- หน้าแรก
- กระจกเงาแห่งทวีปโต้วหลัว
- บทที่ 2 วิญญาณยุทธ์หมาป่าเดียวดาย?
บทที่ 2 วิญญาณยุทธ์หมาป่าเดียวดาย?
บทที่ 2 วิญญาณยุทธ์หมาป่าเดียวดาย?
บทที่ 2 วิญญาณยุทธ์หมาป่าเดียวดาย?
"วิญญาณยุทธ์ของฉันคือดวงตาอย่างนั้นหรือ"
ไม่มีใครจำวิญญาณยุทธ์ของพ่อแม่โจวอวี้ชิวได้ และเนื่องจากพวกเขาไม่มีพลังวิญญาณแถมยังจากไปถึงสามปีแล้ว จึงไม่มีใครเคยเล่าเรื่องของพวกเขาให้โจวอวี้ชิวฟังเลย
ทว่าเพียงแค่สัมผัสถึงจุดหมายปลายทางสุดท้ายของกระแสความอบอุ่นนี้ โจวอวี้ชิวก็พอจะเดาใจความสำคัญได้แล้ว
วิญญาณยุทธ์ของเขาน่าจะเป็นดวงตา ซึ่งเป็นหนึ่งในวิญญาณยุทธ์สายร่างกาย
เมื่อคิดได้เช่นนี้ โจวอวี้ชิวก็ลืมตาขึ้นทันที
เพล้ง!
ราวกับกระจกนับพันล้านชิ้นแตกสลายลงในชั่วพริบตา
โจวอวี้ชิวรู้สึกเพียงแค่มิติเบื้องหน้าพังทลายลง จากนั้นโลกแห่งความเป็นจริงที่แท้จริงก็ปรากฏขึ้นแก่สายตา
จุดแสงสีทองจำนวนมหาศาลหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของโจวอวี้ชิวอย่างบ้าคลั่งราวกับฝูงนกนางแอ่นคืนรัง
พลังงานส่วนน้อยหลอมรวมเข้ากับร่างกายของเขา แต่ส่วนใหญ่ไหลทะลักเข้าไปในดวงตาทั้งสองข้าง
บรู๊ว!
ทันใดนั้น เสียงหมาป่าหอนก็ดังขึ้นจากด้านหลังของโจวอวี้ชิว จากนั้นเงาร่างหมาป่าที่เหมือนกับวิญญาณยุทธ์ของมัคนายกซู่อวิ๋นเทาทุกประการก็ปรากฏขึ้นเบื้องหลังเขา
"เยี่ยม!"
มัคนายกซู่อวิ๋นเทามองดูวิญญาณยุทธ์ที่อยู่ด้านหลังโจวอวี้ชิวด้วยความรู้สึกคุ้นเคยอย่างลึกซึ้ง จนอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชมออกมาคำโต
ตรงกันข้าม โจวอวี้ชิวกลับหันไปมองวิญญาณยุทธ์ของตัวเองด้วยความมึนงง
เขา... วิญญาณยุทธ์ของเขาไม่ใช่ดวงตาหรอกหรือ
"มาสิเด็กน้อย รีบมาทดสอบพลังวิญญาณเร็วเข้า!"
ตอนนี้มัคนายกซู่อวิ๋นเทารู้สึกถูกชะตากับโจวอวี้ชิวเป็นอย่างมาก เขามองเด็กชายด้วยใบหน้าเมตตาก่อนจะยื่นลูกแก้วทดสอบพลังวิญญาณให้อย่างยิ้มแย้ม
แม้จะยังสับสนอยู่บ้าง แต่โจวอวี้ชิวก็วางมือลงบนลูกแก้วทดสอบพลังวิญญาณอย่างว่าง่าย
วาบ!
แสงสว่างเจิดจ้าปะทุขึ้นจากลูกแก้วโดยตรง!
