เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 5 ขออภัย บ้านหลังนี้มีเจ้าของแล้ว

ตอนที่ 5 ขออภัย บ้านหลังนี้มีเจ้าของแล้ว

ตอนที่ 5 ขออภัย บ้านหลังนี้มีเจ้าของแล้ว


ตอนที่ 5 ขออภัย บ้านหลังนี้มีเจ้าของแล้ว

"...ไม่มีมารยาทเอาซะเลย... อาหารยังไม่ทันเสิร์ฟครบก็ชิ่งหนีไปก่อนแล้ว..."

"...แถมยังมาบ่นว่าฝ่ายหญิงเรียกค่าสินสอดแพงเกินไปอีก..."

"...ด้วยทัศนคติแบบนี้ ชาตินี้ลูกชายของเธอจะหาเมียได้ยังไงกัน!"

ใบหน้าของหลัวจิงหลานแดงก่ำด้วยความอับอาย แต่เธอก็ทำได้เพียงกล่าวขอโทษขอโพยป้าหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า

หลังจากวางสายโทรศัพท์ เธอก็รู้สึกสับสนงุนงงเล็กน้อย เธอจะไม่รู้ซึ้งถึงนิสัยใจคอของลูกชายตัวเองได้อย่างไร ถึงแม้เขาจะไม่ได้โดดเด่นเป็นพิเศษอะไร แต่อย่างน้อยก็เป็นถึงบัณฑิตจบจากมหาวิทยาลัยเชียวนะ

'ฝ่ายหญิงต้องเรียกร้องอะไรที่ทำให้เขาลำบากใจมากแน่ๆ...'

เมื่อนึกถึงนิสัยดื้อรั้นของลูกชายที่เป็นพวกไม้อ่อนดัดง่ายไม้แข็งดัดยาก หลัวจิงหลานก็ลอบถอนหายใจออกมายืดยาว

"โธ่ จิงหลาน พี่อย่าเก็บมาคิดมากเลยน่า ป้าหวังแกก็เป็นคนแบบนั้นแหละ ชอบพูดจาขวานผ่าซากไปหน่อย"

"ฉันก็เห็นเฉินชิวเติบโตมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย ทักษะการเข้าสังคมของเขาจะแย่ขนาดนั้นได้ยังไงกัน มันต้องเป็นเพราะ... ช่วงนี้เขาขัดสนเรื่องเงินทอง ก็เลยจัดการเรื่องต่างๆ ได้ไม่ดีนักล่ะมั้ง พวกคนหนุ่มสาวก็มักจะอ่อนไหวกับเรื่องพวกนี้ง่ายอยู่แล้วนี่นา"

คำพูดของหวงฮุยผิวเผินฟังดูเหมือนเป็นการปลอบประโลม แต่กลับยิ่งทำให้หลัวจิงหลานรู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างรุนแรง

ที่บอกว่า 'ขัดสนเงินทอง' นี่หมายความว่ายังไง? นี่มันหลอกด่าตรงๆ เลยไม่ใช่หรือไงว่าครอบครัวของเธอยากจนข้นแค้น แถมลูกชายของเธอก็หาเงินไม่ได้เรื่องน่ะ!

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเอาแต่นิ่งเงียบ หวงฮุยก็โน้มตัวเข้าไปใกล้แล้วกระซิบเสียงเบาลง "ฉันจะบอกพี่จากใจจริงเลยนะ พี่อย่าโกรธล่ะ ผู้หญิงสมัยนี้น่ะเขี้ยวลากดินจะตายไป"

"พอเจอกันปุ๊บ พวกหล่อนก็จะสืบสาวราวเรื่องฐานะทางบ้านก่อนเลย สำหรับครอบครัวที่ไม่มีทั้งบ้านและรถเป็นของตัวเอง ผู้หญิงหน้าไหนเขาจะไปสนใจเฉินชิวของพี่ล่ะ"

"ถึงพวกหล่อนจะยอมมานัดบอดด้วย มันก็เป็นแค่การมาตามมารยาทเท่านั้นแหละ เพราะในใจพวกหล่อนน่ะคัดลูกชายพี่ทิ้งไปตั้งนานแล้ว บางทีผู้หญิงคนนั้นอาจจะจงใจแผลงฤทธิ์ใส่เพื่อบีบให้ลูกชายพี่เป็นฝ่ายถอยไปเองก็ได้นะ"

