เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 412: หลินฝานปะทะพระแม่ศักดิ์สิทธิ์ เกาะเซียนโพ้นทะเลเปิดฉากโต้กลับ! (ส่วนที่ 3) (ฟรี)

บทที่ 412: หลินฝานปะทะพระแม่ศักดิ์สิทธิ์ เกาะเซียนโพ้นทะเลเปิดฉากโต้กลับ! (ส่วนที่ 3) (ฟรี)

บทที่ 412: หลินฝานปะทะพระแม่ศักดิ์สิทธิ์ เกาะเซียนโพ้นทะเลเปิดฉากโต้กลับ! (ส่วนที่ 3) (ฟรี)


บทที่ 412: หลินฝานปะทะพระแม่ศักดิ์สิทธิ์ เกาะเซียนโพ้นทะเลเปิดฉากโต้กลับ! (ส่วนที่ 3)

"อืม"

"..."

......

หลังจบการสนทนา

หลินฝานนวดหว่างคิ้ว "ขยับเพียงนิด สะเทือนไปทั้งกระดานจริงๆ"

"เกาะเซียนโพ้นทะเลตีโต้กลับแผ่นดินใหญ่..."

"ดูอย่างไรก็ไม่ใช่การวิวาทเล็กน้อย อย่างน้อยก็ต้องเป็นภัยพิบัติระดับ 10 ปีมิใช่หรือ? แต่เวลายังมาไม่ถึงนี่นา!"

"ดังนั้น..."

"'เนื้อเรื่อง' ระลอกนี้ บางทีอาจจะเป็น 'ภัยพิบัติระดับ 10 ปี' ระลอกแรกหลังจบ 'ภัยพิบัติล้างโลกในรอบร้อยปี' อย่างบัวดำล้างโลก แต่เพราะภัยพิบัติล้างโลกถูกข้าจุดชนวนก่อนกำหนด เนื้อเรื่องนี้จึงถูกดึงให้เกิดขึ้นก่อนเวลาอันควรสินะ"

"บัดซบสิ้นดี แต่ก็สมเหตุสมผลยิ่งนัก"

หลินฝานรู้สึกว่ามันไม่มีช่องโหว่เลยจริงๆ

เกาะเซียนโพ้นทะเลไม่รู้ว่ารอคอยมานานกี่ปี พวกมันเฝ้ารอโอกาสนี้มาตลอด

บัวดำล้างโลกเป็นเหตุให้ 12 ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหลือเพียง 9 ทั้ง 9 แห่งที่เหลือยังได้รับความเสียหายมากน้อยต่างกันไป หากมองย้อนกลับไปในหน้าประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยุคโบราณกาล มีเมื่อใดบ้างที่กำลังรบของแผ่นดินใหญ่จะว่างเปล่าถึงเพียงนี้?

นี่คือโอกาสทองชัดๆ!

"อีกทั้งพวกมันยังรู้จักประมาณตน รู้ว่ากำลังรบของตนไม่เพียงพอ ไม่อาจยึดครองแผ่นดินเซียนอู่ได้ทั้งหมด จึงคิดจะแย่งชิงอาณาเขตสัก 1 หรือ 2 ดินแดนเพื่อเป็นที่พักพิงก่อน แล้วค่อยๆ ขยับขยายแผนการ..."

"ทว่า ความคิดนั้นช่างสวยหรู แต่ความเป็นจริงมักโหดร้ายเสมอ"

"หลายปีมานี้ไม่เคยปล่อยให้พวกเจ้าขึ้นฝั่ง หากยามนี้ปล่อยให้พวกเจ้ายึดครองพื้นที่ได้สัก 1 หรือ 2 ดินแดน โดยมีอาณาเขตและทรัพยากรเหล่านี้คอยหนุนหลัง เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งที่พวกเจ้าต้องการจะมิยิ่งมากกว่านี้หรือ?"

"ดังนั้น..."

"9 ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ย่อมไม่มีทางปล่อยปละละเลย และยิ่งไม่มีทางยอมให้พวกมันยึดครองพื้นที่ 1 หรือ 2 ดินแดนได้โดยง่าย"

"ศึกครั้งนี้..."

