- หน้าแรก
- ตำนานคนค้าปืน
- บทที่ 330 - หนิงเทียนจื่อคือลูกชายเศรษฐีอันดับหนึ่ง?
บทที่ 330 - หนิงเทียนจื่อคือลูกชายเศรษฐีอันดับหนึ่ง?
บทที่ 330 - หนิงเทียนจื่อคือลูกชายเศรษฐีอันดับหนึ่ง?
บทที่ 330 - หนิงเทียนจื่อคือลูกชายเศรษฐีอันดับหนึ่ง?
"มิน่าล่ะ มิน่าล่ะหมอนั่นถึงดึงดันจะชวนชางเทียนจื่อมาเข้าร่วมให้ได้!"
"ผู้ปลุกพลัง ผู้สูญเสียวิญญาณ ทูตสวรรค์ มีเพียงทูตสวรรค์เท่านั้นที่สามารถปลุกพลังเกมให้คนอื่นได้ หมายความว่า หลินเฟิงก็เป็นทูตสวรรค์เหมือนกันงั้นเหรอ??"
หนุ่มผมเกรียนกับซ่างกวนเทียนเกออดไม่ได้ที่จะหันไปมองทูตสวรรค์
ทูตสวรรค์ส่ายหน้า: "เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเป็นไปได้ คนที่ฉันปลุกพลังให้ ไม่มีทางรักษาสติสัมปชัญญะเดิมไว้ได้ครบถ้วนหรอก แถมพวกนั้นก็ขาดหมวกเกมไม่ได้ด้วย!"
ซ่างกวนเทียนเกอรู้ดี.. เพราะเขาคือคนที่ถูกปลุกพลัง
แถมยังเป็นคนเดียวที่ทูตสวรรค์ทุ่มเทสุดกำลัง จนสามารถรักษาความทรงจำเอาไว้ได้ แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังนับว่าเป็นผู้สูญเสียวิญญาณอยู่ดี
"ที่พวกเราอุตส่าห์ค้นคว้ากันมาตั้งนาน ทฤษฎีทั้งหมดพังทลายลงแล้วเหรอเนี่ย?"
"ผู้ปลุกพลังจะสามารถปลุกพลังให้ตัวเองได้เท่านั้น ถ้าที่เทพมารสรรพวิชาพูดเป็นความจริง มันก็ล้มล้างทุกทฤษฎีเลยแหละ"
เมื่อได้ยินที่ทั้งสองคนคุยกัน หนุ่มผมเกรียนก็ยิ่งมีสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะหันหลังเดินหนีไปดื้อๆ
"หนิงเทียนจื่อ นายจะไปไหน??" ซ่างกวนเทียนเกอรีบร้องเรียก
ใช่แล้ว
หนุ่มผมเกรียนคนนี้ไม่ใช่ใครอื่น
เขาคือลูกศิษย์ราคาถูกของหลินเฟิง หนิงเทียนจื่อ นั่นเอง
หนิงเทียนจื่อกลอกตาบน: "พวกนายดึงฉันมาร่วมหัวจมท้ายด้วย แต่ไม่ได้บอกนี่หว่าว่าศัตรูคืออาจารย์ของฉัน เมื่อกี้เกือบจะโดนเขาจับได้แล้ว ขืนให้ไปงัดกับอาจารย์ ฉันก็กลัวเป็นนะโว้ย!"
"เวรเอ๊ย มาพูดเอาป่านนี้เนี่ยนะ?"
"ไม่งั้นล่ะ? ก็พวกนายแม่งไม่ยอมบอกนี่หว่า ฉันก็นึกว่านายจะเก่งกาจขนาดไหน สร้างผู้สูญเสียวิญญาณได้ แต่ที่ไหนได้ อาจารย์ฉันดันสร้างผู้ปลุกพลังได้ซะงั้น.."
