- หน้าแรก
- ดาราคนนี้จะแสดงสมจริงเกินไปแล้ว
- ตอนที่ 11 คิดว่าตัวเองเป็นตัวละครสำคัญจริงๆ หรือไง?
ตอนที่ 11 คิดว่าตัวเองเป็นตัวละครสำคัญจริงๆ หรือไง?
ตอนที่ 11 คิดว่าตัวเองเป็นตัวละครสำคัญจริงๆ หรือไง?
ตึกตงฟาง
อาคารสำนักงานระดับ 5A
พื้นที่สองชั้นบนสุดของตึกนี้ถูกเช่าไว้ทั้งหมด
เพื่อใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำละครฉากจริง
ละครเมืองหลวงแนวโรแมนติกส่วนใหญ่ถ่ายทำกันในอาคารสำนักงาน เพื่อบอกเล่าเรื่องราวความรักความสัมพันธ์ของเหล่าพนักงานออฟฟิศ
แค่ค่าเช่าก็น่าจะแพงหูฉี่เลยทีเดียว
เฉินเฟิงยืนอยู่ด้านนอกกองถ่าย คอยสังเกตการณ์สถานการณ์โดยรอบ
คนในกองถ่ายมีจำนวนไม่น้อยเลย
มากกว่ากองถ่ายเล็กๆ ของเจิ้งปินที่เขาเคยไปอยู่ก่อนหน้านี้เยอะมาก
ผู้กำกับชื่อว่าจวงเฉิงเหวิน
เมื่อก่อนเคยเป็นนักแสดง
ได้ยินมาว่าเล่นละครมาหลายปีแต่ก็ไม่ดังสักที เลยตัดสินใจเปลี่ยนสายมาเป็นผู้กำกับแทน
เขาเป็นลูกศิษย์ของซ่งกั๋วฮุย
ทรัพยากรในมือถือว่าไม่เลวเลย
ละครเมืองหลวงเรื่องนี้เป็นผลงานเรื่องแรกของเขา
ลงทุนไปประมาณ 30 กว่าล้าน
ถือเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่เลยก็ว่าได้
นักแสดงนำชายหาตัวนักแสดงที่ค่อนข้างขาลงแล้วมาเล่น ชื่อว่าเฉินฉ่วง
ชื่อนี้อาจจะฟังดูไม่คุ้นหูสำหรับใครหลายคน
แต่ทว่านักแสดงคนนี้มีฉายาติดตัวอยู่หนึ่งอย่าง
นั่นก็คือ เสี่ยวเทียนเฉวียน
เขาเคยโด่งดังไปทั่วบ้านทั่วเมืองจากการรับบทเป็นเสี่ยวเทียนเฉวียน
น่าเสียดายที่นอกจากบทบาทนั้นแล้ว เขาก็แทบจะไม่มีผลงานอื่นที่โดดเด่นอีกเลย
จริงๆ แล้วเขาก็เคยได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากละครย้อนยุคเรื่องหนึ่งมาแล้ว
เพียงแต่ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ วงการบันเทิงเกิดปรากฏการณ์ประหลาด ทรัพยากรต่างๆ ต่างเทไปให้เหล่าดาราหน้าใหม่ที่ขายความสดใสกันหมด
บวกกับนักแสดงระดับเจ้าของรางวัลคนนี้ไม่ค่อยสร้างกระแสและไม่เคยไปออกรายการวาไรตี้เพื่อกอบโกยเงินทอง จึงทำให้ชื่อเสียงของเขาค่อยๆ เลือนหายไปจากสายตาของสาธารณชน จนกระทั่งถึงจุดที่ไม่มีงานแสดงเข้ามาเลย
น่าเศร้าจริงๆ
ส่วนนางเอกของเรื่องนี้เป็นนักแสดงหน้าใหม่
เหมือนกับเฉินเฟิงเลย เธอเป็นนักศึกษาจากสถาบันภาพยนตร์ ชื่อว่าหลิวรุ่ย
เธอเป็นดาวมหาวิทยาลัยของสถาบันภาพยนตร์เยียนจิงปี 2023
ยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำ
ได้ยินมาว่าทั้งพระเอกอย่างเฉินฉ่วงและนางเอกอย่างหลิวรุ่ย ต่างก็เป็นคนที่ซ่งกั๋วฮุยใช้เส้นสายหามาให้ทั้งนั้น
เห็นได้ชัดว่าความสามารถของซ่งกั๋วฮุยนั้นไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
...
