- หน้าแรก
- ดาราคนนี้จะแสดงสมจริงเกินไปแล้ว
- ตอนที่ 14 เซ็นสัญญาในฐานะนักแสดงสมทบพิเศษระดับกลาง
ตอนที่ 14 เซ็นสัญญาในฐานะนักแสดงสมทบพิเศษระดับกลาง
ตอนที่ 14 เซ็นสัญญาในฐานะนักแสดงสมทบพิเศษระดับกลาง
ทุกคนต่างตกตะลึง
พวกเขารู้สึกทึ่งไปกับทักษะการแสดงของเฉินเฟิง
ไม่ว่าจะเป็นนางเอกอย่างหลิวรุ่ย หรือเหล่าทีมงานที่ยืนมุงดูเหตุการณ์อยู่รอบๆ แทบทุกคนต่างถูกอารมณ์ของเฉินเฟิงดึงดูดให้เข้าไปอยู่ในฉากนั้นด้วย
เมื่อครู่ที่เขาด่าทอคนอย่างบ้าคลั่ง แววตาที่ยโสโอหังจนถึงขั้นไม่เห็นหัวใคร มือข้างหนึ่งบีบคอหลิวรุ่ยเอาไว้ ในขณะที่ขาอีกข้างหนึ่งก็ขยับเข้าไปเบียดเสียดในท่าทางที่ลามกอนาจาร...
ทั้งหมดนั้นทำให้ทุกคนรู้สึกได้ทันทีว่าเขาคือลูกคนรวยที่ทำตัวกร่างไร้กฎหมาย
มันบ้าบิ่นจนเกินขอบเขตจริงๆ
ทว่า เมื่อซ่งกั๋วฮุยตะโกนขึ้นมาว่า "คัท!" ความรู้สึกเหล่านั้นก็จบลงในทันที
เฉินเฟิงกลับมาเป็นคนเดิมราวกับพลิกฝ่ามือ
นี่มันน่าอัศจรรย์ชัดๆ
ทางด้านไกลออกไป
หลิวรุ่ยเลิกร้องไห้แล้ว เธอได้รับคำปลอบโยนจากผู้ช่วยและทีมงานอีกสองสามคน ขณะที่เธอนั่งอยู่บนเก้าอี้พลางจดจ้องมองแผ่นหลังของเฉินเฟิงอย่างเหม่อลอย
ในใจของเธอกำลังปั่นป่วนอย่างหนัก
เพียงแค่ฉากเมื่อครู่นี้ ก็ทำให้เธอเกิดความเข้าใจผิดไปแล้ว
ราวกับว่าเธอเพิ่งถูกเฉินเฟิงคุกคามจริงๆ
เธอมีความรู้สึกเกลียดชังเขาอย่างยากที่จะสลัดทิ้ง
แต่ทั้งที่คนเขาก็แค่กำลังสวมบทบาทอยู่เท่านั้น
หลิวรุ่ยรู้สึกอับอายกับตัวเอง
ทำไมถึงได้อินกับบทได้ขนาดนี้กันนะ?
ติดอยู่ในอารมณ์นานจนถอนตัวไม่ขึ้นเลยหรือไง?
...
อีกด้านหนึ่ง
จวงเฉิงเหวินเองก็รู้สึกซับซ้อนอย่างถึงที่สุด
เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าเฉินเฟิงจะสามารถถ่ายทอดบทบาทลูกคนรวยออกมาได้อย่างหมดจดงดงามถึงเพียงนี้
ไร้ที่ติ
หากมองในมุมของความรู้สึกมนุษย์ เฉินเฟิงเมื่อครู่นี้ก็คือตัวตนของลูกคนรวยจริงๆ ไม่มีผิดเพี้ยน
ไม่ต้องสงสัยเลย
แถมยังเย่อหยิ่งยโส ดุดัน และโหดเหี้ยม
มันเกินเรื่องไปมาก
เขาที่เป็นเพียงตัวประกอบ...
ไปเข้าใจอะไรแบบนี้ได้ยังไงกัน?