"พลังวิญญาณแต่กำเนิดระดับแปด!"
เสียงของมัคนายกซู่อวิ๋นเทาแหลมปรี๊ดขึ้นมาจนแทบจะกลายเป็นเสียงโลมา
ระดับแปดเชียวนะ!
นี่คือต้นกล้าพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่เขาเคยพบมาตั้งแต่เริ่มทำพิธีปลุกวิญญาณยุทธ์มาทั้งชีวิต!
ยิ่งไปกว่านั้น วิญญาณยุทธ์ยังเป็นหมาป่าเดียวดายแบบเดียวกับเขาอีก
หากเขาไม่มั่นใจว่าตัวเองไม่เคยไปทำเรื่องชู้สาวที่ไหนมาก่อน เขาคงแทบจะคิดว่านี่คือลูกแท้ๆ ของเขาไปแล้ว!
"เด็กน้อย เธอสนใจจะเข้าร่วมสำนักวิญญาณยุทธ์ไหม"
แววตาของมัคนายกซู่อวิ๋นเทาเริ่มเปล่งประกาย
"ท่านลุง ผมขอไม่เข้าร่วมสำนักวิญญาณยุทธ์ได้ไหมครับ ผมอยากเป็นวิญญาณาจารย์อิสระ"
โจวอวี้ชิวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบมัคนายกซู่อวิ๋นเทา
โจวอวี้ชิวไม่ชอบให้ทุกสิ่งทุกอย่างถูกจำกัดหลังจากต้องเข้าร่วมสังกัดใดสังกัดหนึ่ง
เขาอยากเป็นอิสระ!
แต่เงื่อนไขสำคัญคือมัคนายกซู่อวิ๋นเทาจะต้องไม่รายงานเรื่องของเขาไปที่สำนักงานใหญ่ของสำนักวิญญาณยุทธ์
มิฉะนั้น อัจฉริยะที่มีพลังวิญญาณแต่กำเนิดระดับแปดแต่ไม่ยอมเข้าร่วมสำนักวิญญาณยุทธ์ ย่อมถูกกำจัดทิ้งได้อย่างง่ายดาย!
ต่างจากวิญญาณยุทธ์ขยะหญ้าเงินครามของถังซาน การมีพลังวิญญาณแต่กำเนิดระดับแปด ไม่ว่าวิญญาณยุทธ์จะมีคุณภาพเช่นไร แต่เพียงแค่วัดจากขีดจำกัดในการฝึกฝน โจวอวี้ชิวก็สามารถก้าวไปถึงระดับวิญญาณโต้วหลัวได้เป็นอย่างน้อย
แถมยังเป็นวิญญาณโต้วหลัวที่มีพลังโจมตีไม่เบาเสียด้วย!
เขาจึงอยากรู้ว่ามัคนายกซู่อวิ๋นเทาจะยอมช่วยปิดข่าวเรื่องนี้ให้เขาได้หรือไม่
"เอ่อ!"
มัคนายกซู่อวิ๋นเทาถึงกับอึ้งไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดของโจวอวี้ชิว
ต้องรู้ไว้ว่า หากเขารายงานเรื่องพลังวิญญาณแต่กำเนิดระดับแปดของโจวอวี้ชิวและชักชวนให้เข้าร่วมสำนักวิญญาณยุทธ์ได้สำเร็จ
เขาคงจะได้รับรางวัลไม่ใช่น้อย!
แต่เมื่อมองเข้าไปในดวงตาของโจวอวี้ชิว และเห็นวิญญาณยุทธ์ที่อยู่ด้านหลังของเด็กชาย...
เขาก็เกิดความลังเล...
"ก็แค่รางวัลเล็กๆ น้อยๆ ไม่ใช่หรือไง เทียบกับอิสรภาพของเด็กคนหนึ่งแล้วมันจะนับเป็นอะไรได้"
มัคนายกซู่อวิ๋นเทาพึมพำเสียงแผ่ว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นและส่งยิ้มให้โจวอวี้ชิว
"เรื่องแค่นี้เอง ไม่เข้าร่วมก็ไม่เห็นเป็นไร บังเอิญเหลือเกินที่ตอนหนุ่มๆ ลุงก็เคยอยากเป็นวิญญาณาจารย์อิสระเหมือนกัน แต่พรสวรรค์ไม่มากพอเลยต้องเข้าร่วมสำนักวิญญาณยุทธ์ ในเมื่อวิญญาณยุทธ์ของเราเหมือนกัน นั่นไม่พิสูจน์หรือว่าเรามีวาสนาต่อกัน
ถ้าอยากเป็นวิญญาณาจารย์อิสระก็เป็นไปเถอะ อีกสามเดือนข้างหน้าเธอสามารถไปเข้าเรียนที่โรงเรียนนั่วติงในเมืองนั่วติงได้ ลุงทำงานอยู่ที่สำนักวิญญาณยุทธ์เมืองนั่วติง ถ้ามีเรื่องอะไรก็ไปหาลุงได้เลย!
จริงสิ เธอชื่ออะไรล่ะ"
"โจวอวี้ชิวครับ!"
"อืม ไม่เลว ชื่อดีนี่!"
มัคนายกซู่อวิ๋นเทารีบออกใบรับรองวิญญาณยุทธ์และรายชื่อนักเรียนทุนของโรงเรียนนั่วติงส่งให้โจวอวี้ชิว
โจวอวี้ชิวรับมารับมาดู
ใบรับรองวิญญาณยุทธ์เขียนไว้ว่า โจวอวี้ชิว วิญญาณยุทธ์หมาป่าเดียวดาย พลังวิญญาณแต่กำเนิดระดับเจ็ด ผู้อยู่อาศัยในหมู่บ้านวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ผู้ทำพิธีปลุกพลัง มัคนายกซู่อวิ๋นเทา
ด้านหลังมีตราประทับรูปปีกนางฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์ของสำนักวิญญาณยุทธ์
และคำอธิบายประกอบท้ายใบรับรองนักเรียนทุนก็ระบุคำว่า นักเรียนทุนหมู่บ้านวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ไว้อย่างชัดเจน
"ขอบคุณครับท่านลุง!"
โจวอวี้ชิวมองดูเอกสารทั้งสองใบในมือแล้วโค้งคำนับมัคนายกซู่อวิ๋นเทาอย่างจริงจัง
"ฮ่าๆ ไม่เป็นไรหรอก นี่ถือเป็นความปรารถนาอย่างหนึ่งของลุงเองเหมือนกัน!"
มัคนายกซู่อวิ๋นเทาลูบหัวโจวอวี้ชิว
"เอาล่ะ เก็บวิญญาณยุทธ์ของเธอเถอะ เพิ่งจะปลุกพลังเสร็จ การรักษาสภาพสถิตร่างวิญญาณยุทธ์ไว้นานๆ จะทำให้เหนื่อยมากนะ! ทำตัวตามสบายเหมือนควบคุมส่วนหนึ่งของร่างกายตัวเอง แค่ดึงมันกลับมาก็พอแล้ว!"
มัคนายกซู่อวิ๋นเทากล่าวกับโจวอวี้ชิว
"เข้าใจแล้วครับ!"
โจวอวี้ชิวพยักหน้าเบาๆ และทันทีที่เขานึกอยากจะเก็บวิญญาณยุทธ์ หมาป่าเดียวดายด้านหลังก็ถูกดึงกลับเข้าสู่ร่างกายของเขาทันที
"สมกับเป็นอัจฉริยะจริงๆ!"
มัคนายกซู่อวิ๋นเทามองดูการเคลื่อนไหวที่หมดจดและรวดเร็วของโจวอวี้ชิวแล้วพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
"เอาล่ะ เธอหลบไปด้านข้างก่อน ลุงยังต้องทำพิธีปลุกวิญญาณยุทธ์ให้เด็กคนอื่นๆ ต่อ!"