ทุกถ้อยคำทิ่มแทงใจดำของหลัวจิงหลานเข้าอย่างจัง

มันคือความจริงอันโหดร้าย ในเมืองเล็กๆ แห่งนี้ การไม่มีบ้านและรถยนต์เป็นของตัวเองก็เทียบเท่ากับการถูกตัดสินประหารชีวิตในตลาดนัดบอดหาคู่... ลูกชายเธอไม่มีแม้แต่คุณสมบัติจะซื้อตั๋วผ่านประตูด้วยซ้ำ!

"พี่ดูหยูเจี๋ยของฉันสิ ถึงแม้เขาจะซื่อๆ ทื่อๆ ไปหน่อย แต่ก็มีหน้าที่การงานมั่นคง พอพวกเราตัดสินใจจะซื้อบ้านให้เขา พี่เห็นไหมล่ะ ผู้หญิงโปรไฟล์ดีอย่างซานซานก็เต็มใจที่จะคบหาดูใจกับเขา"

หวงฮุยอาศัยจังหวะนี้วกกลับมาโอ้อวดเรื่องของตัวเอง สีหน้าที่เต็มไปด้วยความรู้สึกเหนือกว่าปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธออีกครั้ง

"พี่ก็อย่าเอาแต่กังวลไปเลย ดีแล้วล่ะที่วันนี้พี่มาดูบ้านเป็นเพื่อนพวกเรา จะได้เห็นภาพรวมไปด้วยเลย บ้านของโครงการอ่าวไห่ถางเนี่ยทำเลทองสุดๆ แถมยังอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษาที่ดีด้วย ถ้าพี่ทุ่มเงินซื้อบ้านที่นี่ให้เฉินชิวสักหลัง พี่คิดว่ายังจะต้องมากังวลเรื่องที่เขาจะหาเมียไม่ได้อยู่อีกเหรอ"

'ที่น้องสะใภ้พูดมาก็ถูก' แม้ว่าหลัวจิงหลานจะไม่ค่อยชอบหน้าหวงฮุยเท่าไหร่นัก แต่เธอก็ต้องยอมรับว่าคำพูดเหล่านั้นมีเหตุผล

'พอกลับไปฉันคงต้องปรึกษาเรื่องนี้กับพ่อของเขาอย่างจริงจังแล้วล่ะ'

ต่อให้ต้องแคะกระปุกเอาเงินเก็บทั้งหมดออกมา แล้วไปหยิบยืมจากญาติพี่น้องเพื่อนฝูงอีกนิดหน่อย หรือต่อให้ต้องขายสมบัติทุกชิ้นที่มี เธอก็จะต้องกัดฟันซื้อบ้านให้เฉินชิวให้จงได้!

จากนั้น คณะทัวร์ดูบ้านซึ่งนำโดยหลี่ชิง ผู้จัดการนิติบุคคล ก็ได้เริ่มต้นการเยี่ยมชมโครงการอย่างเป็นทางการ

"เชิญทางนี้ครับ ก่อนอื่นเราจะไปดูห้องชุดแบบมีสวนที่ทางโครงการอ่าวไห่ถางของเรากำลังจัดโปรโมชันอยู่กันครับ" หลี่ชิงผายมือนำทางอย่างกระตือรือร้นพลางกดปุ่มเรียกลิฟต์

ลิฟต์ได้รับการออกแบบให้รองรับเพียงสองยูนิตต่อหนึ่งชั้น เพื่อมอบความเป็นส่วนตัวอย่างสูงสุดให้กับลูกบ้าน ห้องชุดที่พวกเขาไปดูนั้นตั้งอยู่บริเวณชั้นกลางค่อนไปทางชั้นบน และทุกห้องล้วนตกแต่งเสร็จสรรพพร้อมเข้าอยู่