หลินฝานขมวดคิ้ว เริ่มครุ่นคิด

ในศึกนี้ นิกายหลานเยว่ควรจะสวมบทบาทใดดี

หรือพูดอีกอย่างคือ จะกอบโกยผลประโยชน์ได้อย่างไร?

"..."

"ค่อนข้างยุ่งยากแฮะ"

"แต่ว่า เกาะไหลอู๋แห่งนี้ น่าจะใช้เป็นจุดทะลวงได้"

หลินฝานคิดทบทวนไปมา รู้สึกว่าการใช้ความแค้นในอดีตเป็นข้ออ้าง แล้วค่อยหาทางกอบโกยผลประโยชน์ดูจะเหมาะสมที่สุด

ท้ายที่สุดแล้ว อาณาเขตของนิกายหลานเยว่ก็ยังอยู่ห่างไกลจาก 'ปากอ่าว' มากนัก นับเป็นดินแดนที่อยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดินใหญ่อย่างแท้จริง

ส่วนเรื่องความแข็งแกร่ง หลินฝานก็ไม่ได้กังวลแต่อย่างใด

จากการต่อสู้กับกู้ซิงเหลียนก่อนหน้านี้ กู้ซิงเหลียนยอมรับจากปากนางเองว่า ตัวเขานั้นไม่ด้อยไปกว่ายอดฝีมือระดับสูงสุด ซ้ำยังสามารถสังหารยอดฝีมือระดับสูงสุดได้เกือบทั้งหมด

เกาะไหลอู๋นั่น... คงไม่มีตัวตนระดับผู้นำดินแดนศักดิ์สิทธิ์หรอกมั้ง?

"เดี๋ยวก่อน!"

"จะว่าไป หากมองจากที่ตั้งทางภูมิศาสตร์แล้ว 8 ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ แม้จะตั้งอยู่ในถ้ำสวรรค์แดนวาสนา แต่ในขณะเดียวกัน ก็ล้วนอยู่ในพื้นที่ใกล้ 'ชายทะเล' ทั้งสิ้น"

"ดังนั้น..."

"ดินแดนศักดิ์สิทธิ์รู้เรื่องนี้มาตลอด และคอยระแวดระวังอยู่เสมอสินะ?!"

ความคิดของหลินฝานกระจ่างแจ้งในพริบตา

"ต้องเป็นเช่นนี้แน่!"

"ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ คอยระวังเกาะเซียนโพ้นทะเลเหล่านี้มาตลอด และรู้ด้วยว่าพวกมันมักใหญ่ใฝ่สูงหมายปอง 8 ดินแดน 1 มณฑลมาเสมอ เพียงแต่ดินแดนโพ้นทะเลนั้น 'ทะเลกว้างคนน้อย' ประกอบกับผู้บำเพ็ญเพียรเหล่านี้สามารถหลบหนีไปมาได้ทุกที่ การจะตามล่าล้างบางให้สิ้นซากจึงยากเย็นแสนเข็ญ ด้วยเหตุนี้ ปัญหานี้จึงถูกปล่อยยืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบัน"

"..."

"สรุปคือ ข้าไม่ต้องไปฟ้องเลยด้วยซ้ำ?"

ตอนแรกหลินฝานยังคิดอยู่ว่าจะไป 'ฟ้อง' กู้ซิงเหลียน ให้นางใช้กระจกส่องสวรรค์ตรวจดูสักหน่อย เพื่อทำความเข้าใจความเคลื่อนไหวของเกาะเซียนโพ้นทะเลเหล่านี้ จะได้เตรียมรับมือและวางหลุมพรางสังหารพวกมันล่วงหน้า

แต่ดูจากตอนนี้แล้ว ไม่มีเหตุจำเป็นเลยจริงๆ

สถานการณ์ในครั้งนี้แตกต่างจากบัวดำล้างโลกก่อนหน้านี้

บัวดำล้างโลกนั้นดุดันเกินไป แม้แต่กระจกส่องสวรรค์ก็ไม่อาจมองทะลุถึงความจริง หลินฝานกับกู้ซิงเหลียนจึงตกลงกันได้ในทันที คนหนึ่งอยู่ในที่สว่าง อีกคนอยู่ในที่มืด ร่วมมือกันโดยตรง

แต่ภัยพิบัติจากเกาะเซียนโพ้นทะเลนั้น 9 ดินแดนศักดิ์สิทธิ์รู้ดีและคอยระแวดระวังมาแต่ไหนแต่ไร แล้วเหตุใดข้ายังต้องเต้นแร้งเต้นกาไปฟ้องร้องอีกเล่า?