ฝีมือในเกมของหนิงเทียนจื่อมักจะถูกมองข้ามอยู่เสมอ
ถึงเขาจะทำธุรกิจ แต่เขาก็เล่นเกมด้วยเหมือนกัน
เขาคอยอัปเลเวลและหาอุปกรณ์อย่างเงียบๆ
ตอนที่หลินเฟิงกำลังสร้างชื่อเสียงโด่งดัง เขาก็ถือเป็นยอดฝีมือระดับท็อปของเมืองหนิงตูแล้ว พอปลุกพลังขึ้นมา พลังของเขาก็ไม่ธรรมดาเลย
ซ่างกวนเทียนเกอกัดฟันพูด: "ไอ้ขี้ขลาด ไอ้ตาขาว แค่นี้ก็ปอดแหกแล้วเหรอ?? นายจะไปกลัวมันทำไม มันก็แค่ไอ้เด็กจนๆ คนหนึ่ง นายจะไปกลัวไอ้กระจอกนั่นทำไม?"
"หึๆ นายพูดแบบนี้ไม่ขัดใจตัวเองบ้างเหรอ? เขาจนเหรอ? ทูตสวรรค์สร้างผู้สูญเสียวิญญาณได้แค่วันละคน แต่ผีเท่านั้นแหละที่รู้ว่าอาจารย์ฉันวันหนึ่งสร้างคนได้กี่คน" หนิงเทียนจื่อสบถด่า
เขาไม่อยากจะจมไปกับเรือผุๆ ลำนี้หรอก ถอนตัวตอนนี้ยังทัน
"ฉันขอถอนตัว!"
ทูตสวรรค์และซ่างกวนเทียนเกอหน้าถอดสี
"นายจะถอนตัว!"
"อย่ามามองฉันด้วยสายตาแบบนี้นะ วางใจเถอะ ฉันจะไม่เอาเรื่องพวกนายไปบอกใคร แล้วก็กลัวว่าพวกนายจะไปรังควานคนในครอบครัวฉันด้วย แต่เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน พวกนายห้ามมายุ่งกับฉันอีก ไม่งั้นฉันฆ่าพวกนายแน่!"
หนิงเทียนจื่อเดินจากไปอย่างผ่าเผย
ทูตสวรรค์และซ่างกวนเทียนเกอก็ทำอะไรไม่ได้
ฝีมือของหมอนั่นเก่งกว่าเทพมารสรรพวิชาซะอีก
ช่วงนี้เทพมารสรรพวิชาเอาแต่หนีหัวซุกหัวซุน พลังก็เลยตามพวกผู้เล่นระดับท็อปไม่ค่อยทันแล้ว
พวกเขาไม่มั่นใจว่าจะจัดการหนิงเทียนจื่อได้จริงๆ
"จะปล่อยมันไปแบบนี้เหรอ?"
"แล้วนายมีปัญญาทำอะไรได้ล่ะ? มันไม่ใช่คนธรรมดาในเมืองหนิงตูนะ! ขืนไปล่วงเกินมันเข้า ตระกูลซ่างกวนก็ช่วยพวกเราไม่ได้หรอก!"
เสียงเครื่องยนต์ซูเปอร์คาร์ดังกระหึ่มขึ้นที่หน้าโรงงาน ก่อนจะค่อยๆ หายลับไป
...
บนรถเฟอร์รารี่สีแดงสุดแจ่ม
หนิงเทียนจื่อขับรถมือเดียว ลัดเลาะไปตามถนนลูกรัง ท้องรถขูดกับก้อนหินดังกุกกัก ขับซูเปอร์คาร์ให้กลายเป็นรถอีแต๋นไปซะงั้น
ฝุ่นตลบอบอวลฟุ้งกระจายไปหลายสิบเมตร โดยที่เจ้าตัวไม่ได้รู้สึกเสียดายรถเลยสักนิด
ไม่นานนัก รถก็แล่นเข้าสู่ตัวเมือง ไปจอดอยู่ที่ใต้ตึกอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง
ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
คนที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างก็พากันหันมอง
"เฟอร์รารี่รุ่นใหม่ล่าสุดนี่หว่า เชี่ย ทำไมฝุ่นเขรอะขนาดนี้เนี่ย เห็นแล้วปวดใจแทนเลย"
"พี่ชายคนนี้หล่อจัง"
มีผู้หญิงหน้าตาดีหลายคนที่มั่นใจในความสวยของตัวเอง พากันเดินเข้าไปทักทาย
"สุดหล่อ ไปกินข้าวด้วยกันไหมคะ"
"สุดหล่อ หล่อจังเลย ขอทำความรู้จักหน่อยได้ไหมคะ?"
