- หน้าแรก
- ท่านปรมาจารย์เลิกแกล้งเป็นคนธรรมดาได้แล้ว
- บทที่ 241 ข้าวเจ้ากำลังจะทะยานฟ้า
บทที่ 241 ข้าวเจ้ากำลังจะทะยานฟ้า
บทที่ 241 ข้าวเจ้ากำลังจะทะยานฟ้า
บทที่ 241 ข้าวเจ้ากำลังจะโบยบิน
"มาสก์ไข่มุก? มันคือสิ่งใดกัน? สามารถช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใสได้จริงหรือ?" เซี่ยปิงลู่ที่อยู่ด้านข้าง ดวงตาพลันเป็นประกายระยิบระยับขึ้นมาทันที
"ย่อมเป็นเรื่องจริงอยู่แล้ว น่าเสียดายที่มีไข่มุกเพียงเม็ดเดียว แม่ครัวผู้ชาญฉลาดก็ยากจะหุงข้าวได้หากไร้ข้าวสาร" เวยเจิ้งส่ายหน้าพลางกล่าวด้วยรอยยิ้ม
"คุณชายเวย ข้าสามารถหาไข่มุกน้ำงามชั้นเลิศมาให้ท่านได้ ท่านจะมอบมาสก์ไข่มุกให้ข้าสักหน่อยได้หรือไม่?"
แววตาของเซี่ยปิงลู่เต็มไปด้วยความปรารถนาอันแรงกล้า
อย่างไรเสียสตรีก็คือสตรี
ความทะยานอยากในความงดงามนั้น ไม่ว่าจะในยุคสมัยใด หรือโลกใบไหนก็มิมีวันต่างกัน
ต่อให้เป็นผู้บำเพ็ญเพียรผู้สูงส่ง หรือองค์หญิงแห่งราชวงศ์ก็มิใช่ข้อยกเว้น
"หากเจ้าสามารถช่วยหาหอยมุกน้ำจืดชั้นดีมาให้ข้าได้ ข้าก็ยินดีจะมอบมาสก์ไข่มุกให้เจ้าจำนวนหนึ่ง" เวยเจิ้งรับคำในทันที
ประจวบเหมาะพอดี เขายังรู้สึกว่าน้ำในลำธารของคฤหาสน์นั้นใสสะอาดเกินไป สู้เลี้ยงหอยมุกไว้เสียหน่อยจะดีกว่า นั่นนับเป็นของดีที่แท้จริง
ถึงเวลานั้นเขาจะได้ถือโอกาสทำผลิตภัณฑ์บำรุงผิวให้กลุ่มหญิงสาวที่กำลังจะตั้งขึ้นมา เพื่อรับประกันว่าพวกนางจะดูเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลยิ่งขึ้นก่อนจะขึ้นสู่เวที
"คุณชายเวย ท่านมีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์กว้างขวาง ข้ามีเรื่องยากลำบากประการหนึ่งอยากจะขอความช่วยเหลือจากท่าน"
เมื่อได้ยินว่าเวยเจิ้งจะนำไข่มุกศักดิ์สิทธิ์ไปบดเป็นผงไข่มุก เซี่ยซิงเฉาแทบจะกลอกตาเป็นสายเลือด ทนฟังต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว
"เรื่องยากลำบาก...?"
เวยเจิ้งกะพริบตาปริบ ๆ ด้วยความไร้เดียงสา แทบอยากจะกระอักเลือดออกมา บุรุษผู้นี้เหตุใดจึงมีปัญหามากมายปานนี้?
อีกอย่าง ขนาดตัวเจ้าที่เป็นถึงองค์ชายแห่งราชวงศ์จงโจวยังมิอาจแก้ไขได้ แล้วตัวข้าจะมีเจตคติหรือความสามารถอันใดไปจัดการ?