"วิ่งโร่ไปฟ้องร้อง รังแต่จะกลายเป็นนกที่โผล่หัวออกมาก่อน คอยรับเคราะห์เปล่าๆ มีแต่จะยุ่งยากกว่าเดิม"

"ดังนั้น สิ่งที่ข้าต้องทำ ก็แค่เตรียมพร้อมรับมือการโจมตีที่อาจเกิดกับนิกายล่วงหน้า และรอให้เกาะเซียนโพ้นทะเลเริ่มเปิดฉากตีโต้ก็พอ"

"จากนั้น ค่อยหาโอกาสในระหว่างนี้ ไปเดินเล่นที่เกาะเซียนที่เรียกว่าเกาะไหลอู๋นั่นสักรอบ"

"ใครสมควรตายก็ส่งมันไปลงนรกซะ"

"ถือโอกาสกอบโกยทรัพยากรกลับมาด้วย"

"อืม เอาตามนี้แหละ~!"

หลินฝานตัดสินใจแน่วแน่

ความจริงแล้ว...

เขาไม่ได้หน้าเงินขนาดนั้นหรอก

แต่ในฐานะประมุขนิกาย มันช่วยไม่ได้นี่นา!

อย่างไรก็ต้องสะสมทรัพยากรและทรัพย์สินให้เหล่าศิษย์ในสำนักเพิ่มขึ้นมิใช่หรือ?

บังเอิญว่าเกาะเซียนไหลอู๋ของพวกเจ้าดันมีความแค้นฝังลึกกับนิกายหลานเยว่ของพวกข้าเสียด้วย หากข้ายังไม่จัดการเจ้าอีก จะหาข้ออ้างใดมาแก้ตัวได้เล่า?

"แต่ว่า..."

"ดูเหมือนว่า จะสามารถย้ายสนามรบได้นะ?"

หลินฝานลูบคาง นึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้

คนที่ล้างบางตระกูลซีเหมินในตอนนั้น ไม่ใช่นิกายหลานเยว่เสียหน่อย

แต่เป็น 'ลู่หมิง' ต่างหาก~!

แม้ตอนนี้ลู่หมิงจะเป็นผู้ดูแลใหญ่แห่งสายฮ่าวเยว่ แต่พูดให้ถึงที่สุดแล้ว หากคิดตามหลักหนี้แค้นต้องชำระ ลู่หมิงต่างหากคือคนที่เกาะเซียนไหลอู๋อยากสังหารทิ้งมากที่สุด

เช่นนั้น ขอเพียงหลังเปิดศึก ให้ลู่หมิงออกจากนิกาย แล้วสร้างความวุ่นวายสักหน่อย...

คนของเกาะเซียนไหลอู๋จะต้องติดเบ็ดอย่างแน่นอน

ถึงตอนนั้น ก็ย่อมไม่จำเป็นต้องเปิดศึกในอาณาเขตของตัวเอง

"วิเศษไปเลย!"

หลินฝานตบหน้าขาฉาดใหญ่ "ต้องเช่นนี้สิ!"

"ถึงอย่างไร การเปิดศึกหน้าประตูบ้านตนเอง หากพลาดไปโดนเด็กน้อยเข้าจะทำอย่างไร? ต่อให้ไม่โดนเด็กน้อย แต่ทำลายต้นไม้ใบหญ้าก็ไม่ดีเช่นกัน"

"เพราะงั้น ลู่หมิง เอ๋ย ถึงเวลาที่เจ้าต้องออกไปร่อนเร่อีกรอบแล้ว~"

"..."

......