แถมจากที่ได้ยินมาจากปากของซ่งกั๋วฮุย ภูมิหลังครอบครัวของเฉินเฟิงคนนี้ก็แสนจะธรรมดา
ตามปกติแล้ว เขาไม่ควรจะมีลักษณะนิสัยที่เข้ากับภาพลักษณ์ของลูกคนรวยได้เลย
ดังนั้น จวงเฉิงเหวินจึงรู้สึกสับสนเป็นอย่างยิ่ง
มีเพียงซ่งกั๋วฮุยเท่านั้นที่ดูตื่นเต้น
เขาตื่นเต้นจนพูดจาติดๆ ขัดๆ ก่อนจะตบไหล่เฉินเฟิงแล้วหัวเราะกล่าวว่า "เสี่ยวเฉินเอ๊ย ดีมาก ดีจริงๆ การแสดงเมื่อครู่นี้ถือเป็นครั้งที่ดีที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมาตลอดการทำงานในวงการนี้เลย ไม่มีครั้งไหนดีกว่านี้อีกแล้ว จริงๆ นะ ไม่มีอีกแล้ว มันสมจริงและถ่ายทอดออกมาได้ดีเหลือเกิน ในสายตาของฉัน นายคือลูกคนรวยที่ทำตัวกร่างไร้กฎหมายคนนั้นจริงๆ"
"ขอบคุณอาจารย์ซ่งที่ชมครับ"
เฉินเฟิงคลี่ยิ้มบางๆ พลางหันกลับไปมองหลิวรุ่ยแล้วเอ่ยเสียงเบาว่า "เอ่อ... นางเอกไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ? ผมรู้สึกเหมือนเมื่อกี้จะทำให้เธอตกใจไปหน่อย"
"ไม่เป็นไรๆ"
ซ่งกั๋วฮุยส่ายหน้าหัวเราะ "นี่ถือเป็นการสอนบทเรียนให้เธอไปในตัว มันเป็นบทเรียนที่มีค่ามากนะ ขนาดจ่ายค่าเล่าเรียนยังหาไม่ได้เลย"
พูดจบ เขาก็หันไปมองจวงเฉิงเหวิน "เอาล่ะ เสี่ยวจวง การแสดงนี้ เธอพอใจแล้วใช่ไหม"
จวงเฉิงเหวินรีบพยักหน้าตอบพลันเอ่ยปาก "พอใจครับ พอใจมาก พูดตามตรง ระดับการแสดงและฝีมือขนาดนี้ จะเป็นสิ่งที่ตัวประกอบจะมีได้อย่างไรกัน เสี่ยวเฉิน นาย... ไม่เคยเซ็นสัญญากับค่ายไหนจริงๆ เหรอ?"
"ไม่เคยครับ"
เฉินเฟิงส่ายหน้า "หลังจากเรียนจบมา ผมก็เอาแต่ทำงานจิปาถะไปเรื่อยครับ"
"อย่างนั้นหรอกหรือ"
ความปรารถนาในใจของจวงเฉิงเหวินเริ่มก่อตัวขึ้น แม้ก่อนหน้านี้เขาจะมีอคติกับเฉินเฟิงและไม่ค่อยพอใจนัก แต่ทว่าในตอนนี้?
เขากลับรู้สึกทึ่งอย่างลึกซึ้ง
เด็กหนุ่มคนนี้มีพรสวรรค์
แถมยังเป็นคนที่อาจารย์ซ่งกั๋วฮุยเอ่ยปากชมเชยด้วยตัวเองอีก
ดังนั้น เขาควรจะแนะนำเด็กคนนี้ให้บริษัทรู้จักดีไหม?
เซ็นสัญญาเลยดีหรือเปล่า?
จวงเฉิงเหวินสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะมองเฉินเฟิงแล้วลองหยั่งเชิงดู "เสี่ยวเฉิน พูดตามตรงนะ การแสดงของนายมันเหนือกว่าที่ฉันคาดการณ์ไว้มาก"
"แค่การแสดงเมื่อครู่นี้ ฉันกล้ารับประกันเลยว่าบริษัทเซ็นสัญญากับนายได้แน่"
"นาย... สนใจไหมล่ะ?"
"ถ้าเซ็นสัญญา นายก็จะได้เข้ามาฝึกฝนฝีมือในกองถ่ายของฉันสัก 2-3 ปี ฉันรับรองว่าอนาคตของนายจะต้องรุ่งโรจน์อย่างแน่นอน"
"ว่ายังไงล่ะ?"
