- หน้าแรก
- ศิษย์พี่ปิ๊งไก่ไร้เทียมทาน
- ตอนที่ 160
ตอนที่ 160
ตอนที่ 160
บทที่ 160 หลินชิงเหยากลับมาแล้ว
ลู่หมิงมองดูหลิ่วชิงเหยียนที่วิ่งหนีเข้ากระท่อมไม้ราวกับหนีตาย แล้วก็ถอนหายใจยาวๆ ออกมา
"นี่... นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย?"
สรุปว่าตอนนี้ข้าโดนสารภาพรักแล้วใช่ไหม?
แต่ว่า การสารภาพรักของหลิ่วชิงเหยียนมันกะทันหันไปหน่อยนะ?
ข้ากับนางก็... ไม่เห็นจะเคยผ่านเรื่องคอขาดบาดตายอะไรมาด้วยกันเลยนี่?
อย่างมากก็แค่หลอมยาด้วยกัน ข้าก็แค่ชี้แนะนางบ้างนานๆ ที แล้วก็คุยเล่นกันนิดหน่อย...
แค่นี้ก็หลงรักข้าแล้วรึ?
ผู้หญิงในโลกผู้ฝึกตนสมัยนี้ อารมณ์อ่อนไหวแถมยังไวไฟขนาดนี้เลยรึไง?
ผิดปกติแล้ว หลิ่วชิงเหยียนคนนี้มีปัญหาแน่ๆ
หลายวันมานี้นางต้องไปเจอเรื่องอะไรมาแน่ๆ
ต้องถามให้รู้เรื่อง
คิดได้ดังนั้น ลู่หมิงก็ลุกจากเก้าอี้โยก เดินไปที่กระท่อมไม้ของหลิ่วชิงเหยียน
เมื่อยืนอยู่หน้าประตูไม้ ลู่หมิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ยกมือขึ้นเคาะประตูเบาๆ
"ก๊อก ก๊อก ก๊อก"
แต่ข้างในกลับเงียบกริบ
ลู่หมิงรออยู่พักหนึ่ง ก็เคาะอีกครั้งแล้วเรียก "ศิษย์น้องชิงเหยียน? ข้าเอง"
คราวนี้มีเสียงดังกุกกักเหมือนเดินชนอะไรสักอย่างดังมาจากข้างใน ตามด้วยเสียงฝีเท้าลนลาน
ผ่านไปสักพัก ประตูก็แง้มออกนิดนึง
หลิ่วชิงเหยียนยืนอยู่หลังประตู โผล่มาแค่ครึ่งหน้า รอยแดงบนแก้มยังไม่หายไปไหน สายตาลุกลี้ลุกลน: "สะ... ศิษย์พี่? มีอะไรหรือเจ้าคะ?"
ลู่หมิงกระแอมเบาๆ แล้วถามว่า: "ที่เจ้าพูดเมื่อกี้ คิดดีแล้วเหรอ? เรื่องแบบนี้เอามาล้อเล่นไม่ได้นะ"
หลิ่วชิงเหยียนที่อยู่หลังประตูตัวสั่นนิดๆ นางเม้มปาก ก้มหน้าเงียบไปพักหนึ่ง
จังหวะนั้นเอง บนท้องฟ้าก็มีเงาร่างสีขาวในชุดกระโปรงถือปิ่นโตเหาะมาอย่างรวดเร็ว
แต่ทั้งคู่มัวแต่คุยกันเลยไม่ได้สังเกตเห็น
ครู่ต่อมา หลิ่วชิงเหยียนก็เงยหน้าขึ้น ถึงแม้หน้าจะยังแดงก่ำ แต่แววตากลับมุ่งมั่น
"ศิษย์น้องกล้าพูดออกมา ก็ต้องคิดดีแล้วสิเจ้าคะ"
พูดจบ นางก็เหมือนตัดสินใจอะไรบางอย่าง เอื้อมมือไปเปิดประตูจนสุด เผยให้เห็นตัวนางเต็มๆ ยืนอยู่ตรงหน้าลู่หมิง
นางแหงนหน้ามองลู่หมิง ชุดกระโปรงสีน้ำทะเลขับผิวให้ดูขาวผ่อง ยิ่งตอนนี้แฝงไปด้วยความตื่นเต้นและเขินอาย แววตาเป็นประกาย ดูสวยหยาดเยิ้มจนแทบหยุดหายใจ
"ศิษย์พี่ไม่ต้องกังวลไปหรอกเจ้าค่ะ"
นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เหมือนกำลังเรียกความกล้า พูดเร็วปรื๋อว่า: "เรื่องนี้ ท่านพ่อข้าเขาก็รู้แล้วนะเจ้าคะ"
"เขาบอกว่า... เขาบอกว่าศิษย์พี่ต้องชอบข้าแน่ๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่ทำดีกับข้าเป็นพิเศษแบบนี้หรอก"
ท่านพ่อเจ้ารึ?!
พอได้ยิน ลู่หมิงก็หูอื้อไปเลย
เชี่ยเอ๊ย!
นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมพ่อของหลิ่วชิงเหยียนถึงมารู้เรื่องพวกนี้ด้วยล่ะ?
หลิ่วชิงเหยียนเห็นลู่หมิงตกใจสุดขีด ในใจนางกลับคิดว่าลู่หมิง 'อึ้งเพราะโดนพูดแทงใจดำ' นางเลยยิ่งมั่นใจในสิ่งที่หลิ่วฉิงวิเคราะห์ ความกล้าก็เลยมีมากขึ้นไปอีก นางพูดต่อ:
"ยังไง... ยังไงศิษย์พี่ก็ชอบข้าอยู่แล้ว ในเมื่อเราสองคนใจตรงกัน แล้วมันจะผิดตรงไหนล่ะเจ้าคะ?"
"เคร้ง!"
แต่ในจังหวะนั้นเอง จู่ๆ ก็มีเสียงของตกแตกดังลั่นมาจากในลานบ้าน
ลู่หมิงกับหลิ่วชิงเหยียนสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองที่หน้าประตูพร้อมกัน
ตรงหน้าประตู มีหญิงสาวในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ยืนอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
เด็กสาวอายุราวๆ สิบหกสิบเจ็ดปี หน้าตาสะสวยหมดจด คิ้วโก่งดั่งคันศร ดวงตากลมโตแจ่มใส ผิวขาวราวหิมะ เธอกำลังจ้องมองลู่หมิงกับหลิ่วชิงเหยียนที่ยืนอยู่ด้วยกันอย่างเหม่อลอย
ในมือเธอถือปิ่นโตใส่อาหารที่ดูประณีต แต่ตอนนี้ฝาปิ่นโตตกลงไปอยู่ที่พื้นแล้ว เผยให้เห็นขนมหน้าตาน่ากินอยู่ข้างใน
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า เสียงของตกเมื่อกี้ ก็คือเสียงฝาปิ่นโตตกนั่นแหละ
หญิงสาวยืนนิ่งงันราวกับถูกแช่แข็ง เบิกตากว้างมองมา
ลมพัดเบาๆ พัดปอยผมและชายกระโปรงสีขาวของนางให้พลิ้วไหว ยิ่งทำให้นางดูบอบบาง น่าทะนุถนอม ราวกับเทพธิดาเดินดิน
ลู่หมิงชะงักไปนิด ก่อนจะตั้งสติได้ รีบเดินเข้าไปหาหญิงสาว
"ศิษย์น้องหลิน? ในที่สุดเจ้าก็กลับมาซะที ศิษย์พี่คิดถึงเจ้าแทบแย่แหนะ!"
พอได้ยินคำพูดของลู่หมิง หลินชิงเหยาก็เพิ่งได้สติ รีบก้มลงไปเก็บฝาปิ่นโต สีหน้ากลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม
นางเหลือบมองหลิ่วชิงเหยียนแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมามองลู่หมิง:
"ศิษย์พี่ ข้าเพิ่งกลับมาจากการฝึกประสบการณ์ แต่ดูเหมือนว่า... ข้าจะกลับมาผิดเวลานะเจ้าคะ"
ลู่หมิงชะงัก
ผิดเวลารึ?
ทำไมถึงผิดเวลาล่ะ?
หืม?
หลินชิงเหยาคงไม่ได้เข้าใจผิดว่าข้ากับหลิ่วชิงเหยียนมีซัมติงกันหรอกนะ?
คิดได้ดังนั้น ลู่หมิงก็รีบก้าวเข้าไปหา กะจะช่วยถือปิ่นโต: "ผิดเวลาอะไรกันเล่า? เจ้ากลับมาได้จังหวะพอดีเลย! ศิษย์พี่บ่นคิดถึงเจ้าทุกวันเลยนะเนี่ย!"
เขาพูดพลางยื่นมือจะไปรับปิ่นโต
แต่หลินชิงเหยากลับขยับข้อมือเบาๆ เบี่ยงหลบมือลู่หมิง แล้วดึงปิ่นโตกลับไปนิดนึง น้ำเสียงยังคงเรียบเฉย:
"ไม่รบกวนศิษย์พี่หรอกเจ้าค่ะ"
นางหยุดไปนิด ก่อนจะหันไปทางหลิ่วชิงเหยียน: "ศิษย์พี่ นางคือใครรึเจ้าคะ?"
หลิ่วชิงเหยียนที่ตอนนี้หน้ายังแดงเรื่อ พอโดนสายตาเย็นชาของหลินชิงเหยาตวัดมอง ก็ยิ่งทำตัวไม่ถูก
นางรีบก้าวออกไป โค้งคำนับอย่างมีมารยาท: "ศิษย์น้องหลิ่วชิงเหยียน คารวะศิษย์พี่หลินเจ้าค่ะ"
"ศิษย์น้องเพิ่งเข้ามาอยู่ยอดเขาหมอกอรุณได้ไม่นาน โชคดีที่ได้ศิษย์พี่ลู่หมิงช่วยชี้แนะ..."