หลี่ชิงผลักประตูเหล็กกันไฟบานใหญ่ของห้องแรกเปิดออก ลมเย็นๆ ที่ถูกกักเก็บไว้ภายในก็พัดโชยมาปะทะใบหน้าของพวกเขา

"นี่คือแปลนห้องขนาดหนึ่งร้อยยี่สิบเอ็ดตารางเมตรของเราครับ ประกอบด้วยสี่ห้องนอน สองห้องนั่งเล่น และสองห้องน้ำ มีระบบระบายอากาศไหลเวียนจากทิศเหนือทะลุไปทิศใต้ ถือเป็นการออกแบบที่ลงตัวมากครับ"

ทุกคนทยอยเดินตามกันเข้าไปด้านใน พื้นห้องปูด้วยกระเบื้องสีเทาอ่อน ผนังทาสีอะคริลิกเรียบเนียน ส่วนห้องนั่งเล่นและห้องนอนก็ออกแบบฝ้าเพดานแบบซ่อนไฟ ซึ่งเป็นดีไซน์ไร้โคมไฟหลักที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน!

ขอเพียงแค่ซื้อเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้ามาจัดวาง พวกเขาก็สามารถหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้ทันที!

หลี่ชิงผายมือชี้แจงส่วนต่างๆ อย่างคล่องแคล่ว "ตรงนี้คือโซนห้องนั่งเล่นครับ มีความกว้างถึงสี่จุดสองเมตร เปิดรับวิวระเบียงขนาดใหญ่ที่สามารถมองเห็นสวนส่วนกลางของโครงการได้อย่างเต็มตา"

"ส่วนตรงนั้นคือโซนรับประทานอาหารที่เชื่อมต่อกับห้องครัวแบบเปิดโล่งครับ ด้านนอกห้องครัวยังมีระเบียงอเนกประสงค์อีกจุด ซึ่งลูกบ้านสามารถจัดวางเครื่องซักผ้าและเครื่องทำน้ำอุ่นได้โดยไม่เปลืองพื้นที่ใช้สอยด้านในเลย"

"ห้องนอนทั้งสี่ห้องมีหน้าต่างทรงโค้งรับแสงธรรมชาติ แต่หากไม่ชอบก็สามารถรื้อถอนออกได้ในขั้นตอนการรีโนเวตบ้านครับ"

สุดท้าย เขาเดินนำทุกคนไปยังห้องขนาดเล็กทางทิศเหนือ แล้วผลักบานประตูเล็กๆ เปิดออก "ตรงนี้มีระเบียงเล็กๆ ซ่อนอยู่ด้วยนะครับ ถึงพื้นที่จะไม่ได้ใหญ่โตอะไรนัก แต่ก็สามารถจัดเป็นสวนหย่อมเล็กๆ หรือดัดแปลงเป็นห้องเก็บของได้ ถือว่าใช้งานได้จริงและคุ้มค่ามากครับ"

พวกเขาเดินชมห้องชุดที่มีแปลนห้องเหมือนกันถึงสามห้องรวด เพียงแต่ตั้งอยู่คนละชั้นและมีทิศทางหน้าต่างที่แตกต่างกันเล็กน้อยเท่านั้น

หลังจากทัวร์ดูห้องตัวอย่างจนครบ ทั้งหวงฮุยและเฉินหยูเจี๋ยต่างก็แสดงความพึงพอใจออกมาอย่างปิดไม่มิด

"ไม่เลวเลยจริงๆ การจัดสรรพื้นที่ทำได้ดีมาก แทบไม่มีพื้นที่เปล่าประโยชน์เลย" หวงฮุยพยักหน้าหงึกหงักอย่างชื่นชม

เฉินหยูเจี๋ยเอ่ยเสริม "เรื่องแสงสว่างและการระบายอากาศก็ถือว่ายอดเยี่ยมมากเลยครับ"

ทว่าหลินซานซานกลับยืนกอดอกนิ่งเงียบมาตลอดทาง ใบหน้าของเธอเรียบเฉยไร้อารมณ์ ทว่ากลับแฝงไปด้วยความจู้จี้จุกจิกอย่างจับสังเกตได้

จู่ๆ เธอก็โพล่งขึ้นมา ทำลายบรรยากาศแห่งความชื่นมื่นของสองแม่ลูกไปเสียสนิท "ผู้จัดการหลี่คะ ฉันได้ยินมาว่าทางโครงการอ่าวไห่ถางมี 'อาคารระดับพรีเมียม' อยู่ด้วยนี่คะ แบบนั้นคงไม่ใช่ลิฟต์ตัวเดียวต่อสองยูนิตหรอกใช่ไหม"

หลี่ชิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะร่วนออกมา "ดูเหมือนว่าน้องสะใภ้จะทำการบ้านมาดีจริงๆ นะครับเนี่ย!"

