- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ขอสโลว์ไลฟ์ในรายการเอาชีวิตรอด
- บทที่ 17 การเลือกสถานที่ตั้งแคมป์
บทที่ 17 การเลือกสถานที่ตั้งแคมป์
บทที่ 17 การเลือกสถานที่ตั้งแคมป์
สถานที่ที่ฉู่เฟิงและอวิ๋นซินขึ้นฝั่งคือแนวหินโสโครก บริเวณโดยรอบเป็นก้อนหินสีดำขรุขระ และห่างออกไปสิบกว่าเมตรก็คือป่าทึบ
"ฉู่เฟิง พวกเราจะเอายังไงกันต่อดี?" นัยน์ตาสีดำของอวิ๋นซินเต็มไปด้วยความมึนงง
เมื่อมาถึงป่าเขาแบบนี้ มองไปทางไหนก็มีแต่ต้นไม้ ใบหญ้า และก้อนหิน จะไปมีของกินอยู่ทุกหนทุกแห่งได้อย่างไร?
"หาที่สร้างที่พักก่อน จากนั้นค่อยหาแหล่งน้ำ" ฉู่เฟิงกล่าวเสียงเบา พลางหรี่ตามองสำรวจไปรอบๆ
"แล้วพวกเราจะสร้างที่พักกันตรงไหนล่ะ?" อวิ๋นซินมองดูท่อนไม้ที่หนากว่าตัวคนจำนวนมากซึ่งอยู่ริมชายฝั่ง
"เข้าไปด้านในเกาะกันเถอะ" ฉู่เฟิงเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าเบื้องไกล ท้องฟ้าสีครามในตอนนี้ยังไม่มีวี่แววว่าฝนจะตก
สภาพอากาศในทะเลนึกจะตกก็ตก ฉู่เฟิงไม่กล้าวางใจกับสภาพอากาศในตอนนี้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก ไม่แน่ว่าห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตรอาจจะมีเมฆดำทะมึน ซึ่งมันอาจจะถูกลมทะเลพัดมายังเกาะเสี้ยวจันทราก็ได้
"นายไม่ได้ใส่รองเท้า ถ้าเข้าไปในเกาะอาจจะบาดเจ็บได้นะ" อวิ๋นซินก้มหน้ามองเท้าเปล่าของฉู่เฟิง
"ไม่เป็นไร ฉันจะระวังให้ดี" ฉู่เฟิงไม่ได้ใส่ใจ เขายื่นถุงนอนให้กับอวิ๋นซินแล้วพูดว่า "ฉันขอเข้าไปเปลี่ยนกางเกงในป่าก่อนนะ ถ้าฉันเรียกแล้วเธอค่อยตามมา"
"ได้" อวิ๋นซินรับถุงนอนมา ใบหน้าของเธอเหม่อลอยเล็กน้อยขณะมองฉู่เฟิงที่มุดเข้าไปในป่าอย่างรวดเร็ว
เธอเงยหน้าขึ้นมองเกาะเสี้ยวจันทรา สามารถมองเห็นยอดเขาสูงตระหง่าน ยอดเขาถูกปกคลุมไปด้วยสายหมอกจนมองไม่ออกว่ามันสูงแค่ไหน เมื่อตั้งใจฟังก็จะได้ยินเสียงประหลาดมากมาย ทำให้เธออดไม่ได้ที่จะหดตัวเข้าหากัน
กล้องทั้งสามตัวในห้องสตรีมสด ตัวแรกตามติดอวิ๋นซิน ตัวที่สองตามติดฉู่เฟิง และตัวที่สามบินขึ้นไปกลางอากาศเพื่อถ่ายภาพมุมกว้างของผืนป่าขนาดใหญ่
ส่วนทีมงานที่รับผิดชอบห้องสตรีมสดของฉู่เฟิงและอวิ๋นซิน ก็รีบสลับหน้าจอไปยังกล้องตัวที่สามทันที ภาพรวมของป่ากว้างจึงปรากฏขึ้นในห้องสตรีมสด
"ว้าว! รู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติแบบดั้งเดิมสุดๆ"
"จู่ๆ ก็รู้สึกโชคดีขึ้นมาเลย ถ้าฉันถูกสุ่มชื่อให้ไปที่นั่นจะเอาชีวิตรอดได้ยังไงเนี่ย?"