หลินฝานจัดการทันที

ตัวตนของหลินฝาน ให้ร่างจำลองบุปผาเซียนสวมรอยแทนโดยตรง

เมื่อเทียบกับหุ่นฟางแล้ว แม้ร่างจำลองบุปผาเซียนจะมีข้อด้อยอยู่บ้าง แต่ข้อดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือมีพลังรบแข็งแกร่งกว่า โดยมีพลังรบมากกว่า 8 ใน 10 ส่วนของร่างต้น ทำให้ไม่อาจถูกจับได้โดยง่าย

ส่วนร่างต้นของเขานั้น ก็จำแลงเป็นลู่หมิงอีกครั้งเพื่อเข้าไปดูแลสายฮ่าวเยว่

สายฮ่าวเยว่ในปัจจุบัน... ไม่มี 'เสียงต่อต้าน' ใดๆ อีกแล้ว

พวกเขาไม่เพียงแต่ยอมจำนน แต่ยัง 'จำนนอย่างยิ่ง' จำนนจนน่าตกใจ!

ตั้งแต่บนลงล่าง ตั้งแต่หัวจรดหาง ล้วนมีเพียงเสียงเดียว นั่นคือเสียงของนิกายหลานเยว่!

ตอนที่เพิ่งผนวกรวมเข้ามาใหม่ๆ ลับหลังยังมีคนไม่พอใจอยู่ไม่น้อย

แต่ตอนนี้...

ใครหน้าไหนกล้าพูดจาให้ร้ายนิกายหลานเยว่ลับหลัง หรือมีความคิดเหลวไหลอะไร หึ ไม่ต้องรอให้นิกายหลานเยว่มาตรวจสอบ พวกเขาก็จะลากคอคนผู้นั้นออกมาเองในเวลาอันสั้นที่สุด

จากนั้น~~~

เรื่องสนุกก็จะตามมา

การทำลายตบะทิ้งถือเป็นโทษสถานเบาที่สุดแล้ว

เพียงแต่ คนที่ได้รับสิทธิพิเศษเช่นนี้ รวมๆ แล้วก็มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น

ไม่ใช่ว่าคนอื่นไม่มีกระดูกสันหลังหรือหวาดกลัวแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะพวกเขาทุกคนต่างค้นพบว่า นิกายหลานเยว่... ช่างหอมหวนเสียจริง!

ต่อให้เป็นเพียงสายย่อยมิใช่สายหลัก ต่อให้ได้รับทรัพยากรเพียง 7 ถึง 8 ส่วนของสายหลัก แต่มันก็ยังหอมหวนสุดๆ อยู่ดี ทิ้งห่างนิกายฮ่าวเยว่ในอดีตไปไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า

และไม่ใช่แค่เรื่องทรัพยากร!

เคล็ดวิชาไร้พ่าย วิชาอาคมไร้พ่ายเหล่านั้น...

ช่างร้ายกาจยิ่งนัก! ช่างมากมายเหลือเกิน!

แม้ศิษย์ธรรมดาจะไม่มีสิทธิ์เรียนรู้ แต่ผู้ใดบ้างเล่าจะไม่มีใจมุมานะทะเยอทะยาน?

ไม่เห็นหรือว่าอดีตสตรีศักดิ์สิทธิ์ ที่บัดนี้กลายเป็นสาวใช้ของผู้ดูแลใหญ่ อย่างเวินหรูอวี้ ได้รับความโปรดปรานจากผู้ดูแลใหญ่ จึงได้รับวิชาอาคมไร้พ่ายของสายหลักมาถึง 2 วิชา ยามนี้ความแข็งแกร่งพุ่งพรวด ระดับพลังก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อไม่กี่วันก่อนก็เพิ่งก้าวเข้าสู่ระดับ 8 แล้ว ได้ยินมาว่า มีผู้อาวุโสระดับ 8 หน้าเก่ามาประลองฝีมือด้วย ก็ยังพ่ายแพ้แก่นางเลย~!

สำหรับเวินหรูอวี้แล้ว คนนอกอาจไม่คุ้นเคย แต่พวกเขานั้นคุ้นเคยเป็นอย่างดี

แม้ความแข็งแกร่งของนางจะสูงส่ง แต่ก็ไม่มีทางบรรลุถึงขั้นนี้ได้อย่างแน่นอน

ทว่าเหตุใดตอนนี้นนางถึงได้แข็งแกร่งปานนี้เล่า นั่นก็เป็นเพราะนิกายหลานเยว่นั้นยอดเยี่ยมอย่างไรล่ะ!

ทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ สวัสดิการฝืนลิขิตฟ้า เคล็ดวิชาและวิชาอาคมไร้พ่ายต่างๆ ก็แข็งแกร่งจนยากจะจินตนาการ

ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ใช่แค่เวินหรูอวี้เพียงคนเดียว พวกเขาเองก็สัมผัสได้ถึงผลประโยชน์อย่างแท้จริงเช่นกัน

ภายใต้เหตุผลนานัปการเหล่านี้ พวกเขาย่อมปกป้องนิกายหลานเยว่อย่างถึงที่สุด

ใครกล้าบอกว่านิกายหลานเยว่ไม่ดี ใครคิดจะต่อต้านนิกายหลานเยว่ ไอ้บัดซบนั่นก็คือศัตรูของทุกคน ย่อมต้องสั่งสอนให้หลาบจำ ต่อให้ฆ่าทิ้งก็ไม่ถือว่าทำเกินไป

ส่วนเรื่องเนรคุณ ทอดทิ้งบรรพชนอะไรนั่น...

ไร้สาระทั้งเพ!

พวกเรากำลังสานต่อปณิธานของบรรพชนต่างหาก ซ้ำยังสานต่อให้ถึงที่สุดด้วย!

ไม่เห็นหรือว่าสายฮ่าวเยว่ของพวกเราในยามนี้ ทั้งกำลังรบโดยรวมและทรัพยากร ล้วนเหนือชั้นกว่าแต่ก่อนตั้งมากมาย?

เพราะฉะนั้น เลิกพูดจาเหลวไหลได้แล้ว~!

ภายใต้ความเชื่อมั่นเช่นนี้ สายฮ่าวเยว่ในปัจจุบัน เรียกได้ว่ามั่นคงดั่งขุนเขาไท่ซาน

อย่าว่าแต่มีลู่หมิงคอยดูแลเลย ต่อให้ไม่มีเขาคนนี้ หรือแม้กระทั่งไม่มีการจัดการใดๆ ก็ไม่มีทางเกิดความวุ่นวายขึ้นได้อย่างเด็ดขาด

ด้วยเหตุนี้~

'ลู่หมิง' ย่อมสามารถออกเดินทางได้อย่างวางใจ

ทว่า เวินหรูอวี้กลับไม่ยอม

"ท่านจะออกเดินทางหรือเจ้าคะ?"

"โปรดพาข้าไปด้วยเถิด"

ลู่หมิง "...ข้าจะออกไปท่องเที่ยว เพื่อแสวงหาขอบเขตสูงสุดแห่งวิถีโอสถ เจ้าจะตามข้าไปทำไม?"

"เจ้าหลอมโอสถเป็นหรือ?"

เวินหรูอวี้สีหน้าไม่เปลี่ยน ส่ายหน้ากล่าวว่า "ไม่เป็นเจ้าค่ะ แต่ข้าต้องคอยปรนนิบัติดูแลอาหารการกินและที่พักพิงของท่าน อีกทั้งยังต้องจัดการเรื่องจุกจิกให้ท่าน เรื่องเล็กน้อยเหล่านี้ จะให้ท่านลงมือทำเองทุกอย่างได้อย่างไร?"

"หากเป็นเช่นนั้น สาวใช้เช่นข้า จะไม่ดูไร้ประโยชน์เกินไปหรือเจ้าคะ?"

"..."

พูดยังไม่ทันขาดคำ เมื่อเห็นว่าลู่หมิงกำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธอีกครั้ง สีหน้าของนางก็สลดลง ดวงตางามเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา...

"ช่างเถิด"

ลู่หมิงทำได้เพียงพยักหน้าตกลง

ไม่ใช่ว่าเขาถูกบีบบังคับหรอกนะ

เพียงแต่นึกขึ้นได้กะทันหันว่า การพาสาวใช้ติดสอยห้อยตามไปด้วย จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ ทำให้ปลาติดเบ็ดได้ง่ายขึ้น

ส่วนเรื่องความปลอดภัยของนางเมื่อถึงเวลานั้น ตนเองค่อยใส่ใจให้มากหน่อยก็พอแล้ว

......

