เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

23-ไม่อยากเสี่ยงให้เสียประวัติ!!!

23-ไม่อยากเสี่ยงให้เสียประวัติ!!!

23-ไม่อยากเสี่ยงให้เสียประวัติ!!!


เสียงเพลงเร้าใจดังสลับกับเสียงชนแก้ว ภายในห้องคาราโอเกะบรรยากาศกำลังคึกคักถึงขีดสุด

“พี่ฉี แล้วหวังซินล่ะ?” สือตงกระซิบถามขึ้นมาเบา ๆ

หวังซินก็เป็นหนึ่งในเพื่อนผู้หญิงในห้องเดียวกัน อีกทั้งยังเป็นคนที่สือตงแอบชอบด้วย แต่เขาไม่เคยกล้าเข้าไปจีบเธอเลย เพราะหวังซินเป็นเด็กเรียนเรียบร้อย ส่วนเขากับหยางฉีก็แค่พวกที่เรียนได้พอผ่าน และตอนนี้หวังซินก็สอบติดตำแหน่งงานราชการในธนาคารของเมืองชิงโจวแล้ว ส่วนสือตงยังหางานไม่ได้ด้วยซ้ำ แบบนี้จะไปกล้าสารภาพรักได้ยังไง เรื่องนี้เพื่อน ๆ ในห้องต่างก็รู้กันดี ทุกคนก็เข้าใจว่าทั้งสองคนจะคบกันได้ยากมาก

“น่าจะออกไปข้างนอกแล้วมั้ง” หยางฉีตอบกลับ

แม้ว่าเขาจะไม่ได้ใช้พลังภายใน แต่ด้วยการฝึกฝนร่างกาย ทำให้เขาแข็งแรงและมีสัมผัสว่องไว เขาเห็นว่าหวังซินเดินไปห้องน้ำ แต่ห้องน้ำในห้องถูกใช้หมด เธอจึงออกไปข้างนอกแทน ถึงห้องจะมีห้องน้ำ แต่สำหรับคนสิบกว่าคนก็ถือว่าไม่พอใช้อยู่ดี

“งั้นเราก็ออกไปข้างนอกด้วยดีกว่า” สือตงยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะลุกออกไป

หยางฉีเห็นสือตงแอบตามออกไปก็อดส่ายหัวไม่ได้ ถ้าเพื่อนคนนี้ทุ่มเทกับเรื่องความรักเหมือนเวลาเล่นเกมหรือตีไพ่ ป่านนี้หวังซินคงเป็นแฟนไปนานแล้ว ต่อให้ตามออกไปตอนนี้ หยางฉีก็มั่นใจว่าสือตงคงแค่แกล้งทำเป็นบังเอิญเจอ แล้วคุยเล่นนิดหน่อยแล้วก็กลับมา

“พี่ฉี ถึงตานายร้องแล้ว” เสียงเฉินเชากล่าวขึ้น ขณะที่เพลงในห้องเริ่มจบลง

หยางฉีรับไมโครโฟน เดินมายืนกลางห้อง เตรียมร้องเพลง แต่ทันใดนั้นเองก็มีเสียงเอะอะดังขึ้นจากด้านนอก

“มึงกล้าตบกูเหรอ ไอ้เวร!”

เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นท่ามกลางความวุ่นวาย แม้จะฟังไม่ชัด แต่หยางฉีก็จำได้ทันทีว่าเป็นเสียงของสือตง

“สือตงมีเรื่อง!” หยางฉีรีบพูดขึ้น

ทันทีที่พูดจบ ทุกคนในห้องก็เหมือนสร่างเมาทันที ต่างรีบวิ่งตามเขาออกไปจากห้อง พอถึงห้องโถงด้านนอก ก็เห็นกลุ่มชายฉกรรจ์หลายคนกำลังล้อมสือตงและหวังซินอยู่