"โครงการของเรามีอาคารระดับซิกเนเจอร์อยู่จริงๆ ครับ นั่นก็คืออาคารหมายเลขเก้า"

"อาคารหลังนี้ตั้งอยู่ในทำเลทองที่ดีที่สุดของโครงการเลยก็ว่าได้ เป็นห้องชุดสุดหรูขนาดใหญ่ที่มีความเป็นส่วนตัวขั้นสุดด้วยระบบลิฟต์ส่วนตัวหนึ่งยูนิตต่อหนึ่งชั้นเลยครับ"

"ห้องทุกยูนิตมีพื้นที่กว้างขวางถึงหนึ่งร้อยห้าสิบแปดตารางเมตร มาพร้อมระเบียงแบบทะลุสองด้านและเฉลียงรับลมขนาดใหญ่อีกสองแห่ง เนื่องจากพื้นที่ในส่วนของระเบียงและเฉลียงจะถูกคำนวณราคาเพียงครึ่งเดียว พื้นที่ใช้สอยจริงจึงกว้างขวางทะลุหนึ่งร้อยแปดสิบตารางเมตรเลยทีเดียว!"

ในวงการอสังหาริมทรัพย์มักจะเรียกเทคนิคนี้ว่า 'การแถมพื้นที่' ซึ่งถือเป็นจุดขายสำคัญของโครงการระดับไฮเอนด์ที่ใช้เพื่อดึงดูดลูกค้ากระเป๋าหนัก

ดวงตาของหลินซานซานเปล่งประกายวิบวับขึ้นมาทันที

เธอรีบเอ่ยถามอย่างร้อนรน "แล้วห้องแปลนนั้นยังมีเหลืออยู่ไหมคะ ช่วยพาพวกเราไปดูหน่อยได้ไหม"

รอยยิ้มบนใบหน้าของหลี่ชิงเจื่อนลงเล็กน้อย เขาโบกมือปฏิเสธอย่างเกรงใจ "น้องสะใภ้ครับ สำหรับห้องแปลนนั้น... ถึงจะยังมีเหลืออยู่อีกหนึ่งยูนิตสุดท้ายจริงๆ ก็เถอะครับ"

"แต่... ผมแนะนำว่าอย่าไปหวังเลยดีกว่า บอสใหญ่ของทีมบริหารโครงการของเราสั่งกำชับไว้เป็นพิเศษว่าให้เก็บห้องนี้ไว้เป็นของขวัญ หรือไม่ก็เอาไว้ใช้สานสัมพันธ์คอนเนกชันในอนาคต ไม่ได้มีไว้สำหรับเปิดขายให้ลูกค้ารายย่อยทั่วไปน่ะครับ"

ทันทีที่ได้ยินคำปฏิเสธนั้น สีหน้าของหลินซานซานก็บูดบึ้งลงทันตาเห็น

ที่บอกว่า 'อย่าไปหวังเลย' นี่มันหมายความว่ายังไง? นี่เขาตั้งใจจะดูถูกกันชัดๆ เลยไม่ใช่หรือไง!

ความโกรธเกรี้ยวพลุ่งพล่านขึ้นมาในอกอย่างห้ามไม่อยู่ แต่เธอก็ไม่อาจไปอาละวาดระบายอารมณ์ใส่คนนอกได้ จึงทำได้เพียงตวัดสายตาจ้องเขม็งไปที่เฉินหยูเจี๋ยซึ่งยืนอยู่ข้างๆ อย่างดุร้าย

แววตานั้นราวกับจะสื่อความหมายว่า 'นี่มันความผิดของนายแท้ๆ ที่เป็นไอ้ขี้แพ้อ่อนหัดแบบนี้! นายมันไม่มีน้ำยาเอาซะเลย! ไม่งั้นบ้านระดับนั้นต่างหากล่ะที่เราสมควรจะได้ไปดู!'

