- หน้าแรก
- ส่งด่วนข้ามเวลา เป็นเศรษฐีด้วยของต่างยุค
- บทที่ 871 เกือบความแตกซะแล้ว
บทที่ 871 เกือบความแตกซะแล้ว
บทที่ 871 เกือบความแตกซะแล้ว
หม่าเสี่ยวตงพาลู่ชิงไปที่แผนกการเงินโดยตรง ซึ่งทำให้ลู่ชิงรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย
ดูเหมือนว่าหม่าเสี่ยวตงจะแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานได้อย่างชัดเจน ทำให้ลู่ชิงรู้สึกประทับใจในตัวเขามากขึ้น
ลู่ชิงเตรียมเงินดอลลาร์ไว้พร้อมแล้ว ทางแผนกการเงินก็เพิ่งเคยรับเงินดอลลาร์เป็นครั้งแรก จึงต้องเชิญผู้เชี่ยวชาญจากธนาคารมาช่วยตรวจสอบความถูกต้อง
ธนบัตรดอลลาร์แต่ละใบถูกตรวจสอบโดยพนักงานธนาคาร ก่อนจะส่งต่อให้เจ้าหน้าที่แผนกการเงิน เมื่อตรวจสอบครบทุกใบแล้ว แผนกการเงินก็ออกใบเสร็จรับเงินในนามของสถาบันวิจัยเซรามิกให้ลู่ชิง ถือว่าการซื้อขายเครื่องลายครามลอตนี้ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ
เมื่อหม่าเสี่ยวตงและลู่ชิงลงมาจากชั้นบน เจียงจิ่นโจวก็จัดการยกกล่องไม้ทั้งสามใบขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว
ลู่ชิงจับมือกับหม่าเสี่ยวตง "คุณอาหม่าคะ พวกเราต้องขอตัวก่อนนะคะ ไว้มีโอกาสคงได้พบกันใหม่"
หม่าเสี่ยวตงถามด้วยความประหลาดใจ "จะกลับแล้วเหรอครับ! ผมกะว่าจะชวนทานข้าวมื้อเที่ยงด้วยกันสักหน่อย"
ลู่ชิงยิ้มตอบ "ความจริงฉันควรจะเป็นฝ่ายเลี้ยงคุณอามากกว่าค่ะ แต่ทางปักกิ่งมีธุระสำคัญรออยู่จริงๆ เอาไว้โอกาสหน้านะคะ ฉันจะเป็นเจ้ามือเลี้ยงคุณอาเองค่ะ"
หม่าเสี่ยวตงรู้สึกเสียดายเล็กน้อย เขาตั้งใจจะหาคนมาขายเครื่องลายครามให้ลู่ชิงอีก จะได้กินค่านายหน้าเพิ่มอีกสักหน่อย
แต่ในเมื่อลู่ชิงมีธุระสำคัญ เขาก็คงจะรั้งไว้ไม่ได้ จึงได้แต่บอกว่า "ถ้าอย่างนั้นก็เดินทางปลอดภัยนะครับ เรื่องงานสำคัญกว่า"
ลู่ชิงขึ้นรถแล้วโบกมือลาหม่าเสี่ยวตง เจียงจิ่นโจวสตาร์ทรถเตรียมออกเดินทาง
เมื่อรถแล่นออกจากสถาบันวิจัยเซรามิกเข้าสู่ถนนใหญ่ ลู่ชิงก็จัดการย้ายกล่องไม้ทั้งสามใบเข้าไปไว้ในถุงเฉียนคุนทันที
เจียงจิ่นโจวหันมาถาม "เราจะไปไหนกันต่อดีครับ?"