"อืม"
หลินชิงเหยาพยักหน้าเบาๆ ถือเป็นการรับไหว้ สายตาจับจ้องไปที่หลิ่วชิงเหยียนครู่หนึ่ง: "ยินดีที่ได้รู้จัก ศิษย์น้องหลิ่ว"
พูดจบ นางก็ยื่นปิ่นโตให้หลิ่วชิงเหยียน: "นี่เป็นขนมที่ข้าซื้อมาฝากตอนขากลับ แบ่งให้เจ้ากับศิษย์พี่กินก็แล้วกัน"
หลิ่วชิงเหยียนชะงักกับท่าทีปุบปับของหลินชิงเหยา รับปิ่นโตมาถือไว้อย่างงงๆ
นางมองหลินชิงเหยาอย่างทำตัวไม่ถูก แล้วก็รีบเหลือบมองลู่หมิง ก่อนจะตอบเสียงอ้อมแอ้ม: "ขะ... ขอบคุณศิษย์พี่หลินเจ้าค่ะ"
หลินชิงเหยายังคงทำหน้านิ่ง พูดเสียงเรียบว่า "ไม่เป็นไรหรอก ก็แค่ขนมธรรมดาๆ น่ะ"
สายตาของนางเหลือบมองมือที่ถือปิ่นโตของหลิ่วชิงเหยียนแวบหนึ่ง มือขาวเรียวสวยเข้ากับชุดกระโปรงสีน้ำทะเลของนางอย่างบอกไม่ถูก
จากนั้น หลินชิงเหยาก็หันกลับมาหาลู่หมิง: "ศิษย์พี่ ข้าเดินทางมาเหนื่อยแล้ว ขอตัวไม่รบกวนศิษย์พี่กับศิษย์น้องหลิ่ว ข้าขอตัวกลับห้องไปพักผ่อนก่อนนะเจ้าคะ"
พูดจบ นางก็ย่อตัวเคารพลู่หมิง พยักหน้าให้หลิ่วชิงเหยียน แล้วก็เดินกลับไปที่กระท่อมไม้ของตัวเองโดยไม่พูดอะไรอีก
"ศิษย์น้อง เจ้า..."
ลู่หมิงมองแผ่นหลังของหลินชิงเหยา อ้าปากกะจะพูดอะไรสักอย่าง แต่หลินชิงเหยาก็เดินเข้ากระท่อมไปซะก่อน
ทางด้านหลิ่วชิงเหยียนที่ถือปิ่นโตอยู่ ก็เงยหน้ามองลู่หมิงที่กำลังทำหน้าเซ็งๆ
"ศิษย์พี่... ศิษย์พี่หลินนาง... โกรธรึเปล่าเจ้าคะ?"
ลู่หมิงละสายตาจากกระท่อมไม้ นวดขมับอย่างเหนื่อยใจ โบกมือปัดๆ:
"ไม่เป็นไรหรอก นางก็เป็นคนแบบนี้แหละ ชอบทำตัวเย็นชา หรือไม่ก็คงเหนื่อยน่ะ"
เขาถอนหายใจ: "เอาเถอะ เจ้าก็กลับห้องไปพักซะ"
"แล้ว..."
หลิ่วชิงเหยียนเม้มปาก อุตส่าห์รวบรวมความกล้าบอกรักไปแล้ว ดูเหมือนลู่หมิงจะเริ่มใจอ่อน แต่ใครจะไปรู้ว่าตอนกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม จะมีมารผจญมาขัดจังหวะซะได้
หลิ่วชิงเหยียนย่อมรู้สึกไม่พอใจอยู่แล้ว
นางเม้มปาก ถามเสียงอ่อยๆ "แล้วศิษย์พี่ เรื่องเมื่อกี้ล่ะเจ้าคะ..."
"เมื่อ..."
ลู่หมิงเพิ่งจะอ้าปากก็หยุดชะงักไป
เรื่องเมื่อกี้จะให้ไปต่อยังไงล่ะ?
ตอนแรกลู่หมิงก็ไม่คิดหรอกว่าหลินชิงเหยาจะคิดอะไรกับเขา
แต่ดูจากปฏิกิริยาของหลินชิงเหยาเมื่อกี้ ใครๆ ก็ดูออกว่านางกำลังอารมณ์เสียไม่ใช่รึไง?
แต่ลู่หมิงก็งงเป็นไก่ตาแตกเหมือนกัน
หลิ่วชิงเหยียนมาแอบชอบข้า อันนี้ยังพอเข้าใจได้ เพราะยัยหนูนี่มโนไปเองว่าข้าอยากเคลมนางตั้งแต่เพิ่งเข้ายอดเขามาใหม่ๆ แล้ว
แต่หลินชิงเหยาไปแอบชอบข้าตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะเนี่ย?
ไม่มีเหตุผลเลยนี่?
ถึงข้าลู่หมิงจะหล่อเหลาเอาการ สง่างามดุจเทพบุตรก็เถอะ แต่มันก็ไม่น่าจะทำให้ศิษย์น้องทุกคนมาหลงรักข้าได้นี่นา?