เฉินหยูเจี๋ยถึงกับผงะงุนงงเมื่อถูกจ้องด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย แต่เขาก็ยอมหดคอลงด้วยความหวาดกลัวตามสัญชาตญาณ

เมื่อเห็นสีหน้าบึ้งตึงไม่สบอารมณ์ของหลินซานซานอย่างชัดเจน เขาจึงต้องกลั้นใจพูดเพื่อเอาอกเอาใจเธอ "ผู้จัดการหลี่ครับ... ถึงห้องนั้นจะไม่ได้มีไว้ขาย แต่ช่วยพาพวกเราไปดูเป็นขวัญตาหน่อยไม่ได้เหรอครับ ถือซะว่าดูเป็นวิทยาทานก็ได้"

เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่ชิงก็หัวเราะร่วน ดูใจดีมีเมตตาขึ้นมาทันตาเห็น "ถ้าแค่ไปดูเฉยๆ ล่ะก็ แน่นอนว่าไม่มีปัญหาครับ เชิญเลย!"

จากนั้น เขาก็เดินนำขบวนพาคณะทัวร์มุ่งหน้าไปยังอาคารหมายเลขเก้า ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางโครงการอ่าวไห่ถาง

ทำเลที่ตั้งของอาคารเก้านั้นนับว่าดีที่สุดในโครงการอย่างแท้จริง มันถูกโอบล้อมไปด้วยสวนหย่อมส่วนกลางขนาดใหญ่ และมีระยะห่างระหว่างตัวอาคารกว้างขวางที่สุด การตกแต่งบริเวณโถงรอลิฟต์ก็ดูหรูหราโอ่อ่ากว่าอาคารอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด

คณะของหลี่ชิงโดยสารลิฟต์ขึ้นตรงไปยังชั้นห้า

ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก พวกเขาก็พบกับโถงทางเข้าแบบไพรเวท เนื่องจากไม่มีห้องของเพื่อนบ้านร่วมชั้น จึงให้ความเป็นส่วนตัวในระดับที่สูงมาก

หลี่ชิงหยิบกุญแจออกมาไขประตูบานหนาหนักที่ดูโอ่อ่าอลังการกว่าประตูห้องทั่วไป "เชิญทุกท่านเข้ามาด้านในได้เลยครับ!"

เมื่อคณะทัวร์ก้าวเท้าเข้ามาภายในห้องชุดขนาดหนึ่งร้อยห้าสิบแปดตารางเมตร ทุกคนต่างก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึงกับความโอ่โถงกว้างขวางที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า

พื้นที่โซนห้องนั่งเล่นและห้องรับประทานอาหารเชื่อมต่อกันแบบไร้รอยต่อ ทำให้เกิดเป็นพื้นที่ส่วนกลางขนาดมหึมา แม้ว่าพื้นจะปูด้วยกระเบื้องเหมือนกัน แต่ก็ดูออกทันทีว่าผิวสัมผัสและลวดลายนั้นใช้วัสดุเกรดพรีเมียมกว่ามาก

ทั้งทางฝั่งทิศเหนือและทิศใต้มีการติดตั้งหน้าต่างกระจกบานใหญ่สูงจรดฝ้าเพดาน เชื่อมต่อกับระเบียงกว้างขวางถึงสองแห่ง

ระเบียงชมวิวทางทิศใต้หันหน้าออกไปรับวิวทิวทัศน์ของน้ำพุกลางโครงการได้แบบพาโนรามาไร้สิ่งกีดขวางใดๆ

ส่วนระเบียงอเนกประสงค์ทางทิศเหนือก็มีขนาดใหญ่โตกว่าห้องตัวอย่างก่อนหน้านี้อย่างเทียบไม่ติด