มัคนายกซู่อวิ๋นเทาอารมณ์ดีเป็นอย่างมาก
แม้ว่าโจวอวี้ชิวจะไม่ยอมเข้าร่วมสำนักวิญญาณยุทธ์ แต่เขากลับรู้สึกราวกับจิตวิญญาณของตนเองได้รับการยกระดับ!
โจวอวี้ชิวเดินไปหลบมุมอย่างว่าง่าย และคอยเฝ้าดูเด็กที่เหลือทยอยปลุกวิญญาณยุทธ์ของตนเองทีละคน
เขารู้สึกอยู่เสมอว่าวิญญาณยุทธ์หมาป่าเดียวดายของตัวเองมีบางอย่างผิดปกติ และพลังวิญญาณของเขาก็ไม่น่าจะมีเพียงแค่ระดับแปด
ในชั่วขณะที่วิญญาณยุทธ์หมาป่าเดียวดายปรากฏขึ้น เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าพลังวิญญาณส่วนหนึ่งในร่างกายถูกสูบไปอย่างกะทันหัน
แต่ตอนนี้เขาไม่กล้าโวยวายหรอก
เขาต้องพึ่งพาวิญญาณยุทธ์หมาป่าเดียวดายเพื่อสร้างสายสัมพันธ์กับมัคนายกซู่อวิ๋นเทา หากเกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นมาจะทำอย่างไรล่ะ
ยังมีเวลาให้ศึกษาเกี่ยวกับวิญญาณยุทธ์อีกถมเถ ยังเหลือเวลาอีกตั้งสามเดือนเต็ม
ไม่เห็นต้องรีบหาเรื่องใส่ตัวตอนนี้เลย!
และขั้นตอนการปลุกพลังหลังจากนั้นก็ไม่ต่างจากเนื้อเรื่องต้นฉบับมากนัก จนกระทั่งถึงคิวของถังซาน ก็ไม่มีใครปลุกพลังวิญญาณขึ้นมาได้เลยแม้แต่คนเดียว
ทว่าถึงกระนั้น มัคนายกซู่อวิ๋นเทาก็มีความสุขมากพอแล้ว
โจวอวี้ชิวแค่คนเดียวก็มีค่าเทียบเท่ากับเด็กเมื่อวานซืนนับไม่ถ้วน!
จากนั้นก็มาถึงคิวของถังซาน
แม้พลังวิญญาณของถังซานจะเป็นพลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิด แต่จุดแสงที่เกิดขึ้นระหว่างการปลุกพลังนั้นกลับด้อยกว่าของโจวอวี้ชิวอย่างเทียบไม่ติด
ท้ายที่สุด มัคนายกซู่อวิ๋นเทาก็คิดแค่ว่าเป็นเพราะระดับที่ต่ำต้อยของหญ้าเงินครามของถังซาน
จึงไม่มีอะไรให้น่าสงสัย
แม้แต่ตัวถังซานเองก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน
"รับสิ่งนี้ไปก่อนนะ กลับไปแล้วก็ตั้งใจฝึกฝนล่ะ!"
ขณะที่มัคนายกซู่อวิ๋นเทาผลักประตูโถงวิญญาณยุทธ์เปิดออก และโจวอวี้ชิวกำลังจะเดินออกไป มัคนายกซู่อวิ๋นเทาก็แอบยัดหนังสือเล่มเล็กๆ ใส่มือของโจวอวี้ชิวอย่างเงียบเชียบ
"ขอบคุณครับท่านลุง!"
โจวอวี้ชิวไม่ได้พูดอะไรมาก เขาเพียงแต่มองมัคนายกซู่อวิ๋นเทาและพยักหน้าอย่างจริงจัง
"ดีมาก ดีมาก!"