ทว่าในเมื่อผู้มาเยือนคือแขก และเซี่ยซิงเฉาก็มิใช่คนแปลกหน้า เวยเจิ้งจึงมิอาจปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ได้แต่ยอมฟังดูก่อนว่าอีกฝ่ายมีเรื่องยากลำบากอันใดที่มิอาจคลี่คลาย
"เช่นนั้นเจ้าลองเล่าให้ฟังเถิด" เวยเจิ้งยิ้มพลางเอ่ยถามด้วยท่าทีสงบนิ่ง
"คุณชายเวย คราวก่อนท่านใช้มันฝรั่งคลี่คลายวิกฤตของผู้อพยพ ทว่าบนมหาทวีปจงโจวมีราษฎรนับหลายพันล้านคน ทั้งยังมีปีศาจมากมายนับไม่ถ้วน ยามที่ราษฎรสามัญพบเจอกับปีศาจ เนื่องจากร่างกายอ่อนแอและไร้พลังวัตร จึงมิอาจต้านทานได้ ต่อให้เป็นปีศาจที่มีตบะอ่อนแอที่สุด ก็สามารถเข่นฆ่าราษฎรธรรมดาได้อย่างง่ายดาย ข้าจึงคิดว่าจะมีหนทางใดหรือไม่ ที่จะช่วยให้ร่างกายของราษฎรสามัญแข็งแกร่งขึ้น หากใช้กำลังของคนธรรมดาก็ต้านทานปีศาจตัวเล็ก ๆ ได้ ย่อมจะช่วยลดความสูญเสียของราษฎรได้เป็นจำนวนมาก ไม่ทราบว่าคุณชายเวยจะมีหนทางแก้ไขหรือไม่" หลังจากเซี่ยซิงเฉากล่าวจบ ก็จับจ้องไปที่เวยเจิ้งตาไม่กระพริบ ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง
สิ้นเสียงของเซี่ยซิงเฉา บริเวณโดยรอบพลันเงียบสงัดลงทันตา สายตาของทุกคนล้วนจับจ้องมาที่ร่างของเวยเจิ้ง
ในความเป็นจริง หนทางในการเสริมสร้างร่างกายของคนธรรมดานั้นมีอยู่มากมาย ตัวอย่างเช่นการกินสมุนไพรวิญญาณหรือหญ้าเซียนระดับธรรมดาเป็นระยะเวลานาน ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายที่เหมาะสมก็สามารถบรรลุผลได้
ทว่าบนมหาทวีปจงโจวมิได้มีสมุนไพรวิญญาณหรือหญ้าเซียนมากมายปานนั้น นับประสาอะไรกับการให้ราษฎรสามัญได้กินเป็นประจำ
ดังนั้นต่อให้เป็นสมุนไพรวิญญาณและหญ้าเซียนที่ธรรมดาที่สุด ส่วนใหญ่ก็ยังถูกรวบรวมไว้ในสำนักเซียนใหญ่ ๆ มิมีผู้ใดเต็มใจนำสมุนไพรวิญญาณเหล่านี้มาบำรุงราษฎรธรรมดาหรอก
เซี่ยซิงเฉาเห็นเวยเจิ้งนิ่งเงียบ ทั้งยังขมวดคิ้วเล็กน้อย จึงอดมิได้ที่จะเอ่ยขึ้นว่า "คุณชายเวย ได้โปรดคิดหาหนทางช่วยข้าด้วยเถิด"
เซี่ยปิงลู่เองก็กะพริบดวงตากลมโตอันฉลาดเฉลียว จับจ้องเวยเจิ้งตาไม่กะพริบเช่นกัน
ก่อนจะมาที่นี่ นางได้ยินเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับเวยเจิ้งมามากมาย หลังจากมาถึงที่นี่แล้ว ก็ถูกทุกสิ่งทุกอย่างในเรือนแห่งนี้สั่นสะเทือนขวัญจนมิอาจหาคำใดมาเปรียบเปรย
ยามนี้นางรู้สึกอยากรู้อยากเห็นยิ่งนักว่า เรื่องที่แม้กระทั่งราชวงศ์จงโจวและแปดสำนักเซียนใหญ่ยังมืดแปดด้านเช่นนี้ เวยเจิ้งจะมีหนทางอันใด
"ข้าก็หลงนึกว่าเป็นเรื่องใหญ่โตอันใดเสียอีก" ในที่สุดเวยเจิ้งก็ส่ายหน้าพลางหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น
บุรุษผู้นี้มาหาเขาเพื่อแก้ไขปัญหาถึงสองคราทว่าล้วนเป็นเรื่องปากท้องของราษฎร ดูท่าจะเป็นองค์ชายที่ดีผู้หนึ่งเลยทีเดียว