ห้องนอนทั้งสี่ห้องถูกจัดวางขนาบไว้ทั้งสองฝั่ง แต่ละห้องมีสัดส่วนเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสลงตัวและมีการถ่ายเทอากาศที่ยอดเยี่ยม

แต่ส่วนที่น่าทึ่งที่สุดก็คือ ห้องนอนมาสเตอร์และห้องทำงานต่างก็มีระเบียงแบบกึ่งเปิดโล่งเป็นของตัวเอง เมื่อไปยืนอยู่ตรงนั้นก็จะสามารถกวาดสายตามองเห็นทิวทัศน์อันร่มรื่นของโครงการอ่าวไห่ถางได้อย่างเต็มอิ่ม

"นี่... นี่มันคฤหาสน์ลอยฟ้าชัดๆ!" หวงฮุยกรีดร้องออกมาด้วยความตื่นตะลึง

เฉินหยูเจี๋ยและหลัวจิงหลานต่างก็เบิกตากว้างมองไปรอบๆ ด้วยความทึ่ง แม้ว่าตัวเลขขนาดพื้นที่จะใหญ่กว่าห้องตัวอย่างที่แล้วเพียงสามสิบกว่าตารางเมตร แต่ความโอ่อ่าอลังการที่ประจักษ์แก่สายตานั้นกลับแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว

ดวงตาของหลินซานซานเปล่งประกายเจิดจ้ากว่าเดิม

ห้องชุดหรูหลังนี้สามารถตอบโจทย์ทุกจินตนาการเพ้อฝันเกี่ยวกับชีวิตคู่ในอนาคตของเธอได้อย่างสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ

เธอเอ่ยปากถามย้ำอีกครั้งอย่างไม่ยอมแพ้ "ผู้จัดการหลี่คะ ห้องหลังนี้... ไม่มีทางเจรจาต่อรองได้เลยจริงๆ เหรอคะ พวกเรายินดีสู้ราคาจ่ายแพงกว่าปกติก็ได้นะ"

หลี่ชิงส่ายหน้าปฏิเสธอย่างหนักแน่น "คุณผู้หญิงครับ เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับเรื่องเงินหรอกครับ อย่างที่ผมเรียนให้ทราบไปแล้ว บอสใหญ่ของพวกเราล็อกห้องนี้เอาไว้เพื่อมอบเป็นของขวัญโดยเฉพาะเลยครับ"

"ถ้าพวกคุณอยากจะได้ห้องแปลนนี้จริงๆ ล่ะก็ คงต้องลองไปเจรจาถามไถ่เจ้าของห้องชั้นบนหรือชั้นล่างของอาคารนี้ดูแล้วล่ะครับ ว่าพวกเขายินดีจะปล่อยขายมือสองต่อให้หรือเปล่า"

เขาเว้นจังหวะไปชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยเสริม "แต่ผมขอเตือนด้วยความหวังดีเลยนะครับว่าอย่าไปตั้งความหวังไว้สูงนักเลย ทั้งโครงการของเรามีอาคารระดับพรีเมียมแค่อาคารเดียวเท่านั้น ในบรรดาลูกบ้านที่สามารถแย่งชิงโควตาซื้อห้องของอาคารนี้ได้ตั้งแต่ตอนเปิดจอง มีใครบ้างล่ะครับที่ไม่ได้ใช้เส้นสายทุ่มเทความพยายามอย่างหนัก ปัจจุบันราคาประเมินตลาดมือสองของห้องแปลนนี้พุ่งไปแตะที่ตารางเมตรละหนึ่งหมื่นสามพันหยวนแล้วนะครับ และต่อให้มีเงินจ่าย ก็ยังเป็นที่ต้องการสูงจนของขาดตลาดอยู่ดี คนระดับนี้เขาไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินทองกันหรอกครับ พวกเขาไม่จำเป็นต้องขายทิ้งแน่ๆ"

ความหวังอันริบหรี่ของหลินซานซานพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง ภายในใจของเธอเต็มไปด้วยความผิดหวังอย่างสุดซึ้ง

ทันใดนั้น โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของหลี่ชิงก็แผดเสียงร้องดังขึ้น

เขาก้มลงมองดูเบอร์หมายเลขโทรเข้า สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน ก่อนจะรีบปลีกตัวเดินเลี่ยงออกไปกดรับสายทันที

"สวัสดีครับ ท่านประธานหวัง! ครับผม..."

