมาคลุ้ง "ไม่เลวเลย เก็บเสบียงก็ต้องใช้พื้นที่กว้างๆ แบบนี้แหละ"
"แต่ถึงที่นี่จะกว้างแค่ไหน ก็คงเก็บเสบียงพวกนี้ไม่หมดหรอกมั้ง!"
หลังจากซุนเต๋อเซิ่งเก็บซองบุหรี่กับไฟแช็กเรียบร้อย ก็รีบตอบกลับไปว่า "เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงครับ สถานที่แบบนี้ยังมีอีกสี่แห่งครับ!"
ซูอิงฮุยพยักหน้ารับ แล้วเบนสายตาไปมองฝูงชน
กลุ่มคนที่กำลังโห่ร้องดีใจเมื่อกี้ พอเห็นซูอิงฮุยปรากฏตัว
ไม่ว่าจะเป็นคนงานหรือข้าราชการ ต่างก็เงียบกริบเป็นเป่าสาก
"ฉันไม่ได้จะกินหัวพวกแกสักหน่อย จะไปกลัวทำไมวะ!"
ตอนนั้นเอง คนงานที่ใจกล้าหน่อย ก็ตะโกนขึ้นมาว่า "นายกเทศมนตรีซูครับ?"
"มีอะไร?"
"โชว์อิทธิฤทธิ์ให้ดูหน่อยสิครับ?"
ซูอิงฮุยถึงกับกลอกตาบน ก่อนจะสบถด่าอย่างหัวเสีย "อิทธิฤทธิ์บ้าบออะไรวะ! ฉันไม่ใช่ลิงให้พวกแกดูโชว์นะเว้ย!"
"รีบๆ มาขนของลงไปสิวะ ขืนปล่อยให้ข้าวบูด พวกแกเตรียมตัวกินขี้ได้เลย!"
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"
เสียงหัวเราะดังครืนขึ้นมาจากฝูงชน ทันใดนั้น คนงานทั้งหลายก็เริ่มลงมือขนถ่ายเสบียงลงจากรถบรรทุกกันอย่างขะมักเขม้น
เสบียงส่วนใหญ่ที่นำมาในครั้งนี้เป็น ข้าวสาลี ข้าวโพด ถั่วเหลือง และข้าวเปลือก
นอกจากนี้ยังมีพวกเนื้อหมูแช่แข็ง เนื้อวัวแช่แข็ง และของแช่แข็งอื่นๆ อีก เพื่อที่จะรักษาความสดของเนื้อพวกนี้ ซูอิงฮุยต้องออกแรงไปไม่น้อยเลยทีเดียว
ตลอดการเดินทาง เขาต้องคอยแผ่พลังปราณเพื่อรักษาความเย็นให้พวกมันอยู่ตลอด
ซูอิงฮุยเบนสายตาไปมองกลุ่มข้าราชการนับสิบคน
เมื่อเห็นพวกเขายืนนิ่งไม่ไหวติง มุมปากของซูอิงฮุยก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่มีความหมายลึกซึ้ง
"แหมม ใส่สูท ผูกไท คงไม่ต้องออกแรงทำอะไรแล้วสินะ?"
"พวกแกนี่ไม่เคยเรียนหนังสือกันมาเลยหรือไง ไม่รู้จักคำว่า 'คนเท่าเทียมกัน' ใช่ไหม?"
"รีบไสหัวไปขนของเดี๋ยวนี้เลย!!"
(จบแล้ว)