“สือตง เกิดอะไรขึ้น?” หยางฉีรีบวิ่งเข้าไปถาม

“ไอ้พวกนี้มันเมาแล้วลากหวังซินจะพาเข้าไปในห้องของพวกมัน ดีที่ฉันมาเจอเลยเข้าไปห้าม มันเลยตบฉันหนึ่งที” สือตงพูดด้วยความโกรธ

เขาออกมาข้างนอกแล้วบังเอิญเห็นผู้ชายกลุ่มหนึ่งกำลังลากหวังซิน เขาเลยรีบเข้าไปขัดขวาง แต่กลับโดนตบหน้าแทน

พอเพื่อน ๆ ได้ยินเรื่องนี้ สีหน้าทุกคนก็เปลี่ยนเป็นโกรธทันที โดยเฉพาะผู้หญิงที่รีบเข้ามาปลอบหวังซินที่กำลังร้องไห้อย่างตกใจ

“พี่ชาย พวกเราก็แค่มาเที่ยวด้วยกัน จะให้เรื่องจบยังไงดี?” เสิ่นเผิงเดินขึ้นไปถามด้วยท่าทีสุภาพ

เสิ่นเผิงเป็นคนอัธยาศัยดีในห้อง เป็นตัวกลางที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ในกลุ่ม ไม่ว่าเป็นกิจกรรมอะไรก็มักจะมีเขาเป็นคนจัดการ ดังนั้นเมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้ เขาจึงเป็นคนแรกที่ออกหน้า

“ยังจะมาถามว่าทำยังไง? มึงกล้าดีมากนะที่มาหาเรื่องกู เรื่องนี้พวกมึงต้องรับผิดชอบ!” ชายที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ากลุ่มพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเมา ๆ มองดูพวกนักศึกษาอย่างไม่เกรงกลัว

“ไอ้เวร พูดแบบนี้มันเกินไปแล้ว!” ทันทีที่ได้ยินแบบนั้น พวกผู้ชายในกลุ่มหยางฉีก็ของขึ้น แม้พวกเขาจะเรียนมหาลัยมาแล้ว มีความคิดเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น แต่เลือดนักศึกษาก็ยังคงเดือดอยู่ จะให้ทนโดนย่ำยีแบบนี้ไม่มีทาง

“ไอ้พวกนักศึกษาไร้ค่า กล้าดียังไงมาหาเรื่องกู!” ชายเมาคนนั้นแสยะยิ้ม ก่อนจะยกเท้าเตะไปที่เสิ่นเผิง

"ปึ้ง!"

ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งพุ่งเข้าใส่ เตะชายเมาคนนั้นกระเด็นไปนั่งบนโซฟา

“ไอ้เหี้ย! มึงกล้าตีเพื่อนกู!” พวกเพื่อนของชายเมาเห็นแบบนั้นก็กรูกันเข้าใส่หยางฉี

“พี่ฉี! เดี๋ยวผมช่วย!” สือตงรีบวิ่งเข้ามาสมทบ

หยางฉีขยับเท้าอย่างรวดเร็ว เตะรัวใส่พวกนั้นจนล้มระเนระนาดกับพื้น นี่แค่เขายั้งมือไว้ ถ้าเล่นจริงคงเจ็บหนักไม่ต่างจากตอนเจอพวกโจรปล้นรถบัส

“โอ้โห! พี่ฉี แม่งโคตรเทพ!” เสิ่นตงตะลึงมองเพื่อนของเขา ส่วนเสิ่นเผิงก็ตกใจเช่นกัน

“ไม่คิดเลยว่านายจะสู้เก่งขนาดนี้”

“แล้วพวกนายล่ะ! ไหงวิ่งช้ากันจังวะ?” สือตงหันกลับไปตะโกนหาเพื่อนคนอื่นที่เพิ่งมาถึง