จวงเฉิงเหวินแสดงสีหน้าคาดหวังออกมาเต็มเปี่ยม
น่าเสียดายที่เขาก็เหมือนกับผู้กำกับคนก่อนหน้าในกองถ่ายของเจิ้งปิน คือถูกปฏิเสธกลับมาตรงๆ
เฉินเฟิงส่ายหน้าโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดเลยสักนิด "ต้องขอโทษด้วยครับผู้กำกับจวง ตอนนี้ผมยังไม่อยากเซ็นสัญญากับบริษัทไหนครับ ขอฝึกฝนตัวเองไปอีกสัก 2-3 ปีแล้วค่อยว่ากันใหม่ดีกว่า"
"หือ?"
จวงเฉิงเหวินชะงักไป
โอกาสดีขนาดนี้ยื่นให้ถึงที่ กลับปฏิเสธโดยไม่คิดเลยเนี่ยนะ?
นายเป็นแค่ตัวประกอบไม่ใช่หรือไง?
จวงเฉิงเหวินนึกว่าตัวเองอธิบายไม่ชัดเจน จึงคิดทบทวนแล้วเสริมขึ้นอีกประโยค "เสี่ยวเฉิน บริษัทของเรามีเยียนจิงคัลเจอร์มีเดียกรุ๊ปหนุนหลังอยู่นะ นาย..."
"ผมทราบครับ"
เฉินเฟิงยิ้ม "ตอนที่อาจารย์ซ่งมาหา ผมก็ได้รับทราบเรื่องนี้แล้วครับ ผู้กำกับจวง ขอบคุณสำหรับความหวังดีนะครับ แต่ผมตัดสินใจแล้วว่าจะขอฝึกฝนตัวเองไปอีกสักพักก่อน"
ซ่งกั๋วฮุยที่ยืนอยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะช่วยเกลี้ยกล่อม "เสี่ยวเฉิน นายไม่ลองพิจารณาดูอีกสักหน่อยหรือ? โอกาสที่จะได้ฝึกฝนในกองถ่ายแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆ นะ"
"ถ้าอยู่ในกองถ่ายแล้วมันจะไม่ค่อยอิสระครับ"
เฉินเฟิงยิ้มอธิบาย "อาจารย์ซ่ง ผู้กำกับจวง หากวันหนึ่งผมแสดงได้แค่บทลูกคนรวยแบบนี้ แล้วบทบาทอื่นกลับไม่รู้เรื่องเลย ไม่เข้าใจตัวละครอย่างถ่องแท้ ถึงตอนนั้นพวกท่านจะไม่เสียใจหรือครับที่เซ็นสัญญากับผม? หากเกิดเสียใจขึ้นมาแล้วสั่งดองงานผมขึ้นมาจริงๆ สู้ผมฝึกฝนตัวเองไปอีกสัก 2-3 ปีจะดีกว่า ในมุมมองของผม การเป็นตัวประกอบ คอยวิ่งรอกรับบทตัวประกอบไปเรื่อยๆ ก็เป็นการขัดเกลาทักษะการแสดงของตัวเองได้เหมือนกันครับ"
จวงเฉิงเหวินและซ่งกั๋วฮุยสบตากัน
ก็จริงของเขา
เพราะตอนนี้ยังไม่รู้จักตัวตนของเขาดีพอ
และก็ไม่รู้ว่าศักยภาพของเขาจะสูงส่งได้เพียงใด
หากแสดงได้แค่บทลูกคนรวยจอมเสเพลจริงๆ ก็คงไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น
จะให้เดินไปในทางตันแบบนั้นหรือ?
เป็นนักแสดงที่รับแต่บทลูกคนรวยมืออาชีพ?
นักแสดงแบบนั้นไม่มีอนาคตหรอก
ดังนั้นสิ่งที่เขาพูดมาก็มีเหตุผล
แทนที่จะเสี่ยงโดนดองงานในอนาคต สู้ฝึกฝนตัวเองไปอีกสักพักเพื่อดูว่าตัวเองจะขยายขอบเขตการแสดงไปได้ไกลแค่ไหนยังจะดีเสียกว่า
น่าทึ่งจริงๆ!
เป็นคนหนุ่มที่ตื่นรู้และมองโลกตามความเป็นจริงเหลือเกิน
ยอดเยี่ยมมาก
ยิ่งเฉินเฟิงแสดงท่าทีแบบนี้ ซ่งกั๋วฮุยก็ยิ่งถูกใจเขามากขึ้นไปอีก
แม้แต่จวงเฉิงเหวินก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกดีกับเขา
ในวงการบันเทิง นักแสดงที่ไม่กระหายความสำเร็จจนหน้ามืดตามัวแบบนี้ หาได้ยากยิ่งนัก
เมื่อเป็นเช่นนั้น จวงเฉิงเหวินจึงถอนหายใจยาวออกมาคำหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม "เอาล่ะ งั้นก็เคารพการตัดสินใจของนาย แต่ว่านะ ไว้คราวหน้าเรามาเป็นเพื่อนกันเถอะ ถ้านายรู้สึกว่าถึงเวลาที่เหมาะสมแล้ว ลองพิจารณาเรื่องมาร่วมงานกับทางเราดู นายก็รู้ว่าพลังหนุนหลังของพวกเรานั้นไม่ธรรมดาเลย"
"ได้ครับ ขอบคุณครับผู้กำกับจวง แล้ว... เรื่องบทบาทในครั้งนี้ล่ะครับ?"
"ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว"
จวงเฉิงเหวินหัวเราะร่า "บทหลิวเหวินป๋อตัวนี้ต้องเป็นนายเท่านั้นแหละ เดี๋ยวเซ็นสัญญาเดี๋ยวนี้เลย อีกอย่าง อาจารย์ซ่งบอกจะให้ค่าตัวนายในเรตนักแสดงสมทบตัวเล็กๆ ฉันว่ามันน้อยไปหน่อย งั้นฉันจะเซ็นสัญญาให้นายในเรตนักแสดงสมทบพิเศษระดับกลางเลยแล้วกัน นายต้องแสดงให้ฉันเห็นถึงฝีมือจริงๆ นะ"
"ขอบคุณครับผู้กำกับจวง"
เฉินเฟิงยิ้มออกมาเช่นกัน
ทั้งสองคนยื่นมือไปจับกัน
ครั้งนี้เป็นการจับมือที่หนักแน่นอย่างแท้จริง
จากนั้นก็เป็นการเซ็นสัญญาและดำเนินตามขั้นตอน
เรตค่าตัวของนักแสดงสมทบพิเศษระดับกลางอยู่ที่ 600-1200 ต่อวัน แต่จวงเฉิงเหวินที่ปกติเป็นคนขี้งก กลับยอมทุ่มให้เฉินเฟิงถึง 800 ต่อวัน เพื่อสร้างความประทับใจที่ดี
บทบาทมีไม่มากนัก
น่าจะใช้เวลาอยู่ในกองถ่ายประมาณ 15 ถึง 20 วัน
สมบูรณ์แบบ!
หากคิดที่ 20 วัน งานนี้ก็ได้เงินเข้ากระเป๋าไปเหนาะๆ 16,000
ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น เวลาก็ล่วงเลยมาจนถึงช่วงเที่ยงพอดี
เฉินเฟิงจึงได้เนียนไปกินข้าวกล่องของกองถ่าย และร่วมกินข้าวกล่องราคา 30 หยวนบนดาดฟ้าของตึกตงฟางพร้อมกับคนอื่นๆ
ระหว่างที่กำลังกินข้าวอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น
หยิบขึ้นมาดูพบว่าเป็นแม่โทรมา
หัวใจของเฉินเฟิงเต้นกระตุกวูบ
โดยปกติแล้วหากที่บ้านไม่มีเรื่องด่วนอะไร แม่มักจะไม่โทรมาหาเขาหรอก
หรือว่าโชคลาภจะมาถึงแล้ว?
ระบบบอกว่าก่อนเที่ยงคืนวันนี้ พ่อแม่ของเขาจะได้รับทรัพย์สินมูลค่าหมื่นล้าน
แต่ไม่ได้ระบุเวลาที่แน่ชัด
จะเป็นช่วงเวลานี้หรือเปล่านะ?
เฉินเฟิงกดรับสายทันที