วันเวลาล่วงเลยผ่านไป

เรื่องราวของบัวดำล้างโลกเพิ่งผ่านพ้นไปได้ไม่นาน ดินแดนตะวันตกและตะวันตกเฉียงเหนือยังคงรอคอยการฟื้นฟู ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ได้แบ่งปันอาณาเขตของตนเองเรียบร้อยแล้ว และเริ่มลงมือบริหารจัดการ

มองเผินๆ ดูเหมือนจะไม่มีปัญหาอันใด

ทุกสิ่งล้วนพัฒนาไปตามปกติ คืบหน้าไปอย่างสมเหตุสมผล

แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด ผู้บำเพ็ญเพียรอิสระที่มีตบะแก่กล้า กลับรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออกอยู่ลึกๆ

ราวกับว่า...

กำลังจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น

9 ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ได้เรียกตัวศิษย์ที่ปฏิบัติภารกิจอยู่ภายนอกกลับมาอย่างเงียบๆ

ขุมกำลังชั้นยอดบางแห่งก็ดูเหมือนจะระแคะระคายข่าวสาร จึงลดการออกเดินทาง ซ้ำยังแอบเปิดค่ายกลใหญ่ของตนเองอย่างลับๆ

เมื่อเป็นเช่นนี้

ต่อให้เป็นผู้บำเพ็ญเพียรอิสระที่ข่าวสารไม่รวดเร็วนัก ก็ยังตระหนักถึงความผิดปกติบางอย่างได้

"ไม่ชอบมาพากลแล้ว!"

"คนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เหตุใดจึงไม่ออกมาเพ่นพ่านข้างนอกแล้วเล่า?"

"แค่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสียที่ไหน? ข้าเห็นพวกขุมกำลังชั้นยอดเหล่านั้น ส่วนใหญ่ก็เตรียมพร้อมรับมืออย่างเข้มงวด ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ นี่มันเรื่องอันใดกัน?"

"คงไม่ใช่ว่าบัวดำล้างโลกจะม้วนตัวกลับมาหรอกนะ?"

"ผายลม! ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด บัวดำล้างโลกนั้นน่าสะพรึงกลัวเกินไป หากมันหวนกลับมาจริงๆ 9 ดินแดนศักดิ์สิทธิ์มีหรือจะนิ่งเงียบ เกรงว่าคงจะเรียกตัวผู้บำเพ็ญเพียรทั่วหล้ามาปิดล้อมทำลายล้างตั้งแต่แรกแล้ว!"

"นั่นก็จริง แล้ว... ครั้งนี้ พวกเขาทำเช่นนี้ไปเพื่อเหตุใดกัน?"

"ตามที่ข้าเห็น เกรงว่าคงจะมีศึกใหญ่ใกล้เข้ามาแล้ว!"

"ศึกใหญ่อันใดกัน ที่ทำให้ 9 ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ และขุมกำลังชั้นยอดมากมายต้องระแวดระวังถึงเพียงนี้?!"

"...ใน 8 ดินแดน 1 มณฑล ไม่มีขุมกำลังเช่นนี้อย่างแน่นอน!"

"ใช่แล้ว! ภายใน 8 ดินแดน 1 มณฑล ไม่มีตัวตนเช่นนี้อยู่จริง ดังนั้น อีกฝ่ายย่อมไม่ได้มาจาก 8 ดินแดน 1 มณฑลแน่ เช่นนั้นก็มีความเป็นไปได้เพียง 2 ทาง"

"หนึ่ง มาจากเบื้องบน"

"สอง มาจากภายนอก"

"ภายนอก...? เจ้าหมายถึง เกาะเซียนโพ้นทะเลรึ?!"

ในหมู่ผู้บำเพ็ญเพียรอิสระ ไม่ขาดแคลนผู้ที่ฉลาดเฉลียวและมีวิสัยทัศน์

หรือจะกล่าวว่า หลายหัวดีกว่าหัวเดียว ผู้บำเพ็ญเพียรอิสระมีมากมายเพียงใด? ในหมู่ผู้บำเพ็ญเพียรอิสระจำนวนมหาศาลนี้ ท้ายที่สุดย่อมมีคนฉลาดที่สามารถคาดเดาความจริงจากร่องรอยเล็กๆ น้อยๆ ได้

"ความเป็นไปได้ที่จะมาจากเบื้องบนนั้นมีไม่มาก แต่หากเป็นเกาะเซียนโพ้นทะเลล่ะก็..."

