- หน้าแรก
- แหกคุกนรกหมายเลขศูนย์หวนคืนสู่เมืองหลวงอีกครั้ง
- บทที่ 190 - หยามเกียรติสุดกู่!
บทที่ 190 - หยามเกียรติสุดกู่!
บทที่ 190 - หยามเกียรติสุดกู่!
ด้านนอกคฤหาสน์ มีกลุ่มคนที่สวมเครื่องแบบสีดำยืนเรียงแถวอย่างสงบนิ่ง
ผู้นำเป็นชายวัยกลางคนที่มีสีหน้าเคร่งขรึมและแผ่รังสีอำมหิตอันทรงพลัง
เห็นได้ชัดว่าเขามีพลังเลือดลมที่พลุ่งพล่านและมีฝีมือที่ไม่ธรรมดา
และเมื่อเห็นต้วนหลิงเซียวเดินออกมาจากคฤหาสน์ ชายวัยกลางคนก็ก้าวออกมาข้างหน้าทันที!
"เจียงหนานหลิงเทียน ฉันคือเยี่ยเวยหลง หัวหน้าหน่วยจับกุมเป่ยโต่ว สังกัดหน่วยมังกร!"
"ตอนนี้ ฉันมาเพื่อแจ้งคำสั่งจากเบื้องบน เพื่อจับกุมตัวนายไปรับโทษทัณฑ์!"
"นายมีสิทธิ์ที่จะพูด แต่ทุกคำพูดของนาย จะถูกนำไปใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาล!"
เยี่ยเวยหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
สิ้นเสียง ลูกน้องชายสองคนที่อยู่ด้านหลังก็รีบก้าวออกไปทันที
ในมือถือโซ่ตรวนโลหะ
เตรียมที่จะเข้าควบคุมตัวต้วนหลิงเซียว
"หึ ฉันทำผิดอะไรเหรอ"
ต้วนหลิงเซียวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แววตาแฝงไปด้วยความเย้ยหยัน
น้ำเสียงของเขาสงบนิ่ง แต่กลับแผ่ซ่านกลิ่นอายที่ทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดหวั่น
"นี่ยังไม่สำนึกผิดอีกเหรอ แกมันหมดทางเยียวยาแล้วจริงๆ!"
สายตาของเยี่ยเวยหลงเย็นเยียบ
"ในเมื่อเป็นแบบนี้ ฉันก็จะขอประกาศความผิดของแกให้ฟังชัดๆ ไปเลยก็แล้วกัน!"
"ข้อแรก ช่วงที่ผ่านมาแกฆ่าผู้ฝึกยุทธ์ไปนับไม่ถ้วน สร้างความเสียหายและบ่อนทำลายการพัฒนาอันมั่นคงของโลกวิทยายุทธ์อย่างร้ายแรง!"
"ข้อสอง แกฆ่าล้างตระกูลและแก๊งต่างๆ ในเมืองเจียงหนาน รวมถึงตระกูลเสิ่นในมณฑลหูเทียนและอื่นๆ อีกมากมาย ลงมือฆ่าล้างตระกูลอย่างโหดเหี้ยมอำมหิตสุดๆ!"
"ข้อสาม แกสมคบคิดกับจอมชำแหละ ฆ่าล้างหน่วยรบเขี้ยวหมาป่า เป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่รัฐ!"
"ข้อสี่ แกฆ่าต้วนเทียนหยาซึ่งเป็นกรรมการบริหารกรมวิทยายุทธ์ส่วนกลาง และหักขาเส้าเฉียงซึ่งเป็นสมาชิกของหน่วยมังกร ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ท่าทางหยิ่งยโสโอหัง!"
"ข้อห้า แกได้ของจากอุกกาบาตไป แต่กลับไม่ยอมส่งมอบให้รัฐ ทำตัวเห็นแก่ตัว ใจแคบ ไร้ซึ่งวิสัยทัศน์โดยสิ้นเชิง!"
"คนโฉดชั่วช้าสามานย์อย่างแก สมควรถูกสับเป็นหมื่นๆ ชิ้น และประหารชีวิตตรงนี้เสียด้วยซ้ำ!"
"แต่หน่วยมังกรก็ยังยินดีที่จะทำตามกฎหมาย และให้โอกาสแกได้รับการพิจารณาคดีในชั้นศาล!"
"แก จงยอมจำนนแต่โดยดี แล้วยอมรับคำพิพากษาแห่งโชคชะตาซะเดี๋ยวนี้!"
เยี่ยเวยหลงร่ายยาวรวดเดียวจบ แววตาของเขาเย็นชาถึงขีดสุด
และสมาชิกของหน่วยจับกุมเป่ยโต่วที่อยู่ด้านหลังเยี่ยเวยหลง ในตอนนี้ต่างก็ยืนอึ้งกันไปหมด
พวกเขามาปฏิบัติภารกิจ รู้แค่ว่าเป้าหมายคือเจียงหนานหลิงเทียนที่มีชื่อเสียงโด่งดังในช่วงนี้
แต่พวกเขาไม่นึกเลยว่า อีกฝ่ายจะไปก่อเรื่องใหญ่โตสะเทือนฟ้าสะเทือนดินมามากมายขนาดนี้!
มิน่าล่ะ หมอนี่ถึงถูกขนานนามว่าเป็นเทพสงคราม!
เวรเอ๊ย นี่มันไม่มีที่ติเลย!
เทพสงครามชัดๆ!
เทพสงครามของแท้!
"ฉันเป็นลูกผู้ชายอกสามศอก ยืนหยัดสง่างาม ไม่เคยละอายต่อฟ้าดิน!"
"บนโลกใบนี้ ไม่มีใครมีสิทธิ์มาพิพากษาฉันได้!"
ต้วนหลิงเซียวยืนเอามือไพล่หลัง สายตากวาดมองไปรอบๆ อย่างเย่อหยิ่ง
ราวกับไม่ได้เห็นทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย
"แกอยากตายเหรอ!"
"ฉันมาเพื่อแจ้งคำสั่งให้แกรู้!"
"ไม่ได้มาปรึกษาหารือกับแก!"
สีหน้าของเยี่ยเวยหลงเย็นชา พลังเลือดลมทั่วร่างพลุ่งพล่าน
เตรียมพร้อมที่จะลงมือได้ทุกเมื่อ!
แม้ว่าต้วนหลิงเซียวจะแข็งแกร่ง แต่เขาในฐานะหัวหน้าหน่วยจับกุมเป่ยโต่ว
ก็ถือเป็นตัวตนที่ทรงพลังและอยู่แถวหน้าของหน่วยมังกรเช่นกัน
แถมลึกๆ ในใจ เขาก็ยังมั่นใจด้วยว่า
ด้วยสถานะที่เป็นถึงหน่วยจับกุมเป่ยโต่วของหน่วยมังกร
ต้วนหลิงเซียวคงไม่กล้าสร้างเรื่องอะไรใหญ่โตหรอก!
"แล้วแกคิดว่าฉันกำลังปรึกษาอยู่กับแกเหรอ"
"ไสหัวไปซะ!"
ต้วนหลิงเซียวตวาดลั่น
แรงกดดันอันมหาศาลถาโถมออกไป
"ไอ้บัดซบ แกมันจะหยามกันเกินไปแล้วนะ!"
เยี่ยเวยหลงแทบจะโกรธจนตัวระเบิด
เขากำหมัดซัดเข้าใส่ต้วนหลิงเซียวทันที!
"รนหาที่ตาย!"
แววตาของต้วนหลิงเซียวหม่นลง
เขาซัดหมัดสวนกลับไปโดยตรง!
"ปัง!"
สีหน้าของเยี่ยเวยหลงเปลี่ยนไปทันที
หมัดของต้วนหลิงเซียวรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ และทรงพลังอย่างยิ่ง!
แฝงไปด้วยอานุภาพที่ดุดันไร้เทียมทาน
ยากที่จะต้านทานได้!
ไม่อาจหยุดยั้งได้!
เขารีบเร่งเร้าพลังเลือดลมทั่วร่างอย่างรวดเร็ว เลือดลมรวมตัวกันเป็นเงาร่างพยัคฆ์ร้ายจางๆ
คำรามลั่นพร้อมกับกระโจนเข้าฉีกกระชากต้วนหลิงเซียว!