"เสียงร้องประหลาดของสัตว์พวกนั้น ฟังแล้วขนลุกเลย"
"สาวน้อยโลลิกับผู้ชายคนนั้น จะทนต่อไปได้จริงๆ เหรอ? อย่าเพิ่งถอนตัวตั้งแต่วันแรกก็แล้วกัน"
"..."
"เป๊าะ..."
เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้น ทำเอาอวิ๋นซินสะดุ้งเฮือก รีบหันขวับไปมอง ก็เห็นฉู่เฟิงกำลังดึงเถาวัลย์เส้นหนึ่งเดินออกมา
"รีบมานี่สิ" ฉู่เฟิงใช้มีดพร้าฟันเถาวัลย์ออกเป็นหลายท่อน
"ฉู่เฟิง นายกำลังทำอะไรอยู่เหรอ?" อวิ๋นซินเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
"เอากางเกงตัวนี้ยัดใส่ในถุงนอนที" ฉู่เฟิงส่งกางเกงขายาวที่ถอดเปลี่ยนและพาดไว้บนคอให้กับเด็กสาว จากนั้นก็นำเถาวัลย์ที่ตัดเตรียมไว้มาพันรอบเอวหลายๆ รอบ ทำเป็นเข็มขัดเถาวัลย์แบบง่ายๆ
"ฉู่เฟิง นายตัดขากางเกงทำไมน่ะ?" อวิ๋นซินที่เพิ่งเก็บกางเกงเสร็จ ก็เห็นว่าฉู่เฟิงกำลังตัดขากางเกงเข้าชุดกันลมที่ยาวเกินไปออก
ฉู่เฟิงสูงประมาณหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเจ็ดเซนติเมตร ในอนาคตอาจจะสูงถึงหนึ่งร้อยแปดสิบ แต่ตอนนี้กางเกงเข้าชุดกันลมตัวนี้มันยาวเกินไปสำหรับเขา
"ไอ้นี่เอาไปทำเป็นหมวกกันน้ำได้นะ" ฉู่เฟิงรีบตัดขากางเกงเข้าชุดกันลมออกมาอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ใช้เถาวัลย์มัดปลายด้านหนึ่งให้แน่น ทำเป็นหมวกทรงกรวยแบบง่ายๆ
เขายื่นหมวกใบหนึ่งให้อวิ๋นซิน แล้วพูดว่า "ในป่าไม่เหมือนข้างนอกหรอกนะ ความชื้นมันสูงมาก แถมบนต้นไม้อาจจะมีพวกหนอนบุ้งอะไรเทือกนั้นอยู่ ถ้าไม่ระวังให้ดีมันจะร่วงลงมาบนหัวเอาได้"
"ฉันมีฮู้ดแล้วนะ" อวิ๋นซินดึงฮู้ดของเสื้อแจ็กเก็ตกันลมขึ้นมา
"มันอบอ้าวเกินไป แล้วก็จะเป็นอุปสรรคต่อการรับรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวในป่าด้วย" ฉู่เฟิงส่ายหน้า ในชุดประสบการณ์ความรู้เกี่ยวกับการตั้งแคมป์ในป่าที่อยู่ในหัวของเขามีความรู้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นวิธีสร้างที่พัก วิธีจุดไฟด้วยตัวเอง ไปจนถึงวิธีแยกแยะผักป่า
หนึ่งในนั้นก็คือ คนที่อยู่ในป่าจะต้องระวังอันตรายที่ซ่อนอยู่รอบตัวในป่าทึบ ต้องหูไวตาไวและคอยสังเกตทุกทิศทาง
ส่วนการใส่ฮู้ดจะทำให้รู้สึกอบอ้าว เมื่อเวลาที่คนเดินหรือเคลื่อนไหว เสียงที่เกิดจากฮู้ดเสียดสีกับเส้นผมจะดังเข้าหู ทำให้เหลือเพียงดวงตาเท่านั้นที่รับรู้สิ่งต่างๆ ภายนอกได้