"ข้าเคยเห็นในตำราโบราณ ผู้บำเพ็ญเพียรโพ้นทะเลนั้นมักใหญ่ใฝ่สูง พวกมันไม่เคยพอใจที่พวกเราได้ครอบครองดินแดนที่ดีที่สุด ในขณะที่พวกมันทำได้เพียงตั้งรกรากอยู่บนท้องทะเล ต้องต่อสู้ดิ้นรนเอาชีวิตรอดกับสัตว์ร้ายโพ้นทะเลอยู่ตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้ พวกมันจึงคิดอยากจะเปิดฉากโจมตีแผ่นดินเซียนอู่ของพวกเราอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน!"

"ยามนี้ กำลังรบฝั่งพวกเรา เกรงว่าคงจะลดต่ำลงถึงขีดสุดในรอบพันหมื่นปีแล้ว หากพวกคนเถื่อนโพ้นทะเลคิดจะบุกโจมตีในตอนนี้ ก็ถือว่าสมเหตุสมผลยิ่งนัก!"

"...ข่าวล่าสุด!" ภายในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง ขณะที่ผู้บำเพ็ญเพียรหลายคนกำลังสนทนากันอย่างออกรส ชายผู้หนึ่งก็พุ่งพรวดเข้ามาด้วยใบหน้าตื่นตระหนก "เมื่อครู่ ข้ายอมจ่ายเงินก้อนโตเข้าไปในหอเทียนจี เพื่อซื้อข่าวกรองลับสุดยอดมา!"

"พวกเจ้าลองทายดูสิ ว่าเหตุใดช่วงนี้จึงได้อึดอัดนัก?!"

"ที่แท้ก็เป็นเพราะพวกคนเถื่อนโพ้นทะเลกำลังจ้องตะครุบเหยื่อตาเป็นมัน และอาจจะลงมือได้ทุกเมื่อ..."

พูดยังไม่ทันจบ เขาก็พลันตระหนักว่าทุกคนกำลังจ้องมองตนเองด้วยสายตาประหลาด จึงบันดาลโทสะทันที "พวกเจ้ามองด้วยสายตาเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?"

"สหายนักพรต"

เวลานั้น มีคนผู้หนึ่งลุกขึ้นเดินเข้าไปหา ท่ามกลางสายตาระแวดระวังของเขา คนผู้นั้นก็ตบไหล่เขาเบาๆ "ใจเย็นๆ นะ ขอแสดงความเสียใจด้วย"

"?!"

"เสียใจ?" เขางุนงงไปหมด "ข้าต้องเสียใจเรื่องอันใด?"

"ย่อมต้องเสียใจที่จ่ายเงินไปอย่างสูญเปล่าอย่างไรเล่า"

"ก็แค่เรื่องแค่นี้ ยังต้องไปถึงหอเทียนจีอีกหรือ? พวกเรามารวมตัวกันโม้เหม็น ดื่มสุราสนทนากัน แค่พูดคุยกันไม่กี่ประโยค ก็คาดเดาความจริงได้หมดแล้ว"

"ก่อนหน้าที่เจ้าจะมา พวกเราก็ฟันธงกันไปแล้วว่าเป็นพวกคนเถื่อนโพ้นทะเลที่จะมาก่อเรื่อง"

"สุดท้ายเจ้ากลับเสียเงินก้อนโตไปหอเทียนจีซะได้..."

"เจ้าลองบอกมาสิ เจ้าไม่เสียใจ แล้วใครจะเสียใจ?"

"..."

"?!"

"บัดซบเอ๊ย!"

เขาพลันปวดใจจนแทบจะหายใจไม่ออก

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 412: หลินฝานปะทะพระแม่ศักดิ์สิทธิ์ เกาะเซียนโพ้นทะเลเปิดฉากโต้กลับ! (ส่วนที่ 3) (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว