เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 70 : หน้าผาแห่งความสิ้นหวัง

ตอนที่ 70 : หน้าผาแห่งความสิ้นหวัง

ตอนที่ 70 : หน้าผาแห่งความสิ้นหวัง


วันที่สามของปีใหม่เป็นวันสุดท้ายที่ลู่หวู่จะได้สิ่งที่เขาเสียกลับคืนมา

อย่างที่เขาคาดไว้เกี่ยวกับส่วนลดที่จะมีแค่หนึ่งวัน ผู้เล่นจำนวนมากที่ลังเลในตอนแรกก็รีบเปลี่ยนอุปกรณ์อย่างไม่หยุดยั้งหรือซื้อทุกอย่างที่ต้องการ

ในที่สุดเหรียญวิญญาณของลู่หวู่ก็กลับสู่ระดับเดิม

เวลานี้กิจกรรมวันปีใหม่ได้นำความสนุกสนานมาสู่ผู้เล่นและทำให้เกิดข้อเสนอแนะอย่างมากเช่นกัน

ลู่หวู่ในที่สุดก็ตอบสนองต่อผู้เล่นที่ตั้งโพสต์ในฟอรัมที่กระหายต้องการเติมเงินโดยพร้อมจะเปิดช่องการเติมเงินให้

[ตัวอย่างการอัพเดท การเพิ่มระบบการเติมเงิน อัตราการเติมเงินทั้งหมดจะเป็น 1 ดอลลาร์ = 1 เหรียญมังกร เหรียญมังกรจะสามารถใช้ซื้อชุดแฟชั่นได้จากกิจกกรมการประมูลแฟชั่นที่กำลังจะมาถึง]

การประมูลแฟชั่น : จะมีชุดแฟชั่นสามชุดทำการประมูลทุกสัปดาห์โดยใช้เหรียญมังกรเป็นสกุลเงินการเสนอราคา ชุดแต่ละชุดจะมีการประมูลจำกัดอยู่ที่ 1000 ชุดเท่านั้น

อินวิสิเบอร์_โลนไลเนส : “ยิ้มจนหน้าแข็ง...ไอ้เหรียญมังกรบ้ามันคืออะไร? แล้วเหรียญวิญญาณของฉันอยู่ที่ไหน?”

เย่เสี่ยวเออร์ผู้น่ารัก “ผู้พัฒนา โปรดบอกที่อยู่มาซะดีๆ มันถึงเวลาที่จะดำเนินการกับคุณแล้ว”

เครยอน_ชินจัง “รู้สึกมีความสุขจังที่ได้เห็นพวกสายเติมทั้งหลายได้รับสิ่งที่ไม่ต้องการ (หัวเราะ)”

แอสซาซิน_ครีด “ฉันต้องการเหรียญวิญญาณ ฉันไม่สนใจอย่างอื่น ฉันอยากได้แค่เหรียญวิญญาณ”

ซู่วหลี่_เดาะ_สตร๊องเกรท “ผู้พัฒนา: แม้ว่าพวกคุณจะโกรธเครียดแค้นยังไง ข้าก็ยังไม่ขยับเขยื้อนเหมือนภูเขาที่ถูกข้าปราบปรามด้วยการกดด้วยมือเปล่าของข้า เจ้าพวกมนุษย์จะกล้าท้าทายพระเจ้าเยี่ยงข้างั้นเหรอ? พวกเจ้าเคยเห็นเท้าหวู่ที่อยู่ใต้น้ำแล้วใช่มั้ย? พวกเจ้าเชื่อไหมแค่ข้าคลิกแป้นพิมพ์ไม่กี่ครั้ง ข้าก็สามารถกำหนดความเป็นความตายของมันได้แล้ว?”

เครยอน_ชินจัง ตอบกลับ ซู่วหลี่_เดาะ_สตร๊องเกรท “อืมม!”

……

ลู่หวู่เข้าใจเหตุผลของการบ่นของผู้เล่นเกี่ยวกับการเติมเงิน แต่เขาก็ไม่สามารถเปิดขายได้เนื่องจากเขาก็ไม่มีเหรียญวิญญาณจำนวนมากเพื่อขาย

หากเขาจะเริ่มต้นการขายจริงๆ เขาเชื่อว่าเหรียญวิญญาณทั้งหมดของเขาอาจจะถูกซื้อโดยผู้เล่นภายในเวลาไม่ถึงสิบวินาที

ลู่หวู่ต้องยอมรับสายเติมเกมในเกมจริงๆ ผู้เล่นอย่าง อินวิสิเบอร์_โลนไลเนส เย่เสี่ยวเออร์ หลิวไชของกิลด์เดโมลิชั่นออฟฟิเซอร์และคนอื่นๆ พวกเขาเหล่านี้ล้วนแต่เป็นสุดยอดผู้ร่ำรวยในชีวิตจริง

ดังนั้นเส้นทางการเติมเอาเหรียญวิญญาณจะไม่มีทางเกิดขึ้นจนกว่าเขาจะมีพวกมันมหาศาลอย่างน้อย

ยิ่งไปกว่านั้นเหรียญวิญญาณเหล่านั้นมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับลู่หวู่ การก่อสร้างทุกส่วนของเกมต้องการเหรียญวิญญาณ และแน่นอนว่าค่าใช้จ่ายของเขาก็คือการเพิ่มรายได้ของเหรียญวิญญาณในขณะที่ฝึกความสามารถของผู้เล่นไปด้วย

มันหวนให้ลู่หวู่นึกถึงวันอันเก่าแก่ของสงครามระหว่างผู้เล่นกับกองทัพชานา มันผ่านการทำลายล้างกองทัพของชาถึงทำให้ลู่หวู่ได้รับเหรียญวิญญาณจำนวนมาก

การทำสงครามเป็นวิธีที่จะทำให้ผู้เล่นและลู่หวู่เรียนรู้และเติบโต เขาได้เล็งเป้าหมายไปที่พื้นที่รอบๆคฤหาสน์แห่งความตายไว้แล้ว โดยพร้อมที่จะออกเควสการสำรวจอีกครั้ง

……

เมื่อม่านของกิจกรรมวันปีใหม่จบลง ผู้เล่นทุกคนก็ต่างกลับมาฮึกเฮิมคิดถึงการเดินทางใหม่อีกครั้ง

แม้ว่าครั้งนี้ผู้เล่นจะมีตัวเลือกให้เลือกมากมาย

การอัพเดทของทะเล เส้นทางบนพื้นดินก็มีความหลากหลายเพิ่มขึ้น การล่าหาสมบัติ และอื่นๆ ความหลากหลายและความสามารถในการเล่นของเกมนั้นเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆควบคู่ไปกับการอัพเดทแต่ละครั้ง

……

ในขณะเดียวกันที่บริเวณหน้าผาแห่งความสิ้นหวัง

กู่หยู (อินวิสิเบอร์_โลนไลเนส) อยู่กับซันฉี ชายและหมาเตรียมพร้อมที่จะปีนขึ้นไปสู่จุดสูงสุดของบริเวณนี้

นับตั้งแต่ปีนขึ้นภูเขาหิมะ กู่หยูก็ตกหลุมรักกับความรู้สึกของการท้าทายธรรมชาติ เขารู้สึกว่าการพิชิตพวกมัน สร้างความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในตัวเขา ดังนั้นคราวนี้เขาเลือกที่จะปีนที่หน้าผาแห่งความสิ้นหวังที่สูงชันนี้

สำหรับเหตุผลที่เขาพาซันฉีไปด้วย เหตุผลก็คือเพราะซันฉีสามารถทำการรักษาได้ เขาจะเป็นผู้สนับสนุนที่ดีหากพวกเขาพบกับสัตว์ป่าตามทาง

ซันฉีไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของกู่หยูในตอนแรก

ทำไมต้องไปมองหาปัญหาเมื่อพวกเขาไม่เคยแม้แต่ลิ้มรสความเจ็บปวดของชีวิตด้วยตัวเอง? สำหรับซันฉี สิ่งที่คนรวยเหล่านี้ต้องการทำก็คือพวกเขาไม่มีอะไรดีๆที่จะทำ

อย่างไรก็ตามทัศนคติที่มั่นคงนี้ของเขาเปลี่ยนไปอย่างฉับพลันเมื่อกู่หยูโยนเงินสดจำนวนหนึ่งไว้ข้างหน้าเขา ในทันทีเขาต้องการติดตามและเขาก็ดูเหมือนจะชอบการปีนเขา!

ดังนั้นชายและสุนัขจึงมาที่ภูเขาของหน้าผาแห่งความสิ้นหวัง

การปีนนี้แตกต่างจากก่อนหน้านี้ทั้งหมดเนื่องจากมันมีความยากลำบากตลอดการปีน สำหรับในหน้าผาแห่งความสิ้นหวัง มีสัตว์ประหลาดมากมายรอพวกเขาอยู่

อย่างไรก็ตามทุกครั้งที่กู่หยูได้รับบาดเจ็บ ซันฉีจะช่วยเหลือเขาโดยการรักษาโดยการเสียเลือดของซันฉีเองเล็กน้อยเพื่อทำการรักษาด้วยใบหน้าที่เป็นทุกษ์

ทั้งสองปีนขึ้นไปประมาณสามชั่วโมง แต่เมื่อพวกเขาเงยหน้าขึ้นมองหายอดหน้าผาแห่งความสิ้นหวังก็ยังไม่ปรากฏให้เห็น และทั่วสถานที่ก็ยังปกคลุมไปด้วยเมฆหมอก

ในขั้นต้นทั้งคู่ต้องการปีนขึ้นต่อไป แต่ในขณะนั้นเมื่อจมูกของซันฉีกระตุกและมันก็พูดขึ้นว่า

“หัวหน้า มีกลิ่นของไวน์ที่นี่!!”

ที่ซันฉีพูดได้ก็เป็นเพราะลู่หวู่ เหตุผลก็เพราะเจ้าซันฉีคนนี้ไปร้องเรียนในฟอรัมว่าเขาไม่สามารถพูดได้ ลู่หวู่คิดว่ามันตลกดีแต่ก็น่ารำคาญมาก ในที่สุดเขาก็อนุญาตให้เป่ยลี่เปลี่ยนการตั้งค่า โดยให้เขาสามารถพูดคุยกับคนอื่นๆได้

เมื่อได้ยินคำพูดของเขา กู่หยูยืนนิ่งและตรวจสอบสภาพแวดล้อมของพวกเขา

“ตามฉันมา” ซันฉีสูดดมกลิ่นเล็กน้อยแล้ววิ่งไปที่พื้นราบขอบภูเขา

เมื่อเห็นอย่างนั้น กู่หยูก็ตามรอยเท้าของมันไป

ครึ่งทางก่อนจะไปถึงขอบภูเขา ทั้งคู่หยุดอย่างรวดเร็วในการเดินต่อไป ด้วยความแปลกใจ พวกเขาพบเจอกระท่อมไม้ที่อยู่ไม่ไกลและยิ่งไปกว่านั้นก็มีเงาเหมือนกองไฟที่เปล่งประกายจากภายใน

ชายและสุนัขจ้องมองกันและกันก่อนที่จะเดินไปที่กระท่อมไม้พร้อมกัน

ทั้งสองสำรวจพื้นที่รอบนอกของกระท่อม หลังจากที่พวกเขาแน่ใจแล้วว่าพวกเขาปลอดภัยจากอันตราย กู่หยู่ยกมือขึ้นแล้วเคาะประตูไม้

“มีใครอยู่ที่นี่ไหม?”

ไม่มีใครตอบและสิ่งนี้ทำให้กู่หยูอยากรู้อยากเห็นเล็กน้อย เมื่อเขากำลังจะเปิดประตูเข้าไปข้างใน ประตูก็เปิดออกเองซะก่อน

ชายชราผู้มีผมสีขาวรุงรังพร้อมกับแววตามีความสงสัยพูดโพล่งออกมา “ต้องการอะไร?”

“อืมม ฉันขอถามเกี่ยวกับหน้าผาแห่งความสิ้นหวังได้ไหม?” กู่หยูพูดหลังจากพิจารณาสั้นๆในขณะเดียวกันก็สงสัยว่าทำไมชายชราคนนี้ถึงอยู่ที่นี่

“ถามมาสิ” ชายชราผมขาวพูดเบาๆออกมา

“ท่านจะเชิญพวกเราเข้าไปก่อนได้ไหม?”

คำพูดฉับพลันของซันฉีทำให้ชายชราผมขาวตกใจ เขาอุทานออกมาว่า “เหี้ย เจ้าสุนัขแกพูดออกมาได้ยังไง? แกเป็นปีศาจยังงั้นเหรอ?”

พวกเขาตะลึง

หลังจากจับล็อกคอซันฉีไว้แน่นผู้ที่กำลังจะโดดด่าสวนชายชรา “ชายชรา ฉันอยากรู้ว่าทำไมคุณถึงใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ หน้าผาแห่งความสิ้นหวังนี้มีความสูงแค่ไหน? ผมต้องการปีนขึ้นไปบนยอดเขาและดูรอบๆ”

“ยอดหน้าผา? ด้วยร่างกายที่ปวกเปียกและสุนัขของเจ้า เจ้าต้องการปีนขึ้นไปข้างบนงั้นเหรอ? ลืมมันไปซะดีกว่า” ชายชราผมสีขาวพูดอย่างดูถูก

ถ้าไม่ใช่เพราะเขาต้องดึงซันฉีกลับมา กู่หยูเกือบจะหัวร้อนเพราะลิ้นที่คมคายของชายชราผมขาว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาต้องสอนบทเรียนแก่ชายชราผมขาวคนนี้

เมื่อกู่หยูกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ชายชราผมขาวเดินเปิดทางให้ เพื่อแสดงให้ทั้งสองว่าเข้ามาได้

ทั้งสองคนสับสนแต่พวกเขาก็ยังเข้าไปอยู่ดี

การตกแต่งภายในของกระท่อมเป็นเรื่องธรรมดา มีโต๊ะไม้และเตียงไม้ มีตะเกียงน้ำมันก๊าดอยู่บนโต๊ะไม้และรอบกระท่อม มีชิ้นส่วนเหล็กที่เป็นสนิมกระจัดกระจายไปทั่วพื้นพร้อมกับกลิ่นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่แทรกซึมทั่วทั้งกระท่อม

มีเพียงเก้าอี้เดียวในกระท่อม ชายชราผมขาวเลยส่งสัญญาณให้ทั้งคู่นั่งบนเตียงไม้ จากนั้นเขาก็เข้าไปอีกห้องหนึ่ง แล้วนำไวน์ผลไม้หอมสองแก้วออกมา

พวกเขาสองคนรับไวน์ก่อนที่กู่หยูจะถามว่า “ทำไมท่านถึงบอกว่าเราไม่สามารถปีนขึ้นไปบนยอดหน้าผาแห่งความสิ้นหวังได้? มันมีอันตรายใดหรือไม่?”

เมื่อได้ยินคำถาม ใบหน้าชายชราผมขาวก็เปลี่ยนไปเป็นเคร่งขรึม

เมื่อคิดว่าชายชราผมขาวอาจกำลังเล่าให้ฟังเกี่ยวกับตำนานของหน้าผาแห่งความสิ้นหวัง การแสดงออกของชายชราก็กลายเป็นล้อเลียน

“เหี้ย วิธีที่เจ้าหมาของเจ้าดื่มเหมือนมนุษย์จริงๆ...”

กู่หยูมองไปที่ซันฉีและตระหนักว่าเขาได้ดื่มไวน์ด้วยตัวมันเอง ผลที่ตามมาทำให้แก้มของมันกลายเป็นสีแดงเข้ม แต่หลังจากได้ยินคำพูดของชายชราผมขาว การแสดงออกของซันฉีก็กลายเป็นเกลียดชังทันที

กู่หยูอีกครั้งรีบระงับการข่มขู่ของซันฉีและถามด้วยเสียงหนักเพื่อกลบเกลื่อนขึ้นมาอีกครั้ง

“ท่านพอจะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับเราได้ไหม?”

ติดตามข้อมูลตอนใหม่ล่าสุดเพิ่มเติมได้ที่เพจ : https://www.facebook.com/novelth/

________________________________________________________

จบบทที่ ตอนที่ 70 : หน้าผาแห่งความสิ้นหวัง

คัดลอกลิงก์แล้ว