ลู่ชิงตอบ "หาที่เปลี่ยวๆ จอดรถแล้วเก็บเข้าถุงก่อน เราจะข้ามเวลาไปปีสองพันสิบแปดกันค่ะ"
เมื่อรถแล่นออกจากตัวเมืองจิ่งเต๋อเจิ้น เจียงจิ่นโจวก็พยายามมองหาที่ปลอดภัยเพื่อจอดรถ
เขาไม่รู้เลยว่า บริเวณชายป่าข้างหน้ามีชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งกำลังซุ่มมองถนนอย่างใจจดใจจ่อ
หนึ่งในนั้นบ่นขึ้นมา "ทำไมยังไม่มาอีกเนี่ย?"
อีกคนตอบ "น่าจะใกล้แล้วล่ะ ฉันได้ยินพวกเขาคุยกับผู้อำนวยการหม่าว่าจะกลับปักกิ่ง ทางกลับก็มีแค่เส้นนี้นี่แหละ รออีกหน่อยแล้วกัน"
คนกลุ่มนี้ไม่ได้คิดจะมาดักปล้นหรอก แต่เมื่อคืนพวกเขาได้ข่าวว่ามีคนไปกว้านซื้อเครื่องลายครามราคาสูงปรี๊ดที่บ้านหม่าเสี่ยวตง
พวกเขาเลยเกิดความโลภอยากได้เงินบ้าง แต่เนื่องจากไม่คุ้นเคยกับหม่าเสี่ยวตง และไม่กล้าไปหาลู่ชิงที่ที่พักรับรอง วันนี้พอสืบรู้ว่าลู่ชิงกำลังจะเดินทางกลับ ก็เลยมาดักรอเพื่อจะเอาเครื่องลายครามปลอมมาหลอกขายให้
พวกเขาไปสืบมาแล้วว่าลู่ชิงดูของเก่าไม่เป็น ถ้านำของปลอมไปหลอกขาย ก็คงจะได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ
เจียงจิ่นโจวเหลือบไปเห็นชายป่าพอดี เขาจึงชะลอความเร็วและจอดรถที่ริมป่า ทั้งสองคนรีบลงจากรถและจัดการเก็บรถเข้าถุงเฉียนคุนอย่างรวดเร็ว
จากนั้นก็จับมือกันหลับตาปี๋ แล้วร่างของพวกเขาก็หายวับไปจากตรงนั้น
กลุ่มคนที่ซุ่มอยู่ในป่า เมื่อเห็นรถแล่นเข้ามาใกล้ ก็เตรียมจะกระโดดออกไปขวางหน้ารถ
แต่พอพวกเขาโผล่ออกมาจากป่า ก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่ารถที่เพิ่งแล่นมาเมื่อครู่นี้ กลับหายวับไปราวกับอากาศธาตุ
หัวหน้ากลุ่มขยี้ตาตัวเองอย่างแรง แล้วหันไปถามลูกน้อง "พวกแกเห็นรถคันเมื่อกี้หรือเปล่า?"
ลูกน้องสองคนก็มีอาการงุนงงไม่แพ้กัน ตอบเสียงอ้อมแอ้ม "เอ่อ... น่าจะเห็นนะพี่"
หัวหน้ากลุ่มตวาดลั่นด้วยความหงุดหงิด "น่าจะบ้าอะไรวะ แล้วรถมันหายไปไหนล่ะ?"
"พวกฉันก็ไม่รู้เหมือนกันพี่จาง! หรือว่าอากาศมันร้อนจนพวกเราตาฝาดไปเองวะ?" หนึ่งในลูกน้องเสนอความเห็น
คราวนี้ทั้งสามคนเริ่มลังเล หรือว่าจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ?
ไม่งั้นจะอธิบายยังไงว่ารถคันเบ้อเริ่มหายไปในพริบตาได้ยังไง!