ยิ่งมัคนายกซู่อวิ๋นเทามองโจวอวี้ชิวมากเท่าไร ก็ยิ่งเห็นภาพเงาตัวเองในวัยเด็กมากเท่านั้น เขาส่งยิ้มแล้วเดินนำโจวอวี้ชิวออกจากโถงวิญญาณยุทธ์
ทันทีที่พวกเขาเดินพ้นประตูออกมา ปู่แจ็คก็รีบเข้ามาทักทาย
"ท่านวิญญาณาจารย์ผู้ทรงเกียรติ ไม่ทราบว่า..."
ปู่แจ็คพูดไม่ทันจบ แต่แววตาแห่งความคาดหวังได้เปิดเผยความคิดในใจของเขาออกไปจนหมดสิ้นแล้ว
"ฮ่าๆ! เฒ่าแจ็ค หมู่บ้านของท่านในปีนี้ทำได้ดีมากทีเดียว มีอัจฉริยะผู้มีพลังวิญญาณแต่กำเนิดระดับแปดถือกำเนิดขึ้น แถมวิญญาณยุทธ์ยังเป็นหมาป่าเดียวดายเหมือนกับข้าอีก อนาคตไร้ขีดจำกัดเลยล่ะ!"
มัคนายกซู่อวิ๋นเทาตบไหล่โจวอวี้ชิวและกล่าวด้วยความปิติยินดี
"พลังวิญญาณแต่กำเนิด แปด ระดับแปด!"
ริมฝีปากของปู่แจ็คสั่นระริก
นี่หลุมศพบรรพบุรุษต้องพวยพุ่งควันมงคลออกมามากขนาดไหนกันเนี่ย!
"ยังไม่หมดเท่านี้นะ ยังมีอัจฉริยะที่มีพลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิดอยู่อีกคน แต่น่าเสียดายที่วิญญาณยุทธ์คือหญ้าเงินคราม!"
มัคนายกซู่อวิ๋นเทาส่ายหน้าด้วยความเสียดาย
"จริงสิ ข้าจะมอบโควตานักเรียนทุนของหมู่บ้านท่านให้อวี้ชิว ส่วนถ้าท่านอยากให้เด็กที่มีหญ้าเงินครามคนนั้นได้เรียน ท่านก็คงต้องหาทางเอาเองแล้วล่ะ!"
"หา!?"
ปู่แจ็คยังคงจมอยู่กับความเศร้าสลดเรื่องหญ้าเงินครามพลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิด เมื่อได้ยินมัคนายกซู่อวิ๋นเทาบอกว่าต้องจัดการเรื่องโควตานักเรียนทุนกันเอาเอง เขาก็พยักหน้ารับทันที
"มันก็สมควรเป็นเช่นนั้นแหละขอรับ อวี้ชิวมีพรสวรรค์ที่ดี สมควรได้รับโควตาของหมู่บ้าน ส่วนอีกคนเดี๋ยวข้าจะลองไปถามหมู่บ้านอื่นดู! จริงสิ เด็กอีกคนคือใครกันหรือขอรับ"
"เรื่องนั้นเราไปคุยกันตรงนู้นดีกว่า!"
มัคนายกซู่อวิ๋นเทานึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้และรีบดึงตัวปู่แจ็คออกไปทันที
แต่ก่อนไป เขาก็ไม่ลืมหันมาโบกมือลาโจวอวี้ชิว
เขาต้องการกำชับปู่แจ็คเกี่ยวกับเรื่องบางอย่าง เช่น ระดับพลังวิญญาณที่แท้จริงของโจวอวี้ชิวกับพลังวิญญาณที่ลงทะเบียนไว้ในใบรับรองวิญญาณยุทธ์
เขาจะปล่อยให้เฒ่าแจ็คหลุดปากเรื่องพวกนี้ออกไปไม่ได้เด็ดขาด!