กรอบ!
เสียงกระดูกแตกดังลั่น!
หมัดทั้งสองข้างของเขาแหลกละเอียด!
แขนทั้งสองข้างระเบิดออกเป็นชิ้นๆ!
ร่างของเขาลอยกระเด็นไปไกลกว่ายี่สิบเมตร
ร่วงกระแทกพื้นอย่างแรง!
ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส!
"หมัดทรงพลังมาก!"
ใบหน้าของเยี่ยเวยหลงซีดเผือด
สติสัมปชัญญะและพลังปราณลดฮวบลงถึงจุดต่ำสุด
"กลับไปบอกหน่วยมังกรด้วยว่า การตายของหน่วยรบเขี้ยวหมาป่าไม่เกี่ยวกับฉัน มันเป็นเพราะอวี๋ฮว่าหลงสมคบคิดกับคนอื่นเพื่อจะทำร้ายฉัน แต่กลับกลายเป็นว่าแผนแตกโดนเล่นงานซะเอง!"
"บอกให้อวี๋ฮว่าหลงล้างคอรอไว้เลย!"
"รอฉันจัดการธุระเสร็จเมื่อไหร่ ฉันจะไปเด็ดหัวมันแน่!"
สิ้นเสียง
ต้วนหลิงเซียวก็ไม่แม้แต่จะปรายตามองเยี่ยเวยหลงที่กำลังร้องโหยหวน
เขาหันหลังเดินกลับเข้าไปในคฤหาสน์ทันที
"เวรเอ๊ย ราชันมังกรนี่ทรงพลังจริงๆ!"
สวีเสวียนจีมองดูด้วยความหวาดหวั่น
ยังไงซะหน่วยมังกรก็เป็นตัวแทนของหน่วยงานรัฐ และเป็นคมดาบของกองทัพ
ไม่ว่าจะเป็นขั้วอำนาจหรืออิทธิพล ก็ถือว่าแข็งแกร่งมาก
แต่ในสายตาของต้วนหลิงเซียว หน่วยมังกรก็เหมือนกับแมลงชีปะขาว ส่วนเขาก็คือแผ่นฟ้า!
เมื่อชีปะขาวริอาจท้าทายแผ่นฟ้า จุดจบที่รออยู่ก็มีเพียงความสิ้นหวังเท่านั้น!
"บัดซบ! บัดซบที่สุด! แค่กๆ ... "
เยี่ยเวยหลงกระอักเลือดออกมาเต็มปาก
ลูกน้องที่อยู่ข้างๆ รีบเข้ามาพยุงเขาขึ้น
"หัวหน้า ตอนนี้เราจะทำยังไงกันดีครับ"
ลูกน้องหลายคนมีสีหน้าซีดเผือด
พวกเขาต่างก็รู้ดีถึงความแข็งแกร่งของเยี่ยเวยหลง!
ระดับขุนพลยุทธ์ขั้นกลาง!
ไม่ว่าจะในหน่วยมังกร หรือในโลกวิทยายุทธ์ภายนอก
ก็ถือว่าเป็นตัวท็อปที่มีชื่อเสียง!
แต่กลับถูกชกแขนหักทั้งสองข้างด้วยหมัดเดียวเนี่ยนะ!
เหลือเชื่อจริงๆ!
เทพสงครามคนนั้น แข็งแกร่งขนาดนั้นเชียวเหรอ
"กลับกันก่อน!"
"เอาเรื่องนี้ไปรายงานเบื้องบน!"
"ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็รายงานไปที่ตำหนักเทพสงครามเลย!"
"คนโฉดชั่วและโหดเหี้ยมขนาดนี้ ต้องให้มันชดใช้!"
เยี่ยเวยหลงฟุบหน้าลงบนไหล่ของลูกน้อง
เขาที่แขนหักทั้งสองข้าง ทำได้เพียงให้ลูกน้องแบกกลับไปเท่านั้น
ความอัปยศนี้ มันทรมานยิ่งกว่าโดนฆ่าทิ้งเสียอีก!
คนกลุ่มหนึ่งมาไวไปไว
เหมือนกับผู้ชายที่ไปต่อคิวฉี่ในห้องน้ำชายตอนพักสิบนาทีของช่วงมัธยมปลายไม่มีผิด
เน้นความรวดเร็วเป็นหลัก!