ส่วนเจียงจิ่นโจวและลู่ชิงที่ตอนนี้ข้ามเวลากลับมาถึงปักกิ่งในปี 2018 แล้ว ไม่รู้เลยว่าเมื่อครู่นี้ความลับเรื่องถุงเฉียนคุนเกือบจะแตกซะแล้ว
โชคดีที่เกิดเรื่องนี้ขึ้นที่จิ่งเต๋อเจิ้น เมืองเล็กๆ ถ้าไปเกิดเรื่องแบบนี้ที่เมืองใหญ่อย่างปักกิ่งหรือเซี่ยงไฮ้ รับรองว่าต้องเป็นข่าวใหญ่ครึกโครมแน่
เมื่อกลับมาถึงคอนโดที่ปักกิ่ง ลู่ชิงก็เอาเครื่องลายครามทั้งหมดออกมาจากถุงเฉียนคุน
แล้วเปิดกล่องไม้บรรจุเครื่องลายครามท่านผู้นำทั้งสามใบเพื่อตรวจนับอีกครั้ง
ผลปรากฏว่ามีทั้งหมดหกร้อยแปดสิบสองชิ้น และมีที่ชำรุดอีกหกสิบกว่าชิ้นตามที่ตกลงกันไว้
พวกเขาจัดการจัดหมวดหมู่ตามลวดลายและแบบ ได้มาทั้งหมดห้าสิบชุด
ลู่ชิงเก็บห้าสิบชุดนี้ไว้ในถุงเฉียนคุน เธอตั้งใจจะเก็บสะสมไว้เอง ไม่คิดจะขาย
ส่วนชิ้นที่เหลือก็แพ็กลงกล่องตามเดิม เตรียมนำไปให้ช่างเฉียนพร้อมกับเครื่องลายครามที่รับซื้อมาเมื่อคืน
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น ทั้งสองก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า
ลู่ชิงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรหาช่างเฉียน รอสายอยู่พักหนึ่งเขาก็รับสาย
"ว่าไงเถ้าแก่ใหญ่ กลับมาแล้วเหรอ?" ช่างเฉียนเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี
"ลุงเฉียน ชอบแซวฉันอยู่เรื่อยเลย ฉันกลับมาแล้วค่ะ ลุงช่วยหารถมารับของที่คอนโดฉันหน่อยนะคะ ถ้าคนขับรถมาถึงแล้วให้โทรหาฉันเดี๋ยวฉันจะลงไป แล้วฉันมีของดีจะให้ลุงดูด้วยค่ะ" ลู่ชิงพูดด้วยน้ำเสียงสดใส
"ฮ่าๆๆ ได้สิ เดี๋ยวลุงจัดการให้ แล้วเรามาดูกันว่าหลานจะเอาของดีอะไรมาให้ลุงดู หวังว่าจะไม่ทำให้ลุงผิดหวังนะ"
พูดจบช่างเฉียนก็วางสายไป
ผ่านไปชั่วโมงกว่าๆ โทรศัพท์ของลู่ชิงก็ดังขึ้น คนขับรถที่ช่างเฉียนส่งมาใกล้จะถึงแล้ว ลู่ชิงจึงบอกให้เขาขับรถไปจอดที่หน้าโรงรถของเธอได้เลย
จากนั้นเธอกับเจียงจิ่นโจวก็ลงไปข้างล่าง แล้วย้ายกล่องไม้พวกนั้นเข้าไปไว้ในโรงรถเตรียมไว้ก่อน
ไม่นานนัก รถบรรทุกหกล้อคันหนึ่งก็มาจอดเทียบหน้าโรงรถ
ชายสามคนกระโดดลงมาจากรถและทักทายลู่ชิงอย่างนอบน้อม "สวัสดีครับคุณลู่"
ลู่ชิงกล่าวทักทายตอบ "ลำบากหน่อยนะคะ ช่วยยกของในรถลงมาไว้ในโรงรถ แล้วยกกล่องไม้พวกนั้นขึ้นรถกลับไปที่ร้านขายของเก่าด้วยนะคะ"
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ลู่ชิงก็ขับรถวอลโว่คู่ใจตามรถบรรทุกไปที่ร้านขายของเก่า
ช่างเฉียนได้ยินเสียงรถก็รีบออกมารับที่หน้าประตูร้าน และเมื่อเห็นลู่ชิงกับเจียงจิ่นโจวก้าวลงมาจากรถ
เขาก็ยิ้มร่า "ลู่ชิง พ่อหนุ่มคนนี้เป็นใครกันล่ะ? ไม่คิดจะแนะนำให้รู้จักหน่อยเหรอ"
ลู่ชิงดึงแขนเจียงจิ่นโจวให้เข้ามาใกล้ "ลุงเฉียนคะ นี่เจียงจิ่นโจว สามีฉันเองค่ะ ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ที่ต่างประเทศค่ะ"
เจียงจิ่นโจวกล่าวทักทายอย่างมีมารยาท "สวัสดีครับคุณลุงเฉียน เสี่ยวชิงพูดถึงคุณลุงให้ผมฟังบ่อยๆ ครับ ขอบคุณมากนะครับที่คอยดูแลและช่วยเหลือเธอมาตลอด"
ช่างเฉียนลูบเคราพลางหัวเราะ "อย่าไปฟังยายเด็กนี่มากเลย ลุงต่างหากที่ต้องขอบคุณเธอ มิน่าล่ะถึงได้ปิดเงียบไม่ยอมบอกใคร ที่แท้ก็ได้สามีหล่อเหลาเอาการขนาดนี้ สมกันดีๆ"
คำชมของช่างเฉียนทำเอาเจียงจิ่นโจวถึงกับเขิน
ลู่ชิงรีบเปลี่ยนเรื่องแก้เขิน เข้าไปกอดแขนช่างเฉียนอย่างออดอ้อน "ลุงเฉียนคะ เลิกแกล้งจิ่นโจวได้แล้วค่ะ เขาเป็นคนขี้อายนะคะ เรารีบให้คนยกของลงกันเถอะ ลุงไม่อยากเห็นของดีที่ฉันเอามาฝากเหรอคะ?"
ช่างเฉียนใช้นิ้วจิ้มหน้าผากลู่ชิงเบาๆ "ยายเด็กคนนี้นี่น้า! ลุงยังไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย ก็ออกโรงปกป้องซะแล้ว รู้แล้วๆ ลุงไม่แกล้งแล้วก็ได้ งั้นก็ให้คนยกของไปไว้ชั้นสองเลยแล้วกัน"
เจียงจิ่นโจวและลู่ชิงเดินตามช่างเฉียนขึ้นไปที่ชั้นสอง พนักงานในร้านก็ทยอยยกกล่องไม้ขึ้นมาตามลำดับ
ระหว่างที่ยกของ พนักงานก็แอบซุบซิบนินทาเจียงจิ่นโจวกันไปต่างๆ นานา ส่วนใหญ่ก็ชมว่าลู่ชิงตาถึง เพราะเจียงจิ่นโจวหน้าตาดีมากจริงๆ
เมื่อขนกล่องไม้ทั้งหมดขึ้นมาไว้บนชั้นสองเรียบร้อยแล้ว ช่างเฉียนก็พูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "ไหนขอดูหน่อยสิว่าคราวนี้ได้ของดีอะไรมาอีก"
ลู่ชิงยิ้ม "ลุงเฉียนคะ คราวนี้ไม่ใช่ฝีมือฉันหรอกค่ะ จิ่นโจวเป็นคนตาดีไปเจอมา แต่พวกเราดูของพวกนี้ไม่เป็น ก็เลยไม่แน่ใจว่าเป็นของแท้หรือเปล่า คงต้องรบกวนให้ลุงเฉียนช่วยดูให้แล้วล่ะค่ะ"
ช่างเฉียนหัวเราะ "ที่แท้ก็ยังไม่แน่ใจว่าเป็นของแท้หรือเปล่า หวังว่าจะไม่ทำให้ลุงดีใจเก้อนะ?"