"โอเค" อวิ๋นซินไม่ได้พูดอะไรต่อ เธอรับหมวกที่หน้าตาดูแปลกประหลาดเล็กน้อยมาสวมไว้
"เอาถุงนอนมาให้ฉันสิ" ฉู่เฟิงรับถุงนอนมา ใช้เถาวัลย์มัดเป็นม้วนๆ แล้วผูกติดไว้ที่หลัง
มือข้างหนึ่งของเขาถือพลั่วสนาม อีกมือถือมีดพร้า ด้านหลังสะพายถุงนอน แล้วพาอวิ๋นซินมุดเข้าไปในป่า
ทั้งสองเดินย่ำไปในป่าอย่างทุลักทุเล รอบตัวเต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ ซึ่งมีต้นไม้เล็กๆ และเถาวัลย์สารพัดชนิดพยายามเติบโตแทรกตัวอยู่
ป่าแบบนี้ไม่มีทางเดินอยู่แล้ว ฉู่เฟิงจึงใช้มีดพร้าค่อยๆ ถางทาง สายตาก็คอยระแวดระวังไปรอบๆ
เด็กสาวเม้มปากถือหม้อเหล็กเดินตามหลัง นัยน์ตาสีดำกวาดตามองป่าทึบด้วยความหวาดหวั่น และมักจะเงยหน้าขึ้นมองด้านบนอยู่บ่อยครั้ง มีเพียงตอนที่มองแผ่นหลังของฉู่เฟิงเท่านั้นที่ทำให้จิตใจของเธอสงบลงได้บ้าง
"ฮู่ว..." ฉู่เฟิงหอบหายใจเล็กน้อย หันไปมองเด็กสาวที่กำลังกอดหม้อเหล็กไว้ในอ้อมแขนแล้วก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา "อวิ๋นซิน เธอเหนื่อยไหม? ป่ามันไม่เหมือนกับที่จินตนาการไว้ใช่หรือเปล่า?"
"ไม่เหมือนเลยสักนิด การเอาชีวิตรอดในป่าที่เห็นในวิดีโอก็ไม่ใช่แบบนี้นี่นา"
อวิ๋นซินปาดหยาดเหงื่อบนหน้าผาก หอบหายใจพลางกล่าว "ทำไมที่นี่ถึงมีแต่ต้นไม้เต็มไปหมด แม้แต่ถนนสักเส้นก็ยังไม่มีเลยล่ะ"
"ฮ่าๆๆๆ..." ฉู่เฟิงได้ยินคำพูดที่แฝงไปด้วยความน้อยใจนิดๆ ของเด็กสาว ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาอย่างเบิกบาน "ยัยบ๊องเอ๊ย พืชพรรณแต่ละที่มันไม่เหมือนกันหรอกนะ ริมทะเลความชื้นสูง ต้นไม้ก็เลยเติบโตได้ดีมากๆ ยังไงล่ะ"
เขาเลือกเดินในที่ที่เดินง่ายที่สุดแล้วนะ แต่พืชพรรณบนเกาะนี้มันเจริญงอกงามดีเกินไปจริงๆ
"ฮึ! ห้ามว่าฉันบ๊องนะ" อวิ๋นซินทำปากยื่นพลางชูหมัดเล็กๆ ขึ้นมาขู่
เธอแลบลิ้นเลียริมฝีปากที่แห้งผาก ก่อนจะเอ่ยถาม "พวกเราจะสร้างที่พักกันตรงไหนล่ะ? ตรงนี้ไม่ได้เหรอ?"
"ไม่ได้ ลองดูต้นไม้ตรงนี้สิ" ฉู่เฟิงเดินไปที่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ชี้ไปที่ลำต้นพลางถาม "เธอเห็นความผิดปกติอะไรไหม?"
"สีของลำต้นด้านล่างเข้มกว่าด้านบน"
อวิ๋นซินเอียงคอ โน้มตัวลงเล็กน้อยแล้วถาม "นี่มันเกี่ยวอะไรกับการสร้างที่พักด้วยล่ะ?"
ความรู้เรื่องการเอาตัวรอดในป่าของเธอนั้นเป็นแค่การเรียนรู้แบบงูๆ ปลาๆ เท่านั้น เธอจึงไม่รู้ความรู้พื้นฐานเรื่องป่าอีกตั้งมากมาย