หลังจากรออยู่ 10 กว่านาที
ในที่สุด ซ่งกั๋วฮุยก็เดินออกมาพร้อมกับผู้กำกับจวงเฉิงเหวิน
"เสี่ยวเฉิน มานี่หน่อย"
ซ่งกั๋วฮุยโบกมือเรียกเฉินเฟิง
"มาแล้วครับ อาจารย์ซ่ง"
เฉินเฟิงหันตัวเดินตรงเข้าไปหาทันที
เขาเดินสวนกับจวงเฉิงเหวินที่เพิ่งเดินออกมาพอดี
ความประทับใจแรกพบ
จวงเฉิงเหวินดูผอมมาก สวมหมวก และมีตอหนวดเคราขึ้นเต็มใบหน้า
มองไม่เห็นเค้าโครงความสดใสในสมัยที่เขายังเป็นนักแสดงอีกต่อไปแล้ว
เหมือนกับภาพลักษณ์ของผู้กำกับส่วนใหญ่ที่มักจะไว้หนวดเคราจงใจให้ดูเซอร์ๆ แต่งตัวตามสบาย และใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์
ก็นับว่าเป็นเรื่องปกติ
เขาคงจะทราบภูมิหลังของเฉินเฟิงมาจากซ่งกั๋วฮุยแล้ว
ไม่ว่าซ่งกั๋วฮุยจะแนะนำหรือปูทางมาอย่างไร ตอนนี้เฉินเฟิงก็เป็นได้แค่ตัวประกอบคนหนึ่งเท่านั้น แถมยังเป็นตัวประกอบระดับล่างสุดอีกต่างหาก
ตามหลักแล้วควรจะเป็นเฉินเฟิงที่ต้องเดินเข้าไปหาเขาถึงจะถูก
แต่ผลกลับกลายเป็นว่าเขาเดินออกมาพร้อมกับซ่งกั๋วฮุย
ในใจเขาคงจะไม่พอใจอยู่ไม่น้อยเลยสินะ?
ซ่งกั๋วฮุยดูจะกระตือรือร้นมาก หลังจากเรียกเฉินเฟิงเข้ามาใกล้แล้ว เขาก็ยิ้มร่าแล้วพูดว่า "เสี่ยวเฉิน นี่คือผู้กำกับจวง ส่วนเสี่ยวจวง นี่คือเฉินเฟิงคนที่ฉันบอกนายไว้"
"สวัสดีครับ ผู้กำกับจวง"
เฉินเฟิงยื่นมือออกไปทักทายก่อน
"สวัสดี"
จวงเฉิงเหวินยังคงทำหน้าเรียบเฉย เขาแตะมือกับเฉินเฟิงอย่างขอไปทีแล้วรีบชักมือกลับทันที ก่อนจะถามลอยๆ ว่า "อาจารย์ซ่งแนะนำนายมา เดี๋ยวลองไปแคสติ้งดูก่อนแล้วกัน ถ้าผ่านก็ได้อยู่ต่อ ถ้าไม่ผ่านก็อย่าไปโทษอาจารย์ซ่งเขาล่ะ"
"ไม่หรอกครับ"
เฉินเฟิงยิ้มบางๆ
จวงเฉิงเหวินไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาหันกลับไปตะโกนเรียก "เชี่ยนเชี่ยน เชี่ยนเชี่ยน มานี่หน่อย"
"มาแล้วค่ะ"
ไม่นานนัก เด็กสาวคนหนึ่งก็วิ่งกระหืดกระหอบออกมา
ดูออกทันทีว่าเป็นผู้ช่วย
ดูยุ่งจนเหงื่อท่วมตัว
หน้าตาดูใสซื่อ มีกระบนใบหน้าเล็กน้อย ใบหน้ารูปไข่ตามมาตรฐาน คิ้วเรียวสวย
ติดแค่ตัวเล็กไปหน่อย
น่าจะสูงสัก 150 เซนติเมตรได้
จวงเฉิงเหวินโบกมือโดยไม่หันกลับไปมอง "พาคนนี้... ชื่ออะไรนะ?"
"เฉินเฟิงครับ"
"โอเค พาเฉินเฟิงไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เดี๋ยวให้เขาแคสติ้ง ลองเล่นบท 'หลิวเหวินป๋อ' ดู"
"รับทราบค่ะ"
เด็กสาวที่ชื่อเชี่ยนเชี่ยนรีบเดินมาตรงหน้าเฉินเฟิงแล้วยิ้มให้อย่างสุภาพ "สวัสดีค่ะคุณเฉิน เชิญตามฉันเข้ามาด้านในเลยค่ะ"
"ขอบคุณครับ"
เฉินเฟิงพยักหน้าตอบรับอย่างสุภาพ
"ไม่เป็นไรค่ะ"
ทั้งสองคนเดินเข้าไปด้านใน
จวงเฉิงเหวินมองดูซ่งกั๋วฮุยพลางส่ายหน้าอย่างจนใจ "อาจารย์ซ่งครับ เขา... ดูเด็กเกินไปหน่อย ในตัวเขาผมมองไม่เห็นความหยิ่งผยองหรือความรวยล้นฟ้าสักนิด เห็นแต่ความกระจอกงอกง่อยเต็มไปหมดเลยครับ"
"ลองดูหน่อย ลองดูหน่อย"
ซ่งกั๋วฮุยคลี่ยิ้มบาง "คลิปตอนการคัดตัวรอบแรกเธอก็เห็นแล้วไม่ใช่หรือไง เขาแสดงเป็นไอ้ขี้ยาได้สมจริงขนาดนั้น ฉันเชื่อว่าเขาต้องมีฝีมือดี"
"อาจารย์ซ่งครับ"
จวงเฉิงเหวินขมวดคิ้วแน่นแล้วลดเสียงลง "คุณก็น่าจะรู้ดีว่าวงการนี้เป็นยังไง คนเล่นยากันกี่คนคุณก็น่าจะรู้ดี เขาแสดงออกมาได้สมจริงขนาดนั้นน่ะเหรอ? ไม่แน่หรอกมั้ง?"
"อะแฮ่ม"
ซ่งกั๋วฮุยกระแอมไอสองสามครั้งก่อนจะส่ายหน้าพลางกล่าว "เสี่ยวจวง ฉันเคยเตือนเธอแล้วนะว่าถ้ายังไม่ได้ตรวจสอบก็อย่าเพิ่งรีบด่วนสรุป อย่าไปตัดสินคนอื่นส่งเดช ถ้าทำได้หรือไม่ได้ ลองให้เขาแสดงก่อนแล้วค่อยว่ากัน เธอไม่ค่อยไว้ใจสายตาฉันขนาดนั้นเลยหรือไง?"
"..."
จวงเฉิงเหวินเงียบไป
ซ่งกั๋วฮุยหัวเราะพลางตบไหล่อีกฝ่ายเบาๆ แล้วหันไปส่งสัญญาณให้เดินเข้าไปข้างใน
ทั้งสองคนจึงเดินเข้าสู่พื้นที่ออดิชัน
...
ในห้องแต่งตัว
ช่างแต่งหน้ากำลังจัดการเช็ดคราบมันบนใบหน้าของเฉินเฟิงและเติมแป้งให้ดูจางลง
จากนั้นเขาก็ต้องเปลี่ยนชุด
เป็นชุดสูทสีชมพูสุดกวนประสาทบวกกับกางเกงสแล็คลายตาราง
รองเท้าหนังแบรนด์เนมราคาแพง
นาฬิกาที่ใส่เป็นยี่ห้อเพียเจต์
แน่นอนว่าเป็นของก๊อป
ที่คอมีสร้อยทองเส้นหนึ่ง
ปกเสื้อเชิ้ตถูกปลดออกจนเผยให้เห็นกล้ามหน้าอกเล็กน้อย
20 นาทีผ่านไป การแต่งตัวก็เสร็จสิ้น
เฉินเฟิงยืนมองตัวเองในกระจกแล้วขมวดคิ้วมุ่น
นี่มันภาพลักษณ์บ้าอะไรกัน?
นี่น่ะเหรอภาพลักษณ์ลูกคนรวยที่หยิ่งผยอง?
นี่มันภาพลักษณ์ตัวตลกชัดๆ เลยไม่ใช่หรือไง?
ในละครยุคนี้ ลูกคนรวยที่หยิ่งผยองต้องเป็นแบบจ้าวไท่ในเรื่อง《บิ๊กบอส》ถึงจะถูก
ถ้าอยากจะโชว์ว่ารวย โชว์ความหยิ่งยโสและไม่เกรงกลัวใคร ไม่จำเป็นต้องอาศัยภาพลักษณ์ภายนอกมาเสริมเลย แค่แสดงพฤติกรรมบางอย่างออกมาก็ชัดเจนจนถึงกึ๋นแล้ว
นั่นคือความบ้าคลั่ง!
ความบ้าคลั่งที่ไร้ขอบเขต
แต่ถ้าต้องมาใส่ชุดแบบนี้เนี่ยนะ?
จะแสดงความบ้าคลั่งออกมาได้ก็แปลกแล้ว
เฉินเฟิงส่ายหน้าไม่หยุด
ผู้ช่วยตัวน้อยอย่างเชี่ยนเชี่ยนที่อยู่ข้างๆ กะพริบตาปริบๆ ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้ด้วยความสงสัย "คุณเฉินคะ ที่คุณส่ายหน้าหมายความว่ายังไงคะ หรือว่าคิดว่าชุดนี้ไม่สวยคะ?"
"ไม่ใช่ไม่สวยครับ แต่มันดูแย่มากเลยต่างหาก"
เฉินเฟิงเหลือบมองเชี่ยนเชี่ยนแล้วถามขึ้นมาทันที "ผมขอจับคู่ชุดเองได้ไหมครับ?"
"เอ่อ..."
"วางใจเถอะครับ ถ้าผู้กำกับจวงถาม ผมจะอธิบายกับเขาเอง"
"งั้น... ก็ได้ค่ะ"
เชี่ยนเชี่ยนพยักหน้าอย่างจนใจ
เฉินเฟิงรีบเข้าไปในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเริ่มจัดการแต่งตัวใหม่ด้วยตัวเอง
ในระหว่างนั้น จวงเฉิงเหวินและซ่งกั๋วฮุยก็เดินเข้ามาพอดี
ไม่นานนัก เฉินเฟิงก็เดินออกมาจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า
เขาอยู่ในชุดสูทสีน้ำเงินเรียบๆ สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว มีเพียงเนกไทสีแดงเส้นเดียวที่ตัดกัน
เขาสเปรย์ผมจนเปียกหมาดๆ ด้วยตัวเอง
ให้ความรู้สึกถึงความหม่นหมองและสิ้นหวัง
จวงเฉิงเหวินเห็นแล้วก็ขมวดคิ้วทันที "เชี่ยนเชี่ยน ผมไม่ได้สั่งให้คุณเอาชุดของ 'หลิวเหวินป๋อ' มาให้เขาเปลี่ยนหรอกเหรอ? แล้วนี่มันชุดอะไรกัน?"
ใบหน้าของเชี่ยนเชี่ยนซีดเผือดลงทันที
โชคดีที่เฉินเฟิงรีบอธิบายขึ้นมาทันควัน "ผู้กำกับจวงครับ ผมเปลี่ยนชุดนี้เองครับ พูดตามตรงนะครับ ชุดของหลิวเหวินป๋อชุดนั้นไม่ได้ดูเหมือนลูกคนรวยที่หยิ่งผยองเลยสักนิด แต่ดูเหมือนตัวตลกมากกว่าครับ"
จวงเฉิงเหวิน: "..."
สีหน้าของเขาดำทะมึนยิ่งกว่าเดิม
แกเป็นแค่ตัวประกอบแท้ๆ กล้าดียังไงมาวิจารณ์การออกแบบตัวร้ายของฉันว่าเป็นตัวตลก?
แกคิดว่าตัวเองเป็นนักแสดงตัวจริงไปแล้วหรือไง?