"พี่ชายคะ ฉันไม่ได้มองคนที่เงินหรอกนะคะ ฉันมองที่พรหมลิขิตต่างหาก และเราก็มีพรหมลิขิตต่อกันด้วย"
ไม่ว่าพวกเธอจะงัดไม้ไหนมาใช้ หนิงเทียนจื่อก็ขี้เกียจแม้แต่จะปรายตามองพวกเธอด้วยซ้ำ
จนกระทั่งมีผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมาจากตึกอพาร์ตเมนต์
เธอก้มหน้าเดินเข้ามานั่งที่เบาะข้างคนขับด้วยความเขินอาย
หนิงเทียนจื่อถึงได้เหยียบคันเร่งขับออกไป ทิ้งให้กลุ่มสาวๆ ยืนฟึดฟัดด้วยความไม่พอใจ
"มีอะไรดีหนักหนา?"
"นั่นสิคะ ยัยนั่นสวยกว่าฉันตรงไหนเนี่ย?"
"ใช่ๆ ฉันไม่รังเกียจที่จะนั่งรถคันเดียวกับเธอหรอกนะ"
น้ำเสียงอิจฉาริษยาของพวกเธอ ทำเอาคนรอบข้างถึงกับเอือมระอา
...
บนรถเฟอร์รารี่สปอร์ตคาร์สุดหรู
หญิงสาวขมวดคิ้วยุ่ง ทำแก้มป่องแล้วบ่นว่า: "คราวหน้าถ้านายมาหาฉัน ช่วยทำตัวไม่ให้เด่นขนาดนี้ได้ไหม?"
หนิงเทียนจื่อทำหน้าซื่อตาใส: "พี่ นี่เป็นรถคันที่กากที่สุดของผมแล้วนะ"
ผู้หญิงที่นั่งอยู่บนรถไม่ใช่ใครอื่น
เธอคือ หลี่เยว่ นั่นเอง
อพาร์ตเมนต์เมื่อกี้ก็คือที่ที่หลินเฟิงเช่าอยู่ชั่วคราวนั่นแหละ
เรียกหลี่เยว่ว่าพี่ สถานะของหนิงเทียนจื่อก็ชัดเจนแล้ว
ลูกชายมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งเมืองหนิงตู
ช่วงก่อนหน้านี้ หลี่เยว่เจอเรื่องอันตรายมาหลายครั้ง
คนที่รู้เรื่องนี้ รวมถึงหลินเฟิงด้วย ก็เคยเดาว่าเป็นฝีมือของหนิงเทียนจื่อ
แต่ตอนนี้ ทั้งสองคนมานั่งอยู่ด้วยกัน แถมยังสนิทสนมกลมเกลียวกันขนาดนี้ ข่าวลือที่ว่าก็พังทลายลงทันที
"วันนี้นายเรียกฉันออกมาทำไมเนี่ย?"
"พี่ ผมพามาเลี้ยงข้าวไง แล้วก็ถือโอกาสเล่าเรื่องหลินเฟิงให้ฟังด้วย!"
"หา? หลินเฟิง? นายรู้จักเขาด้วยเหรอ?"
"ก็ทำนองนั้นแหละ.. รู้จักกันในเกมน่ะ พี่ช่วยแนะนำให้ผมรู้จักเขาหน่อยสิ ผมมีเรื่องธุรกิจจะคุยกับเขา"
"น่าเสียดายที่เขาย้ายออกไปแล้ว ไม่งั้นเราคงได้ไปกินข้าวด้วยกัน"
...