"คุณชายเวย ท่านมีหนทางจริง ๆ หรือ?" เซี่ยซิงเฉาพลันตื่นเต้นจนร่างสั่นเทิ้ม รีบประสานมือซ้ำ ๆ "ข้าขอเป็นตัวแทนราษฎรจงโจวขอบคุณคุณชายเวย"
พวกของเซี่ยปิงลู่ ฮั่วเจิ้งหยุน และชื่อหยางจื่อ ก็อดมิได้ที่จะร่างแข็งทื่อ ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึงยามจับจ้องเวยเจิ้ง
นั่นมิใช่เรื่องเล็ก ๆ เลย แต่เป็นเรื่องระดับสูงสุดที่เกี่ยวพันถึงโครงสร้างของใต้หล้า ต่อให้ท่านมีสมุนไพรวิญญาณเต็มท้องฟ้าก็เกรงว่าจะมิอาจทำได้
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของคนทั้งหลาย เวยเจิ้งก็อดมิได้ที่จะรู้สึกกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ
ต่อให้ใช้หัวเข่าคิดก็รู้ว่าคนเหล่านี้กำลังคิดสิ่งใดอยู่ เรื่องการยกระดับร่างกายของราษฎร สิ่งเดียวที่พวกเขานึกออกก็คือการกินสมุนไพรวิญญาณ
เวยเจิ้งมิได้มีสมุนไพรวิญญาณมากมาย แต่เขามีระบบ ซึ่งสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์อาหารชั้นเลิศที่เหมาะสำหรับให้ราษฎรธรรมดาบริโภคได้
เขายิ้มเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า "คุณชายเซี่ย ข้ามีสิ่งหนึ่ง มีนามว่า ข้าวไฮบริด!"
"ข้าวไฮบริด? ไฮบริดคือสิ่งใดกัน?" เซี่ยซิงเฉาจิตใจตื่นตัวขึ้นมาทันที
"เรื่องนั้นมิใช่สิ่งสำคัญ!" เวยเจิ้งมิได้อธิบาย แต่กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า "ในปัจจุบันบนมหาทวีปจงโจว ราษฎรล้วนใช้ข้าวสาลีเป็นอาหารหลักทว่าผลผลิตข้าวสาลีของจงโจวนั้นต่ำเตี้ยเรี่ยดินยิ่งนัก ในความเป็นจริงราษฎรส่วนใหญ่ยังคงอดอยาก ปากท้องมิเคยอิ่ม ทว่าในคฤหาสน์ของข้าสามารถเพาะพันธุ์ข้าวไฮบริดชั้นเลิศที่เหมาะสำหรับราษฎรธรรมดาบริโภคได้ ทั้งคุณค่าทางโภชนาการยังสูงกว่าอาหารหลักของจงโจวในเวลานี้หลายเท่าตัว อีกทั้งผลผลิตยังอุดมสมบูรณ์ ขอเพียงแพร่กระจายอย่างถูกวิธี ใช้เวลาไม่กี่ปี ข้ารับรองว่าร่างกายของราษฎรทั่วทั้งจงโจวจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างน้อยหลายเท่าตัว หรือกระทั่งสามารถทะลวงเข้าสู่ขอบเขตชำระกายาได้ในรวดเดียว"
ความคิดของเวยเจิ้งนั้นเรียบง่ายยิ่งนัก ราษฎรอดอยาก ปากท้องไม่อิ่มหนำ ร่างกายย่อมต้องอ่อนแอเป็นธรรมดา
หากอิ่มท้องและมีเสื้อผ้าอบอุ่นสวมใส่ ร่างกายย่อมจะแข็งแกร่งขึ้นตามมาเอง
ในความเป็นจริง พืชผลทางการเกษตรชั้นเลิศย่อมแฝงไว้ด้วยพลังปราณวิญญาณจำนวนเล็กน้อย การใช้พืชผลชนิดนี้เป็นอาหารหลัก ก็เท่ากับการชำระกายาเป็นระยะเวลานาน ร่างกายของราษฎรเหล่านี้จะไม่ดีขึ้นได้อย่างไร
พูดให้เข้าใจง่ายก็คือ เท่ากับการให้ราษฎรได้กินสมุนไพรวิญญาณระดับต่ำเป็นระยะเวลานานนั่นเอง