- หน้าแรก
- แฟ้มลับคู่หูสายเทา กฎหมายไม่รับ เราจัดให้
- บทที่ 503 - คนสู้หมาไม่ได้
บทที่ 503 - คนสู้หมาไม่ได้
บทที่ 503 - คนสู้หมาไม่ได้
บทที่ 503 - คนสู้หมาไม่ได้
"ไอ้หนุ่ม ฉันไม่ได้กำลังหาข้อแก้ตัวให้ตัวเองหรอกนะ ฉันทำผิดกฎหมายจริงๆ แถมยังเป็นความผิดร้ายแรงด้วยซ้ำ"
หลิวเอ้อร์เป่ากวาดตามองสมาชิกองค์กรที่กำลังคุกเข่าอยู่
คนพวกนี้ หลิวเอ้อร์เป่าควบคุมพวกเขาไม่ได้หรอก
ที่พวกมันยอมติดตามหลิวเอ้อร์เป่า ยอมเข้าร่วมองค์กรผู้บุกเบิก
ก็แค่หาข้ออ้างสวยๆ หรูๆ มาบังหน้าความบ้าคลั่งของตัวเองเท่านั้นแหละ
บางครั้ง มนุษย์เราก็ต้องการแค่ข้ออ้างเล็กๆ น้อยๆ เพื่อปลดปล่อยความชั่วร้ายในใจออกมา
"ฉันเป็นคนจุดไฟขึ้นมา แต่ฉันกลับควบคุมมันไม่ได้"
ตอนแรกหลิวเอ้อร์เป่าสั่งห้ามไม่ให้คนในองค์กรออกไปก่อเรื่อง ห้ามบุกรุกบ้านคนอื่น ห้ามทำร้ายชาวบ้าน...
แต่มันก็ไม่ได้ผลเลย
"พวกเราสามคนทำแค่สองเรื่องเท่านั้นแหละ คือบุกธนาคาร กับจัดการผู้หญิงคนนี้..."
หลิวเอ้อร์เป่าชี้ไปที่ผู้หญิงที่ถูกมัดติดกับแป้นบาสเกตบอลข้างหลังเขา
เธอคือรองผู้อำนวยการโรงพยาบาล
"อาหารน่ะสำคัญก็จริง แต่คนฉลาดๆ เขาก็ต้องตุนยารักษาโรคไว้ด้วย ยามันก็สำคัญไม่แพ้กันหรอก"
"ผู้หญิงคนนี้ อาศัยตำแหน่งหน้าที่ แอบเอายาจำนวนมากไปโก่งราคาขาย"
หลิวเอ้อร์เป่ายิ้มแล้วถามว่า "แกรู้ไหม ว่าราคาที่หล่อนตั้งไว้มันโหดขนาดไหน?"
หานเหวินปินมองดูสภาพอันน่าเวทนาของผู้หญิงที่ชุ่มไปด้วยเลือด ก่อนจะส่ายหน้า "ไม่รู้ครับ"
หลิวเอ้อร์เป่าล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง การกระทำนี้ทำให้พวกเจ้าหน้าที่หน่วยปราบจลาจลตื่นตัวขึ้นมาทันที "ห้ามขยับ!!"
แต่หลิวเอ้อร์เป่าก็ยังไม่ยอมหยุด
"ปัง!"
เจ้าหน้าที่หน่วยปราบจลาจลคนหนึ่งยิงปืนขู่ กระสุนเจาะพื้นข้างเท้าของหลิวเอ้อร์เป่า!
หลิวเอ้อร์เป่าสะดุ้งโหยง แต่ก็กลับมาสงบเยือกเย็นได้อย่างรวดเร็ว "อย่าเพิ่งตกใจไป ฉันก็แค่จะเอายาให้พวกนายดูเท่านั้นเอง"
หลิวเอ้อร์เป่าหยิบกล่องยาเล็กๆ ออกมา แล้วเขย่าให้ดู
เสียงเม็ดยากระทบขวดดังแก๊กๆ
"ไอ้หนุ่ม ถ้าฉันโยนขวดยานี่ให้ แกกล้ารับไหมล่ะ?" ขณะที่พูด หลิวเอ้อร์เป่าก็กวาดสายตาเยาะเย้ยไปรอบๆ เจ้าหน้าที่หน่วยปราบจลาจล
หานเหวินปินขมวดคิ้ว "ทุกคน ห้ามโจมตีเด็ดขาด"
เมื่อเห็นดังนั้น หลิวเอ้อร์เป่าก็โยนขวดยาไปให้
ถึงจะแก่แล้ว แต่หลิวเอ้อร์เป่าก็ยังมีแรงพอที่จะโยนขวดยาไปได้
ขวดยาลอยข้ามหัวพวกคนที่กำลังคุกเข่าอยู่ ไปตกอยู่แทบเท้าของหานเหวินปิน
หานเหวินปินหยิบมันขึ้นมาดู ก็พบว่ามันเป็นแค่ยารักษาไข้หวัดธรรมดาๆ
แบบที่ทุกบ้านต้องมีติดไว้เป็นยาสามัญประจำบ้านนั่นแหละ
เสียงของหลิวเอ้อร์เป่าดังขึ้นอีกครั้ง "ตอนนี้ไม่ใช่แค่อาหารที่ขาดแคลน ยารักษาโรคก็หาไม่ได้เหมือนกัน อาหารน่ะทางการยังมีสำรองไว้ แต่ยามันไม่ได้มีตุนไว้เยอะขนาดนั้นหรอกนะ"
"นายลองเดาสิ ว่ายาขวดนี้ราคาเท่าไหร่?"
หานเหวินปินเดาได้เลยว่า มันต้องแพงหูฉี่แน่ๆ
แต่คำตอบของหลิวเอ้อร์เป่าก็ยังทำให้หานเหวินปินต้องอึ้งอยู่ดี "ยาขวดนี้ แลกด้วยทองคำสองร้อยกรัม"
"เดี๋ยวนี้เงินทองมันไม่มีค่าแล้ว ถ้าอยากได้ยา ก็ต้องเอาทองรูปพรรณมาแลกเท่านั้น"
"นังผู้หญิงคนนี้มันฉลาด เพราะมันรู้ว่าเกือบทุกบ้านจะต้องมีทองเก็บไว้บ้างไม่มากก็น้อย"
"ถ้าบ้านไหนมีทองไม่พอ ก็ต้องไปรวบรวมจากบ้านอื่นมาสักสองสามบ้าน ให้พอแลกยาแก้หวัดขวดนี้ แล้วค่อยเอาไปแบ่งกันกิน"
หานเหวินปินหน้าเครียด ขณะชั่งน้ำหนักขวดยาในมือ ถ้านำกล่องกระดาษและขวดออกไปแล้ว
ยาขวดนี้อาจจะหนักไม่ถึงสองร้อยกรัมด้วยซ้ำ!
ยาแก้หวัดแพงกว่าทองคำซะอีก!
อีกฝั่งหนึ่ง วั่งไฉที่อยู่นอกสนามกีฬาก็หน้าดำคร่ำเครียดไม่แพ้กัน "แม่งเอ๊ย! อีนังแพศยา! กล้าดีกวแย่งทองของข้าไปงั้นรึ!!"
ดาบจิ๋วไหลฝูพุ่งออกมาจากกลางหน้าผากของวั่งไฉ!
มันจะส่งอีนังนี่ไปลงนรกเอง!
เมืองฉีหลิน ถึงแม้ในนามซูอิงฮุยจะเป็นใหญ่
แต่ในความเป็นจริง วั่งไฉ ในฐานะเจ้านายของซูอิงฮุยนี่แหละ คือลูกพี่ใหญ่ตัวจริง!
ลูกผู้ชายฆ่าได้หยามไม่ได้ สำหรับวั่งไฉแล้ว เรื่องนี้ยอมไม่ได้เด็ดขาด!
ถ้าถามว่าใครในโลกนี้ที่หวงทองคำที่สุด ก็ต้องยกให้วั่งไฉนี่แหละ!
ดาบจิ๋วไหลฝูภายใต้การควบคุมของวั่งไฉ พุ่งทะยานจากชั้นสองตรงดิ่งไปที่เพดานสนามกีฬา!
มันส่องประกายเย็นเยียบ ลอยวนอยู่เหนือแป้นบาสเกตบอล พร้อมลงมือทุกเมื่อ!
เจ้าหน้าที่หน่วยปราบจลาจลหลายคนสังเกตเห็น รวมทั้งหานเหวินปินด้วย
พวกเขาไม่รู้หรอกว่าดาบเล่มนี้มันคืออะไรกันแน่
แต่พวกเขารู้ว่า ดาบจิ๋วเล่มนี้มาเพื่อช่วยพวกเขา เหมือนกับลูกปัดที่หน้าห้างสรรพสินค้าก่อนหน้านี้นั่นแหละ
ตอนนี้บนโลกอินเทอร์เน็ตมีข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วแล้ว
ว่าในโลกใบนี้ มีเทพเซียนอยู่จริงๆ!
เมื่อเห็นหานเหวินปินไม่ตอบโต้ หลิวเอ้อร์เป่าก็ถามขึ้น "นายคิดว่าผู้หญิงคนนี้สมควรตายไหม?"
พอได้ยินคำถามนี้ ผู้หญิงที่ถูกมัดติดกับแป้นบาสเกตบอลก็ส่ายหน้าปฏิเสธอย่างบ้าคลั่ง
แต่เพราะถูกปิดปากไว้ เธอจึงทำได้แค่ส่งเสียงอู้อี้ในลำคอ
"สมควรตาย" หานเหวินปินพูดต่อ "แต่คนที่จะตัดสินโทษเธอ ไม่ใช่คุณ!"
"มันต่างกันตรงไหนล่ะ?" หลิวเอ้อร์เป่าย้อนถาม
แต่เขาก็ไม่ได้เซ้าซี้เรื่องนี้ต่อ "คนแก่ก็งี้แหละ ชอบพูดจาเพ้อเจ้อเรื่อยเปื่อย ฟังหูไว้หูก็แล้วกัน"
"พวกเรายอมจำนน"
พูดจบ หลิวเอ้อร์เป่าก็ชูมือขึ้นเหนือหัว แล้วคุกเข่าลงกับพื้น
ผู้บุกเบิกอีกสองคนที่อยู่ข้างๆ เห็นดังนั้นก็คุกเข่าตาม
"คุณหลิว! คุณเป็นถึงผู้บุกเบิกนะ อย่ายอมแพ้พวกมันสิ!"
"ไอ้แก่บ้า! อุตส่าห์ยกให้เป็นหัวหน้า กลับมาทำตัวแบบนี้เนี่ยนะ?!"
"พวกเราไม่ยอมแพ้หรอก พวกเราคือความถูกต้องต่างหากล่ะ!!"
บรรดาแกนนำที่ยืนอยู่ข้างๆ เห็นหลิวเอ้อร์เป่ายอมจำนน ก็พากันโวยวายคลุ้มคลั่ง!
วินาทีนั้นเอง ดาบจิ๋วไหลฝูก็พุ่งทะยานลงมา!
ใบดาบที่ส่องประกายเย็นเยียบ พุ่งทะลุร่างของแกนนำที่กำลังโวยวายอย่างรวดเร็ว!
ฉับ! ฉับ!
คราวนี้ ไหลฝูไม่ได้แค่แทงตาบอดเหมือนคราวก่อน แต่มันพุ่งเจาะกลางหน้าผากทะลุกะโหลกไปเลย!
คนนับสิบคนล้มจมกองเลือดตายคาที่!
จนตายก็ยังไม่รู้เลยว่า ดาบจิ๋วสุดประหลาดนี่มันคืออะไรกันแน่
หานเหวินปินจ้องมองหลิวเอ้อร์เป่าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
รอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าของชายชราตรงหน้า บ่งบอกให้เขารู้ว่า
หลิวเอ้อร์เป่าต้องมีอะไรอยากจะพูดอีกแน่ๆ
หานเหวินปินสูดหายใจลึก "คุณจะพูดต่อก็ได้นะ"
หลิวเอ้อร์เป่าส่ายหน้า "พูดไปก็มีแต่จะหงุดหงิดใจเปล่าๆ ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก"
"ต่อให้ฉันอธิบายไปยาวยืด คนเลวมันก็ยังเป็นคนเลวอยู่วันยังค่ำ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงได้หรอก"
"ไอ้คำว่าผู้บุกเบิกเนี่ย มันก็เป็นแค่เรื่องตลกเท่านั้นแหละ"
ก็เหมือนกับตอนที่เขาถูกดันให้ขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊งนั่นแหละ
ตอนนั้นเขายังหนุ่มยังมีไฟ ก็เลยพอจะทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันได้บ้าง
แต่ตอนนี้เขาเป็นแค่หุ่นเชิด ไร้เรี่ยวแรงจะไปทำอะไรได้อีกแล้ว
"คุณหัวหน้า ก่อนตายฉันขอฝากอะไรไว้สักประโยคสิ อ้อ แล้วช่วยฝากไปบอกนายกเทศมนตรีหนุ่มคนนั้นด้วยนะ"
ในฐานะที่เขาชื่นชอบซูอิงฮุยมาก การที่ไม่ได้มีโอกาสเจอและคุยกับซูอิงฮุยแบบตัวต่อตัว
มันทำให้หลิวเอ้อร์เป่ารู้สึกเสียดายไม่น้อย
หานเหวินปินหน้าตึง "ว่ามาสิ ถ้ามีโอกาส ผมจะบอกให้"
หลิวเอ้อร์เป่ายิ้ม "ฉันชอบความเด็ดขาดของนายกเทศมนตรีซูนะ ในเมื่อเด็ดขาดมาถึงขั้นนี้แล้ว ก็เอาให้มันสุดไปเลยสิ"
"นายเลี้ยงหมาสามวัน มันยังจำนายไปสามปี แต่นายดีกับคนมาสามปี มันอาจจะลืมนายภายในสามวันก็ได้นะ"
"บางครั้งเนี่ย คนเรามันก็สู้หมาไม่ได้หรอกนะ"
(จบแล้ว)