พอได้ดาบมา เทียนหวังก็ถูกใจสุดๆ
เทียนหวังที่มีดาบ กับเทียนหวังที่ไม่มีดาบ มันคนละเรื่องกันเลย
เขาจับดาบพลิกไปพลิกมาอย่างหลงใหล
หลินเฟิงถือดาบอีกเล่มกลับมาที่วิลล่า คุยกันสองสามประโยค แล้วต่างคนก็ต่างเข้าเกมไป
พอถอดเสื้อคลุมออกแล้วลงไปนอนในแคปซูลเกม
โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น
【ฮัลโหล พี่หลินเฟิง นี่เยว่เอ๋อร์เองนะ】
หลินเฟิงมีความประทับใจที่ดีต่อหลี่เยว่มาก
ทั้งสวย ทั้งรวย อ่อนโยน น่ารัก แถมตอนที่พวกเขาตกอับ เธอก็ยังให้ที่พักพิง ที่สำคัญที่สุดก็คือ เธอเป็นว่าที่แฟนของน้องชาย
มันก็เหมือนแม่ยายมองลูกเขยนั่นแหละ ยิ่งมองก็ยิ่งถูกใจ
【มีอะไรเหรอ?】
【ฉันอยากชวนพี่ไปกินข้าว เย็นนี้นะ ที่ร้านหม้อไฟต้าฝูต้ากุ้ย!】
【เอ่อ ก็ได้】
ช่วงนี้มีเรื่องวุ่นวายเยอะมาก วันนี้สินค้าของกิลด์ราชวงศ์ต้าซางก็จะเปิดตัวแล้ว
แถมยังมีภารกิจเยียวยาทหารอีก
แต่เพราะเป็นหลี่เยว่ชวน หลินเฟิงถึงยอมปลีกตัวออกมา
หลังจากวางสาย เขาก็ส่ายหน้า
"ยัยเด็กนี่ คงจะมาตะล่อมถามข่าวของหลินเหวินล่ะสิ? ก็สมควรอยู่หรอก หายหน้าหายตาไปตั้งนาน ไม่ยอมติดต่อกลับไปเลย มันก็ไม่ถูกจริงๆ นั่นแหละ!"
กะว่าเดี๋ยวตอนเย็นค่อยไปคุยกับเธอละกัน
หลินเฟิงค่อยๆ เอนตัวนอนลงในแคปซูลเกม
ฝาครอบแคปซูลเกมเลื่อนปิดลงมาจากทั้งสองฝั่ง เข้าสู่โหมดปิดผนึก
บุ๋งๆๆ
น้ำยาเติมสารอาหารไหลออกมาจากรอบๆ แคปซูล อาบชโลมร่างของหลินเฟิงจนมิด เขาเข้าสู่เกมได้สำเร็จ
เมื่อเขาลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง
ก็มาปรากฏตัวอยู่ที่ลานกว้างของอาณาเขตกิลด์แล้ว
ยังคงทำตามกิจวัตรเดิม สิ่งแรกที่ต้องทำเมื่อล็อกอินเข้าเกมก็คือ การจัดระเบียบโกดังและร้านค้า
ระหว่างที่ทำงานไป เขาก็ส่งข้อความหาเจี้ยนอู๋ฝานไปด้วย
【ดาบของนาย ตีเสร็จแล้วนะ!】
【จริงดิ?】
น้ำเสียงประหลาดใจของเจี้ยนอู๋ฝานดังตอบกลับมา
【จะจริงหรือหลอกล่ะ เด็กน้อยเอ๊ย.. ฉันจะหลอกนายทำไม!】
【ไม่ใช่สิ.. ฉันนึกว่านายพูดเล่น ตีเสร็จแล้วจริงๆ เหรอ?】
【ก็แหงสิ นายบอกเองไม่ใช่เหรอว่านายปลุกพลังเกมได้แล้ว? ถ้านายมีพลังจากเกม ก็ควรจะมีดาบดีๆ สักเล่มคู่กายสิ จะมารับได้เมื่อไหร่ล่ะ】
【เอาเป็นว่า.. นายส่งพัสดุมาให้ฉันได้ไหม?】
หลินเฟิงถึงกับปรี๊ดแตก: 【ส่งพัสดุบ้าบออะไรล่ะ อาวุธควบคุมนะโว้ย!!】
【เอ่อ..】
【ของแบบนี้ ราคาตั้งหลายสิบล้านเหรียญทอง ฉันอุตส่าห์ไปขอร้องเขามาให้ นายจะให้ฉันส่งพัสดุไปเนี่ยนะ? นายบ้าไปแล้วเหรอ?】
หมอนี่ไม่ได้เลียนแบบวิธีการพูดของเทียนหวังหรอกเหรอ? ทำไมสุดท้ายก็ยังกลับมาเป็นคนซื่อบื้อเหมือนเดิมล่ะเนี่ย
【จะกลัวอะไรนักหนา มารับเองสิวะ!!】
(จบแล้ว)