หยางฉีเองก็อดถอนหายใจไม่ได้ พวกเพื่อนที่มาทีหลังนั้น บางคนก็แค่ทำท่าจะมา แต่ไม่แม้แต่จะขยับตัว ทั้งหมดเป็นนักเรียนเก่ง สอบเข้าราชการได้บ้าง ได้ตำแหน่งงานมั่นคงบ้าง พวกเขาไม่อยากเสี่ยงให้มีประวัติในแฟ้มงาน ซึ่งจะส่งผลต่ออนาคต

แต่ที่ทำให้หยางฉีรู้สึกดีคือ กลุ่มเพื่อนที่สนิทจริง ๆ กลับเป็นฝ่ายที่ยืนเคียงข้างเขาเสมอ รวมถึงเฉินเชาและเพื่อนจากต่างจังหวัดด้วย

ขณะนั้นเอง…

"ใครมันกล้าเหิมเกริมในถิ่นของกู! ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วใช่มั้ย?"

เสียงเย็นเยียบดังมาจากทางเดิน ก่อนที่ชายกลุ่มหนึ่งจะเดินเข้ามาเจ็ดแปดคน นำโดยชายร่างใหญ่หน้าดุ

“พี่ต้าฟัย ผมเองครับ อาเฉียง จำได้มั้ย พี่เพิ่งกินเหล้ากับผมเมื่อสองวันก่อน”

ชายที่นั่งอยู่บนโซฟารีบร้องเรียกเมื่อเห็นมีคนมา

“อ้อ อาเฉียงเองเหรอ แล้วใครมันกล้ามาหาเรื่องในถิ่นของพี่ต้าฟัยวะ?” ต้าฟัยแค่นหัวเราะอย่างเย็นชา

“พี่ฉี ทำไงดี น่าจะเป็นพวกดูแลที่นี่” สือตงกระซิบอย่างกังวล

คนพวกนี้ไม่ใช่เล่น ๆ พวกเขาขึ้นชื่อว่าโหดและอันตราย ถ้าต้องปะทะกัน พวกเรามีแต่เสียเปรียบ

“ไอ้พวกนักศึกษาไม่มีหัวน่ะเหรอ กล้ามีเรื่องใน…” ต้าฟัยยังพูดไม่ทันจบ ก็เบิกตาโตทันทีเมื่อเห็นหน้าหยางฉีในแสงสลัว

“พี่ฉี! ไม่เจอกันนานเลย…”

หยางฉียิ้มเล็กน้อย “โอ้? เจอกันอีกแล้วนะต้าฟัย”

ต้าฟัยหน้าเปลี่ยนสีทันที เหงื่อเย็นไหลพราก เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายโหดแค่ไหน นี่มันวันซวยของเขาจริง ๆ ทำไมถึงได้เจอพญายมคนนี้อีกแล้ว!

“เฮ้ย… พี่! ตั้งแต่เมื่อไหร่นายมีพี่แบบนี้วะ?” อาเปียวที่หัวโล้นมองต้าฟัยด้วยความงุนงง แต่พอเห็นหน้าหยางฉีชัด ๆ เขาก็หน้าเสียทันที รู้เลยว่าทำไมต้าฟัยถึงต้องเรียกคนคนนี้ว่าพี่

ทันทีที่เห็นหยางฉี เขารู้สึกเหมือนหัวโล้นของตัวเองแสบร้อน และนิ้วเท้าก็ปวดจี๊ดขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ

“ทำไม? ไม่ต้อนรับฉันเหรอ?” หยางฉีพูดเสียงเรียบ

“ยินดีต้อนรับครับพี่! ยินดีมาก!” ต้าฟัยตอบเสียงอ่อย ในใจอยากร้องไห้ อยากจะหนีให้ไกล แต่ก็ต้องฝืนยิ้มแบบไม่เต็มใจที่สุดในชีวิต…

จบบทที่ 23-ไม่อยากเสี่ยงให้เสียประวัติ!!!

คัดลอกลิงก์แล้ว