...
"ราชันมังกร พวกมันกลับไปแล้วต้องกลับมาอีกแน่ๆ ครับ!"
สวีเสวียนจีเอ่ยเตือน
"ฉันรู้!"
"แถม นี่มันเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น!"
"เมื่อคนเริ่มสืบสาวราวเรื่อง พวกเขาก็จะพบว่าฉันมีความเกี่ยวข้องกับกวนจวินโหวอย่างลึกซึ้ง"
"ขั้วอำนาจที่จะกระโดดออกมา ก็จะยิ่งมีมากขึ้นเรื่อยๆ!"
ต้วนหลิงเซียวกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ราชันมังกร โปรดอภัยที่ผมพูดตรงๆ!"
"แม้ว่ากวนจวินโหวจะเป็นที่น่าเลื่อมใส แต่เขาก็เป็นศัตรูของพวกชนชั้นสูงจริงๆ นะครับ!"
"การที่ท่านไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับคนใกล้ชิดของกวนจวินโหว นี่มันก็เท่ากับเป็นการประกาศให้สังคมรู้ชัดๆ เลยไม่ใช่เหรอครับว่า ท่านคือคนของกวนจวินโหว!"
"แบบนี้ ... มันเสี่ยงเกินไปแล้วนะครับ!"
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สวีเสวียนจีก็เอ่ยปากขึ้น
ปัญหาข้อนี้ คือสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจของเขามาตลอด!
มันเป็นเพราะว่า กวนจวินโหวคือศูนย์กลางของพายุ
เมื่อห้าปีก่อน เขาก็คือศัตรูของพวกชนชั้นสูงอยู่แล้ว
คนแบบนี้ ใครๆ ก็ต้องนับถือ
แต่นับถือก็ส่วนนับถือ การไปข้องเกี่ยวด้วยมันเหมือนเป็นการหาเรื่องใส่ตัวชัดๆ
ถ้าไม่จำเป็น ก็ควรรักษาระยะห่างไว้ อย่าไปหาเหาใส่หัวเลย!
"นายคิดว่า เพราะกวนจวินโหวติดคุก พวกเราก็เลยไม่จำเป็นต้องไปข้องเกี่ยวกับเขางั้นเหรอ"
ต้วนหลิงเซียวหันไปมองสวีเสวียนจี แล้วเอ่ยถามเสียงเรียบ
"ใช่ครับ!"
สวีเสวียนจีพยักหน้ารับอย่างไม่ลังเล
เขาไม่ได้กลัวปัญหา แต่เขาไม่อยากให้ต้วนหลิงเซียวต้องไปพัวพันกับปัญหาที่ไม่จำเป็น!
ยังไงซะ การฟื้นฟูความยิ่งใหญ่ของวังมังกร ก็คือเรื่องที่สำคัญที่สุด!
"ตกลง ฉันจะบอกนายให้!"
"แต่เรื่องนี้ ห้ามแพร่งพรายออกไปเด็ดขาด!"
แววตาของต้วนหลิงเซียวทอประกายความลึกลับ
"ครับ!"
สวีเสวียนจีรีบคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ท่าทีเคร่งขรึม
สัญชาตญาณบอกเขาว่า สิ่งที่ต้วนหลิงเซียวกำลังจะพูด ต้องเป็นเรื่องที่สำคัญมากแน่ๆ
"ฉันนี่แหละคือ ... กวนจวินโหว!"
ต้วนหลิงเซียวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
แต่คำพูดนั้น กลับดังก้องราวกับสายฟ้าฟาด!
ระเบิดกึกก้องอยู่ข้างหูของสวีเสวียนจี และดังก้องไปถึงส่วนลึกในจิตใจของเขาด้วย!
"ระ ... ราชันมังกร ทะ ... ท่านบอกว่าท่านคือ ... กวนจวินโหวเหรอครับ!"
สวีเสวียนจีเงยหน้าขึ้นจ้องมองต้วนหลิงเซียว
แววตาเต็มไปด้วยความสั่นไหวและตกตะลึงราวกับเกิดแผ่นดินไหว!