"ห้องสุดท้ายของอาคารเก้าในโครงการอ่าวไห่ถาง... รับทราบครับ ตอนนี้ผมกำลังอยู่ที่นี่พอดีเลยครับ!"

"ครับผม! ได้ครับ! ผมเข้าใจแล้ว! ยอดเยี่ยมไปเลย! ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ผมจะรีบลงไปต้อนรับเดี๋ยวนี้เลยครับ!"

แม้จะไม่มีใครมายืนอยู่ตรงหน้า แต่ท่าทางของหลี่ชิงก็ยังคงเต็มไปด้วยความนอบน้อมประจบประแจงขณะตอบกลับสาย

ในขณะเดียวกัน ภายในใจของเขาก็แอบรู้สึกสับสนและตกตะลึงไปพร้อมๆ กัน แขกวีไอพีระดับไหนกันนะ ถึงขั้นทำให้ท่านประธานหวังต้องต่อสายตรงมาสั่งการให้เขาลงไปต้อนรับขับสู้ด้วยตัวเองแบบนี้?

หลังจากวางสายโทรศัพท์ สีหน้าของหลี่ชิงก็เปลี่ยนเป็นวิตกกังวลร้อนรนทันที

เขาสาวเท้าเดินปรี่กลับมาหากลุ่มคนอย่างรวดเร็วแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยใส่ใจนักว่า "ต้องขออภัยทุกท่านด้วยนะครับ พอดีเกิดการเปลี่ยนแปลงกะทันหันนิดหน่อย"

"ตอนนี้ห้องชุดหลังนี้ถูกยกให้เป็นของคนอื่นไปเรียบร้อยแล้วครับ แถมเจ้าของห้องคนใหม่ก็กำลังเดินทางมาถึงแล้วด้วย พวกคุณคงไม่สามารถยืนดูอยู่ที่นี่ต่อไปได้แล้วล่ะครับ"

"เชิญพวกคุณลงไปเดินเล่นชมสวนที่ชั้นล่างก่อนได้เลยนะครับ ผมต้องรีบลงไปต้อนรับแขกวีไอพีที่หน้าประตูโครงการแล้ว ขอตัวก่อนนะครับ!"

ด้วยความที่ไม่ทันได้ตั้งตัวกับสถานการณ์ที่พลิกผันอย่างกะทันหัน หลินซานซานและคนอื่นๆ จึงถูกอัญเชิญกึ่ง 'ขับไล่' ออกจากห้องชุดในฝันไปโดยปริยาย

ขณะยืนเคว้งคว้างอยู่ที่บริเวณชั้นล่างของอาคารเก้า หลินซานซานก็รู้สึกว่าใบหน้าของเธอร้อนผ่าวด้วยความอับอายขายขี้หน้า ภายในใจเต็มไปด้วยความอัดอั้นตันใจอย่างถึงที่สุด

"นี่มันคนประสาอะไรกันเนี่ย! เรายังดูไม่ทันจะทั่วเลยด้วยซ้ำ!" หวงฮุยเป็นคนแรกที่โพล่งบ่นออกมาด้วยความไม่พอใจ

ใบหน้าของหลินซานซานบิดเบี้ยวด้วยความโกรธขึ้ง

เธอรู้สึกเหมือนวันนี้ตัวเองต้องเผชิญกับความอับอายขายหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่จบไม่สิ้น

แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกใคร่รู้จนแทบทนไม่ไหวว่ามหาเศรษฐีหรือคนใหญ่คนโตรัดับไหนกัน ที่มีอำนาจล้นฟ้าพอจะทำให้ผู้จัดการหลี่ที่เคยวางมาดหยิ่งยโสคนนี้ เปลี่ยนท่าทีมาเป็นคนนอบน้อมกระตือรือร้นได้ถึงเพียงนี้!

[จบตอน]

จบบทที่ ตอนที่ 5 ขออภัย บ้านหลังนี้มีเจ้าของแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว